'บอสครับมีคนส่งรูปนี่มากให้ครับ'
'นี่มัน...'
ในไทยมีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอยู่หลายองค์กรหนึ่งในนั้นมีองค์กรบ้านเด็กกำพร้าที่ชื่อไวท์เฮาส์มีเครือข่ายมากมายในหลายประเทศ
สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามีชื่อเรียกตามสี ไวท์เฮาส์ได้รับรางวัลองค์กรเพื่อมนุษยชาติดีเด่นมีผู้บริหารหนุ่มใหญ่เป็ลูกครึ่งฝรั่งเศษไทยใครๆ เรียกว่าบอนนี่ ที่พึ่งมารับ่ต่อจากผู้เป็พ่อได้สี่ปี
จากรุ่นพ่อที่ไม่โดดเด่นเป็ที่รู้จักมากนักสู่รุ่นลูกที่มีความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดมากกว่าสามารถสร้างพันธมิตรได้กว้างขวางเป็ที่นับหน้าถือตาของใครๆ
มีเด็กในอุปการะนับร้อยในแต่ละประเทศ มีผู้บริจาคทั้งทุนทรัพย์และอุปกรณ์สำหรับเด็กต่างๆ มากมาย
มีภาพที่องค์กรปล่อยสู่สาธารณะชนคือการอยู่ดีมีสุขอบอุ่นปลอดภัย
ภาพเด็กที่ถูกผู้ปกครองต่างชาติท่าทางดูดีดูน่าเชื่อถืออุปการะคุณคนแล้วคนเล่านั่นทำให้ใครต่อใครไว้วางใจองค์กรเหล่านี้
แต่ความจริงภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากโรงเรียนฝึกสัตว์ดุร้าย เด็กทุกคนที่ถูกนำเข้ามาในที่แห่งนี้ไม่ใช่เด็กที่ถูกทิ้งร้อยเปอร์เซ็นแต่เป็เด็กที่ผู้นำ้าเอามาฝึกฝนจนมีฝีมือฉกาจแล้วส่งขายให้องค์บุคคลอันตรายที่้าใช้งานคนพวกนี้
เด็กทุกคนถูกตั้งชื่อใหม่เป็ตัวย่อกับหมายเลขประจำตัวบ่งบอกตัวตนแทนการมีชื่อนามสกุลเหมือนคนปกติเหมือนการประทับตราบนตัวสัตว์
ซึ่งหมายถึงองค์กรพวกนี้ไม่เคยเห็นเด็กเป็มนุษย์แต่เป็เพียงเครื่องจักรสังหารคนที่ไม่้าเท่านั้น
เด็กที่ถูกฝึกต้องไปทำภารกิจอันตรายอย่างการเป็นักฆ่านั้นส่วนใหญ่ก็ไม่มีชีวิตเหลือรอดกลับมาต่อให้ทำงานสำเร็จก็ต้องถูกกำจัดอยู่ดีเพราะรู้ความลับสำคัญมากเกินไป
เช่นเมื่อสี่ปีที่เเล้วมีคนอันตรายมากคนหนึ่งถูกหมายหัวจากหลายองค์กรเพราะเป็ผู้มีอิทธิพลกับตลาดสินทรัพย์ดิจิตอล
เป็วาฬในวงการทรัพย์สินดิจิตอลที่มีพลังขับเคลื่อนตลาดเงินโลกปั่นเหรียญล่อแมลงเม่าให้เข้ามาติดกับแล้วทำการเทขายเมื่อกราฟพุ่งขึ้นสูงตามคาดฟันเม็ดเงินมหาศาลหลายครั้งหลายครา
สร้างเครือข่ายใหญ่โตจนสร้างความไม่พอใจให้หลายฝ่ายที่เอาเงินไปลงด้วยทุนสร้างความขุ่นเคืองให้ผู้มีอิทธิพลมากเข้าจึงถูกสั่งเก็บในเวลาต่อมา
และปีนั้นก็เป็ปีที่นักฆ่าฝีมือดีหายไปครึ่งค่อนวงการเพราะคนคนนี้รวมถึงคนฝีมือดีจากสององค์กรณ์ใหญ่ไวท์เฮาส์แบลคเฮาส์ที่ถูกเรียกว่า W11 และ B88 ั้แ่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้สององค์กรณ์ขาวดำก็ไม่สามารถหานักฆ่าฝีมือระดับนั้นได้อีกเลย
เมื่อไม่นานมานี้องค์กรได้รับงานใหญ่อีกครั้งให้เก็บพ่อค้ายาที่ไปลักเซมเบิกปรากฏรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถ่ายติดเสี้ยวหน้าบางคนที่ผู้นำรุ่นก่อนรักและเอ็นดูยิ่งกว่าลูกในไส้อย่างW11
ในตอนนั้นที่ตนสั่งให้คนคนนี้ไปเก็บเทียร่า่ที่มีพายุหิมะถล่มและมีรายงานว่านักฆ่าที่ถูกส่งไปพร้อมกันในวันนั้นร้อยชีวิตถูกเทียร่าลวงไปฆ่าตายในดินแดนนั้นทั้งหมดไม่สามารถติดต่อหรือยืนยันตัวตนได้สักคนจนกระทั่งตอนนี้ที่มีภาพคนคนนั้นปรากฎขึ้น
บอนนี่ยอมรับว่าทีเเรกที่ได้ยินบิดาพูดถึง W11 ตนเกลียดคนคนนี้มากเพราะพ่อไม่เคยเห็นหัวตนเลยจนกระทั่งถ่ายโอนตำเเหน่งเพราะผู้เป็พ่อป่วยตนเองขึ้นมารับตำแหน่งแทนได้ไม่นานและเป็ตัวตั้งตัวตีให้องค์กรสาขาต่างประเทศส่งนักฆ่าฝีมือดีไปเก็บเทียร่ารวมแล้วหนึ่งร้อยคนพอดี
ปกตินักฆ่าในสังกัดจะถูกฝึกหนักั้แ่เด็กและมีระเบียบวินัยมากเมื่อโตพอที่จะใช้งานแล้วจะถูกแยกเดี่ยวให้อยู่ลำพังเปลี่ยนที่ไปเรื่อยตามที่องค์กรจัดหาที่ให้
มักจะไม่เห็นหน้ากันจนกระทั่งก่อนไปปฏิบัติภารกิจแค่วนเดียว W11 เข้ามาลาพ่อถึงทำให้ครั้งนั้นบอนนี่ได้เจอกับคนนั้นเป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย..
ผู้ชายวัยยี่สิบหกใบหน้าโดดเด่นในหมวกปีกสีขาวปิดบังดวงตาเฉี่ยวคมมีไฝใต้ตาซ้ายจมูกโด่งพุ่งรับใบหน้าเรียวริมฝีปากบางเฉียบซีดรูปร่างสูงโปรงเนื้อแน่นทุกส่วนสัดน่าัั..คำที่อยู่ในหีวตอนนั้นมีเพียงเื่อย่างว่าอย่างห้ามความคิดไม่ได้
ภายใต้เสื้อขาวรัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจนผิวขาวสว่างแทบกลืนไปกับสีเสื้อหน้าอกแน่นตึงจนเห็นยอดอกดันนูนขึ้นมาคนคนนี้มีความเป็เพศแม่มีเเรงดึงดูดมากจนละสายตาไม่ได้
บอนนี่ไม่อยากเชื่อว่านี่คือคนที่เขาเกลียดมาตลอดคนที่ทำให้ตัวเองกำลังรู้สึกพิเศษกับคนที่ไม่สมควรไปรู้สึกอย่างนักฆ่าในสังกัดของตนเองเพราะรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วนักฆ่าพวกนี้ก็ต้องตาย
ภาพคนคนนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำจนทำสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างขอเปลี่ยนตัวนักฆ่า
แต่ก็ไม่ทัน..
ด้วยความเป็มือใหม่บวกกับความมุทะลุของตนเองไม่รู้เลยว่าผู้ที่ส่งคนไปเก็บรู้ทันและตลบหลังซ้อนแผนด้วยการล่อไปพื้นที่อันตรายอย่างหุบเขาที่มีพายุหิมะตกหนักในตอนนั้น
นักฆ่าหลายคนไม่ได้ถูกฝึกในพื้นที่เย็นจัดติดลบหลักหลายสิบองศาไม่มีความได้เปรียบใดๆ ต่อให้มีฝีมือแค่ไหนก็ตาม
นักฆ่าในองค์กรไวท์เฮาส์ส่งคนไปทั้งหมดห้าคนต่างคนต่างเดินทางพวกนักฆ่าจะไม่สุงสิงกันและได้ข่าวว่าองค์กรแบลคเฮาส์ในไทยก็ส่งคนไปหายสาบสูญที่นั่นห้าคนเช่นกัน
ยี่สิบองค์กรกับนักฆ่าร้อยคนทำให้วงการนักฆ่าต้องกบดานเป็ปีๆ และอาณาจักรของเทียร่าก็ใหญ่ขึ้นมั่นคงขึ้นจนถึงปัจจุบันไม่มีใครล้มได้
เทียร่ายังคงเป็เ้าตลาดสินทรัพย์เบอร์ต้นๆ ของโลกท่ามกลางคนที่พร้อมจะเลื่อยเก้าอี้ตำแหน่งนั้นลงทุกวินาทีที่มีโอกาส
และแล้ววันหนึ่งก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งในบรรดาองค์กรนักฆ่าเมื่อเทียร่าเข้ามามีบทบาทในองค์กรการกุศล
ใช้ความเชื่อความศรัทธาบังหน้าดึงคนจากองค์กรต่างๆ เพื่อวัฏจักรทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว
เทียร่ามีอายุที่มากขึ้นย่างเข้าแปดสิบปีและมีข่าววงในแว่วมาว่าจะส่งต่อธุรกิจให้กับทายาทที่ไม่มีคนรู้ว่าคือใคร ..เป็ลูกของเมียคนไหน?
ดูเหมือนว่าบุตรชายของเทียร่าไม่ประสงค์จะรับตำแหน่งเพราะเทียร่าไม่เคยเปิดเผยเื่ลูกเื่เมียเลย
ด้วยความชราเเละอยู่ใน่เปลี่ยนถ่ายตำแหน่งทำให้องค์กรต่างๆ พากันสะกดรอยตามและสืบอย่างลับๆ มาร่วมปี
ที่ที่เทียร่าไปประจำคือลักเซมเบิร์กจึงมีการคาดเดาว่าหนึ่งในเมียของเทียร่าอยู่ที่นี่จนมีภาพแอบถ่ายส่งมาให้บอนนี่เสมอกระทั่งปรากฏใบหน้าที่คิดถึงเพียงเสี้ยวเดียวในงานเทศกาลประจำปีเมืองหนึ่งของที่นั่น
W11
...
พักนี้มีคนท่าทางแปลกๆ เข้ามาให้บังเอิญเจอบ่อยไม่ว่าจะเป็หน้าโรงเรียนอนุบาล
วันอาทิตย์ที่โบสถ์
ในห้างสรรพสินค้า
ร้านอาหาร
แม้แต่ที่หน้าบ้านตัวเองก็ยังเคยเห็นขับรถผ่าน
เหตุการณ์ไม่ปกตินี้คนที่สังเกตเห็นคือเด็กสามขวบอย่างคิลีเพราะ่นี้คาร์ลและชาร์มดูยุ่งกับงานจนแทบไม่มีเวลาสนใจตัวเองด้วยซ้ำ
"คิลีไปเรียกชาร์มมากินข้าวหน่อยแด๊ดทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว"
ผู้เป็พ่อเอ่ยขึ้นกับลูกชายตัวจ้อยที่ตอนนี้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากอย่างการอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนเอง
คนตัวเล็กแต่งตัวเซ็ตผมเรียบแปล้นั่งเปิดไอแพดดูสารคดีสัตว์แบบที่ชอบบนโต๊ะอาหารสำหรับสี่ที่นั่งโซนครัวเช่นทุกทีแต่คนที่หายหน้าไปอย่างคุณแม่ตัวขาวที่ปกติจะตื่นมาจัดแจงแต่งตัวให้ลูกชายกลับยังนอนหลับสนิทอยู่ในห้องตัวเองเพราะเหนื่อยกับงาน่นี้
"คาร์ลทำไมพักนี้พวกคุณดูยุ่งๆ เมื่อคืนชาร์มก็กลับดึกกลับมาบ้านยังมาทำงานต่ออีกอดหลับอดนอนอะไรขนาดนั้นนอ้ะ?"
เด็กชายคิลีสามขวบเห็นพ่อเดินถือชามไข่ดาวขนมปังปิ้งมาให้ข้างๆแล้วเปิดตู้เย็นหาผักมาทำสลัดให้แม่ของลูกอย่างขมักเขม้น
คุณพ่อตัวโตรวบผมครึ่งหัวสวมผ้ากันเปื้อนทำอาหารให้คนในบ้านกินเช่นทุกวันดูยุ่งจนลูกชายแสนฉลาดเอ่ยถามขึ้น
"พอดีคุณปู่รับงานสร้างเมืองใหม่มาแด๊ดต้องไปช่วยด้วย ส่วนคุณชาร์มของลูกต้องช่วยคุณตาเตรียมพื้นที่สร้างสถานที่รองรับผู้อพยพจากประเทศใกล้เคียงเพราะมีคนต่างชาติหนีพวกก่อความไม่สงบเข้ามา"
คุณพ่อผมยาวยืนหั่นผักทำสลัดให้คนที่หลับอยู่เพราะรายนั้นไม่สันทัดการกินเนื้ออาหารจำพวกสลัดจึงเป็สิ่งที่ต้องเตรียมให้ทุกวันด้วยความเคยชิน
"อ้อถึงว่าพักนี้มีคนแปลกหน้าเพ่นพ่านไปหมด"
คิลีเอ่ยออกมาระหว่างมองคุณพ่อทำอาหารด้วยความเพลินเพลิน
คาร์ลทำอาหารเก่งผิดกับชาร์มที่ทำอะไรเกี่ยวกับเื่พวกนี้ไม่เป็ ตอนแยกกันอยู่อาหารเช้าส่วนใหญ่ของคิลีจึงมีแค่ซีเรียลนมขนมปังไข่ไส้กรอกและอาหารสำร็จรูป
แต่ชาร์มเป็คนมีระเบียบรักสะอาดบ้านจึงสะอาดเป็ระเบียบตลอดผิดกับคาร์ลที่จะรกๆวางของเกะกะ
การอยู่ด้วยกันสามคนในบ้านหลังเดียวกันนอกจากต้องปรับตัวเข้าหากันอย่างหนักเพราะความแตกต่างแล้วยังเป็การเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์ขึ้นด้วย
"ลูกว่าอะไรนะคิลี?"
"เปล่าเดี๋ยวเราไปเรียกชาร์มให้"
วันเวลาผ่านไปด้วยความปกติสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเด็กชายคิลีสดใสขึ้นยิ้มง่ายขึ้นจนเพื่อนสนิทอย่างโอเล่แปลกใจ
ถ้าเป็เมื่อก่อนสมัยที่ผู้ปกครองแยกกันอยู่คิลีจะยิ้มยากอารมณ์เสียง่ายแต่ตอนนี้แม้กลุ่มเพื่อนเกเรจะจิกกัดด้วยวาจายังไงคนตัวเล็กก็ไม่สนใจและจะดีใจทุกครั้งที่ผู้ปกครองทั้งสองมารับตนเองพร้อมกัน
แม้พักนี้ผู้ปกครองทั้งสองจะดูยุ่งๆ แต่ผู้เป็ลูกกลับรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ครอบครัวคล้ายจะอบอุ่นขึ้นกว่าเมื่อก่อน..
คาร์ลยังคงเป็คนยียวนกวนประสาทโดยเฉพาะกับชาร์ม เสียงบ่นเบาๆ ที่คิลีชอบฟัง เสียงหยอกล้อต่อเถียงกันบนโต๊ะอาหารให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ได้เดินห้างเลือกของกินของใช้ด้วยกัน กินข้าวดูหนังในบ้านเดียวกัน ไม่ต้องกินข้าวกันแค่สองคน ไม่ต้องทะเลาะกันเื่ใครจะได้เอาลูกไปเลี้ยงแต่ช่วยกันเลี้ยงในบ้านที่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า มันเติมเต็มความรู้สึกขาดหายของทั้งสามโดยไม่ทันรู้ตัว
กลายเป็ความชินในความสัมพันธ์ที่ต้องมีกันและกันในสายตามันลึกซึ้งแน่นแฟ้นมากขึ้น
ความสุขสดใสก่อตัวขึ้นในบ้านหลังเล็กท่ามกลางนิสัยห่ามดิบเถื่อนของผู้ชายสามคนในครอบครัวที่คล้ายจะค่อยๆ สมบูรณ์แบบขึ้น
สิ่งที่คนทั้งสามโหยหาเฝ้าฝันมาตลอดมันกำลังเป็จริง...ใช่ไหม?