กัง... กัง... กัง...
เสียงระฆังทองเหลืองใบใหญ่บนยอดหอคอยใจกลางเมืองฮาร์เรนดังกังวานกึกก้อง สะท้อนผ่านแนวเทือกเขาและอาคารบ้านเรือนไปทั่วทุกสารทิศ สัญญาณแห่งการเริ่มต้นการประลองศาสตราวุธครั้งประวัติศาสตร์ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว!
ใจกลางจัตุรัสกลางเมืองฮาร์เรนซึ่งเคยเป็ลานค้าขาย คับแคบลงทันตาเมื่อถูกเนรมิตให้กลายเป็ ลานประลองตีเหล็กชั่วคราวขนาดใหญ่ แท่นหินแกรนิตสูงสองเมตรถูกสร้างขึ้นใจกลางลาน สองฝั่งของแท่นหินติดตั้งเตาหลอมอุตสาหกรรม ทั่งรองรับเหล็กกล้า คีมหนีบ แกลลอนน้ำมันหล่อเย็น และถังน้ำสะอาดเอาไว้อย่างเป๊ะปังและเท่าเทียมกันทุกประการ
รอบทิศทางของจัตุรัสถูกโอบล้อมด้วยอัฒจันทร์ไม้ความสูงสี่ชั้น ฝูงชน พ่อค้า นักผจญภัย และชาวเมืองฮาร์เรนนับหมื่นชีวิตต่างเบียดเสียดแทรกตัวเข้ามาจับจองพื้นที่จนแน่นขนัด เสียงพูดคุยและเสียงะโถกเถียงดังกระหึ่มราวกับเสียงคลื่นั์ซัดฝั่ง
บนอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือซึ่งเป็จุดที่สูงที่สุดและมีหลังคาผ้าใบกำมะหยี่สีแดงกันแดดอย่างหรูหรา...คือที่นั่งสำหรับกลุ่มคนชั้นสูง
ไวเคานต์เอริก อัลดริช นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้แกะสลักหุ้มเบาะนุ่ม ข้างกายของเขาคือ เลดี้วิกตอเรีย ผู้มีรอยยิ้มเยียบเย็น และ คุณชายอาเดล ที่แต่งกายด้วยชุดขุนนางหรูหรา แม้ใบหน้าจะยังมีรอยฟกช้ำดำเขียวหลงเหลืออยู่ใต้เครื่องแต่งหน้าหนาเตอะ แต่ดวงตากลับส่องประกายเหยียดหยามและอาฆาตแค้นอย่างไม่ปิดบัง ล้อมรอบด้วยกลุ่มขุนนางท้องถิ่น คณะกรรมการจากสมาคมการค้า และญาติมิตรตระกูลอัลดริช
"ท่านประธานอิกเนียส วัลคาร์ ช่างตีเหล็กหลวงแห่งราชสำนัก...กำลังก้าวสู่ลานประลองแล้ว!"
เสียงขานชื่อจากพิธีกรดังก้องผ่านเวทมนตร์กระจายเสียง!
เฮ!
เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีดังระงมไปทั่วทั้งจัตุรัส! อิกเนียส วัลคาร์ ในชุดช่างตีเหล็กหนังสลักตราค้อนคู่เพลิงทองคำ ก้าวเท้าขึ้นสู่แท่นประลองฝั่งซ้ายอย่างภาคภูมิ ท่าทางสง่างาม สุขุม และเปี่ยมไปด้วยบารมีแห่งช่างฝีมือชั้นครู ชายวัยกลางคนโค้งหัวรับเสียงเชียร์ของชาวเมืองอย่างสุภาพ ก่อนจะเริ่มยกคีมและค้อนขึ้นตรวจเช็กความพร้อมด้วยความเชี่ยวชาญ
และในวินาทีต่อมา...เสียงโห่ร้องแซ่ซ้องพลันเงียบกริบลง กลายเป็เสียงซุบซิบและรอยยิ้มเหยียดหยามแทน
ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเพลิงก้าวเท้าขึ้นสู่แท่นประลองฝั่งขวาเพียงลำพัง...
โซร่าสวมเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำเก่าๆ กางเกงผ้าเนื้อหนา และผ้ากันเปื้อนหนังเรียบๆ ที่มีรอยไหม้ประปราย ไร้ซึ่งเกราะหรูหรา ไร้ซึ่งเครื่องแบบประดับตราสัญลักษณ์ตระกูล และไม่มีผู้ติดตามหรือผู้ช่วยยกเครื่องมือแม้แต่คนเดียว ดวงตาสีแดงเพลิงของเขานิ่งสงบ มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่สนใจเสียงรอบข้างแม้แต่น้อย
บนอัฒจันทร์ VIP ฝั่งขุนนาง เสียงหัวเราะแหลมเล็กของเหล่าญาติมิตรตระกูลอัลดริชเริ่มดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร
"หึ! ดูมันสิ!" ขุนนางวัยกลางคนสวมแหวนอัญมณีเต็มห้านิ้วแค่นหัวเราะ "เ้าขยะสามัญชนจากร้าน Flame Nest นั่น...มันกล้าก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นประลองร่วมกับท่านช่างหลวงจริงๆหรือนี่?"
"เหอะ! เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า จะเอาปัญญาหรือศาสตร์ความรู้จากไหนไปสู้กับช่างตีเหล็กหลวงระดับสี่แห่งราชสำนักได้!" ขุนนางหญิงอีกคนใช้พัดขนนกปิดริมฝีปากหัวเราะเยาะ "แค่มองชุดที่มันสวม...ก็ไม่ต่างอะไรกับช่างตีเหล็กกากเดนตามสลัมแล้ว!"
เสียงซุบซิบกระจายลงสู่อัฒจันทร์ชั้นล่าง ชาวบ้านบางส่วนที่ถูกตระกูลอัลดริชซื้อตัวและชักจูงความคิดเริ่มพยักหน้าเห็นพ้อง
"จริงด้วย... ได้ข่าวว่าร้าน Flame Nest นั่นรับแต่งานซ่อมแซมขยะกับงานสกปรกแท้ๆ"
"เ้าหนุ่มนั่นคงอยากจะหาชื่อเสียงทางลัดล่ะมั้ง ถึงได้กล้าท้าชนตระกูลอัลดริช"
"หึ! โดนท่านอิกเนียสบดขยี้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ก็คงได้คลานลงจากแท่นประลองด้วยความอับอายแล้วล่ะ!"
คำพูดเหยียดหยามและเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังเข้าสู่หูของกลุ่มคนที่ยืนอยู่ชิดขอบอัฒจันทร์ชั้นล่าง
เอเลน่า กุมมือแน่น ใบหน้านวลเนียนร้อนผ่าวด้วยความแค้นเคือง นางทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงหันไปะโใส่กลุ่มขุนนางและชาวบ้านเ่าั้ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า!
"พวกท่านหยุดพูดจาสกปรกเถอะ! พวกท่านยังไม่ได้เห็นผลงานหรืออาวุธที่พี่โซร่าสร้างขึ้นมาเลยสักชิ้นเดียวแท้ ๆ!"
เรย์ ก้าวขึ้นมาบังหน้าเอเลน่าไว้ กำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดขึ้นบนหลังมือ ะโเสริมด้วยความโมโหทันที!
"ตัดสินคุณค่าและฝีมือของคนอื่นเพียงเพราะฐานะและเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่...มันเป็เื่น่าภูมิใจนักหรือไง!?"
ทว่า... คำตอบที่เด็กทั้งสองได้รับ กลับเป็เพียงเสียงหัวเราะขบขันและสายตาเหยียดหยามที่หนักกว่าเดิมจากเหล่าขุนนาง
"ฮ่าๆๆ! ดูเด็กรับใช้ของมันสิ! ออกมารับหน้าแทนเ้าของโง่ๆ!" อาเดลที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นสูงสุดะโลงมาพลางกอดอกยิ้มเยาะ "พวกเ้าสองตัวเตรียมตัวหาสมัครงานใหม่ได้เลย! เพราะหลังจากจบการประลองนี้ ร้านขยะ ๆ ของพวกเ้าจะถูกยึด และเ้าโซร่าจะต้องลงมาคุกเข่ากราบเท้าข้า!"
สเตลร่าที่ยืนอยู่ข้างหลังเด็กทั้งสอง เพียงแค่เอื้อมมือเรียวสวยลงมาแตะไหล่ของเรย์และเอเลน่าเบา ๆ ั์ตาสีเงินของนางส่องประกายขบขันและลึกล้ำ
"เงียบเสียเถอะทั้งาองคน..." สเตลร่าพึมพำน้ำเสียงผ่อนคลาย "อย่าได้เสียเวลาเอาปากไปเสวนาหรืออธิบายเหตุผลกับกลุ่มมดปลวกเลย... อีกไม่นาน พวกมันจะได้เห็นเองว่า ความจริง ที่แท้จริงมันน่าหวาดกลัวเพียงใด"
กติกาแห่งความเท่าเทียม และแผนการใต้ร่มเงา
ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงสัญญาณจากกรรมการกลางดังขึ้นเพื่อสยบเสียงโกลาหลทั่วทั้งสนาม!
ประธานคณะกรรมการผู้พิพากษาการประลอง ก้าวออกมาหน้าอัฒจันทร์กลาง กางแผ่นคัมภีร์หนังแกะออกและอ่านกฎกติกาการแข่งขันด้วยน้ำเสียงอันดังฟังชัด
"เรียนท่านผู้มีเกียรติและชาวเมืองฮาร์เรนทุกท่าน! การประลองคัดเลือกอาวุธประจำกองทัพรักษาการณ์ในครั้งนี้ จะดำเนินไปภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวดและเที่ยงธรรมที่สุดของสมาคมช่างตีเหล็ก!"
"กติกาข้อที่หนึ่ง: ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย จะต้องใช้วัตถุดิบพื้นฐาน นั่นคือ 'แร่เหล็กกล้ามาตรฐานเกรด B' ที่จัดเตรียมไว้ให้บนแท่นประลองเท่ากันทุกประการ ห้ามใช้วัตถุดิบภายนอก!"
"กติกาข้อที่สอง: ระยะเวลาในการหลอม ขึ้นรูป และตีศาสตรา คือไม่เกิน 6 ชั่วโมง!"
"กติกาข้อที่สาม: ห้ามใช้เวทมนตร์เสริมพลัง ห้ามใช้คาถาช่วยตีเหล็ก หรือวงเวทช่วยบีบอัดโลหะโดยเด็ดขาด! ต้องใช้เพียงทักษะค้อน แขน และเปลวไฟบริสุทธิ์เท่านั้น!"
"และกติกาข้อที่สี่: การตัดสินจะวัดจากผลงานสุดท้ายใน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ คุณภาพเนื้อโลหะ, ความแข็งแกร่ง, ความคม, ความสมดุลของน้ำหนัก, และงานฝีมือความประณีต โดยคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติทั้งห้าท่าน!"
เมื่อประธานกรรมการอ่านจบ ทั้งสนามต่างพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ กฎระเบียบนี้ดูเรียบง่าย เท่าเทียม และวัดกันที่ฝีมือการตีเหล็กอย่างแท้จริง
บนอัฒจันทร์ VIP ไวเคานต์เอริก อัลดริช จิบไวน์แดงในแก้วแก้วเจียระไนพลางยิ้มบาง ๆ ออกมา...
ในตอนแรก พวกเขาคิดจะใช้กลโกงเื่วัตถุดิบและยัดไส้แร่กากเดชให้แก่โซร่า... ทว่า เมื่อท่านอิกเนียส ยืนยันด้วยตนเองว่าจะประลองด้วยความยุติธรรม ไวเคานต์เอริกจึงเปลี่ยนแผนการเล็กน้อย
’ไม่จำเป็ต้องเล่นกลโกงให้แปดเปื้อนชื่อเสียงตระกูล...' เอริกคิดในใจอย่างเหนือกว่า ’ขอเพียงแค่อิกเนียสแสดงฝีมือระดับช่างตีเหล็กหลวง สร้าง 'มาตรฐานอันสูงส่งจนไม่อาจเอื้อม' ขึ้นมาบนแท่นประลองนั้น... งานตีเหล็กของเ้าขยะโซร่า ก็จะกลายเป็เพียงเศษเหล็กไร้ค่าที่โดนบดขยี้ในสายตาของทุกคนทันที!’
.
.
.
.
"เริ่มการประลองได้!"
สิ้นเสียงสัญญาณจากกรรมการ อิกเนียส วัลคาร์ ไม่เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว!
ช่างตีเหล็กหลวงเร่งพัดลมเตาหลอม เติมถ่านหินูเาไฟเกรดสูงลงไป ประกายไฟสีส้มแดงพวยพุ่งขึ้นสูงอย่างควบคุมได้ อิกเนียสใช้คีมเหล็กหนีบแท่งแร่เหล็กกล้ามาตรฐานเข้าสู่ใจกลางเตาหลอมด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
ั์ตาสีเทาของอิกเนียสจดจ่ออยู่กับสีของเนื้อเหล็กที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีดำ เป็สีแดง และกลายเป็สีส้มสว่างไสว เมื่ออุณหภูมิได้ที่ ช่างหลวงก็ใช้คีมตระครุบแท่งโลหะร้อนฉ่าออกมาวางบนทั่งเหล็ก!
แขนขวาที่อุดมด้วยมัดกล้ามเนื้อเหวี่ยงค้อนเหล็กกล้าขึ้นเหนือศีรษะ!
กึง!
กัง!
กึง!
เสียงค้อนกระทบเหล็กของอิกเนียสดังกังวาน หวานหู และมีจังหวะจะโคนอันสมบูรณ์แบบ! ทุกลูกค้อนที่ตกลงไป ไม่เพียงแต่บีบอัดเนื้อโลหะให้แ่า แต่ยังเป็การไล่ฟองอากาศและสิ่งเจือปนออกจากเนื้อเหล็กอย่างพิถีพิถัน
ประกายไฟพุ่งกระจายออกเป็รูปพัดสม่ำเสมอ อิกเนียสใช้วิธี "การพับเหล็กทบชั้น" อันเป็เทคนิคชั้นสูงของราชสำนัก พับเนื้อเหล็กกล้าทบไปมานับสิบครั้ง พับ ร้อน พับ ตี!
ผู้ชมทั้งสนามนับหมื่นชีวิตต่างตกอยู่ในความเงียบงัน... ทุกคนจ้องมองการทำงานของช่างตีเหล็กหลวงด้วยสายตาหลงใหลและตื่นตะลึง! มันไม่ใช่แค่การทำงานช่าง แต่มันคือการรังสรรค์ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่ง!
ผ่านพ้นไปสองชั่วโมง...
อิกเนียสจุ่มใบดาบที่ผ่านการตีและเจียระไนรูปทรงลงในถังน้ำมันหล่อเย็นควันสีขาวและไอร้อนพุ่งพรวดขึ้นสู่อากาศดัง ซ่าาาาาาาาา!
เมื่อควันมอดดับลง... อิกเนียสก็ยกศาสตราวุธในมือขึ้นส่องสู้แสงแดด
มันคือ "ดาบยาวสไตล์ราชสำนัก" ใบดาบตรงยาวสองด้าน ผิวโลหะปรากฏลวดลายคลื่นชั้นเหล็กสีเงินสลับเทาเข้มสวยงามสะกดสายตา แนวคมดาบบางเฉียบแต่ทนทาน ด้ามจับและโกร่งดาบสลักลวดลายสิงโตอย่างประณีตบรรจง!
เมื่ออิกเนียสลองสะบัดข้อมือ...ตัวดาบก็ตัดผ่านอากาศเกิดเสียง ฟึ่บ! อันคมกริบและทรงพลัง!
กริ๊ง!
อิกเนียสวางดาบเล่มนั้นลงบนถาดกำมะหยี่หน้าแท่นประลองอย่างนุ่มนวล โดยไม่มีท่าทีโอ้อวดหรือทะนงตนแม้แต่น้อย
"สุดยอด... สุดยอดไปเลย!"
"สมแล้วที่เป็ช่างตีเหล็กหลวงแห่งราชสำนัก!"
"ดูสวยงามและไร้ร่องรอยข้อผิดพลาดโดยสิ้นเชิง!"
"พระเ้า... ชาตินี้โชคดีเหลือเกินที่ได้เห็นงานตีเหล็กระดับนี้ด้วยตาตัวเอง!"
แม้แต่คณะกรรมการทั้งห้าคนบนอัฒจันทร์ต่างพยักหน้าและส่งยิ้มให้กัน พวกเขาต่างพร้อมใจกันลงคะแนนในใจให้แก่อิกเนียสจนเต็มถังไปแล้ว!
ทุกสายตาทั่วทั้งสนาม... พลันหมุนกลับหันไปจ้องมองแท่นประลองฝั่งขวาของโซร่าทันที!
ทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคน กลับทำให้เกิดความสับสนและงุนงงอย่างถึงที่สุด
เวลาผ่านไปแล้วกว่าสองชั่วโมงครึ่ง...
แต่โซร่ายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นประลองเขายังไม่ได้จับค้อน... ยังไม่ได้หยิบแร่เหล็กกล้า... ยังไม่ได้แม้กระทั่งจุดไฟในเตาหลอม
ชายหนุ่มผมแดงเพียงยืนหลับตา ผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเนิบช้า ปล่อยให้สายลมยามสายพัดผ่านเรือนผมและเสื้อผ้า ราวกับเขากำลังพักผ่อนหรือยืนเหม่อลอยอยู่กลางสวนหลังบ้าน!
เสียงหัวเราะเยาะและเสียงโห่ฮาเริ่มะเิดังขึ้นจากอัฒจันทร์ทุกทิศทาง!
"ฮ่าๆๆๆ! ดูมันสิ! มันถอดใจไปแล้ว!"
"เห็นผลงานของท่านอิกเนียสแล้วถึงกับปอดแหก ไม่กล้ายกค้อนเลยสินะ!"
"กากเดนสิ้นดี! ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่มีปัญญา ทำไมไม่ยอมแพ้ั้แ่แรกไปเลยล่ะวะ!"
"ยืนถดถอยเวลาไปเรื่อย ๆ พอหมดเวลาหกชั่วโมงก็อ้างว่าตีไม่ทัน... แผนดักดานของพวกขยะชัด ๆ!"
บนอัฒจันทร์ VIP อาเดลแผดเสียงหัวเราะอย่างสะใจจนตัวเกร็ง "ฮ่าๆๆ! ดูมันสิพ่อ! มันกลัวจนยืนบื่อไปแล้ว! สะใจข้าจริง ๆ!"
เอเลน่ากำหมัดแน่นด้วยความเครียด หยาดเหงื่อผุดซึมทั่วใบหน้า "...พี่โซร่า... ทำไมพี่ถึงยังไม่ลงมือล่ะคะ..."
เรย์เริ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวลใจ แม้เขาจะเชื่อมั่นในตัวโซร่าสุดหัวใจ แต่การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเกือบครึ่งทางโดยไม่ทำอะไรเลย มันสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้เชียร์อย่างมาก
แม้แต่ อิกเนียส วัลคาร์ ที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ก็ยังขมวดคิ้วหรี่ตามองโซร่าด้วยความสงสัย ั์ตาสีเทาจับจ้องใบหน้าของชายผมแดงเพื่อค้นหาความจริง... ว่าเหตุใดช่างฝีมือที่มีสายตาและผลงานคมกริบขนาดนั้น ถึงยังไม่ยอมเริ่มลงมือ?
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครู่ใหญ่... จนกระทั่งเข็มนาฬิกาเวทมนตร์ในสนามชี้บอกเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง
โซร่าค่อย ๆ ลืมตาสีแดงเพลิงขึ้นอย่างช้า ๆ...
ความสงบอันลึกล้ำกระจายออกจากดวงตาของเขา ชายหนุ่มไม่ได้หันไปมองดาบสิงโตอันงดงามของอิกเนียส ไม่ได้สนใจเสียงโห่ร้องเหยียดหยามของผู้ชมรอบสนาม
"พวกเ้าพล่ามกันเสร็จรึยัง ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็จงหุบปากแล้วดูอยู่เฉยๆซะ"
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเนิบช้า... หยุดยืนอยู่หน้าเตาหลอม
ยื่นมือหนาไปหยิบก้อนถ่านหินโยนลงเตา... จุดไฟด้วยหินจุดไฟธรรมดา พัดลมเร่งความร้อนจนเปลวไฟสีส้มลุกโชนขึ้น
จากนั้น...โซร่ายื่นคีมไปหนีบท่อนแร่เหล็กกล้ามาตรฐานขึ้นมา วางลงใจกลางเตาหลอมอย่างเรียบง่าย
ไม่มีท่าทางพิสดาร...ไม่มีเทคนิคการคุมไฟอันหวือหวา... ไม่มีสเต็ปการร่ายรำการตีเหล็กโชว์ผู้ชมเหมือนช่างตีเหล็กคนอื่น ๆ
เมื่อเนื้อเหล็กกล้าเปลี่ยนเป็สีส้มแดง...โซร่าก็ใช้คีมหนีบมันออกมาวางลงบนทั่งเหล็กสีดำ
มือขวาคว้าด้ามค้อนเหล็กธรรมดาขึ้นมา... แล้วยกขึ้นเหนือไหล่
กัง...
กัง...
กัง...
เสียงค้อนกระทบเหล็กของโซร่าดังขึ้น... ทว่า มันกลับเป็เสียงที่เรียบง่าย เนิบนาบ และไร้จังหวะพิเศษใด ๆ
เขาตีลงไปบนเนื้อเหล็ก...หมุนเหล็ก...แล้วตีลงไปใหม่...
กัง... กัง... กัง...
ท่วงท่าของเขาเรียบง่าย ไร้ความอ่อนช้อย ไร้การทบชั้นเหล็กที่ซับซ้อน เหมือนกับช่างตีเหล็กฝึกหัดตามหมู่บ้านชนบทที่กำลังตีกระทะเหล็กหรือจอบไถนาอยู่ทุกวัน!
ผู้ชมบนอัฒจันทร์หลายคนถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง!
"อะไรกันวะเนี่ย...รอตั้งนาน นึกว่าจะงัดวิชาพิศดารอะไรออกมา"
"แค่ตีเหล็กธรรมดาๆ แบบเด็กฝึกงานเนี่ยนะ?"
"ไร้เทคนิค ไร้ความประณีตสิ้นดี... เทียบกับงานของท่านช่างหลวงไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!"
"จบแล้วล่ะ... การแข่งขันปาหี่ครั้งนี้ ไร้ความตื่นเต้นสิ้นดี"
อาเดลและเหล่าขุนนางหัวเราะร่าด้วยความผ่อนคลาย พวกเขาสรุปผลแพ้ชนะในหัวเรียบร้อยแล้ว
ทว่า... ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำดูแคลนของคนนับหมื่นทั้งสนาม...
กลับมีเพียง คนเดียว ที่ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตะลึงและโง่ใหม่อย่างถึงที่สุด
อิกเนียส วัลคาร์ช่างตีเหล็กหลวงก้าวเท้าขยับเข้ามาชิดขอบแท่นประลอง ั์ตาสีเทาจ้องมองท่วงท่าการลงค้อนของโซร่าตาไม่กลอก ร่างกายของอิกเนียสเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว!
’น...นี่มัน... อะไรกัน...’ อิกเนียสอุทานในใจอย่างตื่นตระหนก!
คนอื่นรอบสนามอาจจะมองเห็นเพียงแค่การลงค้อนธรรมดา ๆ... แต่สำหรับช่างตีเหล็กชั้นครูอย่างอิกเนียส เขาเห็นสิ่งที่น่าพรั่นพรึงยิ่งกว่านั้น!
ทุกลูกค้อนที่โซร่าตกลงไปบนเนื้อเหล็ก... น้ำหนัก แรงกด องศา และมุมกระทบ ล้วนแม่นยำเท่ากันอย่างสมบูรณ์แบบโดยไร้ซึ่งความคลาดเคลื่อนแม้แต่ไมโครเมตรเดียว!
ไร้การกระดกของเนื้อโลหะ...ไร้ฟองอากาศหลงเหลือ...ไร้เศษสแลกเกาะติด...
โซร่าไม่ได้ใช้เทคนิคการพับเหล็กซับซ้อนให้เสียเวลา... แต่เขากำลังใช้ "แรงบีบอัดระดับโมเลกุล" จากน้ำหนักค้อนและพลังกายอันมหาศาล บดขยี้โครงสร้างของเนื้อเหล็กกล้าให้ควบแน่นเข้าหากันจนเรียบแน่นยิ่งกว่าเพชร!
ทุกครั้งที่ค้อนตกลงไป...โซร่าไม่ได้แค่ตีเหล็ก แต่อนุภาคความร้อนและแรงสั่นะเืถูกส่งผ่านเข้าไปจัดเรียงโมเลกุลของเหล็กกล้าใหม่ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ!
ปราศจากการสูญเสียพลังงาน...ปราศจากการทิ้งรอยค้อนบนผิวโลหะ...
มันคือความเรียบง่าย...ที่บริสุทธิ์และไร้ข้อผิดพลาดโดยสิ้นเชิง! ความเรียบง่าย...ที่ก้าวข้ามเหนือขอบเขตทฤษฎีการตีเหล็กของมนุษย์ไปสู่ระดับผู้สร้าง
อิกเนียสกลืนน้ำลายลงคอดังอึก หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมตามแผ่นหลัง ชายชราจ้องมองแผ่นหลังของโซร่าด้วยความหวาดหวั่นและเคารพบูชาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต
ไม่ใช่ว่าเขาตีเหล็กไม่เป็...แต่วิธีการของเขา มันสูงส่งเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจต่างหาก
เสียงค้อนเหล็กธรรมดาในมือของโซร่ายังคงตกลงบนแท่งโลหะอย่างสม่ำเสมอ หนักแน่น และเนิ่นนาน...
ไม่มีลีลาท่วงท่าร่ายรำอันอ่อนช้อยให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่มีเทคนิคการพับเหล็กทบชั้นนับสิบครั้งเหมือนอย่างที่ช่างตีเหล็กหลวงอิกเนียสแสดงให้เห็น และไม่มีออร่าเวทมนตร์เปล่งประกายสีสันหวือหวา ทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มผมแดงดูเรียบง่าย ไร้การปรุงแต่ง จนเกือบจะเข้าขั้นน่าเบื่อในสายตาของฝูงชนทั่วไปที่ไม่รู้อีโนอีโน่
ทว่า... สำหรับ อิกเนียส วัลคาร์ ช่างตีเหล็กหลวงผู้ผ่านการตีเหล็กมาเกือบห้าสิบปี...
ทุกลูกค้อนที่ตกลงไป กลับดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจของเขาอย่างจัง!
‘นี่มัน... ไม่ใช่แค่ศาสตร์การตีเหล็กแล้ว...’
อิกเนียสจ้องมองการจัดเรียงโครงสร้างโลหะใต้วงค้อนของโซร่าด้วยดวงตาที่สั่นระริก มือช่างหลวงกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกลึกลงไปในผ่ามือ เหงื่อเย็นเยียบไหลซาบซึมอาบแผ่นหลังและหนวดเคราสีเทา
‘มันคือความสมบูรณ์แบบ... ไม่สิ! มันคือกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ถูกควบคุมโดยสมบูรณ์! ทุกการกระทบ ไม่มีความสูญเสียพลังงานเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว! การบีบอัดระดับนี้... มันเหนือกว่ามวลความรู้ทั้งหมดที่สมาคมช่างตีเหล็กหลวงเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์พันปีเสียอีก!’
ชายชราไม่อาจละสายตาจากการเคลื่อนไหวอันสงบนิ่งทว่าน่าพรั่นพรึงของชายหนุ่มตรงหน้าได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดด้วยความเคารพบูชาและหวาดกลัวต่อองค์ความรู้ปริศนานั้น
แต่ทันใดนั้นเอง...
โซร่าพลันหยุดมือลง ค้อนในมือถูกยกค้างไว้นิ่ง ๆ เสียงกระทบเหล็กที่เคยดังอย่างสม่ำเสมอขาดห้วงไปทันที
ผู้ชมบนอัฒจันทร์นับหมื่นต่างมองหน้ากันด้วยความฉงนสงสัย
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ? หยุดทำไม?"
"หมดแรงแล้วเหรอ?"
"หรือว่าแร่เหล็กมันเหนียวเกินไปจนทุบไม่เข้าแล้ว?"
ชายหนุ่มผมแดงไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบ เขาวางค้อนลงบนทั่งอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มลงเปิดกระเป๋าหนังเก่า ๆ สีดำที่วางนิ่งอยู่ข้างแท่นตีเหล็กมาั้แ่ต้น
มือหนายื่นลงไปดึง ห่อผ้าสีดำสนิท ผืนหนึ่งออกมา วางลงบนพื้นทั่งเหล็กกลางลานประลอง
และเมื่อผืนผ้าสีดำถูกคลี่ออกอย่างช้า ๆ...
สิ่งของที่ซ่อนอยู่ภายในก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคนในสนามประลอง
แผ่นเกล็ดสีแดงเข้มขนาดใหญ่: ผิวเรียบมันวาว สะท้อนประกายความร้อนออกมาเป็วงคล้ายหลอมขึ้นมาจากแมกมาบริสุทธิ์ใต้ชั้นผิวโลก
กรงเล็บแหลมคมสีดำสนิท: ทนทานและแข็งแกร่งจนทอดแสงเงาวับคล้ายหินออบซิเดียนา
เขี้ยวสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่: ยาวเกือบครึ่งเมตร สลักลวดลายอักขระธรรมชาติ
และผลึกแก่นมานาสีแดงฉาน: ก้อนผลึกขนาดเท่ากำปั้น ที่ภายในยังคงเต้นเป็จังหวะ ตึก... ตึก... ส่งไอร้อนและคลื่นเวทมนตร์มหาศาลออกมา ราวกับมันยังมีชีวิตอยู่!
ทั่วทั้งสนามประลองพลันเงียบกริบลงในพริบตา! บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกพุ่งเข้าบดขยี้ประสาทััของทุกคน!
"น...นั่นมัน..."
นักผจญภัยระดับสูงคนหนึ่งบนอัฒจันทร์ฝั่งทิศตะวันออก ลุกขึ้นยืนชี้มือไปด้วยใบหน้าซีดเผือด ไร้สีเื!
"นั่นมันวัตถุดิบระดับภัยพิบัติ! อวัยวะของมอนสเตอร์ระดับสูง!"
เสียงฮือฮาะเิดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งสนามประลองราวกับน้ำตกทะลัก!
กรรมการตัดสินทั้งห้าคนบนอัฒจันทร์กลาง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย! ประธานกรรมการผู้พิพากษาแผดเสียงะโผ่านไมค์เวทมนตร์สุดเสียงจนหน้าดำหน้าแดง!
"หยุดเดี๋ยวนี้! ผู้เข้าแข่งขันโซร่า!"
"เ้ากำลังฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อที่หนึ่งอย่างร้ายแรง!"
"การประลองนี้ไม่อนุญาตให้นำวัตถุดิบหรือแร่โลหะจากภายนอกเข้ามาใช้อย่างเด็ดขาด! วางมันลงเสียเดี๋ยวนี้ แล้วยอมรับการตรวจค้น!"
เสียงโห่ร้องและรังสีความแค้นเคืองะเิขึ้นจากฝั่งขุนนางและชาวบ้านที่ถูกซื้อตัว!
"จับมันเลย! มันโกง!"
"ตัดสิทธิ์เ้าขยะนั่นซะ!"
"ขี้โกงชัด ๆ! สู้ฝีมือท่านอิกเนียสไม่ได้เลยต้องใช้ของนอกเกม!"
"ทหารรักษาการณ์! ลากตัวมันลงมาจากแท่นเดี๋ยวนี้!"
บนอัฒจันทร์ VIP ชั้นสูงสุด อาเดล อัลดริช หัวเราะร่าจนตัวเกร็ง แทบจะตกจากเก้าอี้กักขฬะ!
"ฮ่าๆๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆ!" อาเดลชี้นิ้วลงไปที่แท่นประลองด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด "ในที่สุดเ้าก็เผยธาตุแท้ความกระจอกออกมาแล้ว! เ้าขยะเอ๊ย! รู้ตัวว่าฝีมือชั้นต่ำสู้ท่านประธานอิกเนียสไม่ได้ ก็เลยต้องกลั้นใจงัดแร่ขยะข้างนอกมาโกงสินะ! กฎสมาคมระบุชัดเจนว่าแกต้องถูกจับและปะา!"
เสียงหัวเราะเยาะของเหล่าญาติมิตรตระกูลอัลดริชดังสนั่นอัฒจันทร์ แม้แต่ชาวเมืองหลายคนที่เคยเอาใจช่วยโซร่าก็เริ่มส่ายหน้าด้วยความผิดหวังและเสียดาย
ทว่า...โซร่ากลับไม่แม้แต่จะชายตามองพวกกรรมการ ทหารยาม หรืออาเดลที่กำลังแผดเสียงกรีดร้องเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาสีแดงเพลิงของเขานิ่งสงบดุจผิวน้ำในเหวลึก มือหนายื่นลงไปหยิบ แผ่นเกล็ดัสีแดงเข้ม ขึ้นมาหนึ่งแผ่น... แล้วโยนมันเข้าสู่ใจกลางเตาหลอมเวทมนตร์ของสมาคมอย่างเฉยชา
ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!
คลื่นพลังงานความร้อนมหาศาละเิออกทันที!
เปลวไฟสีแดงผสมดำพุ่งเสียดฟ้าขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายสิบเมตรราวกับูเาไฟะเิ! คลื่นความร้อนไอระอุะเิกระจายออกไปรอบทิศทาง แผดเผาผ้าใบกำมะหยี่บนอัฒจันทร์จนไหม้เกรียมในพริบตา!
กร๊อบ... กร๊อบ...
เสียงหินแกรนิตใต้ฐานเตาหลอมเริ่มแตกร้าวและหลอมละลาย! เตาหลอมมาตรฐานหนาเตอะที่สมาคมช่างตีเหล็กจัดเตรียมไว้อย่างดี... กลับเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน ยวบยาบ และล่มสลายละลายกลายเป็แมกมาไหลกองกับพื้นต่อหน้าต่อตาผู้คนนับหมื่น!
"บ...เป็ไปไม่ได้..."
อิกเนียส วัลคาร์ เบิ่งตาโพลงกว้างด้วยความตะลึงลานจนหัวใจแทบหยุดเต้น!
"...นั่นมันวัตถุดิบระดับตำนาน! ความร้อนของวัตถุดิบระดับนั้น... เตาหลอมและถ่านหินของมนุษย์ธรรมดา ไม่มีทางหลอมมันได้เลยแม้แต่นิดเดียว! เตาหลอมมันจะละลายก่อน—"
ทว่า คำพูดของอิกเนียสกลับต้องชะงักค้างอยู่แค่ในลำคอ...
เมื่อเขาเห็นโซร่า ยื่นมือเปล่าที่ไร้ซึ่งถุงมือป้องกันใด ๆ... สอดเข้าไปในใจกลางเปลวเพลิงสีแดงดำที่ร้อนหลายพันองศา!
ชายหนุ่มใช้มือเปล่าจับแท่งโลหะผสมเกล็ดัสีแดงขาวที่ร้อนจัดจนส่องแสงสว่างโร่ ออกมาจากกองไฟนรกนั้น... โดยที่ิับนมือของเขา ไร้ซึ่งร่องรอยการโดนความร้อนาเ็ หรือรอยไหม้เลยแม้แต่เสี้ยวไมครอนเดียว
กัง...
กัง...
กัง...
เสียงค้อนของโซร่าดังขึ้นอีกครั้ง...
ทว่าในครั้งนี้... มันไม่ใช่เสียงค้อนธรรมดาอีกต่อไป
ทุกลูกค้อนที่ตกลงบนแท่งโลหะสีแดงฉาน อากาศทั่วทั้งจัตุรัสกลางเมืองพลันสั่นะเืตามอย่างรุนแรง! แรงอัดอากาศพุ่งกระจายออกเป็วงคลื่นสั่นะเื พื้นแท่นหินแกรนิตหนาใต้เท้าของเขาเริ่มร้าวออกเป็เส้นยาวดุจใยแมงมุม!
ตึ้ง! ตึ้ง!
ผู้ชมบนอัฒจันทร์แถวหน้าหลายคนถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมอกด้วยความทรมาน แรงกดดันมหาศาลไร้รูปบีบอัดเข้าใส่หัวใจของพวกเขาจนแน่นหน้าอก หายใจแทบไม่ออก! นักผจญภัยระดับสูงและอัศวินเกราะเงินต่างหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด เหล่าองครักษ์ตระกูลอัลดริชก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที...
โซร่าวางค้อนเหล็กลงบนทั่งเป็ครั้งสุดท้าย
แกร๊ง...
แสงไฟสีแดงดำค่อย ๆ ยุบตัวและถูกดูดกลืนเข้าไปในเนื้อโลหะบนทั่งเหล็ก...
ศาสตราวุธเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นแก่สายตาของโลกใบนี้!มันไม่งดงาม ละเมียดละไม หรืออ่อนช้อยเหมือนดาบสิงโตแห่งราชสำนักของอิกเนียส... หากแต่มันกลับดุดัน น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันอันเป็ที่สุด!
ตัวดาบเป็ ดาบใหญ่สองมือ ใบดาบสีดำสนิทราวกับดูดกลืนแสงแดดและทุกสิ่งรอบข้างลงสู่ความมืดมิด ลึกลงไปในเนื้อโลหะปรากฏเส้นสายสีแดงเพลิงไหลเวียนวูบวาบดุจเส้นเืของสัตว์ประหลาดที่ยังมีชีวิตและกำลังเต้นหัวใจอยู่ตลอดเวลา!
ทันทีที่มือหนาของโซร่ายื่นลงไปกุมด้ามจับดาบเล่มนั้น...
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ!
มิติและมวลอากาศรอบตัวชายหนุ่มพลันบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็ลำคลื่นความร้อน! รังสีการฆ่าฟันและแรงกดดันอันหนักอึ้งไหลทะลักออกมาจากตัวดาบ ครอบคลุมไปทั่วทั้งจัตุรัสฮาร์เรน!
"อึก...!"
ผู้ชมบนอัฒจันทร์นับร้อยคนทนรับแรงกดดันไม่ไหว ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอัฒจันทร์ด้วยความพรั่นพรึง! บางคนถึงกับอ้วกออกมาเป็น้ำย่อยด้วยความอึดอัด!
อิกเนียส วัลคาร์ จ้องมองดาบใหญ่สีดำเล่มนั้นด้วยดวงตาสั่นระริก มือช่างหลวงสั่นเทาจนไม่อาจควบคุมได้
"...ดาบเล่มนี้..." อิกเนียสพึมพำน้ำเสียงสั่นพร่า "...มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้มนุษย์ธรรมดาถือครอง... มันทรงพลังและทรงอำนาจจนปฏิเสธสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำทุกตนที่ไม่คู่ควร..."
โซร่าค่อย ๆ ยกดาบใหญ่สีดำขึ้นตรงหน้า... แล้วลองสะบัดใบดาบผ่านอากาศเบา ๆ เพียงครั้งเดียว!
ฟูมมมมมมมมมมมมมมม!!
คลื่นมวลอากาศบีบอัดผสมเปลวเพลิงสีดำพุ่งออกจากปลายดาบเป็ทางยาวหลายสิบเมตร!
ตูมมมมม!
แท่นหินแกรนิตขนาดใหญ่หนาหลายเมตรด้านหน้าลานประลอง... ถูกพลังอัดอากาศผ่าทแยงขาดสะบั้นออกเป็สองซีกในพริบตา! รอยตัดเรียบเนียนดุจถูกตัดด้วยกรรไกร ก่อนที่แท่นหินทั้งสองฝั่งจะถล่มลงมาเสียงดังสนั่น!
ครืนนนนน!
ฝุ่นควันและละอองหินพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ ทั่วทั้งสนามประลองฮาร์เรน ตกอยู่ในความเงียบงันระดับป่าช้า!
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง... ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะถอนหายใจออกมาดัง ๆ ความพรั่นพรึงและิญญาแห่งความตายบดขยี้จิตใจของมนุษย์นับหมื่นจนสั่นสะท้าน!
โซร่าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเนิบช้า...
ั์ตาสีแดงเพลิงอันลึกล้ำและเยียบเย็น ทอดสายตามองตรงไปยังอัฒจันทร์ VIP ชั้นสูงสุด... สายตานั้นข้ามผ่านไวเคานต์เอริก ข้ามผ่านเลดี้วิกตอเรีย และกักขังหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของ อาเดล อัลดริช เพียงผู้เดียว!
"ข้าไม่สน..."
น้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังดุจเสียงก้องจากขุมนรกของโซร่า ดังกังวานผ่านความเงียบสงบ ไปสะท้อนอยู่ในแก้วหูของทุกคนในสนามประลองอย่างชัดเจน!
"...กฎเกณฑ์ไร้สาระของพวกมนุษย์อย่างพวกเ้า"
คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาประธานกรรมการและคณะผู้ตัดสินทุกคนร่างกายแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดหยุดลงทันที!
"ข้าไม่สนใจการแข่งขันปาหี่นี้... ไม่สนใจว่าใครจะเป็ผู้ชนะ... ไม่สนใจเกียรติยศอันกลวงเปล่าของพวกเ้า... และไม่สนใจว่าพวกเ้าจะตัดสินหรือประตราหน้าข้าอย่างไร เพราะสำหรับข้าพวกเ้ามันก็แค่แมงหวี่แมงวันที่น่ารำคาญ"
โซร่ายกดาบใหญ่สีดำขึ้น ชี้ปลายดาบที่ยังคงมีไอร้อนพวยพุ่ง ตรงไปที่หน้าของอาเดล!
ดวงตาสีแดงเข้มของชายหนุ่มเปล่งประกายโชติ่ รังสีอสูราปกคลุมทั่วร่างราวกับภาพมายาของัเพลิงั์ที่กำลังสยายปีกอยู่ข้างหลังเขา!
"สิ่งเดียวที่ข้าสนใจในวันนี้...คือเ้าจะเลือกตายอย่างไรต่างหาก อาเดล อัชดริซ ลูกชายขุนนางของไวเคาน์เอริกผู้สูงส่งนักสูงส่งหนา ที่ตอนนี้มันยังไม่รู้ตัวเลยว่าหัวของมันกำลังจะหลุดจากบ่า"
บรรยากาศในสนามเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมพัด!
อาเดล อัลดริช ใบหน้าซีดเผือด ไร้สีเื ดุจคนตาย! ร่างกายของเด็กหนุ่มขุนนางสั่นระริกด้วยความกลัวที่หยั่งลึกถึงขั้วหัวใจ ทว่า ด้วยความถือดีและเกียรติยศขุนนางที่ค้ำคอ เขาจึงเค้นเสียงฝืนหัวเราะออกมาอย่างสั่นเทา!
"บ..บังอาจ..จ...เ้าขยะ! จ...เ้าคิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของเ้าหรือไง! ทหาร! จับมัน—"
โซร่าไม่ได้เสียเวลาฟังคำกรีดร้องของอาเดลแม้แต่น้อย เขาหมุนตัวหันกลับไปหาอิกเนียส วัลคาร์ ที่ยืนอยู่บนแท่นประลองฝั่งตรงข้าม
"ท่านอิกเนียส..." โซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพในฐานะช่างฝีมือ
"ดาบสิงโตขุนนางของท่าน...คือศาสตราวุธที่ดีที่สุด เท่าที่ช่างตีเหล็กมนุษย์ในยุคสมัยนี้จะสามารถรังสรรค์ขึ้นมาได้แล้วใช่มั้ย?"
คำพูดนั้นทำให้ช่างตีเหล็กหลวงอย่างอิกเนียสตัวแข็งเกร็ง ั์ตาสีเทาสั่นไหวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและหวาดหวั่นอย่างแปลกประหลาด
ก่อนที่โซร่าจะหมุนตัว ชี้ปลายดาบสีดำกลับไปทางอาเดลอีกครั้ง!
"ดังนั้น...เ้าจงก้าวลงมา อาเดล"
น้ำเสียงของโซร่าหนักแน่น เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนผืนหินใต้เท้าสั่นะเื!
"จงก้าวลงมาจากอัฒจันทร์... หยิบจับดาบสิงโตผลงานสูงสุดของท่านอิกเนียสเอาไว้ในมือ... แล้วลงมาสู้กับข้าที่นี่! ต่อหน้าสายตาของชาวเมืองทุกคน!"
"ลงมาพิสูจน์ให้โลกใบนี้เห็น... ว่าบุตรชายแห่งไวเคานต์ตระกูลอัลดริชผู้สูงส่ง... จะพ่ายแพ้และถูกสังหารโดยช่างตีเหล็กสามัญชนอย่างข้าได้อย่างไร!"
ตึงงงงงงงงงงงง!
โซร่ายกดาบใหญ่สีดำขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียว! เปลวเพลิงสีแดงดำปะทุขึ้นะเิรอบใบดาบ คลื่นพลังงานความร้อนม้วนตัวเป็เกลียวคลื่นส่งเสียงคำรามดุจเสียงัโบราณก้องฟ้า!
"...และจงลงมาพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาของเ้าเอง..."
"...ว่าผลงานการตีเหล็กระดับสูงสุดของมนุษย์... มันยังคงด้อยค่าและไร้ราคา ยิ่งกว่า 'ของเล่น' ที่ข้าหลอมขึ้นมาเล่นๆ เพียงชั่วครู่เสียอีก!"
เมื่อคำประกาศิตแห่งัสิ้นสุดลง...ทั้งสนามประลองฮาร์เรนพลันจมลงสู่ความเงียบงันอันหนักอึ้งและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด!
ไม่มีเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากขุนนางอีกต่อไป...
ไม่มีเสียงดูิ่จากชาวเมือง...
ไม่มีแม้แต่เสียงะโจากกรรมการ...
เหลือเพียงแรงกดดันอันวิเศษและรังสีการฆ่าฟันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมผู้คนนับหมื่นในจัตุรัสเอาไว้ ราวกับสิ่งที่ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นประลองในเวลานี้... ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา
หากแต่เป็ ัเพลิงาในตำนาน ที่กำลังจ้องมองเหยื่อตัวน้อยบนอัฒจันทร์ ด้วยสายตาของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของพันธุกรรมทั้งปวง