หลังจากนั้นก็ผ่านมาเป็เวลากว่า 10 นาที
“เฮ้ เฮ้ เฮ้~~~ จะนานไปแล้วนา จะให้รอไปถึงไหนกันเนี่ย รินกดเริ่มเลยเหอะ”
“ใจเย็นน่าหยางหยาง รออีกสักหน่อยเถอะ เพราะถ้าเรากดแรงค์พร้อมกัน 5 คนจะดีที่สุดอะนะ”
“ใช่แล้วจ้ะน้องหยางหยาง แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรอ ถึงว่าคนจีนไม่มีความอดทน อะฮิ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบ้านเกินชั้นยะ ไม่ต้องลงต้องเล่นมันแล้ว ขอเล่นหน้าเธอก่อนเถอะยัยฟ้าาา”
“พวกเธอนี่กัดกันทุกครั้งที่เล่นด้วยกันเลยไม่เบื่อบ้างหรอเนี่ยย เฮ้ออ เออโมเพื่อนเอ็งอะมายัง”
“โอเคขอตามแปป”
ตื่อดึ๊งง~♫
เสียงการแจ้งเตือนว่ามีใครบางคน ได้เข้าร่วมสนทนาเสียง
“โทดทีๆ ทุกคนขอโทษที่ให้รอนาน พอดีว่าเกมตึงนิดหน่อยยน่ะ”
“เข้าเกมละทุกคนเชิญหน่อยสิ โทษทีๆที่ให้รอนาน”
ฟูพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน และน้ำเสียงที่เขาได้เอ่ยออกมานั้นทำให้พวกเราทุกคนได้รู้ว่า เขาขอโทษจากใจจริง
“เชิญละๆฟูมึงเข้ามาให้ไวเลย และโทษฐานที่มาช้าจงรับหน้าที่เล่นซัพพอร์ตไปซะ”
“โห่ ไอโมไอ้เพื่อนเวรรแค่กูมาช้าเนี่ย ถึงกับต้องให้ไปเล่นซัพพอร์ตเลยอ่อ”
“นั่นละตามนั้น นับแต่บัดนี้ข้าขอแต่งตั้ง เซอร์อาเทอร์ฟูฟูรับตำแหน่งซัพพอร์ตไปได้”
“พีธียัดเยียดตำแหน่งซัพพอร์ตของมึงเนี่ยเล่นซะอลังการเลยนะ ไอเวรรร ฮ่าๆๆ”
“ฮ่า ฮ่าๆๆๆ”
หลังจากที่ทุกคนนั้นได้ยินการสนทนาของเพื่อนสองคนนี้ ก็ได้หัวเราะให้กับความหัวหมอของโม
ที่ได้โยนตำแหน่งซัพพอร์ตที่ตนเล่นเป็ประจำ ให้กับเพื่อนของตน
*เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นเกมRov ตำแหน่งซัพพอร์ตนั้นคือตำแหน่ง ที่มีไว้เพื่อปกป้องผู้อื่น
และคอยช่วยเหลือให้เพื่อนสามารถฆ่าศัตรูได้ สรุปก็คือเป็ตำแหน่งที่คอยช่วยเหลือผู้คนนั่นเองครับ*
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปเป็เวลาชั่วโมงกว่าๆได้
RRrrrrrRrrrr เสียงสายเรียกเข้าจากมืือถือ ของใครบางคนได้ดังขึ้น
“เสียงมือถือของใครอ่ะ”
ฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“มือถือของใครดังป่าว ปิดหน่อยสิมันรบกวนสมาธิตอนเล่นอะ”
โมพูดด้วยน้ำเสียงสงสัยและกังวลว่ามันจะรบกวนสมาธิผู้อื่น ในระหว่างเล่นเกม
“น่าจะของชั้นนะ ขอไปเช็คแปป”
นรินทร์รู้ตัวว่าเป็มือถือของตนจึงรีบลุกไปเอามือถือ ที่ชาร์จอยู่บนหัวเตียง
“นี่ใครโทรมาในเวลาเล่นเกมกันนะ” นรินทร์บ่นพึมพำไปพลางเดินหยิบโทรศัพท์ไปพลาง
“อะ๊เบอร์นี้มันคุ้นๆ ผิงนี่หว่า หายหน้าไปนานมันจะโทรมาทำไมหว่า” ทันใดที่นรินทร์ได้รู้ถึงต้นสายปลายทางที่ได้โทรมา
หาตัวเขานั้นก็ได้เกิดความสับสนและประหม่าในใจขึ้นมา “ถึงมันจะโทรมาก็คงมีแต่เื่ไร้สาระล่ะมั้ง ตัดสายไปก่อน
น่าจะดีกว่าเดี่๋ยวไง ค่อยบอกขอโทษทีหลังว่าติดธุระก็ได้” หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง และกลับไปนั่งเล่น
เกมกับเพื่อนในดิสคอร์ดของเขาต่อ
RRrrrrrRrrrrrr
RrrrRrrrrrRrrr RrrrrRRRRrrrr
หลังจากที่ตัวเขานั้นได้ตัดสายไป ปลายสายก็มิได้ลดละความพยายามที่จะติดต่อกับเ้าของเบอณืนี้อยู่ดี
“เฮ้รินไม่รับสายจะดีหรอวะ เสียงโทรศัพท์มึงดังรัวๆเลยนา”
โมพูดด้วยความสงสัย
“ออ ไม่มีอะไรหรอกน่าอย่าไปสนใจเลย เพื่อนโทรมาน่ะคงจะเป็เื่ไร้สาระอีกตามเคยแหละ”
“อย่าไปสนใจเลย เดะกูเปิดโหมดเครื่องบินแปป”
สิ้นเสียงที่นรินทร์ได้บอกกับเพื่อน ตัวเขานั้นก็ได้เปิดโหมดเครื่องบินให้กับดทรศัพท์ของเขา ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถ
ติดต่อมาได้อีก
“ฮั่นแน่~~ ริน~~ใช่เพื่อนจริงรึเปล่า ไม่ใช่แฟนแน่น้า ฮ่า ฮ่าๆๆ”
หยางๆได้ติดใจกับปลายสาย ที่นรินทร์ได้บอกปัดว่าเพื่อนโทรมา จึงได้หยอกล้อแซวเล่น
“ไปเรื่อยหยางหยาง เธอคิดว่าฮันจะมีแฟนได้งั้นหรอ วันๆเล่นแต่เกม ฮ่าฮะๆๆๆ”
นรินทร์นั้นได้บอกปัดหยางหยาง และได้หัวเราะกลบเกลื่อน
“เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าได้ไปสนใจโทรศัพท์นั่นเลย หันมาสนใจเกมดีกว่า หยางหยางเธอดุแลเลนให้ดีหน่อยสิ”
“มันมาแอบดันป้อมอีกแล้วนั่นน่ะ”
นรินทร์พยายามพูดเบี่ยงประเด็น เพื่อให้ทุกคนหันไปสนใจเกมแทน คนที่อยู่ปลายสาย
“ฮั่นแน่~~ ฉันรู้นะว่านายน่ะพยายามเปลี่ยนเื่ อย่ามาเปลี่ยนเื่ซะให้ยาก”
“อย่ามาดูถูกเซนส์ของสาวจีนกันซี่”
หยางหยางพูดด้วยน้ำเสียงยียวน เสมือนกับว่าเขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนชายของเขา
“เออ ว่าแต่ทำไมเกมนี้ยัยฟ้าเล่นเกมเงียบจังเลย ปกติยัยนี่ชอบแหกปากตลอดนี่หว่า”
หยางหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่สงสัยกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติเหล่านี้
ตื่อดึ๊งง♫
เสียงแจ้งเตือนว่ามีคนได้เข้าร่วมการสนทนาเสียง
“ทุกคนนนน ฉันเผลอกดไปโดนปุ่มออกดิสอะ นี่ก็พูดคนเดียวตั้งนาน ฮ่าฮะๆๆ”
ฟ้าได้เข้าร่วมสนทนาเสียง หลังจากที่มีคนกล่าวถึงเธอไม่นาน และได้อธิบายว่าทำไมเธอถึงเงียบ
“นี่ไงพูดถึงปุ๊ปมาปั๊บ ตายยากจริงๆเลยน่อ ฮ่าๆๆๆ”
หยางหยางได้พูดแซะถึง จังหวะเวลาที่ฟ้าได้เข้ามาหลังจากตนได้กล่าวถึงและได้หัวเราะให้กับสิ่งนั้น
“นี่หล่อนแอบนินทาอะไรฮันกันแน่ เดี๋ยวเหอะๆ”
“ก็ไม่มีอะไรนี่ ฉันก็แค่เป็ห่วงเธอเองน่อ โฮะโฮะโฮะ”
“หล่อนมีพิรุธแล้วย่ะ คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ นี่หล่อนได้เผาอะไรฉันรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริงจริ๊งงงง”
หยางหยางพูดพร้อมลากเสียงยียวนใส่ฟ้า ด้วยความสนุกที่ได้หยอกล้อเพื่อนของตน
“นี่หล่อนเผาฉันจริงๆใช่ม๊ายยยย คายออกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเผาเื่อะไร”
“จ้างให้ก็ไม่บอก เอาช้างมาฉุดก็ม่ายยบอก”
“ฮะ ฮะฮ่าๆ พวกเธอนี่จริงๆเลยนะ"
“ใช่มะนรินทร์ฉันว่าสองคนนี้แสดงตลกได้เลยนะ ฮ่าๆๆ”
“คิคิคิ โมเพื่อนมึงนี่ก็บรรเทิงดีนี่หว่า”
ทุกคนในดิสนั้นต่างพากันหัวเราะให้กับ ความไม่ลงรอยสุดขั้วของเพื่อนสาวสองคนนี้ของพวกเขา
หลังจากนั้นไม่นานนรินทร์ก็เหมือนจะได้ยินเสียงบางหย่างะโเรียกเขาจากนอกบ้าน จึงได้ลุกออกจากโต๊ะเกมไปดู
เฮ้ เฮ้ เฮ้!!!
รินนนฉันรู้นะว่านายอยู่น่ะ ทำไมถึงไม่รับสายกันห๊า!!
พอนรินทร์ได้ยินเสียงนั้น เขาก็พอจะรู้ถึงเ้าของเสียงได้ในทันที
“ชิบบหาย ตายห่านละ ไม่นึกว่าผิงมันจะมาถึงหน้าบ้านน”
นรินทร์นั้นหลังจากที่รู้ถึงเ้าของ เสียงก็ได้สบถคำหยาบออกมาเนื่องจากไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะบุกมาถึงหน้าบ้าน
“เฮ้ผิงง!! กูทำการบ้านอยู่เลยไม่ได้รับสายโทดๆ”
นรินทร์นั้นได้ยื่นตัวออกไปที่หน้าต่างและะโคำแก้ตัวแก่อีกฝ่าย
“ตอแหล~~!! กูเห็นมึงออนดิสละมันขึ้นว่าเล่นเกมอยู่ อย่าแถซะให้ยาก”
ผิงนั้นรู้ทันเพื่อนของตนจึงได้กล่าวออกไป พร้อมหลักฐานเต็มมือทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถแก้ตัวได้
“ถ้ามึงไม่ลงมาหากูน้าา!! กูจะฟ้องคุณป้าว่ามึงแกล้งกรู~~”
ผิงนั้นได้พูดแกมขู่บังคับเพื่อให้นรินทร์ลงมาหาตน
“เห้อไม่น่ารู้จักยัยนี่ั้แ่เด็กเล้ยย บ้านก็อยู่ไกล้กัน ฝั่งพ่อแม่ของแต่ละฝ่ายก็ยังเป็เพื่อนสนิทกันอีก”
“และแม่ ก็อีกคนชอบเข้าข้างแต่อีผิง นี่ลูกชายแท้ๆนะเนี่ย ยังเถียงแพ้เลย เราไปชอบคนแบบนี้ได้ไงกันน้า”
นรินทร์ได้แต่บ่นพึมพำกับตนเอง เมื่อได้ฟังข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย
“โอเค!! มึงหยุดอยู่ตรงนั้นแหละไม่ต้องเข้าบ้านมาหากู เดะลงไปแต่งตัวแปป”
นรินทร์ได้ะโบอกเพื่อนสาวของตน
“โอเค!! เดะกูนั่งรอตรงนี้แหละเร็วๆด้วย"
ผิงได้ะโตอบรับเพื่อนของตน
Chapter 2.2 : ฟ้าหลังฝน end