บทที่ 5 น้ำลายเปื้อนเต็มหน้าท่านพ่อ
"เหลวไหล!"
เซียวจิ้งเสวียนเอ่ยด้วยสีหน้าเ็า "ผู้อื่นไม่รู้ แต่เ้าติดตามข้ามานานปี ยังไม่รู้อีกหรือ?"
ลู่ชิงใจหายวาบ รีบก้มหน้าลงต่ำ "ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอใต้เท้าโปรดลงโทษ!"
"เอานางออกไป!" เซียวจิ้งเสวียนสั่งเสียงเข้ม
"ขอรับ!"
ลู่ชิงย่อมรู้นิสัยของเ้านายดี อย่าว่าแต่ลูกเต้าเหล่าใครเลย แม้แต่บุตรชายจอมซนทั้งสามของตนเอง ใต้เท้ายังแทบจะไม่เคยอุ้มชู
"ไม่เอา ข้าจะให้ท่านพ่ออุ้ม!"
หรานหร่านใช้ทั้งแขนและขาเกาะเกี่ยวต้นขาของเซียวจิ้งเสวียนไว้แน่น บั้นท้ายน้อย ๆ บิดไปมา พยายามปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเท้าของเขา ราวกับเป็เครื่องประดับมนุษย์ที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
ลู่ชิงเห็นสีหน้าของผู้เป็นายเริ่มดำคล้ำลงเรื่อย ๆ จึงรีบเข้าไปเกลี้ยกล่อม
"โธ่ หนูน้อย ปล่อยมือก่อนเถิดขอรับ!"
"ไม่!"
ศีรษะเล็ก ๆ ส่ายดิกราวกับกลองป๋องแป๋ง ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความดื้อรั้น ริมฝีปากเล็กยื่นออกมา "ข้าจะเอาท่านพ่อ จะเอาท่านพ่อ!"
นางอุตส่าห์ตามหาท่านพ่อจนเจอ จะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน!หากท่านพ่อหนีไปจะทำอย่างไรเล่า?
ลู่ชิงมองเซียวจิ้งเสวียนด้วยความลำบากใจ เขาเองก็ยังไม่ได้ออกเรือน จึงไร้ประสบการณ์ในการปลอบเด็กเช่นกัน
"ใต้เท้า ท่านดูสิ..."
"เ้าหนู เ้าบอกว่าเป็บุตรสาวของข้า แล้วมารดาเ้าคือผู้ใด?" เซียวจิ้งเสวียนข่มความหงุดหงิดในใจ เอ่ยถามเสียงเย็น
เ้าก้อนแป้งน้อยเงยหน้าขึ้น เบะปากน้อย ๆ ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจ
"หรานหร่านน่าสงสาร หรานหร่านไม่มีท่านแม่! ท่านพ่อเ้าขา ท่านแม่ไปอยู่ที่ใดหรือเ้าคะ?"
เซียวจิ้งเสวียนชะงักงัน
เมื่อสบตากับดวงตากลมโตที่คล้ายคลึงกับหนิงเอ๋อร์ราวกับพิมพ์เดียว หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับอ่อนยวบลงอย่างน่าประหลาด เขาก้มลง เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของเ้าก้อนแป้งน้อย หิ้วขึ้นมาแนบอกด้วยมือเดียว
"คิกคิก..."
เ้าก้อนแป้งน้อยหัวเราะร่าทันที เสียงหัวเราะสดใสราวกับกระดิ่งเงิน สองแขนเล็กโอบรอบคอของเซียวจิ้งเสวียน ซุกใบหน้าลงกับซอกคอของเขา ถูไถไปมาอย่างออดอ้อน
อื้ม... อ้อมกอดของท่านพ่อช่างอบอุ่นเหลือเกิน!กว้างใหญ่และหนานุ่ม สบายตัวยิ่งนักแถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่นางโปรดปรานอีกด้วย
ได้ยินเสียงหัวเราะใสแจ๋วนั้น เซียวจิ้งเสวียนพลันรู้สึกว่าเ้าก้อนแป้งน้อยนี้ก็ไม่ได้น่ารำคาญเท่าใดนัก ตัวนุ่มนิ่มน่ากอดกว่าเ้าลูกชายตัวเหม็นที่บ้านเป็ไหน ๆ มิน่าเล่า ท่านแม่และพวกฮูหยินถึงได้รบเร้าอยากได้หลานสาวกันนัก
อืม... หากมีบุตรสาวตัวนุ่มนิ่มเพิ่มขึ้นมาสักคน ก็คงไม่เลวทีเดียว!
แต่ต้องเป็ลูกที่เกิดจากเขาและฮูหยินเท่านั้น!
จุ๊บ!
จู่ ๆ เ้าก้อนแป้งน้อยก็เงยหน้าขึ้น ยื่นปากเล็ก ๆ ไปประทับรอยจูบลงบนแก้มขาวผ่องของเขา ทั้งน้ำตา ทั้งน้ำลาย ปะปนกับน้ำเชื่อมเหนียวหนืดของพุทราเชื่อมเสียบไม้ เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าของเขาไปหมด
ร่างกายของเซียวจิ้งเสวียนแข็งทื่อไปในบัดดล ใบหน้าดำทะมึนลงอย่างเห็นได้ชัด คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะหนีบแมลงวันตาย แววตาฉายแววรังเกียจอย่างสุดซึ้ง
"ทะ... ใต้เท้า!"
ลู่ชิงเกรงว่าเซียวจิ้งเสวียนจะจับเ้าก้อนแป้งน้อยโยนทิ้ง จึงรีบตาไวคว้านางมาอุ้มไว้ในอ้อมอกตนเอง ใบหน้าประดับรอยยิ้มประจบประแจง
"แหะ! ใต้เท้า ท่านยังมีราชการต้องสะสางมิใช่หรือขอรับ? เ้าก้อนแป้งน้อยนี่ฝากให้ข้าน้อยดูแลชั่วคราวเถิด!"
หรานหร่านที่ตกมาอยู่ในอ้อมแขนของลู่ชิง ยังคงมึนงงอยู่บ้าง
ดวงตาใสซื่อจ้องมองเซียวจิ้งเสวียน เห็นเขาขมวดคิ้วนิ่วหน้า จึงเอ่ยเสียงอ่อย "ท่านพ่ออย่าขมวดคิ้วสิเ้าคะ ขมวดคิ้วแล้วไม่หล่อเลยนะ!"
สายตาเย็นเยียบของเซียวจิ้งเสวียนจับจ้องลู่ชิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปรายตามองเ้าก้อนแป้งน้อยอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ เช็ดคราบน้ำลายบนใบหน้าออกอย่างแรง ท่าทางสง่างามทว่าแฝงความหงุดหงิด
"พานางกลับไปก่อน!"
น้ำเสียงของเขาเ็าไร้อารมณ์
เ้าก้อนแป้งน้อยชะงัก ม่านหมอกแห่งความเสียใจเริ่มก่อตัวขึ้นในดวงตา ก้มหน้าลงม้วนนิ้วมือเล่นอย่างน้อยใจ
ดูเหมือนท่านพ่อจะไม่ชอบนางเสียแล้ว!
ทำอย่างไรดี?
เศร้าใจเหลือเกิน!
ลู่ชิงเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก็อดสงสารไม่ได้ จึงกระซิบปลอบโยนข้างหูนางเบา ๆ "แม่หนูน้อยอย่าเสียใจไปเลย ใต้เท้าก็เป็คนนิสัยเช่นนี้แหละ เมื่อครู่ใต้เท้ายอมอุ้มเ้าก็นับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว"
เ้าก้อนแป้งน้อยได้ยินดังนั้น ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาฉ่ำน้ำฉายแววมีความหวัง "จริงหรือเ้าคะ?"
"อื้ม จริงสิ"
ลู่ชิงพยักหน้ารัว ๆ "ขนาดลูกชายตัวเอง ใต้เท้ายังแทบไม่เคยอุ้มเลย! ใต้เท้าเป็คนรักความสะอาดมาก แต่เมื่อครู่เ้าทำน้ำตาลเลอะหน้าเลอะตัวท่านไปหมด"
หรานหร่านได้ฟังก็ยกมือลูบปากตนเอง หัวเราะแห้งแก้เก้อ
"ท่านพ่อวางใจเถิด ต่อไปหรานหร่านจะรักษาความสะอาด จะเป็หรานหร่านตัวหอม ๆ นุ่มนิ่ม ๆ ให้ท่านพ่อกอดนะเ้าคะ"
เ้าก้อนแป้งน้อยทำตัวว่าง่ายดุจลูกแมวเชื่อง น้ำเสียงใสแจ๋วแฝงความเอาใจใส่ ต่อให้ใจแข็งดั่งหินผาก็ย่อมต้องอ่อนระทวย เซียวจิ้งเสวียนอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองนางอีกครั้ง
"ไปเถอะ กลับกันได้แล้ว!"
"ขอรับ!" ลู่ชิงขานรับ
"ท่านลุงลู่ วางข้าลงเถิด! ข้าจะเดินเอง"
เ้าก้อนแป้งน้อยดิ้นรนลงจากอ้อมแขน แล้ววิ่งต๊อกแต๊กตามหลังเซียวจิ้งเสวียนไปอย่างรวดเร็วเมื่อเดินเคียงข้างเขา นางพยายามยื่นนิ้วเล็ก ๆ ไปเกี่ยวมือเขาทว่าพยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่ถึงเสียที
เ้าก้อนแป้งน้อยเบะปาก เริ่มงอน!
ทำไมท่านพ่อถึงตัวสูงขนาดนี้นะ!?ทำเอานางจูงมือท่านพ่อไม่ได้เลย
ลู่ชิงเดินตามหลังมา มองดูเ้าก้อนแป้งน้อยด้วยความขบขัน ไม่รู้ว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง!
"โฮ่ง!"
"โฮ่ง โฮ่ง!"
ทันใดนั้น หมาดำตัวใหญ่สองตัวก็พุ่งพรวดออกมาจากตรอกข้างหน้า แยกเขี้ยวยิงฟันกระโจนเข้าใส่พวกเขาอย่างดุร้าย!
"ใต้เท้า ระวัง!"
ลู่ชิงร้องเตือนเสียงหลง ยังไม่ทันจะชักดาบที่เอว ก็เห็นเ้าก้อนแป้งน้อยเตะเปรี้ยงเข้าที่หมาดำตัวใหญ่ทีละตัว ส่งพวกมันลอยละลิ่วกระเด็นไปไกล ลู่ชิงยืนตะลึงค้าง มือยังคงค้างอยู่ในท่าชักดาบ
เซียวจิ้งเสวียนเองก็ตกตะลึง จ้องมองเ้าก้อนแป้งน้อยที่สูงเพียงเข่าด้วยความคาดไม่ถึง
หรานหร่านยืนหยัดมั่นคง เชิดหน้าขึ้น ส่งยิ้มกว้างให้เซียวจิ้งเสวียน "ท่านพ่อ ไม่เป็ไรใช่ไหมเ้าคะ?"
เซียวจิ้งเสวียนได้สติกลับมา ดวงตาดำขลับจับจ้องเด็กน้อยตรงหน้าไม่วางตา เห็นชัด ๆ ว่าเป็เพียงเด็กตัวกระเปี๊ยก เหตุใดชั่วพริบตาเดียวถึงเตะหมาดำตัวใหญ่สองตัวกระเด็นไปได้?
"แม่หนูน้อย... เมื่อครู่... หมาดำตัวใหญ่สองตัวนั้น เ้าเป็คนเตะปลิวไปรึ!?"
ลู่ชิงก้าวเข้าไปถามด้วยความไม่แน่ใจ
"ใช่เ้าค่ะ ใช่แล้ว!"
หรานหร่านพยักหน้าหงึกหงัก "ท่านลุงลู่ หรานหร่านเก่งไหมเ้าคะ?"
เ้าก้อนแป้งน้อยยิ้มแฉ่งจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารัก ใครจะไปคาดคิดว่าเด็กน้อยไร้เดียงสาผู้นี้จะเป็ยอดฝีมือกันเล่า?