ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 127 แผลอักเสบ

                ครั้นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินได้ยินเสียงนุ่มหวานก็หันไปมองทางองค์หญิงซีเยวี่ยแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาราบเรียบดังเดิม “ตั้งแต่เราให้ตำแหน่งเฟยแก่เจ้าเรายังไม่เคยเรียกเจ้าเข้าปรนนิบัติเลย จะว่าไปแล้วถือเป็นความผิดของเราวันนี้สุขภาพร่างกายเจ้าดีหรือไม่”

                “ทำให้ฝ่าบาทต้องเป็นกังวลแล้ว ร่างกายซีเยวี่ยแข็งแรงดีเพคะ” องค์หญิงซีเยวี่ยยอบกายคำนับ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ท่าทางและน้ำเสียงเช่นนี้ของซีเยวี่ยเหมือนฮองเฮาองค์ก่อนของเขาไม่มีผิดเพี้ยนที่วันนี้เขามาที่ตำหนักแห่งนี้ก็เพราะมีจุดประสงค์

                “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ที่ตอนนั้นเราให้เจ้าอยู่ที่ตำหนักหมิงฉือกับซูเฟยเพื่อที่พวกเจ้าทั้งสองจะได้ดูแลกันและกันได้ ตอนนี้ซูเฟยป่วยไม่สบายพวกเจ้าทั้งสองคงลำบากมาก เราจึงกำลังคิดว่าจะหาตำหนักให้เจ้าใหม่ดีหรือไม่”

                องค์หญิงซีเยวี่ยเป็นคนฉลาด มองตาฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะลองใจนาง“ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงคิดเรื่องนั้นหรอกเพคะ ซีเยวี่ยอยู่ที่ตำหนักของพี่ซูเฟยมีพี่ซูเฟยคอยดูแล ซีเยวี่ยสบายดีเพคะ”

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจ้องมององค์หญิงซีเยวี่ยนิ่ง แววตาคมปลาบที่มองมาทำให้หัวใจนางเต้นแรง

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินคลี่ยิ้ม “เช่นนั้นก็ดีสนมรักอยู่ที่ตำหนักนี้แล้วสุขสบาย เราก็วางใจ”

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหันไปมองซูเฟย ก่อนจะยื่นมือไปลูบผมสีดำสนิท “เรายังมีงานราชกิจที่ต้องจัดการ จางกงกง อ่านคำสั่งเราเถิด”

                จางกงกงได้ฟัง เดินไปยืนข้างฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างระมัดระวัง “พ่ะย่ะค่ะ”

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินไปยืนข้างองค์หญิงซีเยวี่ยมององค์หญิงซีเยวี่ยด้วยแววตาลุ่มลึกผาดหนึ่งองค์หญิงซีเยวี่ยระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที ลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับก้มหน้างุด

                จางกงกงเดินไปยืนตรงหน้าองค์หญิงซีเยวี่ย ค่อมกายก่อนจะเอ่ย “ยินดีกับพระสนมด้วย ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านปรนนิบัติในคืนนี้ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง พระสนมช่างโชคดียิ่งนัก” จางกงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม“พระสนมรีบขอบพระทัยเร็วเข้าพ่ะย่ะค่ะ”

                “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นหากแววตากลับมีแววรังเกียจอย่างชัดเจน

                ซูเฟยมองตามหลังจนฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินจากไปไกลนางทรุดนั่งอย่างอ่อนแรงบนเก้าอี้ มององค์หญิงซีเยวี่ยซึ่งมีสีหน้าสมใจ ในใจรู้สึกเปล่าเปลี่ยวยิ่ง“น้องซีเยวี่ยพอใจแล้วใช่หรือไม่”

                องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนักทว่าไม่อาจปิดบังดวงตาที่แฝงความรังเกียจเอาไว้ได้ “พี่สาวพูดอะไรเพคะซีเยวี่ยได้รับโอกาสนี้ก็เพราะพี่สาวเพียงแต่ซีเยวี่ยคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงต้องทรงเอาอำนาจในมือพี่สาวกลับคืนไปด้วย”

                ซูเฟยกำหมัดแน่น ลุกขึ้นยืน เดินไปข้างหน้าสองก้าวก่อนจะเตะเก้าอี้ตัวเล็กล้มกระเด็นไปอีกด้าน “เต๋อเฟยมีหรือจะเทียบข้าได้ข้ามีเบื้องหลังที่ดีกว่านาง สวยกว่านาง เหตุใดฝ่าบาทถึงทรงทำเช่นนี้!”

                “เหตุใดพี่สาวต้องโมโหด้วย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ”

                ซูเฟยหันไปมององค์หญิงซีเยวี่ยอย่างไม่เข้าใจ

                “หากพี่สาวมีจุดประสงค์เดียวกับซีเยวี่ยซีเยวี่ยก็จะช่วยให้พี่สาวได้ตำแหน่งฮองเฮา” องค์หญิงซีเยวี่ยนั่งลงหยิบโสมคนขึ้นมาขยำจนแหลกเหลว

                หนิงมู่ฉือตื่นขึ้นมาพร้อมกับขอบตาดำคล้ำ สะลืมสะลือตื่นไม่เต็มตาเดินไปที่ห้องครัวเมื่อวานนางทำน้ำแกงบำรุงร่างกายสิบชนิด ทำให้ทุกคนพากันเลือดกำเดาไหลเช่นนั้นวันนี้นางจะทำอาหารที่มีรสอ่อนหน่อยให้ทุกคนได้ทาน

                นางเปิดถังข้าวสาร มองเม็ดข้าวสีขาวที่อยู่ในนั้น นางตื่นเต็มตาทันที นางคิดออกแล้วทำโจ๊กไก่ฉีกดีกว่า!

                นางตักข้าวใส่ในหม้อ เติมน้ำ จุดไฟเพื่อต้มข้าวจากนั้นนำไก่ที่สุกแล้วมาหั่นเป็นเส้นๆเพียงแค่ไม่กี่วินาทีไก่ก็ถูกหั่นเป็นเส้นยาวเล็กๆ เรียบร้อย

                สายป่านนี้แล้ว เฉินเกอน่าจะตื่นแล้ว นางอาศัยตอนที่ข้าวยังไม่สุกไปดูอีกฝ่ายสักหน่อยนางเดินไปที่ห้องที่เฉินเกอพักอยู่ เปิดประตูเข้าไปเห็นอีกฝ่ายนอนขดตัวจนเป็นรูปวงกลม

                ที่หน้าผากมีเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด ริมฝีปากก็เป็นสีม่วง ตัวก็สั่นเทา

                นางรู้สึกตกใจยิ่ง เอามืออังที่หน้าผาก ปรากฏว่าตัวเขาร้อนราวกับไฟนางตื่นเต็มตาทันที เรียกชื่ออีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ตื่น

                นางเลิกชายเสื้อเขาขึ้นจนเห็นแผล ก่อนจะพบว่าแผลอักเสบมีเลือดไหลซึมและมีหนองสีเหลืองๆ ไหลออกมา

                นางตะโกนเรียกหลิงชีทันที หลิงชีหาวพร้อมกับเดินเข้ามาหา “คุณหนู เกิดเรื่องใดขึ้นหรือขอรับ”

                “หลิงชี เร็วเข้า รีบไปตามหมอมาเร็ว แผลบนตัวจอมยุทธ์น้อยเฉินอักเสบ!”

                หลิงชีรับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไป

                ไม่นานหมอซึ่งถือล่วมยาก็รีบวิ่งตรงมานางเห็นเช่นนั้นรีบพาหมอเข้าไปในห้องเฉินเกอ

                ทันทีที่หมอเห็นแผลของเฉินเกอ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เอ่ยอย่างร้อนใจว่า “คุณหนู บาดแผลบนร่างกายคุณชายมีการอักเสบ หากไม่รีบรักษาอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต”

                นางได้ยินเช่นนั้นตกใจจนเหงื่อซึม นางใช้มือปาดเหงื่อ เอ่ยถามอย่างกังวล “ถ้าเช่นนั้นต้องรักษาอย่างไร”

                หมอถอนหายใจออกมา มองแผลบนตัวเฉินเกอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณหนู บนตัวคุณชายมีบาดแผลเยอะมาก การจะรักษาไม่ใช่เรื่องง่าย มีวิธีหนึ่งที่รักษาการอักเสบได้ชะงักงัน เพียงแต่มันอาจจะเจ็บไปสักหน่อย”

                “ท่านหมอ เชิญพูดมาเถิด” แววตาของนางเต็มไปด้วยความร้อนใจและกระวนกระวาย

                “สุราต้ม นำสุราต้มราดบนตัวคุณชาย เท่านี้แผลบนตัวก็จะหายอักเสบ”

                นางนิ่งอย่างใช้ความคิดครู่หนึ่ง มองเฉินเกอที่มีท่าทางทรมานในเมื่อไม่มีวิธีอื่น นางจึงพยักหน้ารับกับหมอ ก่อนจะหันไปสั่งหลิงชี “หลิงชี ไปนำสุรากุ้ยฮวาในห้องเก็บสุรามาสุรากุ้ยฮวามีฤทธิ์ความเป็นสุรามากที่สุดนำมาต้มแล้วค่อยนำมาราดตัวจอมยุทธ์น้อยเฉินเพื่อให้แผลหายอักเสบ”

                สุราต้ม หากนำมาราดบนตัวคน คนผู้นั้นไม่อาจทนได้แน่คิดถึงตรงนี้นางรู้สึกเจ็บปวดแทนเฉินเกอเป็นยิ่งนัก

                หลิงชีพยักหน้า เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องเก็บสุรา

                นางมองหน้าผากของเฉินเกอที่มีเหงื่อผุดพรายตัวของเฉินเกอยิ่งปล่อยให้นานก็จะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ นางเอ่ยถามหมออย่างกังวล “ท่านหมอ แล้วอาการตัวร้อนเล่า จะลดอย่างไร”

                หมอจัดการเอาหนองออก ใส่ยาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หากแผลหายอักเสบ อาการไข้ก็จะลดลงเองคงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของคุณชายผู้นี้แล้ว แล้วแต่เวรแต่กรรม”

                โจ๊กไก่ฉีกสุกแล้ว ทั้งห้องครัวเต็มไปด้วยกลิ่นหอมกลิ่นหอมลอยโชยมาเข้าจมูกของหมอ ท้องของหมอจึงส่งเสียงร้องออกมา

                ขณะที่หนิงมู่ฉือกำลังจะไปหยิบเงินมาให้หมอเป็นค่ารักษา หมอกลับเอ่ยออกมาว่า“คุณหนูไม่จำเป็นต้องให้เงินข้าหรอกขอรับ ได้รักษาให้ท่านจอมยุทธ์ผู้นี้นับเป็นเกียรติของข้ายิ่งนักเพียงแต่ข้ามีเรื่องเล็กน้อยที่อยากจะขอ”

                เอ่ยจบสีหน้าหมอเปลี่ยนเป็นลังเลแกมกระดากใจ

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592