ปีด! ปีด!ปีด!
เสียง แตรรถบรรทุกที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว“หลีกไป! เบรกแตก! หลบเร็ว!” คนขับรถในห้องโดยสารโผล่หน้าออกมาเขาะโเสียงดังพร้อมโบกมืออย่างบ้าคลั่ง แต่คำเตือนนั้นสายเกินไป
เหวินอวี้ ที่กำลังนั่งเล่นมือถือบริเวณที่รอจุดจอดรถประจำทางเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขามองรถบรรทุกที่ควรจะหยุด แต่มันกลับพุ่งตรงมาทางเขาผู้คนที่เคยอยู่รายล้อมรอบตัวเขาในตอนแรกเริ่มเพื่อรอรถประจำทางเช่นเดียวกันกับเขาตอนนี้ต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง แต่เขากับไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เช่นคนอื่นๆ“มันเกิดอะไรขึ้น!” เหวินอวี้ ที่กำลังลนลาน พยายามขยับตัวอย่างสุดกำลัง แต่! … ร่างเขาเหมือนถูกตรึงด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น
โครม!!! เสียงอัดกระแทกระหว่างรถบรรทุกและจุดจอดรถประจำทางดังสนั่นลั่นถนน แรงปะทะทำให้กระจกหน้ารถแตกร้าวเป็เสี่ยงๆเศษกระจกปลิวกระจายไปทั่วบริเวณเสียงโลหะครูดกับพื้นยิ่งเพิ่มความตึงเครียดจนผู้คนรอบข้างกรีดร้องด้วยความใ
เหวินอวี้ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงไปชนกับเสาเหล็กของป้ายรถเมล์เขาทรุดลงกองกับพื้น ชาไปทั้งตัวจนไม่รู้สึกถึงความเ็ปเืสีแดงสดเริ่มไหลนองเต็มพื้น ก่อนสิ้นใจเขามองหน้าคนขับรถบรรทุกได้อย่างชัดเจนสายตาของทั้งคู่ประสานกัน จากนั้นโลกทั้งใบของเขาพลันมืดลง
ท่ามกลางความว่างเปล่าสีดำ เหวินอวี้ััได้ถึงความรู้สึกตัวเบาราวกับล่องลอยในอากาศใช่แล้วเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศจริงๆ เพราะตอนนี้เขาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวเขาได้แล้ว ภาพถนน รถยนต์ ผู้คน ที่กำลังวุ่นวายอยู่เบื้องหน้าก็ค่อยๆถอยห่างออกไป เล็กลงๆ จนภาพเ่าั้หายไปจากสายตา
ภาพต่อมาเขามองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากไอหมองสีขาวที่อยู่รอบตัวเขา มันกว้างใหญ่มองสุดลูกหูลูกตา เหวินอวี้หยุดอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็ที่ใดนั้น เขาก็ไม่อาจทราบได้แต่เบื้องหน้าเขามันคือประตูขนาดมหึมา เขาลอยมาหยุดอยู่หน้าประตูบานั์ที่ประดับลวดลายัและพยัคฆ์“ที่นี่คือที่ไหนกัน?” เหวินอวี้พึมพำออกมาด้วยความสับสน
เอี๊ยดดดด ...เสียงประตูที่ถูกเปิดออกดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคน เหวินอวี้มองเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถมองทะลุมองควันสีขาวนั้นได้
“ขอต้อนรับสู่ยมโลก”เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นภายในม่านหมองนั้น “ยมโลก? นี่มันเื่อะไรกัน?”
“ใช่แล้ว ที่นี่คือยมโลก เ้าสิ้นอายุขัยแล้วจงตามข้าไปพบท่านเทพยมบาล เพื่อรับทราบสถานะของเ้า ก่อนส่งเ้าไปเกิดใหม่” สิ้นเสียงหมอกที่เคยหนาแน่นจนไม่สามารถมองทะลุผ่านไปได้ก็จางหายไป เขามองเห็นชายในชุดสูทสีขาวที่มองตรงมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มบางๆ
เหวินอวี้นิ่งงัน ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีนี่เข้าตายแล้วจริงๆ หรือนี่?!
ก่อนจะเดินตามชายที่ใส่ชุดขาวไปอย่างสิ้นหวัง(ข้ายังไม่อยากตายเลย) เสียงบ่นในใจ ใครจะอยากตายกันล่ะ เขาเพิ่งจะ 23 เองนะยังไม่ได้ชีวิตวัยโสดเลย เรียนก็เพิ่มจบ ได้ทำงานยังไม่ถึงปี แฟนก็ไม่มี แม้แต่จูบแรกก็ยังไม่ได้มอบให้ใครเลยต้องมาตายซะแล้ว ใบหน้าเศร้าหมอง พูดอะไรไม่ออก เดินคอตกตามชายชุดขาวไป
“เ้าไม่ต้องเสียใจไป ใครๆ เกิดมาก็ต้องตาย”ชายในชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับว่าเขาอ่านใจได้อย่างไรอย่างนั้นแต่ก็อย่างว่า เขาเป็ยมทูต ก็คงมีอิทธิฤทธิ์หรือพลังวิเศษเป็แน่ เหวินอวี้เดินไปมองร่างยมทูตที่เดินนำหน้าเขาไป ภายในใจก็ยังคงบ่น (ก็แหง่ล่ะการตายถือเป็เื่ปกติของมนุษย์อยู่แล้ว ใครเกิดมาไม่ตายบ้าง ... แต่ ...) ก่อนจะเอ่ยเสียงเศร้าสร้อยออกมา“แต่ ... นี่! มันเร็วเกินไป! ผมยังไม่ยากตาย ผมเพิ่ง23 เองนะ”
ชายในชุดสูทสีขาวไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่ยิ้มปลอบใจ ก่อนจะพาเขาเดินไปตามทาง ที่ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคน