ไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง

    ตอนที่ 32 การต่อสู้ในป่า

            หลินหนิงชินได้แต่ยืนชมเรื่องราวอย่างสุขใจ ตัวละครแต่ละคนในตระกูลหลินล้วนแล้วแต่น่าสนใจ พวกเขาค่อยๆเติบโตทางความคิดมีความเป็นผู้นำกันหลายคน เช่นนี้การทะลุมิติมายังโลกนี้ของนาง ถือได้ว่ามีชาติกำเนิดที่ดี มีญาติสนิทมิตรสหายที่เก่งกาจ อนาคตนางคงไม่เหนื่อยในฐานะตัวเอกมากเกินไปใช่หรือไม่

            เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่ออกไปก่อเรื่อง ยอมรับผิดแล้ว หลินเจียวหย่งก็ได้สั่งสอนไปพอสมควรแล้ว หลินซ่งสวินจึงสั่งความต่อ 

          “เราจะพักอยู่ที่นี่อีกสองวัน ระหว่างนี้ให้ออกไปข้างนอกเพื่อเตรียมเสบียงอาหารเท่านั้น แล้วให้รีบกลับมาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายกันให้ดี แยกย้ายกันไปได้แล้ว”

             เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว หลินหนิงชินก็เดินมาคล้องแขนพี่ชายใหญ่เอาไว้

            “พี่ใหญ่ เวลาสองวันนี้ข้าจะเรียนรู้การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ จะได้มีวิชายุทธ์ไว้ป้องกันตัวเองบ้าง ข้าจะไม่ออกจากห้อง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

            “ดีแล้วอาหนิง ผ่านป่าครั้งนี้มาไม่ได้เจอผู้ใด หรือพวกสัตว์อสูรเลย แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มี เจ้าเตรียมตัวไว้บ้างก็ดี ไปเถิดเดี๋ยวพี่จะบอกซ่งอวี้กับไฉ่หงเอง”

            ในวันรุ่งขึ้น ยังไม่ทันที่ทายาทสกุลหลินจะออกไปตลาดเพื่อหาซื้อเสบียงอาหาร ฝ่านเหลียงก็ได้พาคนกลุ่มหนึ่งมาพบพวกเขาที่โรงเตี๊ยม หลินซ่งสวิน หลินเจียวหย่ง และหลินเหม่ยเจวี๋ยเป็นผู้ออกมาต้อนรับ

            “คารวะท่านผู้เฒ่าฝ่านเจ้าค่ะ นี่หลานชายของข้า หลินเจียวหย่งและหลินซ่งสวิน”

            “แม่นางหลิน คุณชายหลิน พวกเรามารบกวนแล้ว คนกลุ่มนี้เป็นผู้ฝึกปราณที่อยู่ในเมืองเซินถู พวกเขารู้ข่าวว่า คนตระกูลหลินจะเดินทางไปสำนักเย้าเตียน สอบถามกับหลงจู้ของโรงเตี๊ยมแล้วว่าพวกท่านจะพักอยู่ที่นี่อีกสองวัน จึงเตรียมเสบียงอาหารมาไว้ให้พวกท่านใช้ระหว่างเดินทาง”

            ฝ่านเหลียงแนะนำคนที่ติดตามมาทางด้านหลัง แล้วพวกเขาก็นำอาหาร พวกเนื้อแห้ง ปลาแห้ง แผ่นแป้งย่าง ที่ห่อด้วยผ้าสะอาดจัดใส่ตะกร้ามาจำนวนหนึ่ง มอบให้คนสกุลหลินทั้งสาม

            “ท่านผู้เฒ่า พวกท่านอย่าได้ทำเช่นนี้เลย ข้าวของก็มีราคาแพง พวกเราไม่อาจเอาเปรียบพวกท่าน” หลินเจียวหย่งรู้สึกเกรงใจพวกเขาเป็นอย่างมาก จึงรีบกล่าว

            “คุณชายสกุลหลินอย่าได้เกรงใจ ผู้ฝึกปราณเมืองเซินถูต่างก็ได้ประโยชน์จากหอโอสถสกุลหลินเช่นกัน หลายตระกูลที่มีผู้หลอมโอสถ แต่พวกเขาไม่ยินดีที่จะทำการค้าให้ผู้อื่น หากสกุลหลินและสกุลจงไม่ค้าทำการขายโอสถให้พวกเรา โอกาสที่ผู้ฝึกปราณในเขตนี้จะก้าวหน้าย่อมไม่มีเลย เวลานั้นพวกเราจะใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากกว่านี้นัก”

            “ขอบคุณน้ำใจพวกท่านมากขอรับ เช่นนั้นข้าก็จะบอกกล่าวกับท่านสักหน่อย ท่านผู้เฒ่าฝ่านลองเดินทางไปเมืองเป่ยถังสักครา ที่หอโอสถสกุลหลินมี น้ำยาตัวหนึ่ง ชื่อว่าน้ำยามรกต ใช้ผสมน้ำและรดลงบนพืชผักและข้าวปราณ หากท่านนำมาจำหน่ายต่อที่เมืองเซินถูจะเป็นประโยชน์มากกับชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรขอรับ”

            หลินเจียวหย่งไม่กลัวว่าการค้าข้าวปราณจะมีคนมาแย่งชิงไป อย่างไรผู้คนก็ไปเมืองเป่ยถังเพื่อซื้อโอสถอยู่แล้ว ข้าวปราณที่จำหน่ายอยู่ย่อมมีคนมารับกลับไปด้วย หากจะช่วยให้ชาวบ้านเมืองเซินถูมีโอกาสที่ดีขึ้นก็เป็นเรื่องดี อีกทั้งหอโอสถสกุลหลินยังจำหน่ายน้ำยามรกตได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

            ……….

            สองวันถัดมา กลุ่มคนทั้ง 25 คนก็เดินทางออกจากโรงเตี๊ยมไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเช่นเคย หลังจากเริ่มคุ้นเคยกับการเดินทางและการพักค้างแรมในป่า อีกทั้งยังไม่พบเหตุการณ์เลวร้ายอันใด ทั้งกลุ่มก็เดินทางกันด้วยความผ่อนคลายมากขึ้น

            “จุดหมายของเราต่อไปคือเมืองรุ่ย ครั้งนี้เส้นทางที่ต้องผ่านภูเขาและป่าทึบต้องใช้เวลาเดินทางร่วมเดือน เสบียงที่มีอยู่ อาจจะไม่พอพวกเนื้อก็อาจจะเสียได้ คงต้องแบ่งคนออกไปล่าสัตว์บ้าง เช่นนั้นก็ไม่ต้องรีบเร่งเดินทางกันมากนักแล้วกัน” หลินซ่งสวินยังคงเป็นผู้กำหนดแนวทางให้ทุกคน

            “ดีเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ครั้งก่อนพวกเรารีบร้อนกันมากข้าไม่มีโอกาสได้ลองมองหาสมุนไพรบ้างเลย ครั้งนี้จะได้ลองค้นหาดูเผื่อจะได้พบสมุนไพรหายากมาเก็บไว้บ้าง”

            “ได้ แต่ก็อย่าให้เสียเวลาเดินทางมากเกินไปนัก พวกเจ้าก็ต้องระมัดระวังตัวกันด้วย อย่าได้แยกห่างจากผู้ฝึกยุทธ์เด็ดขาด”

             การเดินทางครั้งนี้พวกเขาหยุดพักวันละสองครั้ง ตอนกลางวันจะปล่อยให้กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งออกไปล่าสัตว์เล็กๆ ไม่กี่ตัวมาทำเป็นอาหารง่ายๆ กินกับเสบียงที่มีอยู่ กลุ่มผู้หลอมโอสถก็จะเดินสำรวจป่าในบริเวณที่หยุดพักโดยรอบ พักอีกครั้งในเวลากลางคืนเพื่อพักผ่อน กลางคืนในป่าทึบมืดมากไม่สามารถเดินทางต่อไปได้

            “ท่านอาหญิง ทางด้านนั้นมีโต้วโก่ว กับเฉากั่ว ข้าเก็บมาได้ไม่น้อยเลย ในป่านี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของพวกเราไม่มีผิด ท่านอาหญิงเอาส่วนของท่านมาเก็บเลยดีหรือไม่เจ้าคะ” 

            “ของข้ายังไม่มีอะไรมาก เจ้าไปดูทางตงฟางนู่นเขาแทบจะแบกเอาไว้ไม่ไหวแล้ว”

            หลินหนิงชินรีบเดินไปทางหลินตงฟาง บนหลังของเขามีตะกร้าที่ซื้อมาจากเมืองเซินถู สมุนไพรหลายชนิดถูกบรรจุไว้จนเต็มตะกร้า

            “พี่ตงฟาง เอามาเก็บไว้กับข้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ” หลินหนิงชินร้องเรียก

            คนอื่นๆ ที่ต่างก็มีตะกร้าแบกไว้บนหลัง เมื่อเห็นหลินหนิงชินเดินมา ก็พากันปลดตะกร้าลงและรอให้นางมาเก็บไป ทุกคนรู้ว่าหลินหนิงชินมีจี้มิติเก็บของแต่พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีขนาดใหญ่เท่าไร หลินหนิงชินไม่เคยพูดถึง พวกเขาก็ไม่ถาม แต่พอเห็นนางเก็บของในตะกร้าหายไปทีละใบ ๆ ก็อดตกใจไม่ได้ หลายวันมานี้ช่วยกันเก็บสมุนไพรได้ไม่น้อย ล้วนแล้วแต่ถูกเก็บเข้าไปในจี้มิติ อย่างน้อยก็หลายสิบตะกร้าแล้ว ขนาดพื้นที่ของมันกว้างใหญ่เพียงใดกันนะ 

            สมุนไพรเหล่านี้หลินหนิงชินได้นำไปเก็บแยกเป็นของใครของมัน พวกเขาตกลงกันแล้วว่าเมื่อถึงสำนักเย้าเตียนนางจะส่งคืนให้ทุกคนถือเป็นสมบัติส่วนตัวของพวกเขา

            “ซ่งสวิน ข้างหน้าเรามีผู้ฝึกปราณ 7 คน เป็นสตรี 2 คน บุรุษ 5 คน แต่ละคนล้วนสะพายห่อผ้าสัมภาระ น่าจะเป็นคนที่เดินทางผ่านป่ามาเฉยๆ ดูไม่มีอันตรายใดๆ” ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งที่ออกเดินทางล่วงหน้าเพื่อสำรวจเส้นทาง ย้อนกลับมารายงานหลินซ่งสวิน

            “ไม่ต้องไปรบกวนพวกเขาแล้วกัน พวกเราเว้นระยะห่างจากเขาสักหน่อย ให้เขานำหน้าไปก่อน”

           ระหว่างทางพวกเขาพบคนหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้ามาล่าสัตว์หรือฝึกฝน พอพบหน้ากันก็ทำเพียงพยักหน้าทักทายกันเบาๆ แล้วก็แยกย้ายกันไป กลุ่มทายาทสกุลหลินมีถึง 25 คน เป็นกลุ่มใหญ่เลยทีเดียวไม่มีใครคิดจะเข้ามาท้าทาย

            เดินทางมาอีก 8 วัน พวกเขาพบฝูงสัตว์อสูรระดับต่ำราว 10 กว่าตัวอยู่สองครั้ง มีการต่อสู้เล็กน้อยพวกเขาไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย

            “มีคนกลุ่มใหญ่กำลังต่อสู้กันอยู่ข้างหน้า ในนั้นมีกลุ่มคน 7 คนที่เราพบเมื่อหลายวันก่อนอยู่ด้วย พวกเขาก็น่าจะได้รับบาดเจ็บ” ผู้ฝึกยุทธ์ที่ออกไปลาดตระเวน รีบกลับมาบอกหลินซ่งสวินเช่นเคย

         ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่พักใหญ่ กลุ่มคน 7 คนนั้นน่าจะเป็นคนที่เดินทางผ่านมาเท่านั้น หากมีการต่อสู้กับผู้อื่นอย่างไรอีกฝ่ายย่อมไม่ใช่คนดีอะไร หากพวกเขาเข้าไปช่วยเหลือ จะเป็นการนำความเดือดร้อนมาให้กลุ่มคนสกุลหลินหรือไม่

            “พวกเราไปดูท่าทีอยู่ห่างๆก่อน เตรียมอาวุธเอาไว้ให้พร้อม หากสถานการณ์คับขันจำเป็นต้องช่วยเหลือในทันทีพวกเราจะช่วยเขา พี่เจียวหย่งข้าฝากอาหนิงด้วย” หลินซ่งสวินออกคำสั่ง


    คล้ายกับเรื่องไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง ที่คุณอ่าน