ตอนที่48 อยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
วันนี้คงเป็นวันที่สนุกสุดสำหรับเอิงหลังจากย้ายบ้าน แม้เธอจะไม่ได้คบกับเขาแต่ก็รู้สึกดีด้วยในฐานะลูกจ้าง บาสมองเอิงที่กำลังคีบตุ๊กตา หัวใจของเขาด้านชาเพราะพี่ทรายทำลายไปแต่อยู่ๆกลับถูกกระตุ้นโดยเด็กสาวตรงหน้า แม้จะรู้จักเธอได้ไม่นานแต่เอิงก็นิสัยดี เธอไม่มีใครอื่น เป็นลูกจ้างที่ขยันคนหนึ่งซึ่งนั่นทำให้เขาชอบเธอมาก “ช่วยคีบหน่อยสิเถ้าแก่ใหญ่ เนี่ยคีบยังไงก็ไม่ได้สักที เหรียญเราจะหมดแล้ว” เอิงงอแงเหมือนเด็กๆ เธอหมดเหรียญไปร้อยกว่าบาทแต่ยังไม่ได้ตุ๊กตาเลยสักตัว คีบเท่าไหร่มันก็ตกทุกทีบาสลอบส่ายศีรษะ ตู้เห่ยๆนี่เป็นตู้กินตังค์ชัดๆ มันถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้วว่าต้องได้เหรียญเท่าไหร่ถึงจะคีบได้หนึ่งตัว ที่เห็นว่าบางคนคีบได้เลยแค่หยอดเหรียญเดียวนั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีคนมาคีบไปหลายรอบแล้ว แต่ไม่ได้จนถึงกำหนดที่โปรแกรมตั้งไว้จึงทำให้ขาคีบแข็งกว่าเดิมแล้วคนต่อมาจึงคีบขึ้นมาได้นี่มันคือเครื่องเล่นที่โกงเงินชัดๆ แต่ก็ยังมีคนมาเล่น โดยเฉพาะสาวๆที่อยากได้ตุ๊กตาบาสแลกเหรียญมาสองร้อยแล้วเริ่มคีบตุ๊กตา“ตัวไหนล่ะ” “ว้าว เถ้าแก่จะคีบให้จริงๆเหรอ?” เอิงไม่คิดเลยว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ที่จริงเธอก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น ไม่หวังเลยว่าเขาจะพยายามเอาตุ๊กตามาให้“ก็เล่นมาตั้งเยอะแล้ว จะปล่อยไปก็เสียดาย” ที่จริงเป็นเพราะเอิงหมดเหรียญไปเยอะต่างหาก บาสคิดว่ามันคงใช้ไม่กี่เหรียญน่าจะถึงกำหนดขาคีบแข็งขึ้น เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจะคีบตุ๊กตาได้และคงทำให้เด็กสาวดีใจไม่น้อย“เราอยากได้แมวสีขาวขนฟูๆ” เอิงชี้ไปที่ตุ๊กตาที่อยู่ตรงกลาง “ตัวนี้ใช่มั้ย?” “ใช่ตัวนั้นแหละ”“โอเค ได้เลยเดี๋ยวเถ้าแก่คนนี้จัดให้” ว่าแล้วบาสก็หยอดเหรียญคีบตุ๊กตา“ฮิฮิ เถ้าแก่นี่ใจปล้ำจริง แลกเหรียญมาตั้งเยอะ” “มันก็ต้องปลดปล่อยกันบ้างสิ ทำงานมาตั้งหลายวัน อีกอย่างหนึ่งนี่ไม่ได้ให้ฟรีๆนะ” “หื้ม...อยากได้อะไรล่ะ ลูกจ้างคนนี้กระเป๋าฉีกแล้วนะ อีกอย่างเถ้าแก่ยังคีบไม่ได้เลย จะทวงรางวัลเร็วไปมั้ง” เอิงรู้สึกขำที่เขาคุยโม้ว่าสามารถคีบตุ๊กตาได้ ทั้งๆที่ตุ๊กตาเพิ่งจะหล่นไปหยกๆ แต่เขายังมั่นใจและต้องการรางวัลเนี่ยนะ? เถ้าแก่คนนี้โลภมากจริงๆ“อีกเดี๋ยวก็ได้แล้ว” เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความมั่นใจ ถึงแม้จำนวนเหรียญจะลดลงไปเรื่อยๆแต่สีหน้าของเขายังไม่เปลี่ยน นี่ทำให้เอิงรู้สึกแปลกๆ ทำไมเขาถึงมั่นใจจังนะ?“ได้แล้ว!” ในที่สุดบาสก็คีบตุ๊กตาได้ หมดเหรียญไปประมาณสิบเหรียญหรือก็คือร้อยบาท เขาหยิบตุ๊กตาออกมาจากช่องด้านล่าง ขนของมันนุ่มและน่านอนกอด“หื้ย...ได้จริงด้วย” เอิงไม่คิดเลยว่าบาสจะคีบได้จริงๆ เธอมองตุ๊กตาที่อยู่ในมือเขาด้วยความต้องการ“อ้ะ เอาไปสิ”“จะให้จริงๆเหรอ?”“จริงสิ ไม่งั้นเราจะเล่นทำไม” “ขอบใจนะ” เอิงรับตุ๊กตามา เธอกอดและหอมมันเหมือนเด็กๆ อาจจะบอกได้ว่าตุ๊กตาและผู้หญิงเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่เมื่ออยู่ต่อหน้าตุ๊กตาพวกเธอจะเหมือนเด็กสาวตัวเล็ก ภาพของเอิงที่กำลังกอดตุ๊กตาอยู่ทำให้เด็กหนุ่มตกตะลึง อาจจะบอกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กน่ารักๆใกล้ เอิงทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวอีกครั้ง“แล้วเถ้าแก่อยากได้อะไรล่ะ ถ้าไม่มากเกินไปเราก็จะซื้อให้” เอิงถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา บาสที่เห็นใบหน้าแบบนั้นถึงกับก่นด่าตัวเองในใจ“โถ่เอ้ยบาส มึงคิดอะไรสกปรกๆกับน้องวะ น้องแม่งยังเด็กอยู่ ไม่ควรทำอะไรแบบนั้น”อีกใจก็คิดว่า“มึงจะคิดมากไปทำไมวะบาส เด็กในวัยนี้เดี๋ยวแม่งก็มีแฟนกันหมด ถ้าหากมึงปล่อยให้โอกาสหลุดลอย สุดท้ายเธอก็ตกเป็นของคนอื่นอยู่ดี” มันก็จริงอย่างที่คิด มัธยมปลายเป็นวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน แป๊บเดียวก็มีแฟนกันหมดแล้ว ถ้าหากเขาปล่อยให้เธอเป็นของคนอื่น ถึงตอนนั้นจะรู้สึกเสียใจมั้ย? บาสได้แต่ถามกับตัวเอง“อะไรเนี่ยเงียบเลยนะ หรือคิดเรื่องทะลึ่งอยู่...” เอิงถามด้วยสีหน้าประหวั่น บาสรีบปฏิเสธ กลัวว่าเธอจะมองเขาเป็นคนไม่ดี“บ้าเหรอ ใครจะคิดอะไรแบบนั้นล่ะ แค่คิดว่าจะเอาเหรียญที่เหลืออยู่ไปเล่นเกมอะไรดี” “งั้นเหรอ?” เอิงลอบหัวเราะในใจ ท่าทางของเด็กหนุ่มนี่ดูตลกจริงๆ เธอหันไปมองตู้เกมรอบๆก่อนจะชี้ไปยังห้องร้องเพลง“ไปที่นั่นมั้ยล่ะ” “นั่นมัน...” บาสอ้าปากกว้าง ห้องร้องเพลงเป็นสถานที่ส่วนตัว หากเขาอยู่ในนั้นกับเด็กสาวสองคนและบรรยากาศเป็นใจล่ะก็เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ไปกันเถอะ” เอิงจูงมือเด็กหนุ่มเข้าไป เธอรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเธอเองก็คิดสิ่งเดียวกัน ห้องคาราโอเกะใช้เหรียญหยอดเหมือนกัน มันค่อนข้างสิ้นเปลืองเหรียญแต่ให้ความเป็นส่วนตัว เด็กนักเรียนมักจะมาที่นี่กันเป็นกลุ่มแก๊ง บาสดูสมุดแล้วกดเลือกเพลง เขาไม่ได้ค่อยฟังเพลงนักจึงเลือกไปสุ่มๆเท่านั้น เด็กสาวนั่งข้างๆ เธอวางตุ๊กตาไว้ที่หว่างขา ขาขาวๆกับกระโปรงตัวสั้นหนำซ้ำยังมีตุ๊กตาตัวดีเลิกกระโปรงขึ้นมานิดหน่อย บาสถึงกับกลืนน้ำลายไปหลายอึก เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ กลิ่นกายเด็กสาววัยเยาว์หอมต่างจากคนมีอายุจริงๆ เธอเปรียบเสมือนดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ต่างกับผู้หญิงที่มีประสบการณ์ดั่งกุกลาบร้อนแรง ลำคอเด็กหนุ่มแห้งผาก อยากจะเด็ดดอกกุหลาบสีขาวตรงหน้าชิมดูจริงๆ“ร้องเพลงได้แล้วน่า มัวแต่ทำหน้าหื่นๆอยู่ได้ เดี๋ยวก็กัดหูซะหรอก” เอิงแยกเคี้ยวน่ารักๆพร้อมกับหัวเราะ เด็กหนุ่มหลงลืมไปชั่วขณะ ก่อนจะร้องเพลงด้วยเสียงตลกๆ“หูยเถ้าแก่ใหญ่ นี่ร้องเพลงใช่มั้ยเนี่ย นึกว่าตลกสามช่ามาเอง”“เงียบน่ายัยบ๊อง” “ไม่ได้บ๊องซะหน่อย แบร่” ความน่ารักของเธอทำให้เขาตื่นขึ้นจากความคิดด้านลบ บาสลอบหัวเราะตัวเอง ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวตัวแค่นี้จะทำให้เขามีอารมณ์ได้
กว่าจะขึ้นรถเมล์กลับบ้านก็ปาไปสี่โมงเย็น โชคดีมีที่ว่างให้กับทั้งสองนั่ง เอิงนั่งข้างหน้าต่างเหมือนเดิม บาสนั่งอยู่ข้างๆเธอ ถึงแม้จะรู้สึกดีที่มีเด็กสาวนั่งร่วมด้วย แต่เป็นต้องปิดจมูกเพราะกลิ่นเหงื่อจากคนที่ยืนอยู่ร่องกลางเอิงหัวเราะน้อยๆก่อนจะจับมือเด็กหนุ่มแล้วบอกว่า “ซบเราก็ได้นะ”“หา...? พูดอะไรเนี่ย” บาสมองเธอแปลกๆ เธอจะให้ซบอะไร อีกอย่างนี่อยู่บนรถเมล์คงไม่เหมาะมั้ง“ฮิฮิ ก็เห็นนั่งเอามือปิดจมูกเลยบอกให้....ซบไหล่เราไง อยากจะหลับก็ได้นะ เพราะเดี๋ยวกลับไปต้องเปิดร้านอีกนี่”บาสเพิ่งนึกได้ว่าต้องกลับไปเปิดร้านจิ้มจุ่มเมื่อเอิงพูดถึง เนื้อหมูถูกเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าโดยพี่น้ำพี่เมย์แล้ว พวกเธอทำงานขยันขันแข็ง แม้จะเหนื่อยแต่ไม่เคยบ่นสักคำ ส่วนแมลงหลังบ้านเป็นพ่อรุ้งเอามาขายแทน ตั้งแต่จับมาวันแรกจนถึงวันนี้จำนวนของมันก็ยิ่งลดน้อยลง พี่น้ำกับพี่เมย์จึงไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่เมื่อเห็นว่าได้ไม่กี่โล ถ้าหากได้เหมือนตอนแรกพวกเธอคงจะกลับไปขายแมลง“มันจะดีเหรอ เอิงก็ต้องขายเหมือนกันนะ” “ไม่เป็นไร วันนี้สนุกมากเราไม่เหนื่อยเลย ดูสินี่สิฮึบ!” เธอเบ่งกล้ามให้ดูทั้งที่จริงแล้วเป็นแขนเล็กขาวๆเท่านั้น “เห็นมั้ยเรายังแข็งแรงดี มีกำลังเหลือเฟือสำหรับคืนนี้”“ว้าว กล้ามแน่นจัง ขอจับได้มั้ยเนี่ย” บาสยิ้มให้กับความพยายามของเธอ เขาทำท่าจะจับแขนของเด็กสาว เอิงจึงขยับไปชิดกับหน้าต่าง และทำปากบุ้ยๆ“จะจับอะไรนอนได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ให้ซบเลยนี่”“ครับๆ ดุจังเลยนะ”“ฮิฮิ เพิ่งรู้เหรอ” บาสเอียงศีรษะลงมาซบไหล่ของเธอ เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นกายแรกแย้ม...มันเป็นความหอมที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ ลมหายใจของเอิงถี่กระชั้น แม้จะไม่มีหน้าอกใหญ่โตแต่จากตรงนี้สามารถมองเห็นร่องอกสีขาวขนาดเล็กได้ บาสรีบหลับตาลง เพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ถึงแม้เอิงจะขี้เล่นไปสักหน่อย แต่เมื่อชิดใกล้กับเด็กหนุ่มขนาดนี้เธอทำได้เพียงนั่งนิ่งๆด้วยความเคอะเขิน นี่เป็นครั้งแรกที่ใกล้ชิดกับผู้ชาย ขนาดที่ว่ารู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายมีสายตาของผู้โดยสารที่ยืนอยู่มองมา สำหรับพวกเขาคงจะคิดว่าเธอเป็นเด็กใจแตก คงเสร็จเด็กผู้ชายคนนี้ไปแล้วแน่ๆ เอิงไม่สนสายตาเหล่านั้น ไม่ว่าใครจะมองยังไงเธอก็ไม่สนใจ ในสายตาของเธอมีเพียงเด็กหนุ่มคนนี้เท่านั้น เขากำลังหลับตาพริ้มและหายใจอย่างสม่ำเสมอ
รถเมล์แล่นมาถึงตลาดโนยเหล็กแล้ว ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงจากรถ บาสกับเอิงเป็นคู่สุดท้าย เธอมองหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะกระซิบบอก “ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้วคนขี้เซา” เธอเอามือลูบศีรษะของเขา ก่อนจะหอมแก้มด้วยใบหน้าแดงแจ๋“ถึงแล้วเหรอ...?” เด็กหนุ่มส่งเสียงงัวเงีย มองเอิงที่ทำหน้าแปลกๆก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น“แอร์รถมันเสียแล้วแดดช่วงเย็นก็ร้อนมาก หน้าเราก็เลยแดงอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ”“อ๋อ....” “ลุกขึ้นได้แล้ว จะได้ไปอาบน้ำแต่งตัวเปิดร้าน” เอิงทำท่าผลักเขาออกไป ไม่อยากให้เขาเห็นหน้าตอนนี้ เธอรู้สึกอายและไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำอย่างนั้นทำไมบาสลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้เด็กสาว เอิงจับมือเขาส่วนมือซ้ายก็จับตุ๊กตาแน่นแล้วทั้งสองคนก็ลงมาจากรถเมล์ เดินจับมือกันกระทั่งถึงหน้าร้าน พ.ร.บ เอิงมองมือของเขาที่จับแน่นไม่ปล่อย ยิ่งจับนานหัวใจยิ่งเต้นแรง “ปล่อยมือได้แล้วมั้งเถ้าแก่ใหญ่ เหงื่อออกจนมันมือหมดแล้วเนี่ย”“จริงดิ ลืมไปซะสนิทเลย” บาสรีบปล่อยมือแล้วเกาหัวแกรกๆ ท่าทางของเขาทำให้เด็กสาวขบขัน“ถ้าไม่บอกนี่คงจับจนเข้าร้านล่ะมััง”“แล้วดีมั้ยล่ะ” “ไม่บอก แบร่”