ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 49 : 16 วันไม่พูดกล่าว

    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่นางมารลี่อิ่งก็พบว่าที่นางมา ณ ที่แห่งนี้มิใช่เพราะต้องการมาเล่นเกมจ้องหน้าจ้องตา หากแต่มาเพื่อตอบแทนบางสิ่งคืนแก่มัน ไอ้เจ้าบุรุษโง่งมหลายวันที่ผ่านมานี้ตัวนางก็ได้ขบคิดถึงคำพูดของปราชญ์บัวมณี วาสนาของนางกับบุรุษผู้นี้นับว่าสิ้นแล้ว มนุษย์สามัญเช่นมันมิอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เกินร้อยปี


    หากแต่นางมิใช่ นอกจากนั้นแม้นางจะปรารถนาช่วยเหลือมันด้วยใจจริง หากแต่ดินแดนที่นางกำลังจะไปนั้นก็ช่างยากแค้นเค้นใจ มันเป็นดินแดนแห่งผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง มนุษย์ธรรมดามิสามารถมีชีวิตอยู่ได้แน่ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ในวันนี้ที่นางมาปรากฏตัวที่นี่ ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่บุรุษโง่งมผู้นี้เคยช่วยเหลือตัวนาง


    หากนางตอบแทนมันสิ้นแล้ว นับจากวันนี้ไป นางกับมันก็จะไม่เหลือเยื่อใยและมีอะไรติดค้างต่อกันอีก


    ไม่ช้านางมารก็หายใจเข้าลึกก่อนจะทอนหายใจออกมาเบาๆ กล่าววาจาเสียงใสน่าฟัง "ตอนนี้เจ้าปรารถนาสิ่งใดและคิดจะทำการใดจงบอกข้ามาเถอะ หากข้าทำให้เจ้าสมปรารถนาได้ข้าก็จะทำ ข้าลี่อิ่งมิใช่ผู้ลืมบุญคุณคน ยามนั้นเจ้าช่วยเหลือข้า ข้ายังถือว่าติดค้างเจ้าอยู่..."


    ฉินเทียนหลับตานิ่ง ในความรู้สึกของมันนั้น มันไม่มีอะไรจะเรียกร้องต่อนางสตรีตรงหน้าของมันเลย


    แต่หากถ้าจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มันต้องการจริงๆ จากนาง ณ ตอนนี้ สำหรับฉินเทียนแล้ว มันก็คงเป็นภาพรอยยิ้มของนาง ที่กำลังยิ้มอย่างจริงใจและมีความสุขอย่างแท้จริงกระมัง


    ดังนั้นมันจึงพูดกล่าวสิ่งนี้ออกไป ศาลเทพสวรรค์ทำให้มันมิอาจโกหกได้


    "ข้าอยากเห็นเจ้ายิ้มอย่างมีความสุข..."


    ไม่รู้ทำไมใบหน้าของนางมารลี่อิ่งคล้ายร้อนผ่าว นางพยายามขยับมุมปากทำทีท่าคล้ายจะยิ้ม หากแต่สุดท้ายนางกับพบว่านางมิอาจทำมันได้ เพราะเมื่อนางรู้ซึ่งความจริงของชีวิตนางแล้ว นางก็คล้ายต้องแบกความทุกข์แสนสาหัสไว้คนเดียวอีกครั้ง


    ลี่อิ่งนางมารส่ายหน้า


    "ข้าทำไม่ได้"


    ฉินเทียนยิ้มบางเบาก่อนพยักหน้ารับช้าๆ


    "ไม่เป็นไร..." มันกล่าวตอบ พร้อมมองลึกไปนัยน์ตาของนางมาร ตัวฉินเทียนมันคล้ายมองเห็นนัยน์ตาที่หนักอึ้งเสมือนหนึ่งตัวนางสตรีผู้นี้ได้แบกโลกหล้าเป็นภาระ  ฉินเทียนไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถึงอย่างนั้นตัวมันก็ไม่ต้องการให้นางสตรีผู้งดงามตรงหน้ามันผู้นี้ต้องมีสิ่งใดต้องกังวลใจกับตัวมัน


    แต่ละคนล้วนมีโชคชะตาของตัวเอง "เจ้าและข้าล้วนมีโชคชะตาของตนเอง อย่าได้กังวลสิ่งใดกับตัวข้าเลย... ตัวข้านั้นไม่เคยคิดมีสิ่งใดเรียกร้องต่อเจ้าเลยแม้แต่น้อย"


    "ไม่ข้าต้องตอบแทนเจ้าก่อน มิเช่นนั้นข้าจะไม่รู้สึกปล่อยวาง สิ่งนี้อาจจะขัดขวางเส้นทางแห่งการบำเพ็ญของข้าได้" นางมารกล่าววาจาเสียงแข็ง อย่างไรวันนี้นางก็ต้องได้ชำระบุญคุณเก่าก่อน นี่คือสิ่งที่นางปรารถนาจะทำในวันนี้


    ฉินเทียนพยักหน้ารับ เมื่อสิ่งนี้อาจจะขัดขวางเส้นทางบำเพ็ญแห่งนาง มันก็จำต้องเรียกร้องบางสิ่งเพื่อปลดภาระทางใจให้นาง ทั้งหมดก็เพื่อนาง ฉินเทียนนิ่งมันขบคิดครู่หนึ่ง จากนั้นมันจึงพูดกล่าว "ข้าปรารถนาจะอยู่เงียบๆ เสีย 15 16 วัน ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักครู่ ไร้ผู้คน ไร้ความวุ่นวายทางโลก เช้าเดินเล่นชมป่าเขา ตกดึงนั่งนอนมองดูเดือนดาว เจ้าทำให้ข้าได้หรือไม่"


    นางมารลี่อิ่งนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นางกระทำได้


    ไม่ช้านางก็วาดฝ่ามือผืนผ้าไหมลอยออกมาจากชายเสื้อท้องแขนของนาง มันค่อยๆ ลอยมาคล้องกายของฉินเทียน เมื่อผ้าผืนนี้สัมผัสตัวฉินเทียนมัน ตัวมันก็คล้ายรู้สึกบางเบา ราวกับว่าตัวมันนั้นเป็นขนนกหรืออากาศว่างเปล่าที่ไร้น้ำหนักก็ไม่ปาน


    นางมารลี่อิ่งวาดมืออีกครั้ง นางร่ายฤทธิ์ใส่ฉินเทียน ไม่ช้าตัวฉินเทียนมันก็ล่องลอย นางมารก็เช่นกัน


    ทั้งสองโบยบินเคียงคู่กัน ฉินเทียนไม่รู้ว่านางจะพามันไปที่ใด


    หากแต่หลังจากโบยบินเคียงคู่นางมารอยู่ครู่ใหญ่ไม่ช้าฉินเทียนก็มาถึงขุนเขาสูงลูกหนึ่ง ที่นั่นบรรยากาศไม่เลวนัก


    หากแต่ถ้าเทียบกับขุนเขาที่เซียนซุนสร้างขึ้นก็ยังนับว่าห่างไกล


    ไม่ช้านางมารก็ดึงของออกมาจากกำไลวิเศษของนาง มันเป็นไข่มุกสีแดงหลายเม็ด นางจัดวางตำแหน่งอย่างดี จากนั้นไม่ช้าก็เริ่มขีดเขียนสลักอักษรวิญญาณ


    จากนั้นก็พึมพำคาถาพร้อมร่ายฤทธา ไม่ช้าก็มีต้นไม้ใหญ่ปรากฏขึ้นมา มันสูงใหญ่มโหฬารมิน้อยเลยขนาดกว้างอย่างน้อยๆ ก็ต้องหลายร้อยคนโอบ นางมารเดินนำฉินเทียนเข้าไปภายในต้นไม้ใหญ่นั้น


    เมื่อเข้าไปภายในก็พบว่าเป็นสถานที่โปร่งโล่ง และในครู่ถัดมานางมารก็หยิบกำไลอีกวงของนางออกมาจากในเสื้อ นางนำของใช้ในบ้านต่างๆ ออกมามากมาย


    ไม่ช้าในห้องโปร่งก็กลายเป็นที่พักอาศัยที่พรั่งพร้อม


    เมื่อทำทุกสิ่งอย่างเสร็จสิ้นนางมารก็นั่งบนแท่นหินของตัวนางเอง พร้อมหลับตานั่งเข้าฌานสมาธิอย่างเงียบงัน และในระหว่างที่นางนั่งแท่นหินนี้คล้ายมีหมอกเซียนระดับต่ำสีเทาหม่นปรากฏจางๆ ออกมา


    ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็มิได้กวนนาง ตอนนี้ร่างกายของมันเป็นคนธรรมดามิใช่ผู้ฝึกตน ดังนั้นมันจึงเดินออกมาด้านนอก นั่งมองท้องฟ้าและขุนเขาอันเงียบงัน


    .


    .


    .


    เวลาค่อยๆ ล่วงผ่าน


    แต่ละวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย


    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีแม้จะอยู่ด้วยกัน


    หากแต่ก็มิมีใครมีวาจาต่อกัน


    สามสี่วันแรกทุกเช้าและสาย ฉินเทียนพบว่านางมารผู้งดงามมักต้มข้าวทำอาหารมาให้มันกิน หากแต่รสมือนางนั้นแย่เหลือเกิน คล้ายปรุงรสใดๆ ไม่เป็นเลย กลิ่นคาวกลิ่นสาบมิถูกชำระ เครื่องเทศปรุงรสใดๆ ก็แลจะไม่มี


    ฉินเทียนเทียนถึงกับงงงันในฝีมือการทำอาหารของนางมารนัก


    หากแต่แม้จะเป็นเช่นนี้ มันก็กินดื่มอาหารของนางอย่างไม่ปริปาก กินข้าวหมดจานชามเสมอ


    วันที่ 5 ฉินเทียนลงมือทำอาหารเอง ของกินเครื่องเทศในกำไรวิเศษมันมีอยู่เหลือเฟือ เป็นข้าวต้มง่ายๆ 2 ถ้วย และอาหารแห้งปรุงผัดเป็นกับอีก 2 อย่าง


    นางมารผู้งดงามเมื่อถึงเวลาอาหารวันนี้นางก็ตั้งใจเหมือนทุกวัน หากแต่นางพบว่าวันนี้มีข้าวถ้วยวางตรงหน้านาง ไม่ช้านางก็กินมัน


    วันที่ 6 7 8 9 ทุกสิ่งอย่างยังเหมือนเดิมต่างก็แค่ตอนนี้ผู้ทำข้าวปลาอาหารคือฉินเทียน


    วันที่ 10 ฉินเทียนก็ทำเช่นเดิม อาหารบ้านๆ เรียบง่าย เมื่อมันทำเสร็จ มันตั้งใจนำอาหารไปวางไว้ที่เดิม หน้าแท่นนั่งบำเพ็ญของนางมาร หากแต่วันนี้ นางมารมิได้นั่งหลับตาฝึกฝน


    หากแต่นางมานั่งที่เก้าอี้ ที่โต๊ะกลางบ้านที่มีเพียงหนึ่งเดียว ฉินเทียนนำอาหารมาวางตรงนั้น เมื่อจัดวางจานชามเสร็จมันก็นั่งลงตรงข้ามนางมาร นั่งกินข้าวเงียบๆ เหมือนทุกวัน


    หากแต่ที่ต่างกว่าทุกวันคือวันนี้ชามข้าวของนางมารอยู่ตรงข้ามกับชามข้าวของมัน


    นางมารจับตะเกียบ เอาข้าวเข้าปากเลือกกินของที่นางชอบพอ


    หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรีไม่พูดจาก ต่างกินอาหารข้าวปลากันอย่างเงียบๆ หากแต่บางครั้งนัยน์ตาก็มีแอบเหลียว แอบมอง หากแต่มันช่างเป็นเรื่องน่าแปลกยิ่ง


    คราวใดที่ต่างฝ่ายคิดแอบชำเลืองมอง มันก็คล้ายจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่อีกฝ่ายคิดแอบหมายจะชำเลืองมองเช่นกัน


    หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรีจึงคล้ายสบสายตากันเป็นระยะๆ อยู่เสมอ


    แม้ไม่ได้ตั้งใจ หากแต่มันช่างบังเอิญจนเกินไป


    ไม่รู้ทำไม เสียงหัวใจของนางมารนั้น นางรู้สึกว่ามันจะเต้นดังกว่าที่เคยเป็น


    .


    .


    .


    วันที่ 11 นางมารมิได้ฝึกฝนยามค่ำคืน ฉินเทียนนอนมองดูเดือนดาว นางมารก็นั่งจ้องดวงดาวและจันทรา หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีหนึ่งนอนหนึ่งนั่ง ห่างกันหลายสิบก้าวนัก


    วันที่ 12 คล้ายเหมือนเดิม หากแต่ยามค่ำคืนหลายสิบก้าวเมื่อวันวานคล้ายหดสั้นลงไปไม่น้อย


    วันที่ 13 ก็เช่นกันมันก็คล้ายๆ วันเดิมๆ หากแต่ยามค่ำคืนหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี หนึ่งนอน หนึ่งนั่ง คล้ายระยะก้าวย่างถึงกันเหลือไม่ถึงสิบก้าวแล้ว


    วันที่ 14 เหลือเพียง 5 ก้าว


    วันที่ 15 3 ก้าว


    .


    .


    .


    หนึ่งช่วงเอื้อมมือ ฉินเทียนนอนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้มันพบว่าด้านหน้ามัน เพียงแค่หนึ่งช่วงเอื้อมมือ มีหนึ่งสตรีผู้งดงามอยู่ตรงนั้น แสงจันทร์ราวฉายมาเพื่อนาง ใบหน้านางคล้ายหนึ่งดรุณีนางสวรรค์ที่ควรมีเพียงในฝันมิควรมีอยู่จริง


    วันเวลาของฉินเทียนใกล้หมดลง เซียมซีโชคร้ายค่อยๆ นับเวลาถอยหลังลงอย่างช้าๆ


    มันกำลังจะหมดซึ่งพันธนาการแห่งเรื่องเลวร้าย


    .


    .


    .


    หากแต่ก่อนเวลาจะหมดลง


    หลังจากความเงียบงันอันยาวนาน


    หนึ่งสตรีผู้งดงาม นางมารผู้งามกว่านางสวรรค์ก็พูดกล่าว "ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว... เจ้ามีอะไรที่ปรารถนาอีกหรือไม่" นางพูดพลางพร้อมหันมามองจ้องที่นัยน์ตาของฉินเทียน


    ไม่รู้ทำไมในครั้งนี้


    ในหัวใจของฉินเทียนมันถึงรู้สึกว่าสิ่งที่มันปรารถนาจะไม่ใช่มีแค่เพียงความปรารถนาแบบเก่าก่อน ที่ขอเพียงให้นางแย้มยิ้ม ขอเพียงให้นางมีความสุข


    ในส่วนลึกในใจของตัวมันฉินเทียน ตัวมันรู้สึกถึงแรงปรารถนา... ที่จะให้วันเวลาที่มีนางนั่งเคียงข้างนี้ยืดยาวเอาไป


    ฉินเทียนนั่งนิ่ง


    นางมารก็ถามอีกครั้ง


    "เจ้ามีสิ่งที่ปรารถนาอีกหรือไม่ จงบอกแก่ข้า นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ข้าจะทำเพื่อเจ้า"


    .


    .


    .


    หากกล่าวถ้อยคำจริงใจในเวลานี้ ตัวฉินเทียนมันคงทำได้เพียงร้องของให้นางอยู่เคียงข้างกับมันต่อไป แม้มันจะเป็นเพียงแค่การนั่งมองดูจันทราและฟ้ากว้างโดยมิมีวาจา ไม่มีปรารถนาหรือสัมพันธ์ทางกาย


    หากแต่นั่นคือปรารถนาที่แท้จริงของหัวใจมัน ฉินเทียนตัวมันสัมผัสได้


    หากแต่ในเวลานั้น ในช่วงที่มันกำลังคิดจะพูดกล่าว


    !!!ตุ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


    โลกหล้าหยุดนิ่ง เมฆามิอาจจะเคลื่อนคล้อย นางสตรีตรงหน้ามันคล้ายนางสวรรค์ที่เป็นรูปสลัก นางไม่เคลื่อนไหว กลายเป็นเหมือนดังภาพมายาที่ทำได้เพียงมองเห็นแต่มิอาจสัมผัส


    ระบบศาลเทพสวรรค์ร้องเตือน


    เวลาแห่งความโชคร้ายของฉินเทียนจบสิ้นแล้ว


    ฉินเทียนหัวเราะบางเบาให้กับตัวเอง


    มันนั่งนิ่งเอามือเท้าคางจดจ้องมองชมโฉมสตรีงามตระการตรงหน้ามันอยู่ครู่ใหญ่ มันช่างเนิ่นนาน


    .


    .


    .


    ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และออกจากมิติแห่งศาลเทพสวรรค์และห้วงแห่งความฝันถึงหนึ่งสตรี


    ฉินเทียนส่ายหัวและพูดกล่าว


    "ไม่มี"


    นางมารลี่อิ่งได้ยินดังนั้นนางนั่งนิ่งครู่หนึ่งมิพูดจา


    ในใจนางคล้ายมีปรารถนาบางสิ่ง


    คล้ายต้องการให้บุรุษโง่งมตรงหน้านางผู้นี้มันพูดกล่าว


    หากมันพูดกล่าวบางอย่างในใจนาง... ในวันนี้นางอาจจะยอมทิ้งซึ่งทุกสิ่งที่หนักอึ้ง แล้วใช้ชีวิตอย่างสตรีสามัญ


    เคียงคู่บุรุษโง่งมในบ้านหลังน้อย นั่งมองจันทราและดูเดือนดาราตราบจนช่วงสุดท้ายของชีวิตมัน


    'ไอ้เจ้าบุรุษโง่งม'


    .


    .


    .


    ต่างฝ่ายก็ต่างคิด


    แต่ไม่มีใครพูดกล่าวออกมา


    ในเรื่องหญิงชาย


    บุรุษและสตรีทั่วหล้า


    มักปากกับใจไม่ตรงกัน


    .


    .


    .


    ลี่อิ่งนางมารพยักหน้ารับ ก่อนล่องลอยโบยบินถอยหลังช้าๆ นางจดจ้องมองบุรุษโง่งมไม่วางตา ไม่รู้ทำไมยิ่งถอยหลังออกไปไกลมากเท่าไร ในใจนางก็คล้ายถูกมัดตรึงมากเท่านั้น


    .


    .


    .


    ณ ถ้ำมืดล้างใต้พิภพที่ยากยิ่งซึ่งผู้ใดจะล่วงรู้และมาถึง


    ไอร้อนจากปฐพีแผ่ซ่านร้อนหนักหนา


    หากแต่ในถ้ำมืดมิดไร้ซึ่งแสงสีใดๆ กับมีเสียงคบเคี้ยวบดกระดูกดัง กรุบ กรุบ ก้องไปทั่ว ชิ้นเนื้อหนังถูกจับยัดเข้าปากหนึ่งบุรุษอย่างช้าๆ ทอดสายตาออกไปโดยรอบความมืดมิดนี้ มีโครงกระดูกซากมนุษย์มากมายยิ่ง


    บนกองกระดูกซากสูงหนาเหล่านี้ มีหนึ่งบุรุษใบหน้าหล่อเหลารูปงามวิจิตรผู้หนึ่งกำลังบาดเช็ดคราบโลหิตติดปากของตัวมันอยู่


    ไม่ช้าที่มุมหนึ่งของผนังถ้ำก็ปรากฏอักษรมารทอแสง ไม่ช้าก็มีเสียงพูดกล่าวออกมาจากอักษรมารนั้น


    "นายท่านขอรับตอนนี้อสูรแฝงตัวอีกสี่สิบกว่าตนถูกกำจัดสิ้นแล้วขอรับ ดูเหมือนว่ามีคนของโลกใบนี้เน้นเล่นงานมาที่พวกเราอยู่ อาจจะมีผู้รู้ถึงการคงอยู่ของพวกเราแล้วขอรับนายท่าน"


    บุรุษผู้อยู่ในถ้ำมืดยิ้มเยาะ สำหรับมันแล้วในโลกใบนี้หามีผู้ที่มันจะเกรงกลัวจริงๆ ไม่


    "เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็นผู้ใด"


    "น่าจะเป็นคนของเหล่าผู้ที่ถูกเรียกว่า 8 ปราชญ์ขอรับ มันส่งผู้ท่องนภาระดับสูงสุดตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิตออกมาล่าพวกเราขอรับ"


    "หึหึ ก็แค่หนอนแมลง ช่วงนี้จงระวังตัวกันก่อน พวกที่ตายไปแล้วก็ปล่อยมันตายไปแค่ทาสอสูรมารชั้นต่ำ ปัญหาใหญ่ของพวกเราในตอนนี้ก็คือมันราชันย์สวรรค์ผู้นั้นเพียงผู้เดียว หากไม่มีมันผู้นั้น..." บุรุษในถ้ำมืดมิพูดเปล่ามันกัดปากขบฟัน เสียงกรุบๆ ดังให้ได้ยินชัดเจนนัก "แค่หนอนแมลงข้าจะล้างโลกาแห่งนี้เมื่อไรก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ว่ามีแต่เรื่องร้าย หากเพียงแค่เราส่งสารข้ามห้วงมิตินี้สำเร็จ หรือออกจากมิติเร้นลับแห่งนี้ได้ วาสนายิ่งใหญ่ขอบเขตเทวะอัศจรรย์ชีวิตดุจนิรันดร์ก็จะเป็นของพวกเราอสูรมารทุกตน ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรื่องของเหล่าสายโลหิตยิ่งใหญ่แห่ง 18 เผ่าสวรรค์นั้นเราต้องบอกเรื่องนี้แก่นายท่านให้จงได้ มันคือโอกาสเดียวที่พวกเราจะได้บรรลุสู่ขอบเขตเทวะอัศจรรย์อย่างรวดเร็ว"


    กล่าวถึงตรงนี้ไม่ช้าอักขระอักษรมารก็หายไป ถ้ำมืดกลับมาเงียบงันอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62