บทที่ 1 กำเนิดลูกั (รีไรท์)
รัฐฉี เผชิญกับภัยแล้งมาเป็เวลาห้าปี ผู้คนประสบกับความอดอยากครั้งใหญ่
เวลาย่ำค่ำ หมู่เมฆมืดครึ้มรวมตัวกันเหนือเมืองอิ้งซาน แม้กระทั่งแสงอาทิตย์อัสดงก็ถูกบดบังจนมิด
ภายในจวนเ้าเมือง
“ฮูหยิน ออกแรงอีก! เห็นหัวแล้วเ้าค่ะ เบ่งแรงอีก!” หมอตำแยะโไปพลางเช็ดเหงื่อไปพลาง
“อ๊า!”
หลังจากเบ่งเสียงร้องจนแหบแห้ง เสียงร้องไห้ของเด็กทารกก็ดังขึ้น
“คลอดออกมาแล้วเ้าค่ะ!”
ครืน!
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องก็ดังเคล้าคลอไปกับเสียงทารกน้อย
เ้าเมืองฟ่านหงเหวินกำลังเดินวนอยู่ด้านนอกประตู เสียงฟ้าร้องทำให้เขาสะดุ้งใ “ฝนจะตกหรือ?”
่หลายปีมานี้เกิดภัยแล้งรุนแรง ฝนตกแทบจะนับครั้งได้ ถ้าเกิดฝนตกจริง ๆ ล่ะก็...
ภายในห้องคลอด แม่นมผู้หนึ่งอุ้มเด็กทารกพาไปหาผู้เป็แม่
นางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูฮูหยินสองสามคำ
ผู้เป็แม่เหลือบมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของแม่นม พลันสบตาคู่นั้นราวกับกำลังชั่งใจบางอย่าง
หลังจากลังเลอยู่นาน นางก็หันศีรษะและพยักหน้าอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าหลังจากที่ผู้เป็แม่พยักหน้า ความผิดหวังสายหนึ่งก็ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตราวกับลูกองุ่นสีดำคู่นั้น
แม่นมส่งสายตาให้กับสาวใช้ที่อยู่ด้านข้าง แล้วทั้งสองคนก็เดินไปยังหลังฉากกั้น ทำการอุ้มทารกออกจากตะกร้าไม้ไผ่ แล้ววางทารกในอ้อมแขนของนางใส่ลงไปแทน
“เดี๋ยวเ้าเอาออกไป โยนทิ้งให้ไกลหน่อยจะเป็การดีที่สุด…” แม่นมกำชับพลางมองสาวใช้ที่ก้มศีรษะตอบก่อนจะหันหลังกลับออกไป
“ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า ฮูหยินคลอดแล้วเ้าค่ะ เป็คุณชายน้อยเ้าค่ะ”
แม่นมเดินออกไปข้างนอกพร้อมกล่าวเสียงดัง หลังจากได้ยินคำพูดของนาง เหล่าสาวใช้ภายในห้องจึงคุกเข่าก้มศีรษะลง ไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใด
เ้าเมืองฟ่านกำลังนึกถึงเื่ฝนตกจนไม่ทันสังเกตเห็นบรรยากาศอึมครึมภายในห้อง
“ขอบคุณ์ ในที่สุดข้าก็ได้ลูกชาย!” เ้าเมืองฟ่านหัวเราะเสียงดัง “ตบรางวัล!”
“ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า!”
ภายใต้ความปีติยินดี เ้าเมืองฟ่านไม่ได้สังเกตเลยว่าเมฆครึ้มที่รวมตัวกันเมื่อครู่สลายไปจนหมดสิ้น ผืนนภาทอแสงสายัณห์อีกครั้ง
ทหารยามแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พลางรำพึงรำพันอย่างหงุดหงิด “ให้ตายเถอะ เดี๋ยวมีลมเดี๋ยวก็ไม่มี นี่มันร้อนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!”
นอกเมือง บนูเา
สาวใช้หาสถานที่ที่มีลมพัดอ่อน ๆ แล้วจึงวางตะกร้าลง
นางเปิดผ้าที่คลุมอยู่ พลางหยิบเหรียญเงินที่เตรียมไว้ออกมาจากแขนเสื้อวางลงในตะกร้าแล้วคลุมผ้าดังเดิม
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ปลดปิ่นปักผมชิ้นสวยบนศีรษะออก
“นี่คือ… รางวัลของฮูหยิน ฝากไว้ให้เ้า”
หลังจากนั้นนางก็เดินถอยห่างออกไป
ทันทีที่สาวใช้เดินออกไป หมาป่ากลุ่มหนึ่งก็เดินล้ะกร้าไม้ไผ่ไว้
หลังจากเลิกผ้าคลุมขึ้น หมาป่าก็แยกเขี้ยวส่งเสียงขู่เบา ๆ ทันใดนั้น มือน้อย ๆ ก็ยื่นออกมาตีปากยื่นยาวของหมาป่าตัวที่ใกล้ที่สุด
หมาป่าที่เพิ่งแยกเขี้ยวตัวสั่นหมอบลงกับพื้น ขณะที่แม่หมาป่าก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเข้าไปให้นมเ้าทารกน้อยอย่างอ่อนโยน
หลังเด็กน้อยดูดนมเข้าไปอึกใหญ่ ใบหน้าซีดเซียวค่อย ๆ กลับมาเป็ปกติ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงแสงสีทองก็ลอยออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่และกลายเป็ัทองขนาดเท่าฝ่ามือ
ัทองตัวน้อยมีเขาเล็ก ๆ กลม ๆ สองอันอยู่บนหน้าผาก มองดูแล้วน่ารักน่าชังไม่น้อย
“พวกเ้า ทำได้ดีมาก!” เสียงเ้าัทองตัวน้อยดังไปถึงหูของหมาป่าทุกตัวอย่างชัดเจน
“เปิ่นเสิน*[1] แค่ก!” ัทองตัวน้อยกำลังจะพูด แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่มีพลังเพียงพอ
แสงสีทองส่องประกาย ร่างของัทองตัวน้อยค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น เพียงแต่มันดูเลือนราง แต่ก็เพียงพอที่จะหลอกตาหมาป่าพวกนี้ได้
ัทองตัวน้อยมองดูกลุ่มหมาป่าด้วยความพึงพอใจ และกล่าวต่อเสียงเบา “เปิ่นเสินขอสั่งให้พวกเ้าปกป้องคุ้มครอง จนกว่าเปิ่นเสินจะพบครอบครัวที่เหมาะสม”
เมื่อเผชิญกับแรงกดดันที่แท้จริงของเทพั หมาป่าที่อยู่ตรงหน้าก็แทบอาเจียนเป็เื ไม่สามารถขยับตัวได้ พวกมันร้องครวญครางเพื่อแสดงท่าทียอมจำนน
ัทองตัวน้อยสะบัดหางแสงสีทองลอยไปตรงหน้าหมาป่าขาว เพื่อทำให้พวกหมาป่าขาวรู้แจ้ง
ส่งผลให้พลังที่มีอยู่น้อยนิดเหือดแห้ง ร่างกายที่อ่อนแอถูกเหวี่ยงกลับเข้าไปในตะกร้า
เด็กทารกน้อยกำหมัดอย่างไม่ยินยอม พลางโบกมือสะเปะสะปะ ขณะที่าาหมาป่าขาวราวหิมะเดินขึ้นมาข้างหน้าและโค้งคำนับ ราวกับขออนุญาต จากนั้นคาบตะกร้าไม้ไผ่ลงจากูเาไป
กึกกัก กึกกัก
เกวียนเคลื่อนตัวไปช้า ๆ ในคืนอันมืดมิด หญิงท้องแก่บนเกวียนกอดห่อผ้าในอ้อมแขนแน่น พลางมองดูผืนป่าอันมืดมืด
“ท่านพี่ ข้ากลัว…”
คนลากเกวียนคือเซียวหย่งฝู เขาหยุดเกวียนทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก
เซียวหย่งฝูปาดเหงื่อแล้วเดินไปหาหลินซื่อ*[2]ภรรยาของตน แล้วส่งยิ้มให้ “เ้าเป็แม่ลูกสี่แล้ว เหตุใดเ้ายังทำตัวเป็เด็กสาวอยู่ได้เล่า ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่แล้ว”
หลินซื่อเหลือบไปมองชายคนรักที่อยู่ข้างตัว “พูดอะไรน่ะ แก่ไม่ได้เื่ได้ราวจริง ๆ”
เซียวหย่งฝูยิ้มพลางกล่าว “หึหึ หากข้าไม่ได้เื่ แล้วตอนนี้เ้าตัวน้อยในท้องเ้าจะมาได้อย่างไร”
เมื่อพูดถึงสิ่งที่อยู่ในท้อง หลินซื่อก็ถอนหายใจ การตั้งครรภ์ครั้งนี้ อาการเริ่มแย่ลงมากขึ้นทุกวัน ๆ
เคยเป็ลมไปแล้วครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ สองวันก่อนไปหาหมอตำแยก็พบว่าตำแหน่งของทารกในครรภ์นั้นผิดปกติ
ในหมู่บ้านของพวกเขามีแค่หมอรักษาสัตว์เพียงคนเดียว การจะไปหาหมอรักษาคนก็ทำได้เพียงนั่งเกวียนเข้าไปในเมือง
ในหมู่บ้าน ครอบครัวของเซียวหย่งฝูมีชื่อเสียงเลื่องลือในเื่ความโชคร้าย
พืชพันธุ์ที่ปลูกจะถูกแมลงกัดกิน หากล่ากระต่ายได้ก็จะถูกสุนัขจิ้งจอกมาฉกชิงไป คราวนี้เงินจะไปหาหมอก็ต้องยืมมาจากบ้านของหลี่เจิ้ง
เมื่อไปถึงที่นั่น เช้าตรู่เกวียนก็ดันมาเสียกลางทาง พอไปหาหมอ ท่านหมอก็ไปกินข้าวแล้ว
พอออกจากเมืองมาก็พบว่าเสบียงอาหารหายไป โชคดีที่เงินซึ่งยืมมาจ่ายค่าหมอไปหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงจะต้องทุกข์ใจเข้าไปอีกแน่
เมื่อเห็นหลินซื่อถอนหายใจ เซียวหย่งฝูก็หยิบถุงน้ำส่งให้นางก่อนจะพูด “อย่ากังวลไป จะต้องมีหนทางเสมอ พวกเราเป็คนซื่อสัตย์ ทั้งยังไม่เคยทำอะไรผิด ์คงจะไม่โหดร้ายขนาดนั้น”
หลินซื่อกำลังจะเอ่ยปากพูด ทันใดนั้นก็มีเสียงกรอบแกรบดังใกล้เข้ามา จนนางสะดุ้งตัวโยน
เซียวหย่งฝูยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อปกป้องหญิงคนรัก พลันหันไปมองตามทิศทางของเสียงตาไม่กะพริบ
กรรซ์…
เขาหายใจเข้าลึก ๆ
“ท่านพี่ หมาป่า!”
หลินซื่อใมาก นางกอดแขนสามีแน่นแล้วมองดวงตาสีเขียวเรืองรองในความมืดด้วยตัวสั่นเทา
เซียวหย่งฝูลอบคิดในใจ …อย่างน้อยต้องมีหมาป่ายี่สิบสามสิบตัวแน่
ภรรยาที่ท้องแก่ไม่ต้องพูดถึงเื่วิ่งเลย แค่เดินยังแทบไม่ได้ อย่าว่าแต่เดินเร็วเลย คาดว่าวันนี้พวกเขาทั้งสองคนคงต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว
“ท่านพี่ ครอบครัวของพวกเราโชคร้ายอะไรขนาดนี้ วันนี้พวกเราจะถูกหมาป่ากินอย่างนั้นหรือ?”
ก่อนที่เขาจะทันคิดอะไรไปมากกว่านี้ ฝูงหมาป่าก็หยุดเดิน ภายใต้แสงจันทร์ เขาเห็นว่าหมาป่าตัวแรกกำลังคาบตะกร้าไม้ไผ่ไว้ในปาก
าาหมาป่าดูถูกเหยียดหยามอยู่ในใจ ใครจะสนมนุษย์ผอมกะหร่องสองคน กัดเข้าไปฟันได้หักกันพอดี
“อุแว้ อุแว้!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงของเด็กทารกดังออกมาจากตะกร้า ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นระรัว
หมาป่าเยื้องย่างเข้ามาช้า ๆ จนอยู่ห่างจากเซียวหย่งฝูเพียงก้าวเดียว แล้ววางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนพื้น จากนั้นมันก็ส่งเสียงครวญครางเบา ๆ
“ท่านพี่ เหมือนข้าจะได้ยินเสียงของเด็ก ท่านรีบไปเปิดตะกร้าดูเร็ว” เสียงที่หลินซื่อได้ยินเมื่อครู่ นางเก็บซ่อนความกลัวเอาไว้ สิ่งเดียวที่คิดได้คือมีเด็กที่ถูกหมาป่าคาบมา
“ได้ ๆ” เซียวหย่งฝูเห็นว่าหมาป่าไม่ได้มีทีท่าดุร้าย หรือหิวโหย จึงก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังและเปิดผ้าออก
“เด็ก! มีเด็กอยู่จริง ๆ!” เขาพูดพร้อมอุ้มทารกออกจากตะกร้าแล้วส่งให้หลินซื่อที่นั่งอยู่บนเกวียน
หลินซื่อกอดปลอบเด็กน้อย มองดูใบหน้าเล็ก ๆ น่ารักด้วยความเอ็นดู ดวงตากลมโตคล้ายลูกองุ่นสีดำคู่นั้นจ้องมองกลับมาอย่างอยากรู้อยากเห็น “น่ารักจริง ๆ!”
เ้าก้อนแป้งกะพริบตา นางบอกว่าข้าน่ารัก ข้าชอบครอบครัวนี้!
หมาป่าขาวดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของนาง ในเมื่อนางสบายใจที่จะรับไว้ก็ช่วยไม่ได้ หางพลันลู่ต่ำ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ อีก
ผ่านไปสักพัก หลินซื่อก็ยกผ้าห่มขึ้นดู พลางะโด้วยความแปลกใจ “เป็เด็กผู้หญิง ท่านพี่ เป็เด็กผู้หญิง”
[1] เปิ่นเสิน (本神) เป็คำสรรพนามเรียกตัวเองเชิงยกตนของเทพ์ชั้นกลาง-สูง
[2] ซื่อ (氏) เป็คำที่ใช้เรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว