“ที่สำคัญงดยุ่งเกี่ยวกับสตรีเด็ดขาด...แค่มีอารมณ์ใคร่ก็ไม่ได้”
พวกองครักษ์ต่างจ้องมองไปที่เฟิงฮวาด้วยความกระอักกระอ่วน
เอ่อ แม่นาง...ฝ่าาไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีง่ายๆ อยู่แล้วพวกเขาเองก็เช่นกัน เื่นี้ท่านมิต้องกังวลเลย
พอเหลือบกลับไปมองทางฝ่าา เห็นสีหน้าของเขาถมึงทึงอย่างที่สุดก็พลันคิดว่าสิ่งนี้ต่างหากที่แม่นางควรจะกังวล
แน่นอนว่าในใจฝ่าารู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนักนางกล้าดีอย่างไรมาพูดจาเช่นนี้ 'นี่มันสมควรตายที่สุด'แต่เพราะเขาออกแรงตีนางไม่ไหวแล้ว เขาเลยมิได้ตอบโต้อะไรอีก
“แม่นางเฟิง พิษซิงเจียวท่านพอจะรู้วิธีรักษาหรือไม่”จิวหรงเป็ฝ่ายเอ่ยถาม พวกเขาสังเกตเห็นท่าทีของนางก่อนหน้านี้แล้วก็คิดกันว่านางอาจจะรู้อะไรบางอย่าง
แต่แล้วก็ผิดคาด นางส่ายศีรษะอย่างช้าๆ “ข้าเองก็มิรู้เช่นกัน...
แต่ไม่แน่ว่าอาจารย์ของข้าอาจจะมีวิธีติดตรงที่ตอนนี้ข้ายังกลับไปถามเขาไม่ได้”
แววตาเศร้าหมองของเหล่าบุรุษมิอาจปกปิด แต่พวกเขาก็ต้องหาทางกันต่อไป จิวหรงและองครักษ์ทุกคนต่างคุกเข่าต่อหน้านาง
“เื่พิษซิงเจียว พวกข้าขอฝากแม่นางด้วยหากมีเบาะแสได้โปรดแจ้งมาโดยเร็วที่สุด อีกอย่าง...ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปอาจจะมีอันตรายหลายฝ่ายพวกข้าขอบังอาจให้แม่นางช่วยเก็บเป็ความลับ”
“อืม ได้สิ ข้ารับปากพวกเ้า วาจาข้าคำไหนคำนั้น”นางปรายตาไปมองบุรุษเฉิงหนึ่งทีแล้วก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ “ตอนนี้แรงคงจะไม่มีแล้วพักสักหน่อยค่อยออกเดินทางแล้วกัน”
"ท่านจะไปกับพวกข้าหรือ"เจียวหย่งเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ฉายแววยินดีอย่างยิ่ง
เื่กล้วยไม้พันปีพวกเขาไม่รู้หรอกว่านางจะทำเช่นไรต่อแต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้ คือถ้ามีนางอยู่ด้วยย่อมดีกว่าแน่นอน
"อืม..." นางตอบรับมาหนึ่งคำเบาเบาสีหน้าของเหล่าองครักษ์พลันดีใจขึ้น
จากนั้นเฟิงฮวาหันไปหาเจียวหวงยื่นยาเม็ดหนึ่งให้กับเขาเขารับมาโดยไม่เอ่ยถามว่ายาอะไร ั้แ่พบกับนางมาจนถึงตอนนี้นางคอยช่วยพวกเขามาโดยตลอด ไม่เหมือนพวกที่คิดร้ายเลย แม้ว่า...เอ่อ...ออกจะโผงผางแปลกประหลาด ชอบยุแหย่คนอื่น แต่นางเป็คนจิตใจดีแน่นอน…เขาเชื่อใจนาง
“อีกวันสองวันถึงจะฟื้นฟูเต็มที่หลีกเลี่ยงการใช้กำลังหักโหม ยาผสานปราณกินแล้วให้เ้าเดินพลังทุกหนึ่งชั่วยาม”
เจียวหวงทำตามที่นางบอกทันที เขาพบว่าเมื่อเริ่มเดินลมปราณก็เกิดความร้อนค่อยๆ เพิ่มที่จุดตันเถียน เส้นลมปราณฟื้นฟูซ่อมแซม แถมยังรู้สึกว่ากำลังภายในเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เขาหันไปมองแม่นางเฟิงด้วยสายตาซาบซึ้ง ‘ของดีเช่นนี้ท่านให้ข้าทำไมกัน’ คนอื่นๆ รอบข้างต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของเจียวหวงออกอาการอิจฉาไปตามๆ กัน
“มิต้องมองข้า ก็แค่เศษขนมเท่านั้น”
แม่นาง...พวกข้าก็อยากกินเศษขนมของท่านบ้างแววตาละห้อยปรากฏขึ้นมาในสายตาของเหล่าบุรุษ
“เฮ้อ…ข้าเอามาไม่มากไว้มีโอกาสหน้าจะให้พวกเ้าที่เหลือ” ได้ยินดังนั้น แววตาของพวกเขาจึงค่อยๆเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม
เข้ายามซื่อ หลังเก็บของเรียบร้อยกำลังจะออกเดินทางจิวฉิงถามขึ้นมาว่า “แม่นาง พวกเราต้องไปทางไหนหรือ”
“นั่นสิ ถ้าคำกล่าวที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมาเป็ความจริงของสิ่งนั้นน่าจะขึ้นอยู่ทีู่เาใกล้แหล่งน้ำ และข้าคิดว่าต้องไปทางนั้น”นางชี้ไปทางยอดเขาที่เห็นลางๆ ว่ามีสายน้ำไหลลงมา
“พวกข้าเดินทางในป่านี้อยู่สามวันแล้วสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าใกล้สถานที่นั้นได้เลย”
“อืม…คงมีค่ายกลบดบังอยู่” นางเอ่ยสั้นๆแล้วก็ย่ำเท้านำไป
เหล่าชายฉกรรจ์ออกอาการตะลึงงัน เหตุใดนางรู้แต่พวกเขาไม่รู้เล่า
พอทุกคนเดินไปถึงที่โล่งกว้างขนาดหนึ่งจั้ง ยาวหนึ่งจั้งนางก็ใช้วิชาตัวเบาะโลอยขึ้นไปบนต้นไม้สูงต้นหนึ่งมองออกไปเห็นก้อนหินใหญ่ที่อยู่กระจัดกระจายหกก้อนแต่ละก้อนห่างกันประมาณสองถึงสามจั้งนางะโไปที่หินก้อนแรกออกแรงแตะดูก็ไม่เห็นว่าขยับเขยื้อนเลย
นางะโกลับมาที่เดิม
“ต้องอาศัยแรงของทุกคนแล้วละ”จากนั้นนางก็หันไปมองบุรุษแซ่เฉิงก่อนจะพูดว่า“ต้องใช้กำลังภายในกระแทกที่หินพร้อมกันทั้งหกก้อน ท่านออกแรงแค่สามส่วนก็พอหลังใช้กำลังภายในแล้วให้ท่านรีบกินยาเม็ดนี้ ค่อยๆเดินลมปราณมิต้องสนใจอย่างอื่นอีก”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ‘อืม’
คนอื่นๆ ที่เหลือฟังเข้าใจแล้วต่างก็ไปประจำที่พอนางให้สัญญาณทุกคนก็ะโลงมากระแทกหินพร้อมกัน ‘ตู้ม’ เสียงกระแทกดังขึ้นจากนั้นก็มีแต่ความเงียบสนิท ทุกคนไม่กล้าขยับตัว ส่วนฝ่าาก็ทำตามที่นางบอกนั่งเดินลมปราณปรับสภาพเงียบๆ
ผ่านไปครึ่งเค่อ เสียงแผ่นดินไหวเล็กน้อยค่อยๆ ดังขึ้นมีการขยับเคลื่อนไหวของต้นไม้เป็จุดๆ
“พวกเ้ากลับมาได้แล้ว” นางะโบอกจากนั้นทุกคนก็ะโกลับมารวมตัวกัน
นางรีบเข้าไปจับชีพจรให้ฝ่าาทันที โดยที่เขาก็มิได้หลบเลี่ยง ‘อืมปลอดภัยดี’ สีหน้าโล่งอกของนางทำให้ทุกคนคลายกังวล
หลังจากพักสักครู่ ทุกคนก็ออกเดินทางต่อการเดินทางต่อจากนี้ไม่มีอุปสรรคอันใดพวกเขาใช้เวลาถึงสองคืนในที่สุดก็มาถึงหน้าผาที่มีสายน้ำไหลผ่าน
เข้ายามจื่อ จู่ ๆ อากาศก็พลันเย็นเยียบลงกะทันหันท้องฟ้าเป็คืนเดือนมืดสนิท แสงคบไฟในมือพอให้มองเห็นลางๆ เท่านั้นยิ่งเมื่อมีลมพัดมาไฟก็ดับลงทันที
‘หวึ่งๆ …’ เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นไกลๆ และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่มาของลมแรงนั่นคงจะเป็สิ่งนี้สินะ
ก่อนที่คำถามจะเกิดขึ้นว่ามันคืออะไร คำตอบก็ปรากฏเสียแล้วตรงหน้าพวกเขาถูกล้อมรอบด้วยฝูงผึ้งป่านับร้อยตัว 'โอ้โห'คนอื่นต่างใกับสิ่งที่ต้องเผชิญตรงหน้าแต่เฟิงฮวาเห็นดังนั้นกลับทำให้นางมั่นใจทันทีว่าสถานที่นี้ต้องมีกล้วยไม้พันปีแน่ๆ‘มิอาจหลบเลี่ยง ต้องสู้กันสักตั้งแล้ว’
นางเปิดฉากด้วยการสาดผงโยร่วกุยออกไป ทำให้ฝูงผึ้งป่าถอยร่นเล็กน้อย
“เจียวหย่งจุดไฟใหม่...มันกลัวไฟ”จากนั้นคบไฟถูกส่งไปให้นางหนึ่งอันและคนที่เหลือก็ถือคนละอันร่วมต่อสู้ด้วยวิทยายุทธ์ผสานคบไฟ ผึ้งเ่าั้ๆ ค่อยๆร่วงหล่นลงกับพื้นเรื่อย ๆ
ใกล้่กึ่งกลางยามจื่อเข้ามาทุกขณะ อากาศยิ่งเย็นลงอย่างเห็นได้ชัดการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย จนในที่สุดก็มีดอกไม้เรืองแสงสีขาวปรากฏออกมาที่ผนังหิน ทุกคนหันไปมองโดยพร้อมเพรียง 'นี่น่ะหรือกล้วยไม้พันปี'
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย จิวหรงกำลังจะเข้าไปเด็ดดอกไม้ออกมาจึงมิทันระวังถูกผึ้งป่าพุ่งเข้ามาโจมตี าแที่ขาบวมคล้ำอย่างรวดเร็ว
“อย่าเพิ่งเด็ดดอกไม้” เฟิงฮวาะโบอกแต่กลับช้าไปก้าวหนึ่ง นางรีบะโลอยตัวไปตรงหน้าจิวหรงยื่นขวดยาให้จากนั้นก็หมุนตัวสะบัดประกายไฟใส่ผึ้งที่พุ่งเข้ามา
ฝูงผึ้งถอยห่างออกไปเล็กน้อยนางก็อาศัยจังหวะนั้นหยิบมีดพกขึ้นมากรีดเื สาดไปที่กล้วยไม้พันปีเืสลายหายไปในพริบตา แต่ดอกไม้นั้นกลับเรืองแสงสว่างมากขึ้นไปอีกนางใช้มือเปล่าเด็ดดอกมันออกมาด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นวิ่งไปที่แม่น้ำใช้กำลังภายในดึงน้ำมาที่ดอกไม้นั้นเพื่อชำระล้าง แล้วเก็บลงกล่องทันที
ผ่านไประยะหนึ่งเมื่อฝูงผึ้งป่าที่เหลือไม่ได้กลิ่นเกสรดอกไม้แล้วก็พากันบินจากไป
นางและคนอื่นๆ ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไม่มีใครเอ่ยถามถึงวิธีการเก็บดอกไม้อันพิสดารเช่นนี้ของนางถ้าไม่แน่ใจนางคงไม่ทำเช่นนั้นหรอก
นางปรายสายตาไปมองบุรุษเฉิงผู้นั้นหนึ่งที
เขายกยิ้มมุมปากให้นาง 'ยอมส่งมาให้ข้าหรืออยากจะลองสู้กับข้า'
อันที่จริงนางแค่ี้เีจะเปลืองแรง...ก็เท่านั้นนางมิได้เกรงกลัวเขาเสียหน่อย กล้วยไม้พันปีนี่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ค่อยกลับไปบอกอาจารย์ว่าหาไม่เจอแล้วกัน
นางยื่นกล่องนั่นไปให้จิวฉิง “เก็บให้ดีละ”สายตาขอบคุณเต็มสิบส่วนปรากฏขึ้น
ถ้าไม่มีนาง พวกเขาอาจจะยังหามันไม่เจอ หรือไม่มีวันเจอก็เป็ได้