ตอนที่21 ภารกิจที่สาม
“ต้มบะหมี่ให้ผมสักหน่อยละกันผมคงอาบน้ำก่อนค่อยกิน เนื้อตัวมอมแมมหมดเลย”
เสิ่นอี้เห็นว่าซินดี้สอบถามบ่อยครั้งจึงตอบกลับโดยไม่ให้เสียน้ำใจอีกทั้งท้องเขาเริ่มส่งเสียงร้องดังถึ่ขึ้น บ่งบอกว่ากระเพาะอาหาร้าอาหารเข้ามาเติมเต็มแล้ว
เมื่อเทาเซียวขับรถหรูมารับเ้านายเขาต้องรีบลงจากรถมายืนขยี้ตา พร้อมเดินวนรอบตัวเสิ่นอี้หลายครั้งด้วยความประหลาดใจแกมสงสัยเพราะสภาพของชายหนุ่มไม่มีเค้าความหล่อเหลาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“จะ...เ้านาย...เ้านายตัวจริงใช่ไหมครับ?”
เทาเซียวสอบถามชายร่างกายสกปรกและมีกลิ่นเหม็นเน่าด้วยความสงสัยเนื่องจากบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ามีเพียงชายโสโครกเพียงคนเดียวยืนอยู่ข้างทางเขาไม่คาดคิดว่างานของเ้านายจะทำให้สกปรกได้มากขนาดนี้
“เสี่ยวเซียว.....ฉันนี่แหละอย่าถามอะไรให้มากความเลย ฉันอยากอาบน้ำใจจะขาดอยู่แล้ว รีบพาฉันกลับบ้านทีเถอะ”
เสิ่นอี้ถอนหายใจด้วยความอึดอัดในสภาพเปรอะเปื้อนเช่นกันเขารีบกล่าวทักทายพร้อมสั่งการลูกน้องทันที
เทาเซียวได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยทำให้เขาพยักหน้าตอบรับพลางอดไม่ได้ที่จะอุดจมูกเพื่อปิดกั้นกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยจากร่างกายของเ้านายเป็ระยะ
“เ้านายจริงด้วยไปครับ.....กลับบ้าน ผมจะรีบขับพากลับบ้านเลยครับ”
เทาเซียวรีบเปิดประตูด้านเบาะหลังเพื่อให้เ้านายขึ้นไปนั่งพลางกล่าวยืนยันฝีมือขับรถเร็วของตน เนื่องด้วยเขาคิดว่าตนคงไม่สามารถทนสูดดมกลิ่นเหม็นจากตัวเ้านายได้นานแน่นอน
อย่างไรก็ตามเทาเซียวขับรถใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวจากขามารับเสิ่นอี้เขาเหยียบคนเร่งแทบจมมิดเพราะไม่สามารถอดกลั้นกลิ่นเหม็นจากตัวเ้านายได้อีก
เมื่อทั้งคู่มาถึงคฤหาสน์หลังงามเทาเซียวรีบปิดประตูออกไปอาเจียนที่หน้าบ้านโดยไม่ได้สนใจเปิดประตูรถให้เ้านายแต่อย่างใด
ทั้งนี้เสิ่นอี้เข้าใจท่าทางของลูกน้องเป็อย่างดีเขารีบเดินเข้าไปในบ้านแล้วตรงไปห้องนอนอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าซินดี้จะเข้าใจผิดจนทำให้เื่วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม
ระหว่างที่ชายหนุ่มนอนแช่ในอ่างอาบน้ำหลังจากชำระร่างกายด้วยฝักบัวจนคราบสกปรกออกไปหมดแล้ว เขา้านอนแช่น้ำอุ่นให้สบายกายเหมือนกับที่เคยวางแผนไว้ก่อนหน้า
ติ๊ด !
พลันมีเสียงราบเรียบอันคุ้นเคยดังขึ้นว่า
“เริ่มภารกิจที่สามในอีกสองวันข้างหน้าเป็ภารกิจเลี้ยงอาหารผู้สูงอายุยากจนหนึ่งมื้อ ต้องมีคนชื่นชมรสชาติอาหารอย่างน้อยหนึ่งร้อยคนระยะเวลาภารกิจเริ่มนับั้แ่จัดซื้อวัตถุดิบ ปรุงอาหาร และแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้นห้าชั่วโมง รางวัลตอบแทนภารกิจที่สาม คือหุ้นของห้างสรรพสินค้ามิราเคิลห้าสิบเปอร์เซ็นต์และเงินรางวัลอีกหนึ่งร้อยล้านหยวน ขอให้โอนเนอร์โชคดี”
เสิ่นอี้สะดุ้งโหยงขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำทันทีเขาอุทานเสียงดังลั่นด้วยความตื่นตระหนกในภารกิจอันเร่งด่วนและยากเย็นนี้ว่า
“ฮ้า! อะไรนะ?!ทำอาหารเลี้ยงผู้สูงอายุหนึ่งร้อยคน!ต้องมีคนชมอีกด้วย! ตายละ!.....ทำไงดี?”
เสิ่นอี้ไม่สามารถนอนแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอย่างมีความสุขได้อีกต่อไปเขารีบเปลี่ยนใส่ชุดนอนเพื่อลงไปกินบะหมี่ที่สั่งซินดี้ไว้ พร้อมกับเตรียมบอกรายละเอียดในภารกิจที่สามให้ลูกน้องสองคนช่วยคิด
ระหว่างใส่เสื้อผ้าอยู่นั้นชายหนุ่มจ้องมองภาพฮอโลแกรมจากระบบโกลาหลที่มีอยู่สามกรอบ เขามองกรอบแรกที่ระบุข้อมูลส่วนตัว
ในตอนนี้พบว่าทักษะพิเศษถูกปลดล็อกเพิ่มอีกหนึ่งทักษะจากเดิมที่มีอยู่สองรายการ รวมเป็สามรายการดังนี้
ทักษะพิเศษ ทักษะเรียนรู้ฉับไว ทักษะต่อสู้และทักษะปรุงอาหาร
อาชีพ นักผจญภัย
รายได้ ผลตอบแทนจากภารกิจที่สองเป็เงินร้อยล้านหยวนสถานะโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย
หนี้สิน ไม่มี
ทรัพย์สินในปัจจุบัน คฤหาสน์ราคาหกล้านหยวน
รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ห้าสีดำราคาสองล้านหยวน
นาฬิกาข้อมือยี่ห้อปาเต็กฟิลิปป์ราคาหกแสนหยวน
แหวนัคู่ ราคาหนึ่งล้านสองแสนหยวน
เงินสดไม่มี
เงินในบัญชีธนาคาร หนึ่งร้อยสิบล้านหยวน
กรอบที่สองมีชื่อภารกิจที่สามซึ่งระบุไว้ว่า ภารกิจปรุงอาหาร โดยมีรายละเอียดของภารกิจเป็ปุ่มสีฟ้าเข้มซึ่งแสดงสถานะพร้อมให้กดเข้าไปดูข้อมูลภายในได้
เสิ่นอี้กดเข้าไปดูทันทีอย่างไม่ลังเลใจเขาพบว่ามีรายละเอียดภารกิจตามคำกล่าวจากระบบก่อนหน้าดังนี้
จัดซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารสามชนิดพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ หากมีผู้สูงอายุกล่าวชื่นชมรสชาติอาหารหนึ่งร้อยคนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
ระยะเวลาปฏิบัติภารกิจที่สามรวมั้แ่การจัดซื้อวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ไปจนถึงผู้สูงอายุคนที่หนึ่งร้อยเอ่ยชมรวมระยะเวลาทั้งสิ้นห้าชั่วโมง
รางวัลจากภารกิจที่สาม หนึ่งสัดส่วนหุ้นของห้างสรรพสินค้ามิราเคิลจำนวนห้าสิบเปอร์เซ็นต์
สถานะของโอนเนอร์จะกลายเป็ผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งในทันที
สองเงินสดหนึ่งร้อยล้านหยวน
รางวัลจากการเสี่ยงโชค ยังไม่มี
กรอบที่สามมีดาวดวงเล็กสว่างวาบเป็ระยะคล้ายกำลังเฉลิมฉลองให้กับเขาอยู่สองดวงซึ่งหมายความว่าเขาสามารถปฏิบัติภารกิจสำเร็จทันเวลาพอดีได้สองภารกิจแล้ว
อีกทั้งภายในกรอบที่สามยังมีกรอบสีฟ้าขนาดเล็กซ้อนอยู่โดยระบุข้อความไว้ว่า
สมบัติพิเศษ กล่องล่องหนสิบช่อง
ทันใดนั้นเขาเหลือบมองเห็นบางสิ่งที่ไม่คุ้นตาในกล่องล่องหนซึ่งเขาหลงลืมไปแล้วว่ามีมันอยู่ภายในกล่องล่องหนได้
อย่างไร
พอคิดทบทวนให้ดีอีกครั้งจึงร้องอ๋ออย่างเข้าใจที่ไปที่มาในทันที
“ตอนที่ระบบกำลังพาตัวฉันกลับมาาาเผ่าผีเสื้อคงมอบรางวัลให้แน่เลย เอามาดูเสียหน่อยว่าเป็อะไร?”
เสิ่นอี้หยิบแท่งกลมยาวคล้ายกระบอกน้ำดื่มยาวหนึ่งศอกออกมาเขาพบว่ามันเป็กระบอกทรงกลมธรรมดาที่มีผิวขรุขระ
เหมือนเปลือกไม้สีน้ำตาลทว่าพอเขย่าแล้วพบว่ามีของเหลวบางอย่างบรรจุอยู่ในภายในกระบอกไม้
“มันเป็อะไรกัน? เหมือนของเหลวเลยเผ่าผีเสื้อมอบเหล้าให้ฉันหรือ?”
เสิ่นอี้พึมพำอย่างแปลกใจพลางคาดเดาสิ่งที่น่าจะเป็ไปได้จากเสียงที่ได้ยิน พอเปิดกระบอกน้ำที่ดูธรรมดาออกจาก
ปลายด้านหนึ่งที่เป็ฝาสวมอย่างเรียบง่าย
พลันมีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์โชยออกมาสร้างความสดชื่นภายในห้องนอนทันที
“เอ๋! กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้แต่แฝงความหวานด้วยลองชิมดูเสียหน่อย น่าจะกินได้อยู่นะ าาเผ่าผีเสื้อคงไม่คิดจะมอบยาพิษให้ฉันหรอกมั้ง”
เสิ่นอี้เทของเหลวกลิ่นหอมหวานจากกระบอกไม้ลงในฝ่ามือเล็กน้อยเขาพบว่าของเหลวมีสีใสธรรมดาไม่แตกต่างจากน้ำดื่มทั่วไป มีเพียงเื่ความหนืดที่มากกว่าน้ำและมีกลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำผลไม้เท่านั้น
เขายกฝ่ามือขึ้นดมพิสูจน์อีกครั้งด้วยความสงสัยจากนั้นใช้ลิ้นแตะของเหลวเพียงเล็กน้อยเพื่อชิมดูรสชาติ
ทันใดนั้นเขาตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเพราะรสชาติของเหลวใสธรรมดานั้นมีรสชาติหอมหวานอร่อยเป็อย่างมาก
ััละมุนที่ปลายลิ้นทำให้เขารับรู้ได้ว่าเป็รสชาติที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน
“หากนำของเหลวนี่ไปหยดใส่บะหมี่ของซินดี้จะเป็ยังไงนะ?”
ชายหนุ่มนึกอยากทำการทดลองนำของเหลวประหลาดไปใส่บะหมี่ที่ลูกน้องปรุงให้เผื่อว่าจะมีรสชาติดีขึ้น ซึ่งเขาวางแผนที่จะนำไปใช้ปรุงอาหารให้ผู้สูงอายุตามภารกิจที่สามด้วย
เสิ่นอี้พิสูจน์แล้วมั่นใจได้ว่าของเหลวใสไม่ได้สร้างความผิดปกติใดให้กับร่างกายจึงเลียกินจากฝ่ามือตนเองทั้งหมด แล้วนำกระบอกไม้ถือลงไปด้านล่างด้วย
“เ้านายมาพอดีเลยบะหมี่เพิ่งเสร็จร้อน ๆ ลองชิมดูว่ารสชาติถูกปากไหมคะ?”
ซินดี้ถือชามบะหมี่ออกมาจากห้องครัวแล้ววางบนโต๊ะกินข้าวให้เ้านายอย่างรู้งานพลางนึกแปลกใจที่เ้านายนำกระบอกไม้ลงมาจากห้องนอนด้วย จึงทักด้วยความแปลกใจว่า
“เอ! เ้านายนำกระบอกไม้นี่มาจากไหนหรือคะ? ซินดี้จัดห้องให้เ้านายแล้วก็เอาเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวไปไว้ในห้อง ไม่เห็นว่าจะมีกระบอกไม้นี่เลยนะคะหรือเ้านายเอาติดตัวมาจากที่ทำงานด้วย”
เสิ่นอี้ยิ้มลึกลับก่อนตอบข้อสงสัยของซินดี้อย่างผ่อนคลายว่า
“ผมมีที่ลับสำหรับเก็บของได้เยอะแยะคุณไม่รู้หรอกน่า ว่าแต่รสชาติบะหมี่ใช้ได้เลยนะ แต่ลองใส่นี่ดูหน่อยว่าจะเป็ยังไง?”
เสิ่นอี้ยกช้อนขึ้นซดน้ำซุปที่ซินดี้ทำให้เขาพบว่ารสชาติของน้ำซุปไม่ได้มาจากซองปรุงรสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่การเป็ทำน้ำซุปเตรียมไว้ของซินดี้เอง ซึ่งพบว่ามีรสชาติกลมกล่อมอร่อยทีเดียว
อย่างไรก็ตามชายหนุ่ม้าทดลองสิ่งที่เขาประสบมาว่าจะทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่เขาลองหยดน้ำใสจากกระบอกไม้ลงในชามบะหมี่เพียงสองสามหยด
ซินดี้และน้องชายจ้องมองการกระทำของเ้านายด้วยความสงสัยในพฤติกรรมประหลาดของชายหนุ่ม