“แบร่คิดว่าเ้าใช้เวทเก่งอยู่ตัวเดียวเหรอ อยากตายซ้ำมั้ยล่ะไอ้กวางอวดดี” นางแมวยิ้มเยาะทั้งหน้าซีดดวงตาสีเหลืองขางนางเปล่งประกายหน้ากลัวบนใบหน้าสวยแบบมนุษย์ “บอลน้ำจับเวลา!”
การร่ายคาถาใช้เวทไม่มีถ้อยคำตายตัวขอแค่มีความปรารถนาที่แรงกล้าว่าอยากให้เกิดอะไรขึ้นแล้วเปล่งคำพูดที่ตนเข้าใจออกมาเพื่อตอกย้ำให้จิตทำงานได้ง่ายดายก็เพียงพอมันจึงเป็จุดอ่อนที่หากสู้แบบประจันหน้ากันคู่ต่อสู้จะรู้ได้ทันทีว่าเราใช้เวทแบบไหน
ครั้งนี้ก็เช่นกันข้ารู้แล้วเวทบอลน้ำจับเวลาคือการบล็อกไม่ให้อีกฝ่ายใช้เวทได้แต่ก็แลกมากับมานาของผู้ร่ายมหาศาลเลยใช้ได้แค่จนกว่าน้ำจะหยดจากลูกบอลที่ลอยอยู่จนหมด
“เสียใจด้วยนะ”ข้าหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าหลังจบคาถาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ข้าใช้เวทเดียวกันไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ”ข้ามองขึ้น้า ภูตแสงนำทางถูกเพิ่มคาถาบล็อกการใช้เวทเข้าไปเพิ่มั้แ่ก่อนเหาะลงมาด้วยพลังมานาที่ได้มาจากรูปปั้นไอโรเมื่อคราวนั้น ข้าจะเล่นกับนางเหมือนแมวหยอกเหยื่อสักสามวันก็ยังได้
ตอนนี้จะเหลือปริศนาแค่อย่างเดียว...คือนางโจมตีทะลุพาสซีฟของข้าได้อย่างไร
“ข้ายอมแล้วกวางน้อย” นางแมวะโจากผนังไปเกาะแท่งหินที่ยังไม่จมน้ำ “ปล่อยข้าไปเถอะยังไงเ้าก็ไม่ตายแล้วนี่” มันกล่าว แต่สายตายังมีแววอาฆาตปรากฏอยู่
“แค่เ้าบอกว่ายอมข้าก็ต้องยอมตามเหรอไม่มีทางซะล่ะ...ฎีกาแห่งการทำลายล้างระดับต่ำ!”ข้าร่ายเวทอีกครั้ง แท่งหินที่อีกฝ่ายเกาะอยู่ะเิเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแมวป่ากรีดร้องขณะร่วงลงสู่พื้นน้ำที่กำลังเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ
ข้าร่ายเวทให้น้ำยกตัวข้าขึ้นไปเหนือลำธารมองดูศัตรูตะเกียกตะกายหาที่ไขว้คว้าอย่างน่าอดสู เมื่อเห็นมันทรมานจนพอใจก็เริ่มขั้นต่อไปทันที
“ภูตวารีกักขัง”บอลน้ำขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาเหนือลำธารด้านในมีร่างครึ่งมนุษย์ของนางแมวที่กำลังดิ้นรนหาอากาศหายใจติดมาด้วย “ไอเย็นเยือกแข็ง”ข้ากล่าวต่อ รักษาระดับพลังเวทไว้ให้เสถียรที่สุดเพื่อให้บอลน้ำเย็นลงช้า ๆเมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายของสิ่งมีชีวิตจะทนไม่ไหวและหยุดการทำงานลง
“ไม่ต้องห่วงกะเล่นแค่ให้ทรมานจนสลบน่ะ” ข้าลอยเข้าไปใกล้ “ได้ยินว่าเ้าก่อเื่ไว้เยอะควรจะพาเ้าไปฆ่าต่อหน้าสัตว์ตัวอื่นมากกว่าจะได้เป็การเสริมอำนาจว่าที่ผู้พิทักษ์ให้ข้าด้วย หึ”
ข้าจ้องเข้าไปในแววตาที่เลื่อนลอยนั้นผลงานการทรมานสิ่งมีชีวิตครั้งแรกของข้า...
ชิ้ง
นางแมวลืมตาโพลงมันกางแขนขาออกจากกัน ฉับพลันบอลน้ำก็แตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ ข้าโดนแรงอัดมหาศาลพัดปลิวไปอย่างไม่ทันตั้งตัวหลังกระแทกเข้ากับโขดหินบนลำธารอย่างจังก่อนจะตกลงบนน้ำตื้น
“โฮ้ววว”เสียงแมวป่าร้อง “บางทีก็ต้องเล่นให้เหยื่อได้ใจหน่อยอะนะ ถึงจะสนุก”
ข้าฝืนลุก“ได้ยังไงกัน...ข้าััไม่ได้เลยว่าเ้าพยายามปลดเวทข้า”
“ไม่รู้สิข้าฉลาดไม่เท่าเ้าหรอก แต่ที่รู้ ๆ คือเ้าไม่รอดแล้วล่ะ ไอ้กวางเผือก”มันกลับสู่ร่างแมวลิงซ์ ก่อนจะกระโจนเข้ามาหาข้าด้วยความเร็วสูงกรงเล็บอาบมานาเรืองแสงสีเขียวสดถูกกางออกหมายโจมตีข้า
ข้าะโหลบเกือบไม่ทันปล่อยให้อีกฝ่ายฝากรอยแผลไว้บนสะโพก เมื่อหันกลับมาข้าไม่ลืมจะร่ายเวทเสริมความเร็วรอไว้แต่ปรากฏว่าศัตรูหายไปแล้ว
ฟ้าวว
เสียงบางอย่างร่อนลงจากที่สูงเรียกข้าให้หันมอง้าสิ่งที่เห็นคือวัตถุสีส้มเทาทรงแบนตกลงมาด้วยความเร็วสูง ข้าะโหลบเ้าสิ่งนั้นลดความเร็วลงก่อนถึงพื้น มันพองตัวออกกลายเป็แมวลิงซ์ตัวเดิมที่พยายามหาแท่นหินยืนไม่ให้เท้าเปียกน้ำ
“สกิลเ้าสินะ”ข้าร้องถาม “แต่ให้ตายเถอะบิมบี้ แมวก็คือแมวเ้ามาอยู่กลางแหล่งน้ำแบบนี้ยังไงก็เสียเปรียบ”
“ข้าชื่อบิงกี้!” อีกฝ่ายแย้งทันควัน โทษทีข้าได้ยินชื่อเ้าแค่ครั้งเดียวเอง “แล้วตอนสู้กันใครเขามาวิจารณ์อีกฝ่ายแบบนั้นเชยะเิ”
บิงกี้ะโไปมาบนโขดหินลำธารอย่างคล่องแคล่วมีแวบหนึ่งที่มันทำท่าจะโดดเข้ามาโจมตีข้า แต่เมื่อข้าจะโจมตีก็ฉีกหลบไปอีกทางเหมือนพยายามแกล้งให้ข้าเสียอารมณ์เล่น
“Guardian Fairies” ข้าร่ายเวทเรียกภูตแสงรูปร่างเหมือนมนุษย์ออกมาหกตัวแต่ละตัวถืออาวุธต่างกันไปพวกมันห้อมล้มตัวข้าไว้เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้บิงกี้โจมตีทีเผลอ “โจมตีมันก่อน”
สิ้นคำสั่งภูตแสงสองตนที่ถือเคียวยาวกับดาบก็พุ่งตัวเข้าไปหานางแมว ร่างของภูตแม้เล็กจ้อย แต่ก็อัดแน่นด้วยพลังมานามหาศาลที่เผาไหม้เป็รังสีความร้อนการโจมตีเล็กน้อยก็ทำให้เกิดแผลพุพองได้แล้ว ที่สำคัญคือมันไม่มีร่างกายภาพการโจมตีปกติไม่สามารถทำอะไรได้แน่นอน
“แง้ววว”บิงกี้ยกก้นขึ้นพร้อมกับย่อตัว่ล่างลง ก่อนจะพุ่งใช้กรงเล็บสีเขียวตะปบภูตแสงเต็มแรงข้ายิ้มเยาะในความโง่นั้น ก่อนจะตาเบิกโพลงเมื่อพบว่าเวทมนตร์ของตัวเองสลายหายไปอย่างง่ายดายถึงสองครั้งติด
แมวลิงซ์ไม่หยุดแค่นั้นมันโดดเข้าหาข้าตรง ๆ ข้ารีบสั่งให้ภูตอีกสามตัวพุ่งโจมตีสกัดมันไว้ แต่มันกลับะโหลบได้และสะบัดเล็บใส่จนพวกมันแตกสลายไปตามๆ กัน ตอนนี้เหลือเพียงภูตถือโล่ตัวเดียวที่ยังอยู่กับข้า ข้าเร่งพลังมานาเพื่อขยายร่างภูตให้ใหญ่โตขึ้นจนเท่ามนุษย์คนหนึ่งโล่ทรงกลมสีขาวส่องแสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อกลบการมองเห็นอีกฝ่ายพร้อมทั้งหาจังหวะป้องกันการโจมตีไปด้วย
“Teardrops of God” ข้าร่ายเวทสร้างพายุฝนขนาดย่อมเมฆสีขาวสว่างควบตัวเป็ก้อนอยู่เหนือลำธาร สูงกว่าพื้นดินไม่กี่เมตรเวทนี้ต้องใช้เวลาราวสิบวิกว่าจะเสร็จแต่ตอนนั้นบิงกี้น่าจะยังมองไม่เห็นอะไรอยู่ดี
ข้าคิดจะร่ายเวทสายฟ้าเพื่อทำคอมโบต่อเนื่องทว่าระหว่างนั้นเองที่แสงสว่างจากโล่ภูตหายวับไปเฉย ๆรอบตัวกลับสู่ความมืดมิดในเสี้ยววิพร้อมกับร่างของบิงกี้ที่กำลังแยกเขี้ยวจนแทบจะถึงหูกระโจนเข้ามาหาข้า
อะไรกัน
ในสมองเกิดการต่อสู้กันระหว่างจิตปกติกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าใจหนึ่งสั่งให้ร่ายเวทเพื่อสู้ต่อ แต่อีกใจบอกว่าไม่ทันแล้ว อีกแค่เสี้ยววิก็จะโดนตะปบคอความรู้สึกมากมายก่อตัวขึ้นในใจ...ข้ากำลังจะแพ้ให้สัตว์ตัวเดิมเป็รอบที่สองเหรอทำไมกัน ตัวตนอันสูงส่งแห่งมิติจักรวาลถึงแพ้ติดต่อกันได้อย่างโง่เง่าเช่นนี้หรือนี่คือบทลงโทษของท่านประธานการต้องถูกสิ่งที่เล็กจ้อยและอำนาจน้อยกว่าตนสังหารมันช่างน่าอดสูสิ้นดีอย่างนี้หรือเปล่านะ
ตุ้บ!
วัตถุขนาดใหญ่พุ่งจากด้านข้างเข้ากระแทกบิงกี้จนปลิวไปอีกทาง เสียงดังสนั่นจากการปะทะเรียกสติข้ากลับคืนมาสิ่งที่มาเป็เพียงก้อนขนปุกปุยสีน้ำตาลเข้ม แต่พักเดียวมันก็ยืดตัวขึ้นสูงพร้อมรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปกล้ามเนื้อแข็งแกร่งเกร็งเตรียมสู้ ก่อนจะหันมาหาข้าด้วยแววตาเป็ห่วง
“เป็อะไรไหมลิมุน”ออซถาม สีหน้าของมันหลากหลายอารมณ์ ทั้งเศร้า โกรธ และดีใจ “หลบหลังข้าอาจารย์จะปกป้องศิษย์เอง”