ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 โปรดรับการคารวะของลูกเขยด้วยเถิด

            “เก็บเห็ดได้เยอะก็แค่นั้นแหละ คราวก่อนจิ่งเยี่ยนกุยลากหมูป่าลงมาจากเขา ช่างโชคดีจริงๆ ฉันเองก็อยากเก็บหมูป่าได้สักตัวบ้างจัง” ป้าหลิวพูดพลางหัวเราะ

            ป้าเชอหันไปมองจิ่งเสี่ยวเยวี่ยแล้วถามว่า “คราวก่อนพี่สาวแกเก็บหมูป่าได้ บ้านแกคงแบ่งเนื้อไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกำลังจะตอบ แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของผู้ชายดังออกมาจากข้างใน ด้วยความที่อยู่ไกลกัน เธอจึงได้ยินไม่ชัดว่าเสียงร้องนั้นหมายถึงอะไร

            ป้าเชอหน้าถอดสี “เสียงฟังดูน่ากลัวจัง คงไม่ได้ไปเจอสัตว์ร้ายอะไรเข้าหรอกใช่ไหม?”

            ป้าหลิวกลับตาเป็นประกาย “หรือว่าจะได้เจอหมูป่ากันนะ?”

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยเก็บหมูป่าได้ตั้งแต่คราวก่อน ชาวบ้านหลายคนต่างก็เข้าไปในป่าเพื่อหวังจะได้อะไรติดไม้ติดมือบ้าง พอได้ยินเสียงคนร้องแบบนี้ พวกเธอสามคนก็ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมกัน

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยคิดว่าเสียงร้องนั้นน่าจะเป็นเสียงของชายเสเพลตอนทำสำเร็จแล้ว แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ จึงไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ควรพลาดโอกาสนี้ไป

            เธอจึงเริ่มแต่งเรื่องขึ้นมา “คราวก่อนตอนหนูขึ้นไปบนเขาก็เห็นหมูป่าตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่าคราวนี้หมูป่าจะอยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า”

            ดวงตาของป้าหลิวก็ยิ่งเปล่งประกายกว่าเดิมอีก บ้านเดิมของเธอทำอาชีพเชือดหมู ก่อนที่จะแต่งงานออกมา เธอมักจะช่วยคนที่บ้านเชือดหมูอยู่เป็นประจำ ด้วยความที่อยากจะลองเสี่ยงดวง เธอจึงเอามีดเชือดหมูใส่ไว้ในตะกร้าด้วย

            เธอเป็นคนใจกล้า ไม่ได้ใจเสาะเหมือนคนทั่วไปที่แค่ได้ยินว่ามีหมูป่าก็กลัวจนโกยแน่บ แต่เธอกลับคิดอยากจะเชือดมันแล้วแบกกลับบ้านไปทำอาหาร

            เธอจึงหยิบมีดออกมาแล้วพูดว่า “พวกเราจะลองเข้าไปดูหน่อยดีไหม?”

            ป้าเชอเป็นคนขี้ขลาด “ฉันไม่กล้าไปหรอก ฟังจากเสียงแล้ว ถ้าเจอหมูป่าก็คงอันตรายมาก คนคนนั้นคงตกอยู่ในอันตราย ฉันลงเขาไปเรียกคนมาช่วยดีกว่า!”

            พูดจบก็หันหลังหมายจะเดินหนีไป พวกเธอเดินขึ้นเขามาพักใหญ่ แต่จริงๆ แล้วก็อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไรนัก ถ้าวิ่งลงเขาไปตอนนี้ แค่สิบกว่านาทีก็ออกไปได้แล้ว

            แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยขึ้นมาบนเขาครั้งนี้เพราะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงนั้น เธอไม่เพียงแต่ไม่กลัว แต่กลับตื่นเต้นและรีบตามป้าหลิวไป

            แต่พวกเธอยังไม่ทันเดินไปไหนไกล ก็มีคนวิ่งออกมาจากด้านข้าง ถึงแม้นิสัยของป้าหลิวจะเป็นคนใจกล้า แต่นับว่ามีทักษะไม่เลวเลยทีเดียว พอรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติก็รีบเบี่ยงหลบไปข้างๆ คนคนนั้นจึงพุ่งเข้าชนร่างของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเต็มๆ

            ตรงนั้นเป็นทางลาดชัน จิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่ปกติก็บอบบางอยู่แล้ว ตอนนี้จะยืนมั่นคงอยู่ได้อย่างไร จึงถูกคนคนนั้นพากลิ้งม้วนต้วนลงจากเนินเขาไปด้วยกัน

            ป้าหลิวตกใจมาก เพราะเห็นว่าคนที่วิ่งออกมานั้นยังมีตัวต่อบินตามมาเป็นฝูง

            คนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ชายเสเพลนั่นเอง ทุกคนมีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกันเมื่อเผชิญกับอันตราย บางคนก็จะคว้าอะไรสักอย่างเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

            และชายเสเพลก็เป็นคนประเภทนั้น พอถูกตัวต่อต่อย แม้ในใจจะกลัวแทบขาดใจตาย แต่กลับกอดรังของมันเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            ตัวต่อที่เห็นว่ารังของมันอยู่ในมือเขาก็ไม่ยอม ตามต่อยเขาไม่เลิกรา!

            เมื่อเขาชนกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยจนกลิ้งลงไปจากเนินเขา รังตัวต่อก็ถูกทับจนเละไม่เหลือชิ้นดี บนตัวของเขาถูกต่อยไปอย่างน้อยก็หลายสิบครั้ง ทั้งตัวมีแต่รอยแดงและบวมเป็นปื้น

            ตอนที่เขาชนกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ในที่สุดก็คว้าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยไว้ได้ ดังนั้นจึงทิ้งรังตัวต่อ แล้วกอดจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไว้แน่น

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งตัวก็ถูกกระแทกจนสลบไป

            ถึงแม้ป้าหลิวจะห้าวหาญแค่ไหนก็ไม่มีทางปีนลงไปจากเนินเขาเพื่อช่วยทั้งสองคนขึ้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งเนินเขานั้นก็ค่อนข้างชัน บนพื้นก็เต็มไปด้วยหินและหญ้ารกชัฏ จะเดินลงไปก็ลำบาก

            โชคดีที่อีกไม่นานป้าเชอก็พาคนมา เพราะสงสัยว่ามีหมูป่า จึงตะโกนบอกชาวบ้านว่ามีหมูป่าทำร้ายคน คนที่มาส่วนใหญ่จึงเป็นพวกชายร่างใหญ่

            พอหลายคนมาถึง ป้าหลิวก็ชี้ให้ดูว่ามีคนพลัดตกจากเนินเขา ชาวบ้านหลายคนจึงรีบลงไปช่วยชีวิตคน

            ถึงแม้ชายเสเพลจะถูกตัวต่อต่อยอย่างหนัก แต่ตอนที่ตกลงมา มีจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ช่วยรับแรงกระแทกไว้ เขาเลยไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก แต่คนที่บาดเจ็บกลับเป็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเอง

            ชายเสเพลเจ็บปวดมากแต่กลับไม่สลบ และเพราะเหตุนี้ เขาเลยเห็นหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยชัดๆ

            ปกติคนในหมู่บ้านมักพูดกันว่าชายเสเพลเป็นคนขี้เกียจและเบาปัญญา แต่วันนี้เขากลับฉลาดขึ้นมาหน่อย เขาตามจิ่งเยี่ยนกุยเพื่อที่จะได้แต่งเมีย แต่คราวนี้ชนกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ถือว่าไม่ต่างกัน ถึงแม้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจะไม่สวยเท่าจิ่งเยี่ยนกุย แต่ก็เป็นสาวงามที่ยากจะได้พานพบ เขาก็เลยกอดจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่ไม่รู้สึกตัวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            ตอนที่ชาวบ้านช่วยทั้งสองคนขึ้นมาจากเนินเขา ทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่หลากหลายออกไป ชายเสเพลได้กำไรแล้วจริงๆ

            เรื่องนี้สร้างความฮือฮาอย่างมากในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่อยู่บ้านวันนี้ต่างก็มาชมความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยบาดเจ็บและหมดสติอยู่ ส่วนชายเสเพลก็ถูกตัวต่อต่อยจนตัวบวมปูดไปหมด เดิมทีหน้าตาของเขาก็ขี้เหร่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูน่าเกลียดจนไม่มีใครอยากมอง

            ถึงแม้ชายเสเพลจะเจ็บปวดแทบตาย แต่ความสุขที่กำลังจะได้เมียก็คอยค้ำจุนให้เขาไม่สลบไป

            ตอนที่หลิวชุนฮวารีบมาถึงทันทีที่ได้ข่าว ชายเสเพลก็ไม่พูดอะไรอื่น พลันพร่ำเอ่ยตามที่หลิวชุนฮวาสอนไว้ก่อนหน้านี้ คุกเข่าก้มลงกราบเธอแล้วพูดไว้เชิงว่า “คุณแม่ยายโปรดให้อภัยลูกเขยด้วยเถอะครับ!”

            หลิวชุนฮวาตกใจสะดุ้งโหยง เธอถึงกับมึนงงไปหมด

            ชายเสเพลพูดต่อ “วันนี้ผมทำผิดต่อเสี่ยวเยวี่ย แต่คุณแม่ยายโปรดวางใจ ผมจะรับผิดชอบแน่นอน!”

            ก่อนที่หลิวชุนฮวาจะมาถึง เธอก็ได้ยินคนมาบอกว่าชายเสเพลอยู่กับจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ถึงจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอได้ยินชายเสเพลพูดออกมา ก็เข้าใจทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่

            ถ้าหากคนที่ชายเสเพลกอดเป็นจิ่งเยี่ยนกุย เธอคงจะดีใจจนเนื้อเต้นไปแล้ว แต่วันนี้คนที่ชายเสเพลกอดอยู่กลับเป็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ย!

            ในบรรดาลูกทั้งสามคน แม้เธอจะรักจิ่งหลิวหยางมากที่สุด แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ จึงอยากให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยได้แต่งงานกับคนรวย และอยากให้ลูกมีชีวิตสุขสบาย! เธอจะยอมให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแต่งงานกับไอ้คนแบบนี้ได้อย่างไร!

            เธอโกรธจนถอดรองเท้าออกมาฟาดเข้าที่หน้าของชายเสเพล “แกพูดจาไร้สาระอะไร! ลูกสาวของฉันไม่ต้องการให้แกมารับผิดชอบ! ดูสิว่าฉันจะตีแกให้ตายไหม!”

            แต่แรกชายเสเพลก็ถูกตัวต่อไล่ต่อยไปแล้วไม่น้อย เขาแทบจะทนพิษไม่ไหวอยู่แล้ว ตอนนี้พอถูกเธอฟาดด้วยรองเท้าก็สลบไปทันที

            ทุกวันนี้กิจกรรมบันเทิงมีน้อยเหลือเกิน ช่วงนี้บ้านตระกูลจิ่งก็เหมือนละครสนุกๆ ที่มีให้ชาวบ้านดูตลอดทั้งปี ทุกคนต่างก็อยากรู้เหลือเกินว่าคราวนี้ชายเสเพลจะได้แต่งงานกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยหรือไม่

            ตอนนี้เห็นหลิวชุนฮวาฟาดชายเสเพลจนสลบ ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็อ้าปากค้าง นี่หรือภรรยาที่ว่าสวยและเรียบร้อยที่สุดในหมู่บ้าน ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้!

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359