เล่มที่1 บทที่25ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเมื่อทำผิด
ทันใดนั้น หลิวหยวนก็ลงมือ พลังปราณหลั่งไหลมาที่มือทั้งสองข้างอย่างเต็มพิกัดเขาไม่คิดจะออมมืออีก พริบตาถัดมา พลันเกิดเงาฝ่ามือซัดฝ่าอากาศมาทางจั่วเฉิน
“เ้าซ่อนตัวได้เนียนเลยนะ”จั่วเฉินแค่นหัวเราะ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปเบื้องหน้าและโคจรเคล็ดวิชาบงการอัสนีทันที
สายฟ้าสีม่วงที่เกิดจากการชี้ปรากฏขึ้น มาพร้อมกับพลังทะลุทะลวงอันน่ากลัวเพียงปะทะกัน ก็ป่นปี้ฝ่ามือนั้นจนแตกสลาย
จั่วเฉินชี้นิ้วออกไปเป็ครั้งที่สองพร้อมพุ่งเข้าใส่หลิวหยวน
คนทั้งสองที่เคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันบัดนี้ต่างห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง ยามที่ลงมือก็งัดเอาการโจมตีที่ร้ายกาจที่สุดออกมาใช้ไม่มีใครออมมือให้สักนิด
เพราะการต่อสู้กับจิ้งจอกไฟก่อนหน้านี้ทำให้สูญเสียพลังไปมากทว่าหลิวหยวนที่เอาแต่พักฟื้น เมื่อะเิพลังทั้งหมดออกมาจึงแข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่นี้มากหากเดาไม่ผิด ตอนที่ต่อสู้กับจิ้งจอกไฟเขาคงยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดแน่ ตอนนี้ต่างหากจึงจะเป็พลังที่แท้จริง
ทว่าหลิวหยวนกลับคิดไม่ถึงว่าจั่วเฉินจะมีพลังปราณธาตุสายฟ้าและไฟสาดออกมาทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวขุมหนึ่ง
แม้ว่าหลิวหยวนจะมีระดับพลังสูงกว่าหนึ่งขั้นทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับพลังทั้งสองธาตุของจั่วเฉิน เขาก็รู้สึกถึงได้ถึงขุมพลังที่น่าตกตะลึงตอนที่พลังปราณทั้งสองธาตุซัดออกมาพร้อมกัน หลิวหยวนรู้สึกเหมือนว่าพลังของตัวเองจะฝืดเคืองไป
นี่ก็คือความน่ากลัวของพลังปราณสองธาตุ!
“สองธาตุ... เ้า...เ้าถึงกับมีพลังปราณสองธาตุ ที่แท้เ้าเก็บซ่อนฝีมือเอาไว้หรือ”หลิวหยวนชี้ไปทางจั่วเฉินก่อนจะเอ่ยด้วยความยากลำบาก ในการต่อสู้กับเหล่าจิ้งจอกไฟเมื่อครู่จั่วเฉินไม่ได้เผยกลิ่นอายของพลังปราณธาตุสายฟ้าออกมาเลยสักนิดเดียว
“คิดไม่ถึงหรือ” จั่วเฉินเหลือบตามองก่อนจะลงมืออย่างโเี้หลังจากที่ะเิพลังออกมา กลิ่นอายพลังทั่วทั้งร่างก็พุ่งสูงขึ้นถึงระดับสูงสุด
หากเป็เมื่อก่อน จั่วเฉินคงไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะหลิวหยวนได้ทว่าตอนนี้ เขาได้พัฒนาเป็ระดับหลอมรวมขั้นสี่แล้ว ด้วยพลังที่มีบวกกับที่เขาเริ่มควบคุมพลังได้จากการต่อสู้ก่อนหน้าจั่วเฉินจึงมั่นใจว่าสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้
ต้องยอมรับว่าหลิวหยวนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าเซียวพั่วรื่อมากไม่เพียงแค่ระดับพลังเท่านั้น หากเดาไม่ผิด จั่วเฉินคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีร่างศึกปราณเขียวซึ่งเป็ร่างที่แข็งแกร่งกว่าร่างมารทลายฟ้า เรียกได้ว่าในบรรดาศิษย์ใหม่นอกจากหลงซินเย่กับเย่เชียนตี้ หลิวหยวนก็นับเป็บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง
ตอนที่เริ่มการโจมตีใหม่ๆ จั่วเฉินได้ชิงลงมือก่อนโดยที่หลิวหยวนคาดไม่ถึงดาบที่สะบั้นออกไปนั้นเขาก็ใส่พลังลงไปเต็มที่ ภายใต้การโจมตีอย่างกะทันหันจึงทำให้หลิวหยวนป้องกันไม่ทันผลที่เกิดขึ้นจึงหนักหนา
เพราะเหตุนี้จึงไม่มีความแตกต่างของระดับพลังอีกต่อไปเนื่องจากถูกจั่วเฉินใช้วิธีนี้หักล้างไปแล้ว
หลังจากใช้่ท่าที่เรียนรู้จากห้วงมิติของหินหยกพลังโจมตีของจั่วเฉินก็พุ่งถึงจุดสูงสุดในพริบตาก่อนจะะเิออก เขาจึงสามารถข่มหลิวหยวนไว้ได้ทุกทาง
ผ่านไปเพียงกระบวนท่าเดียวหลินหยวนก็ล้มลงหมอบคู้อยู่กับพื้นแหงนหน้าขึ้นมาอย่างยากลำบาก
“เป็ไปไม่ได้ เ้ารู้ตัวได้อย่างไร”
เมื่อเห็นหลิวหยวนที่กองอยู่กับพื้นจั่วเฉินก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาขบขัน
“ขุนเขาร้าวเวหากว้างใหญ่มาก โอกาสที่พวกเราจะบังเอิญเจอกันได้จึงถือว่าน้อยนิดแค่เจอก็ว่าไปอย่าง แต่เ้าที่ไม่เคยมีส่วนข้องเกี่ยวกันกับข้ากลับมีใจจะช่วยข้าสังหารจิ้งจอกไฟอีกอย่าง...”
จั่วเฉินจ้องหลิวหยวนน้ำเสียงเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียมขึ้น
“เ้าบอกว่าไล่ล่าจิ้งจอกมารราตรีอยู่แล้วทำไมจึงไม่ไล่ตามต่อ กลับเปลี่ยนใจมาช่วยข้า ไม่น่าขำไปหน่อยหรือ แต่จะให้ข้าเชื่อในความหวังดีของเ้าก็ได้ทว่าเ้าเพี้ยนหรือเปล่า ภายในขุนเขาร้าวเวหาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรเช่นนี้ เนื้อตัวเ้ากลับสะอาดสะอ้านกลิ่นอายพลังก็มั่นคง คล้ายกับไม่ได้เรียกใช้พลังปราณเลยสักนิด...”
“...เช่นนั้นก็น่าแปลกเพราะเ้าคงใช้สายตาไล่ล่าจิ้งจอกมารราตรีสินะ หาไม่ก็คงจะแข็งแกร่งชนิดที่สามารถลงมือได้โดยที่ไม่ทำให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างเกิดผลกระทบเลยกระมังหรือเ้าคิดว่าคุณชายอย่างข้าตาบอด” จั่วเฉินจ้องหลิวหยวนด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
“ไหนลองว่ามาสิว่าทำไมต้องสังหารข้าด้วย”
หลิวหยวนไม่ตอบ สีหน้าเปลี่ยนเป็ท้อแท้ก่อนจะเอ่ยเย้ยหยันตัวเองขึ้นมา
“ข้าหลิวหยวนอาศัยพร์ที่มีจึงทระนงตนมากไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา หลังจากมาถึงตำหนักนภาปราณยุทธ ข้าถึงรู้ว่าตัวเองน่าขันแค่ไหนเ้าลงมือเถอะ”
“น่าแค้นนัก คนตายเพราะทรัพย์นกตายเพื่ออาหาร เพียงแค่เดินผิดก้าวเดียวก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก”เอ่ยจบหลิวหยวนก็หลับตาลง
หลังจากได้ยินคำอธิบายทั้งหมดของจั่วเฉินหลิวหยวนก็เข้าใจว่าเมื่อพ่ายแพ้ให้กับคนอย่างจั่วเฉินแล้ว เขาก็อย่าหวังที่จะหนีดิ้นรน หรือคิดอุบายใดๆ เลย
ความทระนงตัวและความมั่นใจที่มี เมื่ออยู่ต่อหน้าจั่วเฉินล้วนหายไปหมดนี่คือจุดจบของผู้แพ้ หลิวหยวนมั่นใจว่าตนเองทำเต็มที่ ทว่าก็ไม่สามารถเอาชนะจั่วเฉินที่มีระดับพลังต่ำกว่าตนเองได้อยู่ดี
จั่วเฉินไม่ได้มีพร์โดดเด่นอะไร แม้การมีห้าตราปราณโบราณจะไม่เลวทว่าตัวเขาหลิวหยวนก็มีห้าตราปราณเช่นกัน
หลิวหยวนไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายจึงโคจรพลังปราณสองธาตุพร้อมกันได้แถมหนึ่งในสองธาตุนั้นยังเป็ธาตุสายฟ้า หลิวหยวนมั่นใจว่าจั่วเฉินมีเพียงร่างธรรมดาเท่านั้นไม่ใช่ร่างสองธาตุอะไรนั่น ในขณะที่เขามีร่างศึกปราณเขียว หากวัดกันที่ร่างกายตัวเขาย่อมเหนือกว่า
ทว่าสุดท้ายกลับพ่ายแพ้อยู่ดี!
ไม่ว่าจะเป็การรับรู้ในการต่อสู้หรือการโคจรพลังจั่วเฉินในตอนนี้ก็อยู่ในระดับที่ไม่สามารถเอาชนะได้ ในการต่อสู้เมื่อครู่หลิวหยวนไม่เห็นจุดบกพร่องในตัวเขาเลยสักนิด
เมื่อเห็นท่าทีของหลิวหยวน จั่วเฉินก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้เทียบกับเซียวพั่วรื่อแล้ว การกระทำของหลิวหยวนดูรื่นตากว่ามาก แพ้ก็คือแพ้ ไม่จำเป็ต้องพูดมากอีก
ทว่าเขาก็เพียงแค่ชื่นชมเท่านั้น
ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะมีทุกอย่างในตอนนี้จั่วเฉินอดทนมาสิบปี เขาจึงไม่มีทางปล่อยให้สิ่งที่อาจเป็อันตรายกับตัวเองและท่านอาเล็กหลุดรอดไปได้ทุกอย่างจะต้องถูกตัดไฟั้แ่ต้นลม
“ตายเสียเถอะ!”
เสียงจั่วเฉินเย็นเยียบ เพียงแค่ชี้นิ้วข้างขวาออกไปสายฟ้าสายหนึ่งก็พุ่งโจมตีพลังชี้พุ่งแหวกอากาศทะลุทะลวงทุกสิ่งที่ขวางหน้าก่อนจะอัดใส่ร่างของหลิวหยวนเต็มๆพลังของเคล็ดวิชาบงการอัสนีนี้ดุดันมาก ยิ่งหลิวหยวนล้มเลิกที่จะดิ้นรนด้วยแล้วจึงถูกปลิดชีพไปในทันที
“ไปสู่สุขคติเถอะ” จั่วเฉินพึมพำ
เพียงแค่ก้าวผิดก้าวเดียวก็ไม่อาจหวนคืนได้อีกไม่ว่าใครก็ตาม หากทำผิดก็ต้องจ่ายค่าตอบทั้งนั้น
...
สองชั่วยามให้หลัง ความมืดมิดยามค่ำคืนก็ปกคลุมไปทั่วดวงจันทร์ลอยเด่นกลางนภา สาดแสงจันทร์ลงมา จั่วเฉินยืนสงบนิ่งอยู่ที่ส่วนลึกของขุนเขาร้าวเวหาสายตาจ้องเขม็งไปเบื้องหน้า
เบื้องหน้านั้นเป็หน้าผาสูงที่มีชื่อว่าหน้าผาฝังิญญาตามสัญลักษณ์ที่แผนที่ระบุไว้ ที่แห่งนี้มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งชนิดหนึ่งอาศัยอยู่นั่นคือหมาป่าจันทราราตรี
่เวลาหนึ่งของทุกคืน หมาป่าจันทราราตรีจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่เพื่อสูบเอากลิ่นอายแสงจันทร์ไปฝึกฝน
จั่วเฉินรออยู่นานด้วยความอดทนก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่สำนักสลายดารา เพื่อสังหารสัตว์อสูรระดับฮวงแล้ว เขาสามารถซุ่มรอได้ทั้งคืนดังนั้นการรอแค่สองถึงสามชั่วยามเช่นนี้จึงไม่ใช่ปัญหา
“มาแล้ว”
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ยอดผาภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา รอบๆ สิ่งนั้นพลันส่องแสงสีม่วงระยิบระยับ
นั่นคือหมาป่าจันทราราตรีที่จั่วเฉินเฝ้ารออยู่นานนั่นเอง
จั่วเฉินพุ่งตัวออกไป ะโขึ้นยอดหน้าผาราวกับลิงทโมนอย่างไม่ลังเลทว่าหลังจากปีนมาถึงครึ่งทางก็ต้องหยุดลง ทั่วทั้งร่างมีพลังปราณอันเข้มข้นะเิออกมาก่อนที่เขาจะชกหมัดไปทางยอดผาอย่างแรง
ตู้ม!
ที่ยอดผาเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อรวมกับคลื่นพลังปราณที่ปั่นป่วนจึงดึงดูดความสนใจของร่างสีม่วงที่อยู่้าในทันที
ฉับพลัน ร่างสีม่วงนั้นก็พุ่งมาทางจั่วเฉินอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาก็ประชิดถึงตัว
“หึ!” จั่วเฉินแค่นหัวเราะ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปทางส่วนลึกของป่า
เมื่อเห็นจั่วเฉินหนีไป มีหรือที่หมาป่าจันทราราตรีจะยอมรามือมันกระโจนไล่ตามเขาไปในทันที เพียงครู่เดียว ทั้งคนทั้งหมาป่าก็หายเข้าไปในป่าลึก
...
ที่ส่วนลึกของป่า หลังจากวิ่งเข้ามาได้สักพักจู่ๆ จั่วเฉินก็หมุนตัวกลับมา สองมือกำหมัดแน่นก่อนจะชกออกไปอย่างแรง
สัตว์อสูรอย่างไรก็คือสัตว์อสูรปัญญาของมันเทียบมนุษย์ไม่ได้สักนิด เช่นนั้นมีหรือจะรู้ตัวว่าจั่วเฉินจงใจล่อมันมา
เมื่อเห็นจั่วเฉินโจมตีหมาป่าจันทราราตรีก็จ้วงกรงเล็บขาหน้าอันแหลมคมใส่เขาทันที
หมัดของจั่วเฉินสะท้อนกรงเล็บออกไป เืลมในร่างปั่นป่วนก่อนจะพุ่งเข้าไปโจมตีในระยะประชิด ทั้งสองปะทะกันทันที พริบตาถัดมา จั่วเฉินก็โคจรเคล็ดวิชาปราณอัสนีเพื่อเรียกใช้เคล็ดวิชาบงการอัสนี
พลังชี้พุ่งแหวกอากาศมาพร้อมกับพลังปราณอันแข็งแกร่งภายในมีสายฟ้าสถิตอยู่ก่อนจะแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างของหมาป่าจันทราราตรี
“พรืด!”
หน้าอกของหมาป่าจันทราราตรีปรากฏรูเืแห่งหนึ่งมันรู้สึกชาไปทั้งตัว
หลังจากตกเป็รองในการโจมตีเพียงครั้งเดียวหมาป่าจันทราราตรีก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น มันล่าถอยไป รู้สึกได้ว่ามนุษย์ตรงหน้านี้แข็งแกร่ง
ทว่าจั่วเฉินที่กำลังเป็ต่อมีหรือจะยอมปล่อยในมันหนีไปง่ายๆ
ทันใดนั้น ดาบโค้งยาวเก้าชุ่นพลันปรากฏขึ้นในมือก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงใช้ดาบสะบั้นไปที่อกของหมาป่าจันทราราตรีเพียงแค่คมดาบแตะโดนผิวหน้าอกก็ถูกเฉือนลงไปจนเกิดเป็รอยแผลยาว
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
เพราะความเ็ปรุนแรงจึงทำให้หมาป่าจันทราราตรีแหงนหน้าหอนออกมา
หลังจากได้ยินเสียงหอนดังขึ้นจากจุดที่ไกลออกไปจั่วเฉินก็หน้าเปลี่ยนสี และรีบลงมือโดยไม่คิดจะลีลาอีก เขาเงื้อดาบขึ้นเพื่อปลิดชีพมันอย่างรวดเร็ว
หน้าผาฝังิญญาแห่งนี้ไม่ได้มีหมาป่าราตรีเพียงตัวเดียวเขาอุตส่าห์ล่อมันมาที่นี่ก็เพราะไม่้าให้หมาป่าจันทราราตรีตัวอื่นรู้ตัวหากเสียงหอนนี้ล่อเอาฝูงมันมาล่ะก็ ต่อให้จั่วเฉินจะมีความสามารถแค่ไหนก็ยากที่จะหนีรอดได้แล้ว