คิ้วสีเข้มดุจน้ำหมึก ผิวพรรณขาวละเอียดดั่งหิมะ โครงหน้าที่งดงามเปรียบประดุจภาพวาดของเหล่าทวยเทพ ผมยาวสีเขียวเทาของเขาที่สยายอยู่บนผืนน้ำดูหนานุ่มราวผ้าไหมเนื้อดี แพขนตาดกหนาและเข้มชัดดุจปีกผีเสื้อขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นและเผยให้เห็นดวงตาสุกใสสีเขียวอ่อนที่สะกดหัวใจยิ่งนัก
ดูบริสุทธิ์ไร้มลทินราวภูตน้อยที่มิเคยเฉียดกายเข้าใกล้ความมัวหมองใด ๆ
เขามองมาที่มู่เฉียนซี ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับพูดว่า…
"ที่แท้ก็เป็หญิงอัปลักษณ์เช่นเ้านี่เองที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของข้า และยังมาปลุกให้ข้าต้องตื่นขึ้นมาอีก"
สิ้นเสียงนั้นสีหน้าของมู่เฉียนซีที่กำลังชื่นชมความงามของบุรุษตรงหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็เ็าขึ้นทันที
"หนุ่มน้อย เ้ามีปัญญาแน่จริงก็ขึ้นมาบนบกสิ ข้ารับรองว่าจะไม่ตีเ้าตาย แต่กล้าดีอย่างไรถึงว่าข้าเป็หญิงอัปลักษณ์"
"ก็เ้าหน้าตาอัปลักษณ์จริง ๆ นี่ ยังไม่ยอมฟังผู้อื่นอีก"
เสียงของเด็กหนุ่มไพเราะน่าฟังราวกับเสียงขับร้องของภูตพราย ทว่าฝีปากนั่นกลับร้ายกาจใช่ย่อย มู่เฉียนซีเดินตรงไปยังริมศาลากระทั่งเงาของนางสะท้อนบนผืนน้ำ แม้แต่นางเองก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตนเอง กระโปรงยาวสีทองขาดวิ่นเหมือนกับเสื้อผ้าของขอทานก็ไม่ปาน ผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิงดูดีกว่ารังนกไม่เท่าไหร่ และยังใบหน้าของนางอีก ตบแป้งเสียหนาเตอะ ทำราวกับขุดเอาเครื่องสำอางทั่วทั้งใต้หล้ามาพอกทาบนใบหน้านี้จนหมดสิ้น
‘เลวร้ายมาก... รับสภาพนี้ไม่ได้ รับไม่ได้เลย ต้องล้างออกเดี๋ยวนี้’
-- ตูม! --
คิดแล้วมู่เฉียนซีก็ะโลงทะเลสาบไปทันควัน ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้น
"อ๊าก! หญิงอัปลักษณ์ ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้นะ กล้าดีอย่างไรมาทำให้ทะเลสาบภูตวารีของข้าต้องแปดเปื้อน"
ในตอนนั้นเอง ระลอกคลื่นขนาดใหญ่ก็ก่อกำเนิดขึ้นบนผืนน้ำแล้วตรงเข้าจู่โจมมู่เฉียนซีหมายจะซัดให้กระเด็นออกไป
-- หมับ! --
มู่เฉียนซีพุ่งร่างเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเขาพร้อมกับเอ่ยขึ้น....
"หนุ่มน้อย ถ้าเ้ายังกล้าลงมืออีก ข้าก็จะหักคอเ้าเสีย"
ผิวเย็นเยียบของเขาละเอียดเรียบเนียนประดุจดังเครื่องเคลือบดินเผาชั้นดี
"โอ๊ย..."
ชั่วพริบตานั้น หญิงสาวก็รู้สึกเ็ปทั่วร่างกาย มู่เฉียนซีถลึงตาจ้องมองเด็กหนุ่มผู้งดงามดั่งภูตวารีเบื้องหน้า
"น่าฆ่าให้ตายนัก เ้าทำอะไรข้า”
สีหน้าของเด็กหนุ่มก็ขาวซีดไม่แพ้กัน เขากล่าวขึ้นอย่างโมโห
"เ้าไปให้พ้นนะ รีบไปให้พ้น”
มู่เฉียนซีเ็ปไปทั่วทั้งร่างกายราวกับถูกฉีกทึ้งอย่างทารุณ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมากมาย และเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะน่ารังเกียจของอีกฝ่าย ไฟโทสะของนางก็พลันลุกโชนขึ้น
ในเมื่อเป็เช่นนี้ นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น… หญิงสาวก้มหัวลงต่ำแล้วกัดหมับเข้าที่แขนของเด็กหนุ่มทันที ขากรรไกรเล็ก ๆ ขบเข้าหากันแน่นจนสุดแรงที่มีอยู่
"โอ๊ย!"
เสียงร้องครางของเด็กหนุ่มดังลั่น
"หญิงอัปลักษณ์ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ข้าเจ็บนะ ปล่อย~"
มีหรือที่นางจะสนใจว่าเด็กหนุ่มจะเ็ปเพียงใด เพราะร่างกายของนางเองก็ทรมานจนสติแทบจะกระเจิงไปแล้วเช่นกัน
มู่เฉียนซีรู้สึกราวกับมีสัตว์ป่ากระโจนไปมาและวิ่งชนกันอย่างบ้าคลั่งทั้งในชีพจรและเส้นเืของนาง หากนางไม่กัดแขนเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้ ก็คงจะได้กัดปากของตัวเองจนแตกเืซิบเป็แน่
-- ตูม! --
ทว่าในพริบตานั้น หญิงสาวก็รู้สึกถึงรังสีเย็นะเืที่แผ่เข้ามา รังสีนี้มีอานุภาพร้ายแรงจนทำให้แม้แต่ิญญาก็ยังปวดร้าว หัวสมองของมู่เฉียนซีพลันขาวโพลนไปพร้อมกับสติสัมปะชัญญะที่ดับวูบ
แต่ถึงแม้มู่เฉียนซีจะสลบไปแล้ว แต่ก็ยังไม่คลายปากออกจากแขนของเด็กหนุ่ม!
"เหม็นจังเลย หญิงอัปลักษณ์ เ้า... เ้า..."
เสียงครวญครางราวใกล้จะคลุ้มคลั่งนี้ ปลุกให้มู่เฉียนซีได้สติฟื้นขึ้นมา ต่อจากนั้นนางก็รู้สึกถึงกลิ่นเหม็นที่ยากจะทานทนได้
เมื่อลืมตาขึ้นดู นางก็พบว่าน้ำในทะเลสาบกลายเป็สีดำ ไม่ใสจนสามารถมองเห็นไปถึงก้นบึ้งของทะเลสาบได้อีกต่อไปแล้ว
"เ้า... อ้าปากออกเดี๋ยวนี้นะ... เร็วเข้า"
แขนของมู่เฉียนซีกระหวัดไปโอบรอบหลังคอของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่ก็เพื่อจะได้สามารถควบคุมเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ก่อนที่เขาจะชิงลงมือทำบางอย่าง เสร็จแล้วจึงค่อยคลายปากออกจากแขนของเขา
ิัตรงแขนที่เคยผุดผาดไร้รอยแผลของเด็กหนุ่มบัดนี้มีรอยฟันกัดที่มีเืไหลริน บาดลึกนั้นลึกจนเห็นถึงกระดูก การที่เขาถูกกัดจนมีสภาพเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อครู่นี้นางเ็ปมากเพียงใด
มู่เฉียนซีเอ่ยถามขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น"
"น้ำในทะเลสาบภูตวารี มีฤทธิ์ฟอกกระดูกชะล้างชีพจร พอร่างกายที่แสนสกปรกโสโครกของเ้าแช่น้ำ แน่นอนว่า..."
เด็กหนุ่มส่งเสียงพูดอู้อี้พลางบีบจมูกไว้เพราะทนกลิ่นไม่ได้
"สิ่งเจือปนในร่างกายเ้าช่างมากมายเสียจริงๆ"
ทั่วทั้งทะเลสาบในยามนี้มีแต่สิ่งสกปรกที่ถ่ายเทออกมาจากร่างกายบอบบางของหญิงสาวอัปลักษณ์ และสิ่งที่ออกมามากที่สุดก็คือสารพิษ
...ดูท่าแล้วมู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้ ก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่าไรนัก...
"รับไม่ไหว ข้ารับไม่ไหวแล้ว"
-- สวบ! --
เด็กหนุ่มไม่อาจทนกลิ่นเหม็นในทะเลสาบได้อีกต่อไป จึงต้องพุ่งพรวดขึ้นสูงเหนือผิวน้ำ
กระดูกไหปลาร้าที่งามประณีต ผิวพรรณละเมียดละไม และยอดเหมยแดงสองจุดบนหน้าอกของเขาพลันปรากฏขึ้นต่อหน้ามู่เฉียนซี
ต่อให้เห็นแค่เพียงส่วนบน แต่รูปร่างของบุรุษเบื้องหน้าก็ยังติดตรึงตา...นับว่าไม่เลวเลย
"อย่าขยับนะ"
มือของมู่เฉียนซีพลันกอดรัดเขาแน่นขึ้น
"เ้าไปให้พ้นเถอะ เร็วเข้าต่อให้เืของเ้าทำให้ข้าฟื้นขึ้นมา ข้าก็ไม่มีทางยอมรับเ้าหรอก" พละกำลังแข็งแกร่งของเขากระแทกร่างของนางจนแทบปลิวกระเด็น
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าก็แผ่คลุมร่างของทั้งสองไว้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที เขาเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียว่า
"จะเป็ไปได้อย่างไรกัน"
ขณะเดียวกันมู่เฉียนซีเองก็ได้ยินเสียงประหลาดดังก้องขึ้นในสมอง เสียงนั้นคล้ายกับดังมาจากอดีตกาลอันไกลโพ้น...
"ศาลานิรันดร์ ศาลาเลือนรางเก้าชั้น (จิ่วฉงหุ้นตุ้นถิง) ดินแดนแห่งโลกโบราณ เมื่อเวลาคล้อยมากัน สุริยันจันทราแลดารา จึงจักได้"
"ข้านั้นมีนามว่าจิ่วฉงหุ้นตุ้นถิง (ศาลาเลือนรางเก้าชั้น) จักขอสร้างพันธสัญญากับเ้า ชีวิตและิญญาสองเราจักประสาน ร่วมเป็ร่วมตายกันตลอดไป เ้ายินยอมหรือไม่"
เสียงอันไพเราะของเด็กหนุ่มน่าหลงใหลจนมู่เฉียนซีงงงวยอยู่ครู่ใหญ่ และด้วยความมึนงงราวตกอยู่ในวังวนอันชวนลุ่มหลงนั้นก็ทำให้นางตอบรับไปโดยไม่รู้สึกตัว
"ข้ายินยอม"
สิ้นเสียงตอบของหญิงสาว แสงสีฟ้าก็ลอยเข้าสู่หว่างคิ้วของนางทันที
มู่เฉียนซีเบิกตาโพลงมองดูเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ยามนี้ใบหน้าที่งดงามราวหยกสลักเป็รูปหน้าเทพเซียนแปรเปลี่ยนเป็บูดบึ้งเสียยิ่งกว่าั์มาร
"เ้าร่างกายของข้าแล้ว พอใจแล้วล่ะสิ ยังไม่รีบไปให้พ้นอีก"
-- พลั่ก! --
ฉับพลัน เด็กหนุ่มก็ยกเท้าขึ้นโผล่พ้นเหนือผิวน้ำและถีบมู่เฉียนซีออกไปโดยไม่รั้งรอ หญิงสาวผู้ถูกกล่าวหาว่าอัปลักษณ์ได้แต่เบ้ปาก แต่เพียงอึดใจนางก็ะโโต้ตอบกลับไป
"หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่ข้างล่างของเ้ามันเล็กไปหน่อยกระมัง"
"อ๊ากกกกก~ หญิงอัปลักษณ์! ข้าจะฆ่าเ้า!" เสียงคำรามของเด็กหนุ่มรูปงามดังก้องอยู่เหนือผิวน้ำ
เพียงพริบตาเด็กหนุ่มฝีปากกล้าก็เตะมู่เฉียนซีกระเด็น ตัวนางเองยังไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือเลยด้วยซ้ำ เ้าเด็กนี่สมควรตายนัก ถีบนางทีเดียวตัวก็ปลิวลอยมาถึงเพียงนี้ ด้วยแรงมหาศาลขนาดนั้น เกรงว่าหากกระแทกพื้น ร่างกายของนางคงต้องเละเป็เนื้อบดแน่
-- ตุบ! --
ทว่าครั้งนี้ มู่เฉียนซีกลับไม่ได้กระแทกพื้นจนร่างแหลกเป็ก้อนเนื้ออย่างที่คิดไว้ แต่นางกลับกระแทกลงบนพื้นที่กว้าง ๆ แสนสบายแทน ‘...อืม เป็พื้นผิวที่ประหลาดดีแท้ ทั้งหยืดหยุ่น มั่นคง แถมยังดูจะอุ่นอยู่หน่อย ๆ เสียด้วย อุ่นรึ ?… อา…’
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้รู้ แท้จริงแล้วสิ่งที่นางทับอยู่ใต้ร่างนั้นเป็... มนุษย์
.
.
.