ในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา หลินเฟิงนอนพักเพียงวันละไม่กี่ชั้วโมงเท่านั้น เขาจะไปตึกหลอมโอสถแต่เช้า หลังจากเสร็จธุระที่ตึกหลอมโอสถหลินเฟิงจะกลับไปที่บบ้านพักของตนเองและฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้ช่วงที่ผ่านมา วรยุทธ์และระดับความเข้าใจของเขาก้าวหน้าค่อนข้างมาก ถึงแม้ระดับพลังฝีมือจะไม่ได้พัฒนาเลยก็ตาม
นอกจากวรยุทธ์แล้ว หลินเฟิงยังทำควมเข้าใจ และเรียนรู้การหลอมโอสถจากผู้อาวุโสหนิงมาได้มากมาย ตอนนี้เขาพร้อมจะทดลองหลอมโอสถแล้ว เหลือก็เพียงแต่รอให้ระดับพลังฝีมือของเขาไปถึงขั้นรวบรวมเสียก่อน จึงจะสามารถใช้พลังปราณกระตุ้นหินอัคคีได้
ในระหว่าง สองเดือนที่ผ่านมานั้น กลุ่มของหลินเฟิงนั้นยังคงโดนกลุ่มของจางมัวรังแรเป็นประจำ แน่นอนว่ากลุ่มหลินเฟิงไม่ได้ยอมถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว พวกเขายังคงโต้ตอบ ถึงแม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่พวกเขาไม่มีใครเป็นคนขี้ขลาด
ด้วยเหตุนี้ทำให้ประสบการณ์ต่อสู้ของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้กลุ่มของจางมัวเริ่มลำบากมากขึ้นในการต่อสู้กับกลุ่มของหลินเฟิง และหากไม่ใช่เพราะมีจางมัวแล้วละก็ กลุ่มคนเหล่านี้สู้กลุ่มหลินเฟิงไม่ได้แน่นอน
นอกจากต้องรบรากับกลุ่มของจางมัวแล้ว หลินเฟิงยังต้องค่อยสู้กับกลุ่มคนที่หมายบ้านพักของพวกเขาด้วย ทำให้พวกหลินเฟิงอยู่กันอย่างไม่สงบสุข ต้องพูดว่าแสนจะลำบากเสียด้วยซ้ำไป แต่นี้ก็ทำให้หลินเฟิงสามารถพัฒนาได้รวดเร็วด้วยแรงกดดันเช่นกัน
ส่วนบรรดาศิษย์นอกนั้น ตอนนี้พวกเขาไม่ได้สนใจการต่อสู้ระหว่างกลุ่มของหลินเฟิงกับจางมัวแล้ว เพราะพวกจะอย่างไรกลุ่มหลินเฟิงก็แพ้ และไม่มีท่าทีว่ากลุ่มหลินเฟิงจะยอมกลุ่มจางมัวเลย ทำให้พวกเขาเริ่มเบื่อ พอมีการต่อสู้ ก็แทบไม่มีใครให้ความสนใจและมุงดูเลย
ตอนนี้พวกหลินเฟิงเหลือเวลาประมาณ 1 เดือนถึงจะสามารถออกจากนิกายไปทำภารกิจได้ หากพวกหลินเฟิงสามารถทำภารกิจระดับ 2 ได้เมื่อใด พวกเขาจะเริ่มการทำภารกิจที่ให้ผลตอบแทนดีเพื่อเร่งให้พวกตนฝึกฝนได้เร็วขึ้น และไม่นานพวกเขาจเริ่มทัดเทียบกับพวกจางมัว
“เจ้ากลับมาแล้วรึ”หลินหลานกล่าวเมื่อเห็นหลินเฟิงกลับมาพ้านพัก
“อืมข้าเพิ่งช่วยผูอาวุโสหนิงหลอมโอสถเสร็จนะ” หลินเฟิงกล่าว
“นี้หลินเฟิง พรุ่งนี้เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่ เห็นว่าผู้อาวุโสนอกมีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ศิษย์นอกทุกคนได้รู้นะ”หลินอี้หานกล่าว
“ประกาศเรื่องอะไร” หลินเฟิงกล่าวด้วยความสงสัย
หากมีข่าวใดสำคัญ ผู้อาวุโสหนิงน่าจะบอกเขาก่อนแล้วนี้ นี้ทำให้หลินเฟิงค่อนข้างสงสัยและสับสนอยู่พอสมควร
“เห็นว่าเป็นเรื่องการทำอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ มีจัดขึ้นทุกๆปี ข้าได้ยินพวกศิษย์เก่าพูดไม่ค่อยถนัด พอเข้าไปถามก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย” หลินหลานกล่าวอย่างหงุดหงิด
“เอาละ ข้าจะไปด้วย” หลินเฟิงครุ่นคิดสัดพักก่อนจะกล่าวตกลงไป เนื่องด้วยพรุ่งนี้ผู้อาวุโสไม่ได้บอกว่ามีงานอันใดทำให้เขาไม่จำเป็นต้องรีบไปตึกหลอมโอสถ
หลังจากคุยกันอยู่สักครู่หลินเฟิงก็เข้าห้องและฝึกฝนต่อตามเคย ตอนนี้นอกจากระดับพลังฝีมือของเขาที่ไม่พัฒนาแล้ว ที่เหลือล้วนพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์ของเขาอย่าง [ ย่างก้าวไร้เงา ] ก็ไปถึงขั้น 7ได้สำเร็จ
แต่ที่น่าตกใจคือหลังจากที่สามารถสำเร็จขั้น 7 ของ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ได้แล้ว ทำให้หลินเฟิงสามารถทำความเข้าใจวรยุทธ์อย่าง [ ทลายภูผา ] ขั้น 7 ได้ในเวลาอันสั้นอีกด้วย ทำให้หลินเฟิงดีใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ส่วน [ ปราการเหล็ก ] ของหลินเฟิงยังอยู่ที่ ขั้น 6 เพราะเขาเน้นการฝึกฝนไปที่ วรยุทธ์ท่าร่างกับวรยุทธ์โจมตีก่อน เขาต้องการเอามาใช้ตอบโต้จางมัว จางมัวนั้นฝึกฝนวรยุทธ์พื้นฐานขั้นสูง 2 วรยุทธ์และวรยุทธ์พื้นฐานขั้นกลาง 1 วรยุทธ์
สิ่งที่ทำให้จางมัวแข็งแกร่งกว่าหลินเฟิงอย่างนอก ไม่ใช่เพียงเพราะระดับพลังฝีมืออย่างเดียวเท่านั้น แต่วรยุทธ์ ทุกๆวรยุทธ์ของเขาไปถึงขั้นสุดท้ายหมดแล้ว ตอนนี้เขารอเพียงบรรลุระดับรวบรวมเท่านั้น เขาก็จะฝึกฝนวรยุทธ์ระดับทองแดงซึ่งเหนือกว่าวรยุทธ์ระดับพื้นฐานมาหนึ่งขั้น หรือก็คือ เป็นระดับวรยุทธ์ที่ไว้สำหรับคนที่บรรลุพลังฝีมือระดับรวบรวม
หากหลินเฟิงสามารถสำเร็จวรยุทธ์ทั้งหมดของเขาไปถึงขั้นสุดได้ เขาจะเหลือกว่าจางมัวแม้ว่าหลินเฟิงจะอยู่ระดับพลังพื้นฐานขั้น 8 ก็ตาม นอกจากจางมัวแล้ว อัจฉริยะที่อยู่ในพื้นที่พักชั้นในทุกคนล้วนแล้วแต่ฝึกฝนวรยุทธ์ขั้นสูงอย่างน้อย 2 วรยุทธ์และทุกวรยุทธ์ที่พวกเขาฝึกสำเร็จขั้นสุดกันหมดแล้ว จางมัวที่กร่างเช่นนี้ จริงๆแล้วเขาอยู่บ้านพักชั้นใน หมายเลข 7
เช้าวันต่อมา หลินเฟิงและกลุ่มของเขาได้เดินมายังลานกว้างแห่งหนึ่ง ในบริเวณพื้นที่ของศิษย์นอก ตอนนี้มีศิษย์มากมายมารวมกันที่ลานนี้ รวมทั้งจางมัวและหนีงเสวี่ยด้วย นอกจากจางมัวกับหนิงเสวี่ยแล้วยังมี ยังมีศิษย์ที่อยู่ในบ้านพักชั้นในคนอื่นๆอีก 5คน รวมเป็น 7 คน
หลินเฟิงไม่รู้จักคนพวกนี้ แต่เมื่อเห็นท่าทีของบรรดาสิษย์นอกคนอื่นๆ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้เป็นศิษย์นอกที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ในพื้นที่ชั้นใน ในบรรดา 7 คนนี้ มีบุรุษ 5 คน สตรี 2 คน สตรีอีกคนหนึ่งนอกจาก หนิงเสวี่ยแล้ว นางคือเจี่ยหมิน นางอยู่บ้านพักชั้นในหมายเลข 5
“ข้ารู้จักนาง นางเป็นหนึ่งในสองสตรีงามที่อยู่บ้านพักชั้นในนอกจากหนิงเสวี่ย” หลินฮุยกล่าวกับหลินเฟิง
เจี่ยหมินนั้นมีผมสีน้ำตาลเข็ม ใบหน้านางก็งดงามมาก แต่หากจะเปรียบเทียบคงด้วยกว่า หนิงเสวี่ยอยู่บ้าง แต่ความงามระดับนี้ก็หาได้ยากเช่นกัน นางจึงเป็นที่หมายปองของบุรุษหลายๆคน นอกจากน่าตาแล้ว หุ่นและสวดทรงของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหนิงเสวี่ยเลย
ที่สำคัญ นางยังเป็นคนที่เข้าหาง่ายกว่าหนืงเสวี่ย หนิงเสวี่ยมักจะเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ส่วนเจี่ยหมินนั้นนางมักจะยิ้มให้กับศิษย์ทุกๆคนที่ทักทายนาง ทำให้นางมักเป็นที่นิยมมากกว่าหนิงเสวี่ย แม้กระทั้งศิษย์สตรีก็ยังชื่นชอบนาง
แน่นอนว่าเรื่องนี้หลินฮุยเป็นคนบอกหลินเฟิง เขาถึงได้รู้ ส่วนบุรุษคนอื่นๆนั้นหลินฮุยไม่ได้พูดถึง เอาจริงๆแล้วไม่รู้แม้กระทั้งชื่อด้วยซ้ำ นี้แสดงให้เห็นว่าหลินฮุยนั้นเป็นคนที่มุ่งมั่นเพัียงใดถึงได้สืบข้อมูลมาได้มากถึงเพียงนี้
ด้วยเหตุนี้ทำให้หลินหลานมองค้อนไปที่หลินฮุยจนหลินฮุยเสี่ยวสันหลังและยอมเงียบไปแต่โดยดี ส่วนบุรุษอีก 4 คนนั้นหลินอี้หานกล่าวให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าคนเหล่านี้คือศืษย์ที่อยู่บ้านพักชั้นใน หลินอี้หานรู้เพียงหน้าตาและชื่อเท่านั้น
ทั้ง 4 คนนี้ได้แก่ จางเหว่ย ซึ่งเป็นพี่ของจางมัวที่เข้ามาก่อนจางมัว 1 ปี เขาอยู่บ้านพักชั้นในหมายเลข 4 คนต่อมาคือ หลี่จิน อยู่บ้านพักชั้นในหมายเลข 6 จากหลี่จิน หวังหย่ง บ้านพักชั้นในหมายเลข 8 สุดท้าย หลิวเจี๋ย บ้านพักชั้นในหมายเลข 9
“วันนี้ข้ามีเรื่องจะมาประกาศให้พวกเจ้าทราบ”เสียงชายชราคนหนึ่งดังขึ้น
หลังจากที่พวกหลินเฟิงคุยกันได้สักพัก ก็ได้มีผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ขึ้นมาบนลาน จางนั้นก็ประกาศเสียงดังเพื่อให้ศิษย์คนๆอื่นๆใดยินและเงียบเสียงลงฟังเขา แน่นอนว่าคนนี้ย่อมเป็น ผู้อาวุโสจี้หวาง ผู้ที่ทำการทดสอบของศิษย์ใหม่
“อีก 3 เดือนจากนี้ จะมีการจัดงาน ล่าสมุนไพร ขึ้นที่ป่าหลังภูเขา”เสียงผู้อาวุโสดังสนั่นเมื่อเหล่าศิษย์เงียบลง