ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 หารือราคา

            ในโลกก่อน ขนมไหว้พระจันทร์รสหวานแบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ แบบน้ำตาลทรายแดงและแบบน้ำตาลเกล็ดทว่าตอนนี้มีเพียงน้ำตาลทรายแดง แต่คุณภาพของน้ำตาลก็ไม่ดีนัก

            อย่างไรก็ตาม ในโลกก่อน มีอาหารเลิศรสมากมายนับไม่ถ้วนผู้คนกินจนชินปากแล้ว จึงมีความคาดหวังด้านรสชาติสูง

            แคว้นต้าโจวมีอาหารเลิศรสไม่เท่ากับในโลกก่อนตอนนี้กระทั่งแป้งหมักก็ยังไม่มีเลย แป้งที่แต่ละครอบครัวใช้นึ่งหมั่นโถวจะมีรสออกเปรี้ยวอาหารประเภทแป้งแบบดั้งเดิม เช่น ซาลาเปาต่อให้เป็นอาหารจากภัตตาคารในเมืองเยี่ยนก็ใช้แป้งธรรมดาไม่ใช่แป้งหมัก

            เมื่อเป็นเช่นนี้หากน้ำตาลที่จะนำไปผสมทำขนมไหว้พระจันทร์รสหวานไม่บริสุทธิ์ก็ไม่เป็นไร

            ส่วนประกอบของขนมไหว้พระจันทร์รสหวานนั้นนอกจากน้ำตาลแล้วก็ประกอบไปด้วยน้ำมันงา แป้ง และงา

            น้ำมันงาที่หลี่หรูอี้เลือกใช้ราคาไม่สูงนักนางผสมน้ำมันพืชลงไปในน้ำมันงาเล็กน้อยซึ่งนางได้สัดส่วนที่พอเหมาะนี้มาจากการทดลองหลายร้อยครั้งจากชีวิตในโลกก่อน

            เริ่มด้วยนำน้ำมันงาและน้ำมันพืชใส่ลงไปในหม้อ กวนจนมีไอร้อนออกมาจากนั้นจึงใส่ส่วนผสมแต่ละอย่างลงไป

           นำน้ำตาลทรายแดงและน้ำเทลงไปในหม้อแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันโดยสัดส่วนของน้ำตาลทรายแดงและน้ำจะต้องเท่ากันหากใส่น้ำตาลทรายแดงมากไปจะหวานจนเลี่ยน หากใส่น้อยไปก็จะไม่หวานพอ

            นำแป้งขาวใส่ลงไปในกะละมังไม้แล้วใส่น้ำมันงาและน้ำมันพืชที่ทิ้งไว้จนเย็นแล้วตามลงไปคลุกเคล้าเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายแดงผสมน้ำตามลงไปผสมให้เข้ากันจนกลายเป็นก้อนแป้งกลมกล่อม จากนั้นจึงแบ่งแป้งออกเป็นก้อนเล็กหลายๆก้อน พักไว้สิบห้านาที โดยแป้งแต่ละก้อนจะมีลักษณะกลมแบนจากนั้นโรยงาลงไปที่แป้งด้านหนึ่ง

            ครั้งแรกหลี่หรูอี้ทำขนมไหว้พระจันทร์รสหวานออกมาทั้งหมดสามสิบแปดชิ้นทุกชิ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางสามชุ่น หนาครึ่งเซนติเมตร

            ขนมไหว้พระจันทร์รสหวานที่แท้จริงของโลกก่อนจะมีขนาดใหญ่ แต่ละชิ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสี่ถึงห้าชุ่นหนาประมาณหนึ่งเซนติเมตรแต่ตอนนี้หลี่หรูอี้ทำให้เล็กลงเพื่อควบคุมราคาขนมไหว้พระจันทร์รสหวานไม่ให้แพงเกินไป

            หลี่หรูอี้ยิ้มให้ทุกคน “ง่ายเพียงนี้เองต่อไปก็ใช้เตาที่พวกเราเพิ่งซื้อมาใหม่ย่างแป้ง”

            เด็กชายทั้งสี่มองหน้ากัน คิดในใจว่าไม่ง่ายเลยสักนิด

            จ้าวซื่อไร้พรสวรรค์ในด้านการทำครัวเมื่อครู่ดูวิธีทำไปรอบหนึ่งก็ลืมไปหมดแล้วได้แต่เดินหน้าแดงท้องโย้ตามบุตรีสุดที่รักไปที่ลานด้านหลัง

           หากอยากทำงานก็ต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อมเสียก่อนต้องมีเตาเท่านั้นจึงจะทำขนมไหว้พระจันทร์รสหวานให้อร่อยเพียงพอที่จะขายทำเงินได้

            ก่อนหน้านี้จ้าวซื่อรู้สึกว่าเตาราคาแพงเกินไปตอนนี้เห็นบุตรีวางขนมไหว้พระจันทร์รสหวานแต่ละชิ้นลงบนตะแกรงเหนือเตาเพื่อย่างจึงค่อยรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป

            เตาหนึ่งเตาย่างได้ครั้งละสิบห้าชิ้น ใช้เตาสี่เตาพร้อมกันหนึ่งครั้งก็ย่างได้ถึงหกสิบชิ้น

            เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเบาแรงคนมากกว่าการทำแป้งย่างใส่ไข่และแป้งย่างต้นหอมเสียอีก

            วันนี้ทำเป็นครั้งแรก หลี่หรูอี้ใช้เตาสามเตาเพื่อทดลองกำลังไฟ นางนำขนมไหว้พระจันทร์รสหวานทั้งหมดสามสิบแปดชิ้นวางลงไปบนถาดย่างทั้งหมดจากนั้นจึงให้พวกพี่ชายไปนำฟืนจากห้องครัวมาจุดไฟในเตา

            พี่ชายทั้งสี่วิ่งวุ่นไปมา วิ่งไปครั้งหนึ่งก็แบกฟืนมาหอบใหญ่ไม่นานไฟในเตาทั้งสามก็ถูกจุดเรียบร้อย

            หลี่หรูอี้กล่าวขึ้นว่า “ต้องให้ความสำคัญกับไฟและเวลาหากใช้ไฟแรงหรือย่างนานเกินไปจะทำให้ขนมไหว้พระจันทร์แห้งกรอบ”

           ไม่นานก็มีกลิ่นหอมของน้ำมัน งาและน้ำตาล โชยออกมาจากเตา กลิ่นหอมเข้มข้นช่างยั่วน้ำลายผู้คนยิ่งนัก

            จ้าวซื่อกำลังตั้งครรภ์จึงมีความอยากอาหารมากกว่าคนทั่วไปเมื่อได้กลิ่นหอมก็คล้ายกับมีเสียงเร่งเร้าดังออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจว่าให้นางหยิบขนมไหว้พระจันทร์รสหวานในเตาออกมากินให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย

            “หอมจริงๆ!”

            “กลิ่นน้ำมันงาหอมกว่าเมื่อครู่นี้อีก”

            “ขนมไหว้พระจันทร์หอมขนาดนี้จะต้องอร่อยมากแน่”

            หลี่ฝูคังมองไปยังขนมไหว้พระจันทร์รสหวานบนถาดย่างในเตาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมาเขารีบกลืนน้ำลายในปากอึกใหญ่ก่อนจะถามขึ้นว่า “น้องห้าต้องย่างอีกนานแค่ไหนจึงจะกินได้หรือ”

            “อีกครู่หนึ่งเจ้าค่ะ อาหารอร่อยๆ ต้องรอเสียหน่อย อย่าได้รีบร้อน” หลี่หรูอี้ก็ถูกกลิ่นหอมจากแป้งยั่วน้ำลายเช่นเดียวกับทุกคน

            ไม่มีใครต่อต้านความน่ากินของขนมไหว้พระจันทร์รสหวานได้ต่อให้เป็นคนที่จู้จี้จุกจิกที่สุดก็ยังต้องซื้อขนมไหว้พระจันทร์รสหวานตระกูลหลี่เป็นจำนวนมากแน่

           หลี่เจี้ยนอันที่เงียบมาตลอดอดถามขึ้นไม่ได้ว่า “น้องห้า ยังไม่เสร็จอีกหรือ”

            “ใกล้เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” หลี่หรูอี้มีประสบการณ์มากเพียงได้กลิ่นก็รู้ทันทีว่าขนมไหว้พระจันทร์รสหวานสุกแล้วหรือไม่ไม่นานนักนางก็พูดขึ้นว่า “รีบไปหาผ้าสะอาดสักหลายผืนมาไว้ใช้จับแป้งเร็วเข้า”

            เด็กชายทั้งสี่วิ่งวุ่นไปหาผ้าอย่างรีบร้อน จากนั้นจึงนำมาห่อมือไว้ให้ดี

            หลี่หรูอี้สั่งการออกไปเด็กชายทั้งสี่จึงใช้ที่คีบคีบเอาถ่านออกมาจากก้นเตา จากนั้นจึงนำขนมไหว้พระจันทร์รสหวานบนถาดย่างหน้าเตาออกมาแล้ววางลงในกะละมังไม้

            จ้าวซื่อทนไม่ไหวเพราะรออยู่นานแล้วนางรีบเดินเข้าไปหยิบขนมออกมาจากกะละมังหนึ่งชิ้น โอ้ย! นางร้องออกมาดังลั่น มือถูกลวกเสียแล้ว

            หลี่หรูอี้รีบเดินเข้ามาจับมือของจ้าวซื่อตรวจดูอย่างละเอียดก่อนยกขึ้นมาเป่าเบาๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ยังดีที่ไม่โดนลวกจนพอง”

            จ้าวซื่อกล่าวอย่างเขินอาย “เจ้าเด็กสองคนในครรภ์นี่จะต้องเป็นเด็กตะกละแน่ๆ”

           หลี่เจี้ยนอันพูดยิ้มๆ “ท่านแม่ ตอนนี้ท่านคนเดียวเหมือนสามคน ต้องกินขนมไหว้พระจันทร์รสหวานให้มากหน่อยนะขอรับ”

            “อร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นเลย!”

            “อร่อยกว่าขนมไหว้พระจันทร์ที่ขายตามแผงลอยในตำบลเป็นสิบเท่าเชียว”

            “น้องห้าเก่งจริงๆ ที่ทำขนมไหว้พระจันทร์อร่อยๆ แบบนี้ออกมาได้”

            “น้องห้า เจ้าก็กินให้มากหน่อยเถิด”

            หลี่หรูอี้เห็นแต่ละคนกินขนมกันอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมอิ่มก็เกรงว่าพวกเขาจะจุก จึงกล่าวเตือนด้วยรอยยิ้ม “ขนมไหว้พระจันทร์รสหวานมีน้ำมันมากต้องจำกัดปริมาณการกินนะเจ้าคะ”

            ไม่ทันไรขนมไหว้พระจันทร์สามสิบแปดชิ้นก็หมดอย่างรวดเร็วหลี่หรูอี้กินไปเพียงสามชิ้น คนอื่นในครอบครัวกินกันไปรวมสามสิบห้าชิ้น

            บนใบหน้าของทุกคนประดับไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ อิ่มจนไม่ต้องกินอาหารเย็นแล้ว

           เมื่อครู่หลี่ฝูคังคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วตอนนี้จึงถือโอกาสพูดขึ้นว่า “น้องห้าขนมไหว้พระจันทร์รสหวานตระกูลหลี่ของพวกเราอร่อยมากข้าคิดว่าขายชิ้นละสี่ทองแดงก็ได้”

            หลี่หมิ่นหานส่ายหัวก่อนกล่าวว่า “สี่ทองแดงน้อยเกินไปข้าว่าขายชิ้นละห้าทองแดงก็ได้”

            หลี่อิงฮว๋าพูดเสียงดัง “พี่รอง น้องสี่ น้ำมันงาราคาแพงแล้วยังต้องใช้น้ำตาลที่ราคาแพงเหมือนกันอีก อย่างน้อยก็ต้องหกทองแดง”

            หลี่เจี้ยนอันที่สงบปากสงบคำมาโดยตลอดพูดขึ้นบ้าง “ชิ้นละหกทองแดงแพงเกินไป คงไม่มีคนซื้อหรอกกระมัง”

            หลี่หรูอี้ถามขึ้นว่า “ท่านแม่ท่านจำได้หรือไม่ว่าปีที่แล้วขนมไหว้พระจันทร์ที่ร้านขนมในตำบลจินจีและอำเภอฉางผิงขายกันชิ้นละเท่าไร”

            จ้าวซื่อกินจนอิ่มแล้ว ตอนนี้กำลังเดินเล่นอยู่ที่ลานด้านหลังบ้านนางยิ้มและตอบว่า “ในตำบลขายชิ้นละสามทองแดงขนาดใหญ่เท่าครึ่งฝ่ามือ ในอำเภอใหญ่กว่าเล็กน้อย ขายชิ้นละห้าทองแดง ปีที่แล้วบ้านเราซื้อขนมไหว้พระจันทร์จากตำบลมากินที่บ้านสามชิ้น”

            “ข้าตัดสินใจแล้วว่า ขนมไหว้พระจันทร์ตระกูลหลี่จะขายชิ้นละสิบทองแดง” หลี่หรูอี้เห็นพี่ชายทั้งสี่มีท่าทีตกตะลึง ก็กล่าวต่อไปว่า “อีกสามวันพวกเราจะลองขายดูก่อน โดยให้จ่ายเงินและจองล่วงหน้า”

           หลี่หมิ่นหานพูดเสียงอ่อย “แพงเกินไปหรือไม่”

            หลี่เจี้ยนอันขมวดคิ้วถาม “น้องห้าขนมไหว้พระจันทร์รสหวานของพวกเราไม่มีไส้ ขายราคาแพงเพียงนี้จะมีคนซื้อหรือ”

            “พวกเราทดลองขายกันก่อนก็ได้ หากไม่มีคนซื้อค่อยลดราคา” ราคาที่หลี่อิงฮว๋าเสนอเมื่อครู่นี้คือ ชิ้นละหกทองแดงถูกกว่าหลี่หรูอี้สี่ทองแดง อย่าดูถูกเงินเพียงสี่ทองแดงเชียวมันสามารถซื้อแป้งหยาบราคาส่งได้ถึงสองชั่ง และราคาเท่ากับผักสี่ชั่ง

            “ข้าเห็นด้วยกับราคาชิ้นละสิบทองแดงที่น้องห้าบอก” ไม่ว่ายามใดหลี่ฝูคังก็มักสนับสนุนหลี่หรูอี้อย่างไม่มีเงื่อนไข

            “ผู้อื่นต้องถามแน่นอนว่า เหตุใดราคาจึงแพงเช่นนี้พวกท่านก็บอกไปเพียงคำเดียวว่า ขนมไหว้พระจันทร์นี้มีหนึ่งไม่มีสองในแผ่นดิน!”

            เพียงพริบตาก็ผ่านไปสามวันแล้ว ยามเช้าอากาศสดใส มีควันไฟลอยขึ้นสูง

            หลี่เจี้ยนอันและหลี่ฝูคังรีบบรรจุแป้งย่างต้นหอมร้อยชิ้นและขนมไหว้พระจันทร์รสหวานอีกยี่สิบชิ้นขึ้นเกวียนออกเดินทางจากหมู่บ้านหลี่มุ่งหน้าไปยังตำบลจินจี

            ............................. 

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405