- ตอนที่ 5 -
เช้าวันที่สดใสหลังจากตื่นเขาก็จัดการกินข้าวเช้าต้นตำรับโบราณอย่างเต็มอิ่ม สองเท้าเดินย่างซึมซับบรรยากาศโบราณของแท้ที่หาไม่ได้ในยุคของเขา เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโขายของ ซาลาเปาเนื้อก็น่ากิน บะหมี่ก็น่าลอง แต่ท้องของเขารับไม่ไหวแล้วน่าเสียดาย
ตระกูลหลานคือตระกูลที่มีชื่อเสียงภาพลักษณ์ที่คนภายนอกรับรู้นั้นมีคุณธรรมเที่ยงตรงเปี่ยมไปด้วยเมตตา แต่ภายในนั้นเน่าเหม็นยิ่งกว่ากองขยะที่ทับถมกว่าร้อยปี เหอะ! เขานั้นไม่เข้าใจอย่างยิ่งว่าเพราะเหตุใดระบบยังให้เขากลับไปที่ตระกูลเส็งเคร็งนั่นในตอนนี้
แต่ถึงจะบ่นไปเพียงใดตัวเขาก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้ ให้ปะทะคนเ่าั้ย่อมดีกว่าปะทะกับระบบ การฝึกโหดนั่นเขาขยาดมันยิ่งนักสามปีในพื้นที่ระบบก็เพียงพอที่เขาจะไม่ออกศึกกับระบบแล้ว เขาเดินชมนั่นชมนี่ซึมซับบรรยากาศเก่าแก่เพลิดเพลินกับเสียงเจื้อยแจ้วจนกระทั่งสองฝ่าเท้านั้นพาตัวเองมายังตระกูลหลานด้วยความเคยชิน
โลกนี้คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก พลังยุทธ์คือทุกสิ่ง ยิ่งขั้นปราณสูงมากเท่าไหร่ก็จะเป็ปลาขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งตอนนี้...
หึหึ ข้าคือปลาตัวที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลนี้!!
เซียวิก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าตระกูลเขามองป้ายตระกูล ‘หลาน’ อันเด่นตระหง่านสะดุดตาก่อนจะพบเข้ากับยามด้านหน้าประตูสองคน ดูใบหน้าเย่อหยิ่งของพวกเขาสิ น่าหมั่นไส้ชะมัด
“ท่านผู้มาเยือนที่นี่คือตระกูลหลาน ท่าน้าเข้าพบผู้ใดขอรับ”
“การที่ข้า ‘หลานเซียวิ’ ผู้นี้จะกลับบ้านตัวเองต้องพบผู้ใดด้วยหรือไง” เซียวิยกยิ้มมุมปากก่อนจะขยับพัดในมือกระพือลมเบาๆ
“เ้า! ไม่มีทางที่จะเป็หลานเซียวิคนนั้น”
“ข้าเองก็เป็บุตรของหลานเทียนหยาง เหตุใดถึงเข้าบ้านตัวเองไม่ได้กัน โอ้!ตัวข้าเป็เกอที่ต่ำต้อยจนถึงขนาดบ่าวไพร่ชั้นต่ำกล้ารังแกเลยเช่นนั้นรึ” เซียวิหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหัวตาก่อนจะกู่ร้องะโออกมาอย่างไม่ได้รับความเป็ธรรม
ยิ่งผู้คนมามุงจำนวนมากเท่าไหร่เสียงร่ำไห้ยิ่งดังขึ้นร้อนถึงคนในจวนต้องรีบออกมาดูเหตุการณ์ตรงประตู
“เกิดอันใดขึ้น!! ผู้ใดมากู่ร้องหน้าจวนของข้า!!”
เสียงกัมปนาทที่ดังขึ้นทำให้เสียงซุบซิบรอบกายเขาเงียบลงทันที พลังเสียงสุดยอดเล่นเอาขี้หูะเืเลย ว่าแต่คนผู้นี้เป็ใครกัน?
ระบบ : บิดาของหลานเซียวิ
“เ้าเป็ผู้ใด!! ถึงกล้ามาก่อความวุ่นวายหน้าจวนของข้า!!” หลานเทียนหยางร้องะโออกมาด้วยโทสะ
“ตัวข้าช่างด้อยค่ายิ่งนักแม้กระทั่งผู้เป็บิดาก็ยังจำข้ามิได้! คารวะบิดาข้าหลานเซียวิเป็บุตรชายลำดับที่สามของท่านขอรับ” เซียวิโค้งคารวะด้วยท่วงท่าที่งดงาม มารยาทที่ถูกระบบฝึกโหดจนเืตาแทบกระเด็นในที่สุดก็ได้ควักออกมาใช้เสียที
“หลานเซียวิ? เ้าคือหลานเซียวิรึ!!” หลานเทียนหยางสาวเท้าเข้ามาใกล้บุรุษตรงหน้าพลางใช้สายตากวาดมองอย่างพินิจ
“ขอรับท่านพ่อ”
“มิใช่เ้าหนีออกจากเรือนรึ? เช่นนั้นตามข้ามา” หลานเทียนหยางขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันหลังเดินนำเข้าไปในจวนทันที
เซียวิยกพัดขึ้นมาบดบังริมฝีปาก ก่อนจะหันไปโค้งตัวเล็กน้อยให้ชาวบ้านโดยรอบ แล้วเดินตามบิดาเ้าของร่างกลับเข้าจวนไป ตัวเขาถูกพามายังเรือนหลังใหญ่โตด้านในมีพื้นที่กว้างขวางห้องหับมากมายละลานตา ช่างร่ำรวยยิ่งนักหากแต่เ้าของร่างกลับได้อยู่เรือนหลังเล็กกว่าคนใช้อีกทั้งยังซอมซ่อจนเรียกว่าเรือนไม่ได้!! ช่างรักบุตรเท่ากันเหลือเกิน
“นั่งสิ เ้าไปเรียกคนอื่น ๆมาที่นี่”
“ขอรับนายท่าน”
เทียนหยางไล่สายตาสำรวจบุตรเกอคนนี้อย่างพินิจอีกครั้ง เขาไม่ใคร่ใส่ใจบุตรคนนี้นักเพราะคำว่า ‘เกอ’ ที่ตราหน้าเด็กคนนี้ทำให้เขาไม่คิดจะใส่ใจถึงจะมีคุณสมบัติร่างกายที่พิเศษมาก แต่ตัวเขาที่เป็ตระกูลใหญ่ก็ไม่ได้พึงใจนักเนื่องจากบุตรชายของเขามีจำนวนน้อยเกินไปและฮูหยินของเขาไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้อีกทำให้เขาเลือกที่จะรับอนุเพิ่มเข้ามา ดูเหมือนเด็กคนนี้จะเกิดมาจากอนุเซียวเป็สตรีที่ไม่มีตระกูลคอยหนุนหลัง ฮูหยิน้าให้เด็กคนนี้ตบแต่งเข้าตระกูลไป๋ในฐานะอนุ แต่เมื่อวานตัวเขาได้รับแจ้งจากหงเอ๋อร์ว่าเด็กคนนี้ได้หนีตามชายคนรักที่เป็เพียงบ่าวชั้นต่ำไป แล้วเหตุใดถึงกลับมาในตอนนี้
“เ้า!!!”
เสียงที่ดังขึ้นขัดความคิดที่กำลังปั่นป่วนเทียนหยางเงยหน้ามองบุตรสาวคนเล็กของตระกูลที่กำลังใช้นิ้วชี้หน้าพี่ชายตนอย่างไร้มารยาท
“หงเอ๋อร์!”
“ขออภัยเ้าค่ะท่านพ่อ ลูกแค่เพียงใเท่านั้น” หงลี่เดินเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งพลางเก็บสีหน้าและอารมณ์คุกกรุ่นลงไป
“คารวะท่านพ่อ” เทียนอี้คำนับบิดาแล้วจึงเดินไปนั่งที่ของตน
“คารวะท่านพ่อ” เทียนหลิงเหลือบมองน้องชายอีกคนนิ่งก่อนจะเดินไปนั่งที่ของตน
“คารวะเ้าค่ะท่านพ่อ”ซูฟางแย้มยิ้มหวานก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ของตน
“เซียวิ เมื่อวานเ้าหายไปไหนมา? ข้าไปหาเ้าที่เรือนแต่ไม่พบ” เทียนหยางเอ่ยเข้าหัวข้อทันที
“เพียงออกไปพักแรมที่โรงเตี๊ยมเท่านั้นขอรับ” เซียวิขานตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา เขาเหลือบไปมองทางหงลี่เล็กน้อย
“เหตุใดมิพักในเรือน เ้าเป็เกอต้องอยู่แต่ในเรือนออกไปข้างนอกยามค่ำคืนเช่นนี้เห็นทีอาจจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของเ้ายิ่งคุณชายไป๋มาสู่ขอเ้าเช่นนี้ มันส่งผลต่อชื่อเสียงตระกูลของเรา” ซูฟางกล่าวด้วยใบหน้าที่มุ่ยลงเล็กน้อย
“เรือนของข้านั้นช่าง...น่าอยู่ยิ่งนักบ่าวรับใช้ก็ไม่มี เรือนหรือก็ทรุดโทรมจนมันจะพังลงมายามไหนก็มิรู้ ตัวข้าคิดว่าการไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมให้ความสุขสบายแก่ตัวข้ามากกว่า และอีกอย่างข้าไม่คิดจะแต่งให้กับบุรุษหน้าไหนทั้งนั้น ถ้าอยากจะแต่งกับข้าบุรุษผู้นั้นต้องแข็งแกร่งกว่าตัวข้า น้องหงเ้าคลั่งไคล้อยากได้คุณชายไป๋ถึงเพียงนี้ตัวข้าที่เป็พี่ชายย่อมไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ ท่านพ่อถ้าน้องหงอยากจะเป็อนุคุณชายไป๋ผู้นั้นก็ให้น้องหงออกเรือนแทนข้าเถิด” เซียวิยกพัดมาบดบังริมฝีปากก่อนจะหัวเราะขบขันออกมา
“เ้า!!” เทียนอี้ลุกขึ้นเผยพลังปราณออกมากดข่มเขา
“พี่ใหญ่!!” เทียงหลิงคว้าแขนพี่ชายทันที
“ปล่อยเ้ารอง! ข้าจะสั่งสอนเ้าตัวบัดซบนั่นว่าวาจาของมันน่ารังเกียจเพียงใด!!” เทียนอี้ส่งพลังปราณเข้าไปโจมตีเซียวิทันที
“วาจาข้าน่ารังเกียจ? โอ้! ข้ามิใช่น้องของท่านเหมือนกันหรือ เหตุใดไม่สืบสาวข้อมูลแก่นางดูเล่า ว่าเมื่อวานนางให้บ่าวในเรือนจับข้าโยนลงหน้าผาเพียงเพราะนาง้าแต่งงานกับคุณชายไป๋ ท่านรู้หรือไม่พี่ชายยามร่างกายของข้ากระแทกกับพื้นด้านล่างตัวข้านั้นเ็ปมากเพียงใด ร่างกายที่หักงอผิดรูปเ็ปทรมานมากเพียงใด ให้ข้าจับนางและบ่าวสารเลวพวกนั้นโยนลงผาเดียวกับข้าดีหรือไม่ จะได้เข้าใจความรู้สึกของข้า ความโเี้ของเ้าบุรุษผู้ใดแต่งเ้าเข้าตระกูลคงโชคร้ายเสียแล้วหงลี่” เซียวิขยับพัดสะบัดพลังปราณสะท้อนกลับคือสู่เ้าของทันที
“อัก!!” เทียนอี้ถอยหลังตามแรงปะทะพลังก่อนจะกระอักเืออกมา
“เทียนอี้!!/พี่ใหญ่!!”
“ข้ายังยืนยันคำเดิม หากบุรุษใด้าแต่งงานกับข้ามันผู้นั้นจะต้องแข็งแกร่งกว่าข้าผู้นี้ เข้าใจหรือไม่ขอรับท่านพ่อ” เซียวิแผ่พลังปราณระดับราชันออกมาข่มขู่
“อึก! ระดับราชัน!!!” หลานเทียนหยางขบกรามแน่นยามร่างกายทรุดลงแทบเท้าบุตรชายของตน
“โอ้! ขออภัยขอรับท่านพ่อข้าแค่จะหยอกล้อท่านเพียงเท่านั้น แต่ก่อนท่านจะไม่สนใจไยดีข้าเช่นไรตัวข้านั้นหาได้ใส่ใจไม่ ถึงยังไงท่านก็ยังเป็บิดาผู้ทำให้ข้ากำเนิดมา ครั้งนี้ข้าจะปล่อยทุกคนสักครั้งเพื่อเห็นแก่หน้าท่าน” เซียวิสลายพลังก่อนจะขยับพัดสร้างลมคลายร้อนให้กับตัวเอง มองสภาพเหล่าพี่น้องที่ดูย่ำแย่เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจ
“การที่ข้าเกิดเป็เกอนั้น ตัวข้าเองมิอาจเลือกเกิดได้ แต่ถึงข้าจะเป็เกอก็จะไม่อ่อนแอให้ผู้ใดหาญกล้ามารังแกได้ ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรีหากคิดร้ายต่อข้า ข้าจะสังหารพวกมันเสียให้สิ้น” เซียวิแสยะยิ้มทันที
“เหตุใดเ้า!!” เทียนอี้มองร่างน้องชายด้วยสายตาตื่นตระหนก เขาจำได้ว่าเ้าเกอนี่ไม่มีแม้แต่พลังปราณในร่างกายแล้วทำไม เพียงแค่เวลาไม่กี่ชั่วยามเหตุใดถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้!!
“อาจเป็เพราะข้ากลับมาจากความตายก็คงกล่าวมิผิด ต่อจากนี้ก็ขอฝากตัวอีกครั้งข้าหลานเซียวิผู้ที่จะเป็เกอคนแรกที่แข็งแกร่งที่สุด!!”