สิ้นคำพูดของหลินซี บรรยากาศโดยรอบพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
เด็กทุกคนต่างเบิกตากว้าง จ้องมองนางด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ
จะมีผู้ใดในหมู่บ้านไม่รู้บ้างว่า แม่เลี้ยงบ้านนายพรานเสิ่นผู้นี้เกลียดชังเด็กเสิ่นทั้งสี่เพียงใด? แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้ออกหน้าปกป้องพวกเขาอย่างแข็งขันถึงเพียงนี้? หรือนางกินของผิดสำแดงมากัน?
เถี่ยตั้นเป็บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของนางหลี่ ถูกเลี้ยงดูตามใจมาแต่เล็กจนเสียนิสัย กร่างไปทั่วหมู่บ้าน ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา จึงเชิดหน้ากล่าวอย่างถือดีทันควัน
“ข้าไม่มีวันขอโทษไอ้เด็กกำพร้าแม่สองตัวนี่หรอก!”
หากวันนี้เขายอมขอโทษอีกฝ่าย แล้วข่าวแพร่สะพัดออกไป หัวหน้าเถี่ยตั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?!
หลินซีจ้องเด็กอันธพาลเขม็ง สายตาเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ “ดี! ในเมื่อไม่ยอมขอโทษ เช่นนั้นข้าจะไปทวงถามเหตุผลจากพ่อแม่เ้าเอง!”
เถี่ยตั้นถูกสายตาน่าขนลุกจ้องจนเสียวสันหลังวาบ เขากลอกตาอย่างร้อนรน แล้วรีบกล่าวแถไปข้าง ๆ คู ๆ
“ขะ ข้ารังแกพวกมันแล้วจะทำไม? แล้วนี่เ้าตาบอดรึไง? ไม่เห็นหรือว่าไอ้ลูกหมานั่นกัดข้าก่อน! พวกมันต่างหากที่เริ่มลงมือก่อน!”
“เ้าโกหก!” เอ้อร์เป่าก้าวพรวดออกมายืนจังก้า ะโด้วยความเดือดดาล
“พวกเราเดินอยู่ดี ๆ พวกเ้าต่างหากที่วิ่งมาขวางทาง ไม่ทันให้ตั้งตัวก็คว้าหินขว้างใส่ แล้วยังผลักน้องข้าล้มกลิ้งไปอีก!”
กล่าวจบ เขาก็ดึงท่อนแขนเล็กของซานเป่าขึ้น ถลกแขนเสื้อให้ทุกคนเห็นรอยฟกช้ำเขียวม่วงเป็จ้ำ ๆ อย่างชัดเจน
ขณะถลกแขนเสื้อ นิ้วมือของเอ้อร์เป่าเผลอไปโดนรอยช้ำเข้า ซานเป่าเจ็บจนใบหน้าน้อย ๆ เหยเก ดวงตาแดงก่ำ แต่ก็กัดปากกัดฟันแน่น พยายามทำใจแข็ง ไม่กล้าร้องออกมา
หลินซีเห็นสภาพน่าสงสารของซานเป่า หัวใจก็พลันปวดแปลบราวถูกพันเข็มทิ่มแทง โทสะที่อุตส่าห์ข่มไว้ปะทุเปรี้ยงปร้าง ความคิดที่จะค่อย ๆ สะสางบัญชีทีหลังมลายหายไปในพริบตา
“เด็กตัวเท่านี้ยังกล้ารุมทำร้าย แล้วยังมีหน้ามาพูดว่าใครผิดใครถูกอีกรึ?! ในเมื่อพ่อแม่ไม่เคยสอนให้รู้จักเมตตาผู้น้อย เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสอนเ้าเอง!”
สิ้นเสียง หลินซีก็พุ่งปราดไปข้างหน้าราวสายลม คว้าหลังคอเสื้อเถี่ยตั้นไว้แน่น แล้วกระชากสุดแรงจนร่างนั้นเซถลา ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นเสียงดัง *ตุ้บ!*
เถี่ยตั้นร้องลั่นอย่างตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดกำลัง
“ปล่อยข้านะ! ไม่อย่างนั้นข้าไม่ไว้หน้าเ้าแน่!”
“เด็กเมื่อวานซืน ยังกล้าปากดีอีกรึ!”
หลินซีใช้สองนิ้วกระแทกไปที่จุดหนึ่งบนตัวเถี่ยตั้นอย่างรวดเร็ว คนถูกจี้จุดพลันรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างอ่อนเปลี้ย เรี่ยวแรงหายไปสิ้นประหนึ่งเส้นเอ็นทั้งหมดถูกตัดขาด ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ หัวเข่าปวดแสบปวดร้อนราวกับจะแตกเป็เสี่ยง ๆ
เด็กคนอื่น ๆ ที่ล้อมอยู่ล้วนใขวัญหาย มองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดผวา อยากจะเข้าไปช่วย แต่พอสบเข้ากับสายตาของหลินซี ก็พากันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
หลินซีแค่นเสียงเ็า เตะเข้าที่ก้นของเถี่ยตั้นไม่ยั้งแรง!
“นี่สำหรับที่เ้ามารังแกซานเป่าของข้า!”
นางเตะซ้ำเข้าไปอีกครั้ง!
“นี่สำหรับที่เ้ารังแกเอ้อร์เป่าของข้า!”
และเตะซ้ำอีกที!
“ส่วนนี่สำหรับที่อายุเท่านี้ กลับกล้าปากเสีย! หากข้าได้ยินเ้าด่าลูกข้าอีกแม้แต่คำเดียว คราวหน้าข้าจะจัดการให้หนักกว่านี้!”
เถี่ยตั้นรู้สึกราวกับก้นจะแตกเป็เสี่ยง ๆ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื ได้แต่กรีดร้องโหยหวน
“พ่อแม่ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่! เ้าคอยดู!”
“ได้! ข้าจะรอให้พ่อแม่เ้ามาถึงที่นี่ ข้าเองก็อยากจะฟังคำอธิบายจากปากพวกเขาเหมือนกัน!”
หลินซีตวาดสวนเสียงกร้าว หัวโจกเด็กอันธพาลพลันเงียบกริบราวกับถูกบีบคอ น้ำท่วมปากพูดไม่ออก
เด็กที่เหลือก็เงียบกริบดุจจักจั่นในเหมันต์ ยืนตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดหวั่น
ส่วนเอ้อร์เป่ากับซานเป่ายิ่งตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
หลินซีหันขวับ สาดสายตาเย็นเยียบกวาดมองเด็กที่เหลือ ทำทุกคนหน้าซีด ตัวสั่น ผงะถอยไปโดยไม่รู้ตัว
สตรีผู้ใหญ่คนเดียวในวงล้อมเอ่ยช้า ๆ “ฟ้าจะมืดแล้ว ข้าต้องกลับไปทำอาหารให้ลูก ๆ ข้ากิน วันนี้ข้าจะปล่อยพวกเ้าไปก่อน แต่หากคราวหน้า พวกเ้ายังกล้ามารังแกลูกข้าอีกละก็...”
“ไม่แล้ว ๆ! ไม่กล้าแล้วขอรับ/เ้าค่ะ!” กลุ่มเด็กเกเรรีบโบกไม้โบกมือพัลวัน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดหวั่น
หลินซีแค่นเสียงในลำคอคราหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองเอ้อร์เป่าและซานเป่า สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนลง มือบางยื่นออกไปหาเด็กน้อยทั้งสอง
“กลับบ้านกันเถอะ กลับช้านัก พ่อพวกเ้าจะเป็ห่วงเอาได้”
เอ้อร์เป่ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ รีบดึงแขนน้องชายที่ยังยืนสะอื้นให้ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว
เขากลั้นใจเหลือบมองหลินซีแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบจูงมือน้องชายแล้วเผ่นแน่บกลับบ้านไปทันที
หลินซีมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ทั้งสองไป ได้แต่ถอนหายใจแ่เบา ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นางหันกลับไป เห็นกลุ่มเด็กเกเรยังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม จึงเอ่ยไล่เสียงเข้ม
“มัวยืนบื้อกันอยู่ทำไม? ยังไม่รีบไสหัวกลับไปอีก!”
“กลับเดี๋ยวนี้ขอรับ/เ้าค่ะ!”
เด็กเ่าั้รีบเข้าไปพยุงเถี่ยตั้นที่สะบักสะบอม ปากยังพึมพำก่นด่าไม่หยุดทั้งลากทั้งพยุงให้เดินจากไปอย่างทุลักทุเลปนลนลาน
เมื่อเห็นพวกเขาจากไปจนลับตา หลินซีจึงค่อยหมุนตัวเดินกลับบ้านบ้าง ท่าทางผ่อนคลายลง
เดินมาได้ไม่ไกล หญิงสาวก็พลันชะงักเท้า สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้า
ที่ปลายทางเดินเล็กนั้น เสิ่นเฉินยืนนิ่งอยู่ใต้แสงสลัว สีหน้าของเขาในยามนี้เรียบเฉยจนยากจะอ่านได้
ทั้งเอ้อร์เป่า-ซานเป่าหดตัวเล็กลีบหลบอยู่ด้านหลังบิดา ทว่ากลับมีเพียงเอ้อร์เป่าที่แอบชะโงกหน้าออกมา ลอบมองนางด้วยแววตาซับซ้อน
หลินซีรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คล้ายเด็กกำลังทำผิดแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้คาหนังคาเขา
นางฉีกยิ้มแห้ง ๆ ไปหยั่งเชิง กล่าวอย่างตะกุกตะกัก “บังเอิญจริง ๆ...เ้าก็ออกมาตามหาเอ้อร์เป่ากับซานเป่าเหมือนกันหรือ...”
มุมปากเสิ่นเฉินกระตุกเล็กน้อย แต่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย
อันที่จริง เขาไม่วางใจนักว่าหลินซีจะตั้งใจออกตามหาเด็ก ๆ จริงจัง หลังจากกำชับต้าเป่ากับซื่อเป่าให้รออยู่ที่บ้าน เขาก็ออกมาตามหาด้วยตนเอง แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาทันเห็นฉากที่นางลงมือสั่งสอนเด็กเกเรอย่างดุดันถึงเพียงนั้น
‘สตรีประหลาดผู้นี้ยากจะหยั่งถึงได้จริง ๆ’
เสิ่นเฉินค่อย ๆ ย่อตัวลง อุ้มซานเป่าที่ยืนนิ่งเงียบขึ้นแนบอก เ้าตัวน้อยรีบซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอบิดา ท่าทางทั้งเ็ประคนน้อยใจ
เสิ่นเฉินใช้มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็ก ๆ ของบุตรชายเพื่อปลอบโยน ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปจูงเอ้อร์เป่า น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
“กลับบ้านกัน”
พูดจบ เขาก็หันหลังพาเด็ก ๆ เดินกลับบ้านทันที
หลินซีใช้เวลาชั่วอึดใจจึงตระหนักได้ว่าคำพูดนั้นหมายรวมถึงนางด้วย จึงรีบก้าวเท้าตามไปติด ๆ
ขณะเดินตามหลัง เอ้อร์เป่าที่เดินจูงมือบิดาอยู่ข้างหน้า อดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับมามองนางอีกครั้ง ดวงตาคู่น้อยฉายแววซับซ้อนอย่างสับสน
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ต้าเป่าเห็นสภาพของซานเป่าก็ใหน้าซีด รีบพรวดเข้ามารับน้องชายจากอ้อมแขนบิดา ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความห่วงใย ก่อนจะหันขวับมาจ้องหลินซีเขม็ง ตวาดเสียงกร้าว
“ทำเกินไปแล้วนะ!”
ซื่อเป่าที่เดินตามมา เห็นพี่ชายเกรี้ยวกราดก็ใจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“...หา?” หลินซีงุนงง
เอ้อร์เป่าเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งเข้าไปดึงแขนพี่ชายให้โน้มตัวลง ก่อนกระซิบกระซาบข้างหู
พอฟังจบ ต้าเป่าก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาหันไปมองหลินซีด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะหันกลับมามองเอ้อร์เป่าอีกครั้งอย่าง้าคำยืนยัน
เอ้อร์เป่าพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าลำบากใจเห็นได้ชัด
ซานเป่าเองก็เอื้อมมือเล็ก ๆ ไปดึงชายเสื้อต้าเป่าเบาๆ ชี้ไปทางหลินซีแล้วส่ายหน้ารัว ๆ
หลินซีเพิ่งจะเข้าใจสถานการณ์ อ้อ ที่แท้เ้าเด็กพวกนี้ก็คิดว่าสภาพน่าสังเวชของซานเป่าเป็ฝีมือนางนี่เอง
หัวใจหญิงสาวพลันขมขื่น
…ภาพลักษณ์ของนางในสายตาเด็กพวกนี้มันเลวร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“ซานเป่า มานี่” ขณะนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำของเสิ่นเฉินก็ดังขึ้น เขาเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมขวดยา
ซานเป่ารีบวิ่งเข้าไปหาบิดาอย่างว่าง่าย
หลินซีครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “ให้ข้าจัดการเถอะ วันนี้ข้าเก็บสมุนไพรสดมาหลายอย่าง มีตัวยาที่เหมาะกับอาการของซานเป่ามากกว่ายาในขวดนั่น อีกอย่าง เ้าเป็บุรุษร่างใหญ่ มือไม้อาจจะหนักเกินไป เดี๋ยวจะยิ่งทำให้เขาเจ็บ”
เสิ่นเฉินเหลือบมองนาง สายตาเหมือนชั่งใจ แต่ไม่นานก็ยอมหลีกทางให้โดยไม่ได้เอ่ยคัดค้าน
หลินซีเดินเข้าไปรับขวดยาจากมือชายหนุ่ม แล้วจูงมือซานเป่าที่ยังคงมีทีท่าระแวดระวังเล็กน้อยเข้าไปในห้องด้วยกัน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว นางก็หยุดแล้วหันกลับมาถาม “เอ้อร์เป่า เ้าก็เจ็บด้วยไม่ใช่หรือ? เข้ามาด้วยกันสิ”
เอ้อร์เป่าชะงักไปอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก
ต้าเป่าที่เพิ่งรู้ว่าน้องรองเองก็าเ็ ประกอบกับยังไม่วางใจนักที่จะปล่อยให้หลินซีอยู่กับซานเป่าตามลำพัง จึงรีบจูงมือเอ้อร์เป่าตามเข้าไปในห้อง
เมื่อบานประตูปิดลง เสิ่นเฉินหันไปอีกทาง ก็พบว่าซื่อเป่ากำลังแอบมองอยู่หลังประตูของอีกห้องหนึ่ง
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัว ไม่เป็ไรแล้ว”
ซื่อเป่าก้มหน้างุด มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อตัวเองแน่น นางค่อย ๆ ถอดมงกุฎดอกไม้ที่เริ่มเหี่ยวเฉาออกจากศีรษะ ลูบกลีบดอกไม้อย่างแ่เบา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแ่
“ท่านพ่อ... เป็เพราะพวกเราไม่มีท่านแม่ใช่หรือไม่เ้าคะ พวกเราถึงเป็ตัวถ่วง... ถึงถูกคนอื่นรังแกเช่นนี้?”
เด็กหญิงตัวน้อยรู้ดีและรู้มาตลอดว่าเด็กคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านพูดถึงพวกนางอย่างไร
แต่ทำไมกันเล่า? น้าหลินที่แต่งเข้ามา ทำไมถึงไม่เป็แม่จริง ๆ ของพวกนาง? ทำไมน้าหลินถึงไม่เหมือนแม่ของเด็กคนอื่น? นางไม่เข้าใจเลยสักนิด
นางเองก็อยากมีแม่คอยปกป้อง ป้องกันไม่ให้ใครก่นด่า คุ้มครองไม่ให้ใครมารังแกเหมือนเหตุการณ์วันนี้ นางอยากมีแม่ที่ใจดีกับนางและพี่ ๆ อยู่ข้าง ๆ
เสิ่นเฉินนิ่งเงียบไปหลายอึดใจ ประกายอันตรายวาบผ่านั์ตาเย็นเยียบชั่ววูบ ก่อนจะถูกอำพรางไว้ภายใต้ท่าทีแสนอ่อนโยนยามเอ่ยคำกับบุตรสาว
“เป็ความผิดของพ่อเอง ที่ดูแลพวกเ้าไม่ดีพอ”
ดูเหมือนว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปคิดบัญชีกับคนบางคนในหมู่บ้านนี้แล้ว
.
.
.