ระหว่างทางที่กลับบ้านก็ได้ผ่านหน้าหมู่บ้านจิ้นหลิง พวกชาวบ้านต่างก็ออกมามองดูกันว่าบ้านไหนที่ซื้อของมาเยอะแยะจนทำให้ต้องจ้างเกวียนมาส่งถึงบ้านเช่นนี้ แต่เมื่อทุกคนเห็นว่าเกวียนนั้นได้วิ่งไปยังท้ายหมู่บ้านที่อยู่ติดกับูเาห่างจากหมู่บ้านไปพอสมควรก็ได้แต่พากันไม่เชื่อสายตาของตนเองว่าจะเป็ไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อบ้านหลังนั้นเป็ของเหลียงหนิงเทียนครอบครัวที่เรียกได้ว่าจนที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
ทุกคนต่างพากันสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะไปถามเอาคำตอบจากครอบครัวนี้
เพราะทั้งครอบครัวดูเงียบๆหน้าเกรงกลัวแปลกๆและเมื่อเกวียนมาจอดลงตรงหน้าบ้านตอนนี้ก็เป็เวลายามเซิน(15.00 – 16.59 น.)แล้วทุกคนจึงกลับมาบ้านกันครบต่างก็พากันเดินออกมาดู และเมื่อเห็นว่าเป็หนิงเทียนกับหนิงฮวาที่ลงมาจากเกวียนทุกคนก็เดินเข้าไปช่วยกันถือข้าวของเข้าไปภายในบ้านก่อนที่หนิงเทียนจะจ่ายค่าจ้างเกวียนไปสี่สิบอีแปะก่อนจะเดินตามทุกคนเข้าไปภายในบ้านของตนทันที
"ฮวาเออร์นี้เ้าซื้ออะไรมามากมายเช่นนี้แล้วซื้อสิ่งใดมาบ้าง ซื้อเยอะขนาดนี้หมดเงินไปเท่าไหร่กัน" หนิงลี่เอ่ยดุบุตรสาวอย่างจริงจัง
"ข้าใช้ไปสองตำลึงเงินสองร้อยเจ็ดสิบสามอีแปะเ้าค่ะ"
"หาาา........" เมื่อได้ยินจำนวนเงินทุกคนก็ต่างพากันใและแสนเสียดายเงินตำลึงเพราะกว่าจะหามาได้มันยากนัก
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะบ้านเรามีเงินเยอะกว่านี้มากมายนักเพราะบ้านเรารวยเ้าค่ะ ฮ่า ฮ่า"
"เ้าเด็กคนนี้..นี้แนะทำกิริยาไม่สมกับเป็กุลสตรีเลยซักนิด" หนิงลี่เอ่ยพร้อมกับตีไปที่แขนบุตรสาวไม่แรงนักนางเพียงแค่กลัวว่าบุตรสาวของนางจะมีใครกล้ามาตบแต่งกันถ้าได้เห็นกิริยาแบบนี้ของนาง
"จริงๆนะเ้าคะบ้านเรารวยแล้วจริงๆก็ที่ข้ากับท่านปู่ไปขายมาได้เงินมาห้าหมื่นสองพันตำลึงทองเ้าคะ"
"หะ............"
แล้วเสียงของทุกคนก็เปล่งออกมาได้เพียงเท่านี้ก่อนที่สติของทุกคนจะหลุดลอยหายไปหลังจากได้รู้ว่าพวกเขาขายเห็ดได้เงินตั้งห้าหมื่อตำลึงทองนี้พวกเขากำลังฝันกันอยู่ใช่หรือไม่
"เอิ่ม.......ทุกคนเ้าคะ.......ฮัลโหลลลลล"
"ให้เวลาพวกเขาหน่อยเถอะฮวาเออร์ครั้งแรกที่ได้ยินปู่ก็แทบจะเป็ลมเหมือนกันดีที่ตั้งสติทันไม่งั้นคงขายหน้าเขาแย่"
"ข้าก็นึกว่าท่านปู่ไม่ได้ตื้นเต้นมากเห็นท่านยืนนิ่งเชียวข้าก็คิดว่าท่านปู่เฉยๆนะเ้าคะ"
หลังจากที่หนิงฮวาเอ่ยจบทุกคนก็พลันได้สติกลับมาพอดีแล้วหันมามองหน้านางอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เป็ความจริงรึฮวาเออร์......บ้านเรารวยแล้วจริงๆรึ" หนิงหวงเอ่ยออกมาในที่สุด
"จริงสิเ้าคะดังนั้นไม่ต้องเป็กังวลอีกต่อไปแล้วนะว่าบ้านเราจะอดมื้อกินมื้ออีกเหมือนอย่างที่ผ่านๆมาเพราะข้าจะทำให้พวกเรารวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปฝังไว้ที่ใดเลยนะเ้าค่ะ"
หนิงฮวาเอ่ยอย่างตลกแต่นางก็ตั้งใจที่จะทำแบบนั้นจริงๆเพียงแต่ต้องเริ่มทำไปเรื่อยๆก่อน
"เช่นนั้นวันนี้ข้าจะทำข้าวขาหมูให้ทุกคนได้ลองทานกันดูนะเ้าคะรับรองว่าอร่อยแซ่บแน่นอนเ้าค่ะ"
เมื่อเอ่ยจบนางก็เดินไปยังครัวของบ้านาพร้อมกับขาหมูก่อนที่จะเริ่มจุดไฟและรอไฟติดพอไฟติดแล้วนางก็นำเอาขาหมูไปเผาเพื่อกำจัดขนที่หลงเหลือออก เมื่อดูว่าไม่มีขนเหลือแล้วขูดส่วนที่ไหม้เกรียมออก นำไปล้างให้สะอาด
ซับขาหมูให้แห้งแล้วนำไปทอดโดยใช้ไฟแรง ทอดในน้ำมันโดยไม่ต้องใช้น้ำมันท่วม โดยเราจะทอดแบบกลับด้าน เพื่อไม่ให้เปลืองน้ำมัน จนหนังหมูฟู แล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นตั้งกระทะบนเตาไฟโดยใช้ไฟอ่อน ใส่อบเชยลงไป ตามด้วยโป๊ยกั้ก กระเทียม ข่าแก่ และพริกไทยดำลงไปคั่วจนหอม นำขาหมูที่ทอดแล้วมาใส่หม้อ ใส่เครื่องเทศที่คั่วไว้และรากผักชีตามลงไป
นำน้ำตาลปี๊บใส่ในกระทะใบเดิม ตั้งจนน้ำตาลปี๊บละลายและมีสีน้ำตาลเข้ม ใส่น้ำลงไปรอให้น้ำตาลละลายแล้วจึงนำไปเทใส่หม้อขาหมูเติมน้ำเปล่าจนท่วมขาหมู นำไปตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส เกลือป่น น้ำตาลทราย พอเดือดจึงใส่เห็ดหอมปรับไฟอ่อนแล้วตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงพอตุ๋นขาหมูเสร็จหนิงฮวาก็นำข้าวที่ซื้อมาไปหุงจนสุกนิ่มและหอมก่อนจะทำเมนูต่อไปนั้น
คือการทำกล้วยทอดหรือกล้วยแขกเริ่มจากนำแป้งข้าวเ้า แป้งสาลี เกลือและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน ใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย แล้วนวดต่อ ใส่งาลงไปให้ทั่ว ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันกะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด เมื่อน้ำมันร้อนนำกล้วยที่หั่นตามยาว 3-4 ชิ้น ต่อ 1 ลูก (แล้วแต่ลูกใหญ่หรือเล็ก) ชุบแป้งที่ผสมไว้ใส่ในน้ำมันจนเต็มกระทะ
ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ และเนื้อกล้วยสุกจากนั้นให้ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันก่อนแล้วค่อยจัดใส่จานเมื่ออาหารทำเสร็จแล้วหนิงฮวาจึงรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนที่จะมาจัดโต๊ะทานข้าวแล้วจึงได้เรียกทุกคนให้มาทานจ้าวซึ่งทุกคนก็รีบเดินตามกลิ่นหอมของอาหารที่หนิงฮวาทำเพราะกลิ่นมันช่างยั่วน้ำย่อยในกระเพาะของทุกคนยิ่งนัก
"วันนี้มีอะไรทานบ้างขอรับพี่รองกลิ่มมันช่างหอมยิ่งนัก"
"วันนี้พี่รองทำข้าวขาหมูให้ทุกคนได้ลองทานกันแล้วก็มีของหวานเป็กล้วยชุบแป้งทอดด้วยนะทานให้อร่อยนะเ้าคะ"เมื่อหนิงฮวาเอ่ยจบทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย