ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่30 ช่วยขายนะ

    เช้าตรู่วันจันทร์ เช่นเคยกับทุกวันมันเป็นวันที่วุ่นวายกับควันไฟและกลิ่นหมูปิ้ง อ้อยังมีตับปิ้งร้อนๆด้วย ขายมาหลายวันนักเรียนและผู้ปกครองที่มาส่งลูกๆหลานๆรู้จักร้านของบาสกันหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนทีแรกอีก เพราะตอนนี้ทุกคนต่างยืนออกันแย่งซื้อหมูปิ้งไปโรงเรียน ก็อย่างที่รู้หมูปิ้งเป็นอาหารเร่งด่วน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานยังชื่นชอบ เพราะในวัยทำงานหมูปิ้งเองก็สำคัญไม่แพ้กัน มันเป็นอาหารเร่งด่วนที่อร่อย กินง่าย เชื่อว่าใครหลายคนต่างก็คิดงั้นและมันก็ไม่ผิดนัก เพียงแต่รสชาติต้องอร่อยด้วยอย่างเช่นรสชาติที่บาสทำ ถ้าหากไม่อร่อยแล้วถึงแม้จะเป็นหมูปิ้งที่คนชอบ มันคงขายไม่ออก
    “นี่พี่เมื่อไหร่จะไปโรงเรียนเนี่ย ป่านนี้รถสองแถวไม่ใช่ออกไปแล้วเหรอ” บาสที่กำลังง่วนอยู่กับการปิ้งหมูหันมาถามนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เธอรวบผมด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน ชุดนักเรียนสีขาวกับกระโปรงสีดำช่างต่างกับกางเกงยีนส์เมื่อคืนนี้จริงๆ เธอไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นพี่ทรายคนสวยที่ชวนเขาไปดูหนังของพี่เป้ อารักษ์ สุดหล่อนั่นเอง เวลานี้พี่ทรายกำลังยืนขายหมูปิ้งกับแม่หน่อย ทั้งสองดูสนิทกันจนบาสแปลกใจ ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ เหมือนกับว่านี่เป็นลูกสะใภ้กับแม่ยายงั้นเเหละ“นั่นสิทราย ป้าว่าป้าจัดการเองดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทันรถไปโรงเรียนนะลูก” แม่หน่อยอดเป็นห่วงไม่ได้ที่เห็นทรายยังไม่ไปโรงเรียน เเกกลัวว่าทรายจะเป็นเด็กขาดเรียนเพราะมาช่วยบาสปิ้งหมู และนั่นคงทำให้ป้าชมพูไม่พอใจแน่นอน“ไม่ทันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้า เดี๋ยวทรายขี่มอเตอร์ไซค์ไปก็ยังได้” พี่ทรายชอบขับรถปล่อยให้อากาศเย็นๆปะทะหน้า ดูดดื่มไปกับบรรยากาศผ่อนคลาย นั่นคือสิ่งที่เธอชอบ เธอเป็นสาวนักบิดแม่หน่อยไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหันไปมองบาสเท่านั้น เมื่อคืนเจ้าลูกชายตัวดีกว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาไปห้าทุ่มกว่า คนที่บ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอนโดยเฉพาะแม่หน่อย เป็นห่วงเหลือเกินว่าลูกชายคนนี้จะทำอะไรๆพิเรนทร์กับทราย แต่เมื่อเห็นทรายร่าเริงแจ่มใสตอนนี้แล้ว แม่หน่อยก็คลายใจได้เปราะหนึ่ง
    วันนี้ตับปิ้งร้อนๆขายดียิ่ง ไม้ละสิบบาทไม่ได้แพงเลย ขายแค่สิบไม้ก็ได้มาแล้วร้อยนึง พี่ทรายหยิบเงินทอนให้เด็กนักเรียนก่อนจะหันมาพูดกับบาส “ไม่นึกเลยว่าจะขายดีแบบนี้ นี่มันขายดียิ่งกว่าผัดหมี่แม่พี่อีกนะบาส แค่ไม่กี่นาทีก็ได้ไปหนึ่งพัน...!! พี่นึกว่าฝันไปซะอีก” พี่ทรายถึงกับตื่นเต้นที่เห็นเงินที่เข้ามาเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายหมูปิ้งนั้นเป็นตัวจุดฉนวนให้เธอ มันได้ดึงดูดเธอให้เข้ามาสู่โลกแห่งเงินตรา!“กว่าจะขายได้แบบนี้ก็ใช้เวลาเหมือนกันนะพี่ ไม่ได้ขายได้ปุบปับเลย” “แต่ยังไงก็เถอะ เห็นแบบนี้ชักจะเครื่องร้อนแล้วสิ”“อ้าว? เป็นงั้นไป ทำไมอย่าบอกนะว่าพี่จะมาขายหมูปิ้งแข่งกับบาส”“เห้ยบ้า พี่จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเสียบหมู ไหนจะต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน พี่ไม่มีเวลาหรอกเว้ย”“งั้นก็แล้วไป”“พูดอย่างงี้เหมือนอยากมีเรื่อง ทำไม? ถ้าพี่มาขายด้วยบาสจะทำไม....” ช่วงนี้คนซาแล้วพอให้หยุดพักหายใจ พี่ทรายจึงฉวยโอกาสนี้แกล้งบาสซะหน่อย แม่หน่อยทำเป็นมองไม่เห็น แกเพียงหันไปมองทางอื่นพร้อมกับยิ้มๆ“ก็ไม่ทำไม...”.“จริงเหรอ?” เธอรู้สึกดีจริงๆที่เห็นหน้ากระอักกระอ่วนของเขา มันทำให้เธออยากเเกล้ง “นี่...เมื่อคืนฝันดีปะ” “ฝันดีกับผีน่ะสิ ไปดูหนังผีมาจะให้ฝันดีได้ยังไง” เด็กหนุ่มตอบไปตามจริง ให้ตายเถอะหนังที่ชวนไปดูมันยังหลอนเขาทั้งคืน กลัวเหลือเกินว่าที่ปลายฟูกจะมีผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่พี่ทรายหัวเราะน้อยๆ “อย่าโกหกพี่หน่อยเลยน่า มันต้องฝันดีบ้างแหละ...ใช่มั้ย”บาสรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร เขาทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่น
    ขายอีกเพียงสิบนาทีก็หมดแล้ว ไอ้อี๊ดกับเพลิงวันนี้ก็มายืนออที่ร้านเหมือนเดิม โดยเฉพาะอี๊ดที่ตอนนี้กำลังมองบาสกับพี่ทรายแปลกๆ ก่อนจะกระซิบกระซาบกับเพลิง“เห้ยกูว่าแม่งแปลก”“แปลกยังไงวะ?” เพลิงที่กำลังเคี้ยวข้าวเหนียวร้อนๆดูไม่สนใจอี๊ด“เมื่อวานน่ะ กูกับไอ้บาสไปกินผัดหมี่ส้มตำร้านป้าชมพู”“อืม...ที่มึงชวนกูน่ะหรอ” “เออนั่นแหละ และไอ้บาสเนี่ยเว้ยมันดูสนิทกับพี่ทรายจนหน้าหมั่นไส้ และดูแม่งตอนนี้สิ พี่ทรายยังมาช่วยมันขายหมูปิ้งอีก...กูว่าแม่งแปลกๆ” อี๊ดเองก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้ปากกำลังเล่าอย่างออกรสออกชาติแต่ในมือยังมีตับปิ้งร้อนๆ กัดเข้าปากดังงับๆไม่กี่คำก็หมด “เออ กูว่ามันเเย่จริงๆ”“ใช่มั้ยล่ะ ไอ้บาสเนี่ยแม่งเเย่จริงๆ” อี๊ดผงกศีรษะ ปากก็เคี้ยวตุ่ยๆ สร้างความหมั่นไส้ให้กับเพลิงไม่น้อย“ไอ้คนที่แย่ไม่ใช่ไอ้บาสหรอกแต่คือมึงนี่แหละ ไอ้อี๊ด!” เพลิงเอาถุงข้าวเหนียวที่อยู่ในมืออี๊ดกลับคืน “กินของตัวเองหมดแล้วยังมากินของกูอีก ทำเปลี่ยนเรื่องนะมึง เอามานี่!”อี๊ดได้แต่ยิ้มแหะๆแต่ยังไม่สำนึกผิด “เห้ยอะไรวะ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนไง”“ค่าตอบแทน? เรื่องอะไรวะ”“เรื่องของไอ้บาสไง”“อ้าวไอ้นี่ พูดอย่างกับกูอยากรู้งั้นเเหละ” บาสไม่ได้สนใจเจ้าสองตัวนั่นที่กำลังแย่งถุงข้าวเหนียวกันอยู่ เพียงมองไปยังพี่ทรายที่กำลังสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ วันนี้เป็นวันจันทร์มีตำรวจที่โนนเหล็กเช้าๆเป็นธรรมดา เพราะงั้นเธอจึงสวมหมวกกันน็อคเสื้อกันหนาวสีดำทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืน เสื้ออุ่นๆและความรู้สึกแปลกๆ มันยังเเล่นอยู่ในใจเมื่อเห็นเธอใส่เสื้อตัวนี้อีกครั้งพี่ทรายเองก็รับรู้ถึงสายตานั้น “มองอะไรอยู่? หรือว่าหนาว อยากได้เสื้อปะ”“เห้ย หนาวอะไรพี่ นี่ยืนหน้าเตาร้อนๆ หนาวก็แปลกแล้ว” บาสบอกปัด “อ้าวเหรอ ใครจะรู้ล่ะ ก็นึกว่าหนาวเห็นเอาแต่มอง” พี่ทรายกระชับเสื้อเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “เอ....หรือว่าเห็นพี่ใส่เสื้อตัวนี้แล้วอยากใส่อีก ใช่มั้ย”“บ้าแล้ว ใคนจะอยากใส่อีกกัน”“ใครนะที่เมื่อคืนนั่งกลัวตัวสั่นจนพี่ต้องให้เสื้อ คำขอบคุณซักคำยังไม่มี” “พี่อยากได้คำขอบคุณจริงดิ”“ก็แล้วแต่”“งั้นว่างๆ ไปหาอะไรกินกันมั้ย”“อื้ม....จะเลี้ยงพี่เหรอ”“อ้าว ก็ต้องเลี้ยงดิ หรือว่าพี่จะเลี้ยงล่ะ”“เรื่องอะไร? พี่ไปล่ะ เดี๋ยวจะเก็บท้องไว้กินจนบาสกระเป๋าฉีกเลย” “เอานี่ไปด้วยสิทราย เนี่ยป้าอุตส่าห์เก็บไว้ให้เลยนะ” แม่หน่อยยื่นถุงหมูปิ้งให้พี่ทราย “ป้าหน่อยคะ ทรายจะรับได้ยังไงกันคะตั้งเยอะแยะ ดูสิเนี่ยห้าสิบบาทได้ละมั้ง มันเยอะเกินทรายรับไม่ได้หรอกค่ะ” พี่ทรายปฏิเสธ หมูปิ้งและตับในถุงเยอะเกินรับไว้ “เอาน่า ถือว่านี่เป็นค่าเหนื่อยที่หนูมาช่วย ถ้าไม่ได้หนูช่วยวันนี้ป้าคงรับมือกับเด็กๆไม่ไหว” ป้าหน่อยคะยั้นคะยอให้พี่ทรายรับหมูปิ้ง แต่พี่ทรายยังคงมีสีหน้าลำบากใจ บาสจึงหยิบฉวยถุงหมูปิ้งมา แล้วเอาออกมากินหนึ่งไม้“พี่ไม่เอาเพราะมันเยอะเกินไปใช่มั้ย งั้นไม้นี้บาสจะกินเอง เท่านี้ก็ลดจำนวนไม้ลงแล้ว แต่ถ้าหากพี่ยังไม่เอาอีก บาสคงต้องกินจนหมดถุง...”“เห้ย! ทำอย่างนี้ได้ไง พี่ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาสักหน่อย เอามานี่เลยนะ!” พี่ทรายหยิบฉวยไม้ในมือบาสและถุงหมูปิ้งไป “นี่พี่ทราย...พี่จะแย่งไม้ในมือบาสไปทำไม ไม้นั้นน่ะบาสกินแล้วนะ อย่าบอกนะว่าพี่จะ...” “บ้าใครอยากจะกินต่อ! กินไม้เดียวกับบาสอร่อยตายล่ะ” จากนั้นหันไปบอกแม่หน่อย “ป้าคะงั้นทรายไปเรียนก่อนนะคะ” “จ้า ขับรถดีๆนะ”“ค่ะ...” จากนั้นหันไปยักคิ้วให้บาส “พี่ไปแล้วนะเว้ย อย่าเข้าเรียนสายล่ะ”จากนั้นพี่ทรายก็ขับรถออกไป บาสมองตามหลังก่อนจะถูกอี๊ดกับเพลิงเข้ามาประชิดตัว “เห้ยมันเกิดอะไรขึ้นวะ”“นั่นดิ มึงไปสนิทกับพี่ทรายได้ยังไง บอกพวกกูมาได้แล้ว ถ้าไม่บอกนะมึงกูจะเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศทั้งโรงเรียน”บาสมองทั้งสองคนที่กำลังขู่ก่อนจะถอนหายใจ “พวกมึงนี่แม่งบ้า อยากจะป่าวประกาศก็ป่าวประกาศไปดิวะ”“เอ้านี่มึงไม่กลัว?” “ทำไมจะต้องกลัว” บาสมองเพื่อนทั้งสองแปลกๆ “เพราะต่อให้พวกมึงไม่ป่าวประกาศ ยังไงคนทั้งโรงเรียนก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ทรายมาช่วยกูปิ้งหมู หรือว่ามึงไม่รู้ว่าคนทั้งโรงเรียนเป็นลูกค้ากู” อี๊ดกับเพลิงถึงกับหน้าจ๋อย นักเรียนที่มาซื้อต่างเห็นพี่ทรายยืนช่วยบาสกันหมด ถึงแม้พวกเขาจะป่าวประกาศมันก็เปล่าประโยชน์ ตอนนี้ทำได้เพียงคิดแผนใหม่เล่นงานบาส
    บาสไม่ได้สนใจพวกมัน วันนี้เขาไม่เห็นครูอักษรออกมาซื้อหมูปิ้งจึงแปลกใจไม่น้อย พอถึงคาบเธอเลยรู้ว่าเธอมาสาย กว่าจะถึงโรงเรียนก็ปาไปเก้าโมงเช้า คาดว่าคงติดธุระบางอย่างถึงได้มาสายเพื่อนในห้องมองบาสแปลกๆ แต่สายตาส่วนใหญ่ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้บาสไม่ใช่เด็กเกเรที่เอาแต่เล่นเกมหรืองีบหลับ ตอนนี้เขาเป็นคนที่ขยันช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ทำให้สาวๆที่นึกดูแคลนอดมองใหม่ไม่ได้ บาสไม่ได้รับรู้ถึงสายตานั้น สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้มีเพียงเพื่อนสองคน หม่าวกับกันต์ ตั้งแต่เริ่มคาบเรียนมาบาสหันไปมองตลอด พบว่ากันต์ที่นั่งข้างเอาแต่มองหม่าว ผู้ชายน่ารัก ขาวๆ ตัวเล็ก ให้ตายเถอะหมอนี่ไม่รู้จักยับยั้งสายตาเลย มองถึงขนาดที่ว่าเขาเองก็รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ..... โรงเรียนโนนเหล็กเกือบสองโมง พี่ทรายเอารถไปจอดไว้ที่สำหรับให้นักเรียนจอดโดยเฉพาะ ในมือมีถุงหมูปิ้งที่ฉวยมาจากบาส เธอหยิบไม้ที่เขาเพิ่งกัดไปได้คำเดียวขึ้นมา “คิดว่าพี่ไม่กล้ากินเหรอ...บาสเอ้ย!” ริมฝีปากของเธอยกขึ้นสูงก่อนจะ...