วันที่เก้า กันยา เวลาสองทุ่ม เยี่ยหลงที่ทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเสร็จแล้ว คนจึงลงมาฝึกปรือิญญายุทธ์ที่มหาพงไพรร้อยอสูร
ฝึกไปฝึกมา เวลาก็ผ่านไปประมาณสองชั่วโมง เยี่ยหลงที่ฝึกอยู่จึงเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ' จะมีวิธีไหนมั้ยนอกจากเวทมนต์ ที่จะต่อสู้ได้โดยไม่เผยวงแหวนแสนปีของเรา '
เมื่อคิดได้ดังนั้น คนจึงกลับขึ้นไปข้างบนร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เพื่อไต่ถามกับอัลเบียนหรือใครก็ตามที่ได้เจอก่อน
" คุณอัลเบียนครับ ผมมีข้อสงสัยอยู่น่ะครับว่า จะมีวิธีไหนมั้ย ที่จะต่อสู้โดยไม่เผยวงแหวนแสนปีของผมน่ะครับ ไม่เอาเวทมนต์และมันตรานะครับ "
" ก็มีวิธีอยู่นะครับ เป็วิธีการใช้พลังิญญาขั้นสูงโดยไม่ใช้ิญญายุทธ์ เป็การควบคุมพลังิญญาจากส่วนต่างๆให้มาอยู่ที่จุดๆเดียว และโจมตีออกไป ซึ่งมันคล้ายกับมันตราจู่โจมเป็อย่างมาก แต่ติดอยู่ข้อเดียว คือมันใช้โจมตีร่างจริงของผู้ใช้ิญญายุทธ์สายภูติไม่ได้เหมือนกับมันตราจู่โจม ที่ไม่ต้องพึ่งพาการหาจุดอ่อนในร่างกายของผู้ใช้ิญญายุทธ์สายภูติ ฉะนั้นฝึกมันตราดีกว่าครับ"
เยี่ยหลงได้ฟังดังนั้น คนก็รู้สึกตื่นเต้นอยากจะฝึกในสิ่งที่อัลเบียนพูดมาในทันที แม้อัลเบียนจะบอกว่าฝึกอย่างอื่นดีกว่าก็ตาม " คุณเบียนช่วยฝึกพลังนี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ "
อัลเบียนตอบกลับ " ได้สิครับ แต่ขอเป็วันพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ "
" ได้สิครับ ขอแค่คุณอัลเบียนมาฝึกให้ผมก็เพียงพอแล้ว "
วันที่สิบ กันยา เวลาสองทุ่มเวลาเดิม เยี่ยหลงที่ทำงานในร้านนั่งเล่นเสร็จแล้ว คนจึงลงมายังมหาพงไพรร้อยอสูร พอลงมา คนก็เจอเข้ากับอัลเบียนที่มารอฝึกให้อยู่ก่อนแล้ว
" งั้นเรามาเริ่มฝึกกันเลยดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ " อัลเบียนกล่าว
" ได้สิครับ " เยี่ยหลงตอบรับ
" ต่อจากนี้ให้เธอทำตามที่ผมบอกนะครับ " " ตั้งสมาธิโคจรพลังิญญาจากส่วนต่างๆ ให้มาอยู่ที่หมัดเพียงจุดเดียว จากนั้นก็ทำให้มันคงอยู่ ไม่ปลดปล่อยให้มันสลายหายไปเหมือนการะเิพลัง " อัลเบียนอธิบายพลางทำให้ดูเป็ตัวอย่างตา " จากนั้นก็โจมตี " พออัลเบียนกล่าวจบ คนจึงปล่อยหมัดไปใส่ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรุนแรง
เสียงต้นไม้แตกหักโค่นดังสนั่น มือของอัลเบียนผู้ที่เป็ผู้กระทำกลับไม่มีแม้แต่รอยาแเดียว แต่กลับกันทางเยี่ยหลงกลับมือแตกเป็แผลอยู่บ้างเล็กน้อย
อัลเบียนกล่าว " ตอนที่คุณโคจรพลังิญญาให้มาอยู่ในจุดๆเดียวนั้น ก่อนที่คุณจะต่อยหมัดไปใส่ต้นไม้ คุณได้ทำการหลุดการควบคุมพลังิญญาที่ควบแน่นเอาไว้ที่จุดๆเดียว มันจึงกลายเป็การะเิพลังิญญาแทนที่จะกลายเป็การสวมใส่เกราะพลังิญญาที่มองไม่เห็น "
เมื่อเยี่ยหลงได้ฟังคำอธิบายของอัลเบียนดังนั้น คนจึงลองทำอีกสองสามครั้ง พอลองได้ทำอีกสองสามครั้งคนจึงเริ่มจับทางอะไรได้บางอย่าง " ดูเหมือนว่าผมจะเริ่มจับทางอะไรได้บางอย่างแล้วล่ะครับ " เยี่ยหลงกล่าว
หลังจากเยี่ยหลงกล่าว คนจึงลองทำอีกครั้ง ปรากฏว่าในครั้งนี้ มือคนกลับไม่ถลอก มีเพียงแต่ต้นไม้ที่แตกหัก
ปรบ ปรบ ปรบ อัลเบียนปรบมือให้กับเยี่ยหลง " ดูเหมือนเธอจะทำได้แล้วนะครับ "
" ไชโย ในที่สุดผมก็ทำมันได้แล้ว " เยี่ยหลงกล่าวพลางะโโลดเต้นดีใจ
" ยินดีด้วยครับ ที่เธอทำมันได้แล้ว เมื่อเธอทำมันได้แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งต่อๆไปมันก็จะง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าผมคงจะไม่มีอะไรที่จะชี้นำการฝึกนี้ ให้กับเธออีกแล้ว "
" คุณอัลเบียนจะไปแล้วหรอครับ "
" ใช่แล้วครับ ในเมื่อตอนนี้เธอทำมันได้แล้ว ผมก็ไม่มีอะไรที่จะชี้แนะให้กับเธออีกแล้ว ต่อจากนี้เธอก็แค่ต้องฝึกใช้ให้มันชำนาญก็แค่นั้นครับ " เมื่ออัลเบียนกล่าวจบ คนจึงค่อยเดินจากขึ้นไปยังข้างบนยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ปล่อยให้เยี่ยหลงฝึกด้วยตัวเองเพียงลำพัง
เยี่ยหลงที่ฝึกใช้พลังิญญาขั้นสูงโดยไม่ใช้ิญญายุทธ์อยู่นั้น พอคนทำได้ครั้งหนึ่ง ครั้งต่อๆไปก็เป็อย่างที่อัลเบียนบอก คือคนเริ่มใช้มันออกได้อย่างเป็ธรรมชาติมากขึ้น
เยี่ยหลงที่ฝึกไปฝึกมา เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง ห้าทุ่ม
' วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่า ' เยี่ยหลงที่คิดได้ดังนั้น คนจึงกลับขึ้นไปนอน
และแล้ววันเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง วันที่สิบเจ็ด กันยา เวลาสองทุ่ม เยี่ยหลงที่ทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเสร็จแล้ว คนจึงลงมาฝึกปรือพลังิญญาขั้นสูงที่มหาพงไพรร้อยอสูร
ฝึกไปฝึกมา เวลาก็ผ่านมาหนึ่งชั่วโมงหรือคือเวลาสามทุ่ม เยี่ยหลงที่ฝึกเพลินๆอยู่นั้น จู่ๆที่ด้านหลังของเยี่ยหลงก็ปรากฏคนๆหนึ่งที่ชมการฝึกของเยี่ยหลงอยู่
" นี่ไอ้หนูเยี่ยหลง " คนที่อยู่ด้านหลังเยี่ยหลงกล่าวทัก
เยี่ยหลงที่ฝึกเพลินๆอยู่ก็สะดุ้งใกับเสียงเรียก
" คุณฟีนิกซ์มีอะไรรึเปล่าครับ ถึงลงมาที่นี่ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" คือ อัลเบียนบอกฉันว่าแกกำลังฝึกใช้เกราะิญญาอยู่ เลยให้ฉันมาดูว่าแกฝึกไปได้ถึงไหนแล้ว "
" เกราะิญญา ? คือ อะไรหรอครับ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ก็ไอ้ที่แกฝึกอยู่ไง มันเรียกว่าเกราะิญญา "
" อ๋อ คุณฟีนิกซ์หมายถึงการพลังิญญาขั้นสูงใช่มั้ยครับ "
" เออ นั่นแหละ "
" ตอนนี้ผมใช้มันชำนาญพอสมควรแล้วล่ะครับ " หลังจากเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็โชว์การใช้พลังิญญาขั้นสูง โดยการต่อยต้นไม้ให้ดูและใช้มันมาห่อหุ้มทั้งร่างกายอย่างไม่มีใครสอนให้ดู
" ไม่เลวหนิไอ้หนู ขนาดอัลเบียนไม่ได้สอนแกว่า มันสามารถรวบรวมพลังิญญาทั้งหมดไว้ที่จุดๆหนึ่งและใช้จุดๆนั้นในการแผ่กระจายเกราะิญญาไปยังส่วนอื่นๆได้ โดยรวบรวมพลังไว้ที่จุดๆเดียว " ฟีนิกซ์กล่าว
" จะว่าไปก็บังเอิญ ตอนที่ผมฝึกต่อยกับต้นไม้อยู่นั้น ไม่รู้ว่าผมนึกคิดอะไรอยู่ จึงลองเพิ่มปริมาณพลังิญญาและควบคุมมันไปยังส่วนอื่นๆดู ตอนแรกๆก็ยังไม่ได้ มันเกิดเป็การะเิพลังตลอดเลย แต่พอผมจับทางได้ ผลลัพธ์มันก็เลยออกมาเป็แบบนี้อย่างที่เห็น " เยี่ยหลงกล่าวบอกแก่ฟีนิกซ์
" ว่าแต่แกฝีกอย่างงี้ แกทะลวงขั้นระดับพลังได้บ้างรึยังวะ " ฟีนิกซ์ถาม
" ยังเลยครับ ผมกะว่าจะถามคุณอัลเบียนดู ว่าจะมีวิธีไหนมั้ย ที่จะทะลวงระดับขั้นต่อไปจนไปถึงขั้นเก้า น่ะครับว่าจะมีมั้ย "
" โอ๊ย เื่แค่นี้ ไม่ต้องถึงมืออัลเบียนหรอก เื่แค่นี้มือพี่ก็เพียงพอแล้วไอ้น้อง "
" คุณฟีนิกซ์มีวิธีหรอครับ ที่จะทำให้ให้ผมทะลวงระดับต่อไปในเร็ววัน "
" ก็มีน่ะสิ แต่วิธีนี้ค่อนข้างจักเสี่ยงนะ จะลองมั้ย "
" วิธีอะไรหรอครับ "
" วิธีนั้นก็คือ การต่อสู้จริงจนกว่าจะก้าวข้ามขีดจำกัด "
' ต่อสู้จนกว่าจะก้าวข้ามขีดจำกัด ' เยี่ยหลงคิด
" แล้วผมจะฝึกต่อสู้จริงกับใครล่ะครับ กับคุณฟีนิกซ์หรอ ? ไม่เอาล่ะครับคุณฟีนิกซ์ชอบเล่นแรง "
" ถ้าแกไม่อยากฝึกกับฉัน งั้นเอาอย่างงี้ ที่เมืองเมฆาปลิดตะวันมีสนามประลองใต้ดินเล็กๆอยู่ แกลองไปฝึกประลองที่นั่นดูสิ "
" แล้วสนามประลองมันอยู่ตรงไหนของเมืองเมฆาปลิดตะวันล่ะครับเนี่ย ? "
" ลืมไป มึงไม่รู้นี่หว่า งั้นเอาอย่างงี้เดี๋ยวพรุ่งนี้มึงเลิกงานเสร็จก็มาเรียกกูก็แล้วกัน กูอยู่แถวนี้แหละ กูจะได้พามึงไปประลอง ตกลงตามนี้โอเคมั้ย "
" เอาตามที่คุณฟีนิกซ์บอกก็ได้ครับ "
" งั้นกูไม่รบกวนล่ะ ฝึกต่อไปเถอะ "
เมื่อทั้งสองได้ข้อสรุปกันแล้ว ฟีนิกซ์จึงขอตัวกลับขึ้นไปข้างบนร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดก่อน ก่อนจะปล่อยเยี่ยหลงฝึกด้วยตัวเองต่อไปต่อ เยี่ยหลงฝึกด้วยตัวคนเดียวจนถึงเวลาห้าทุ่ม คนจึงค่อยกลับขึ้นไปนอน
วันที่ สิบแปด กันยา เวลาสองทุ่ม เยี่ยหลงที่ทำงานที่ร้านนั่งเล่นเสร็จแล้ว คนจึงเดินหาฟีนิกซ์แถวร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ก่อนจะมาเจอฟีนิกซ์ที่เดินเล่นอยู่หน้าร้าน คนจึงเดินเข้าไปทัก
" คุณฟีนิกซ์ครับ เราจะไปสนามประลองกันได้รึยังครับตอนนี้ "
" ไปได้เลยสิ แต่ก่อนที่จะไป เอานี่ไปใส่ก่อน " ฟีนิกซ์กล่าวพลางยื่นหน้ากากให้กับเยี่ยหลง
เยี่ยหลงก็รับมา และกล่าวถามไปว่า " ผมต้องใส่หน้ากากปลอมตัวด้วยหรอครับ ? "
" ก็ใช่น่ะสิ แต่ไม่ใช่แค่หน้ากากนะ ชื่อแกก็ต้องเปลี่ยนด้วย " ฟีนิกซ์กล่าว เยี่ยหลงก็พลางใส่หน้ากากที่ได้รับมาไปด้วย
พอใส่เสร็จ ฟีนิกซ์จึงกล่าว " ปะ เราไปกันเลยเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา "
" โอเคครับตามนั้น " เยี่ยหลงตอบรับ
หลังจากที่เยี่ยหลงตอบรับเสร็จ ทั้งคู่จึงเริ่มออกเดินทาง ใช้เวลาไม่นานประมาณสิบห้านาที ทั้งสองก็มาถึงสนามประลองใต้ดิน
สนามประลองใต้ดินแห่งนี้ เป็สมรภูมิเล็กๆที่พอให้คนสองคนต่อสู้เพียงเท่านั้น กล่าวคือมีพื้นที่ให้เคลื่อนกายหลบหลีกไม่มากนัก มีแต่ต้องประชันหน้าต่อสู้กันฟันต่อฟันเพียงเท่านั้น
เมื่อทั้งสองมาถึง ฟีนิกซ์ก็พาเยี่ยหลงไปสมัครเพื่อลงร่วมการประลอง
" ยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้รับใช้รึเปล่าคะ " สาวพนักงานต้อนรับกล่าวถาม
" ข้าพาคนมาลงทะเบียน ต่อสู้ " ฟีนิกซ์กล่าวบอก
" งั้นเชิญทางนี้คะ " สาวพนักงานต้อนรับกล่าวพลางพาคนไปยังสถานที่ลงทะเบียน
พอมาถึง สาวพนักงานลงทะเบียนก็กล่าวถาม " ไม่ทราบว่า คนที่จะลงทะเบียนอยู่ระดับไหนแล้วชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร หรอคะ "
เยี่ยหลงกล่าว " ข้าอยู่ระดับผู้ปลุกิญญาขั้นเก้า
ชื่อเยี่ยไป๋ "
หลังจากเยี่ยหลงบอกข้อมูลของตนเสร็จ หญิงสาวพนักงานก็ยื่นตราทองแดงให้กับเยี่ยหลงพร้อมกับกล่าวไปว่า " นี่คือตราเริ่มต้นของท่าน เมื่อท่านมีตรานี้อยู่ ท่านสามารถท้าประลองกับใครก็ได้ แม้แต่คนคนนั้นจะอยู่ระดับที่สูงกว่าท่านก็ตาม แต่หากท่านประสงค์จะเลื่อนระดับ ท่านจะต้องชนะติดต่อเนื่องกันสิบห้าครั้งจึงจะสามารถเปลี่ยนจากตราทองแดงเป็ตราเงินได้ และหากท่าน้าจะเลื่อนระดับต่อๆไป ท่านก็จะต้องชนะกันต่อเนื่องสิบห้าครั้งเช่นเดียวกัน ท่านเข้าใจหรือไม่ "
เยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับเข้าใจ เมื่อเยี่ยหลงเข้าใจแล้ว ฟีนิกซ์จึงพาเยี่ยหลงไปที่สนามประลอง
ณ สนามประลองตอนนี้มีคู่หนึ่งกำลังประลองกันอยู่ หนึ่งคนเป็สายอาวุธประเภทกระบี่ อีกหนึ่งคนเป็สายสัตว์ิญญายุทธ์เสือเขี้ยวดาบ
ปัจจุบันเป็ฝ่ายิญญายุทธ์อาวุธกำลังเป็ฝ่ายไล่ต้อนคนิญญายุทธ์สายสัตว์อยู่ ด้วยทักษะฝนพันกระบี่
คนิญญายุทธ์สายสัตว์ตอนนี้ทำได้แค่เพียงรอให้พลังิญญาของฝ่ายอาวุธอ่อนแรงลงเพียงเท่านั้นจึงจะสามารถมีโอกาสโจมตีสวนกลับได้
คนิญญายุทธ์สายอาวุธที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้โง่ เขารู้ถึงเจตนาของอีกฝ่าย จึงเปิดใช้ทักษะ " ฝนหมื่นกระบี่ "
ทันทีที่คนประกาศเปิดใช้เสร็จ คนก็วาดิญญายุทธ์กระบี่เป็รูปวงกลม จนเกิดเป็กระบี่มากมายล้อมกันเป็วงกลมอยู่ที่ด้านหลัง
เมื่อกระบี่ปรากฏล้อมกันเป็วงกลมเรียบร้อยแล้ว คนก็บังคับกระบี่ให้พุ่งขึ้นไปบนฟ้า เมื่อกระบี่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า มันก็แยกออกเป็กระบี่นับไม่ถ้วนพร้อมกับตกลงมาโจมตีใส่คนิญญายุทธ์สายสัตว์อย่างต่อเนื่องทันควัน สมชื่อทักษะฝนหมื่นกระบี่
คนิญญายุทธ์สายสัตว์ไม่มีทางเลือกอื่น คนเปิดทักษะ " กายดั่งภูผา " เข้ารับการโจมตีของคนิญญายุทธ์สายอาวุธ
ใช้เวลาทนรับการโจมตีได้ไม่นาน คนิญญายุทธ์สายสัตว์ก็เป็ฝ่ายปราชัย
" ผู้ชนะก็คือ ซีซวน ผู้ใช้ิญญายุทธ์กระบี่
ระดับวิญญาจารย์ สองสัญลักษณ์ ขั้นสาม " ผู้บรรยายการต่อสู้ประกาศบอกผลลัพธ์การต่อสู้
สัญลักษณ์ของสายอาวุธ เมื่อครบมันคือรูปดาบที่ชี้ลงและมีงูมีปีกสองตัวพันแผ่แม่เบี้ยใส่กันอยู่ ส่วนส่วนท้ายของดาบมีสัญลักษณ์รูปมงกุฏ
ส่วนที่หนึ่ง ใบดาบ หากแสดงสัญลักษณ์จากด้านหลังตนเอง จะเห็นว่าใบดาบชี้ลงพื้น
ส่วนที่สอง งูที่เลื้อยพันใบดาบจากด้านขวาหันเอี้ยวตัวลักษณะคล้ายแผ่แม่เบี้ยมองจากทางซ้าย
ส่วนที่สาม งูที่เลื้อยพันใบดาบจากด้านซ้ายหันเอี้ยวตัวลักษณะคล้ายแผ่แม่เบี้ยมองจากทางขวา
ส่วนที่สี่ ปรากฏโครงปีกฝั่งซ้ายที่ลำตัวของงูฝั่งซ้าย
ส่วนที่ห้า ปรากฏโครงปีกฝั่งขวาที่ลำตัวของงูฝั่งขวา
ส่วนที่หก ขนปีกข้างซ้าย
ส่วนที่เจ็ด ขนปีกข้างขวา
ส่วนที่แปด ส่วนที่ขั้นระหว่างดาบกับมือ
ส่วนที่เก้า ด้ามที่จับดาบ
ส่วนที่สิบ สัญลักษณ์มงกุฏที่ท้ายของด้ามดาบ
" มีใครจะกล้าท้าทายเขาอีกมั้ย " ผู้บรรยายการต่อสู้ประกาศ
ทันทีที่ประกาศ ทันควันฟีนิกซ์โพล่งพูดออกมา " มี ไอ้หนูนี่จะเป็คนประลอง " ฟีนิกซ์ใช้นิ้วชี้ยังเยี่ยหลง
ฟีนิกซ์หันมามองเยี่ยหลงพร้อมพูดเบาๆบอกว่า " ตอนนี้แหละ ได้โอกาสแล้ว "
" จะดีหรอครับ "
" ถ้าแกอยากจะทะลวงระดับแล้วล่ะก็ การต่อสู้กับคนที่อยู่ระดับสูงกว่าถือว่าเป็ตัวเลือกชั้นดีเลยทีเดียว "
" เอางั้นก็ได้ครับ "
หลังจากเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ ก่อนที่คนจะมุ่งไปยังสนามประลอง ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้นเสริม " การต่อสู้ในครั้งนี้ ห้ามแกชนะโดยไว แกจะต้องตั้งรับอีกฝ่ายจนกว่าจะใกล้ถึงขีดจำกัดเข้าใจมั้ย "
" เข้าใจแล้วครับ "
หลังจากเยี่ยหลงตอบรับเสร็จ คนก็มุ่งไปยังสนามประลอง เมื่อถึงสนามประลองคนก็โชว์ตราทองแดงให้กับทุกคนได้ดู
ทันทีที่เยี่ยหลงโชว์ตรา ข้อมูลของเยี่ยหลงที่สมัครกับพนักงานหญิงก็ถูกส่งไปให้ผู้บรรยายในทันที
" คู่ต่อไป ซีซวน ผู้ใช้ิญญายุทธ์กระบี่
ระดับวิญญาจารย์ขั้นสาม สองสัญลักษณ์ ปะทะ เยี่ยไป๋ ผู้อยู่ระดับผู้ปลุกิญญาขั้นเก้า ไม่มีการระบุิญญายุทธ์เอาไว้ คาดว่ายังไม่ปลุกิญญายุทธ์ แล้วเขาจะสู้อย่างไรโปรดติดตามชม " ผู้บรรยายประกาศ
" ข้าน้อยเยี่ยไป๋ ขอคำชี้แนะด้วย "
" เหอะ อยู่แค่ระดับผู้ปลุกิญญาขั้นเก้า ริจะมาสู้กับข้าผู้อยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นสาม ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง "
เยี่ยหลงไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เพียงแสดงท่าเตรียมต่อสู้เป็คำบอกว่า ข้าเตรียมพร้อมต่อสู้แล้ว
" ดี ประเสริฐยิ่ง เช่นนั้นก็เตรียมรับมือ " ซีซวนกล่าวเสร็จ คนจึงพุ่งกระบี่เข้าหาเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นซีซวนชี้กระบี่ิญญาพุ่งเข้ามาหาตน ก็ตั้งท่ารับกระบี่ ด้วยมือทั้งสองข้าง ที่ห่อหุ้มด้วยพลังิญญาขั้นสูงของตน
เมื่อกระบี่ิญญาของซีซวนเข้าปะทะกับมือทั้งสองข้างของเยี่ยหลง ก็เกิดดังสนั่น ดังขึ้นตามมา
ผู้ชมทั้งหลายต่างหรี่ตาและหลับตา เพราะไม่กล้าดูภาพตรงหน้า มีเพียงผู้บรรยายที่ไม่หลับตาและหรี่ตา มองดูภาพคนที่ต่อสู้กันตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา
" นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!! กระบี่ของซีซวนถูกหยุดเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่า ชายนามเยี่ยไป๋เขาใช้กลอะไรกัน จึงสามารถหยุดกระบี่อันรุนแรงของซีซวนเอาไว้ได้ " ผู้บรรยายประกาศ " หรือว่าจะเป็เวทมนต์กันนะ แต่ข้าว่าไม่น่าใช่ เพราะตอนนี้เหล่าผู้คุมสนามประลองก็ยังไม่ลงมือปรับแพ้แก่เยี่ยไป๋ แสดงว่าสิ่งที่เยี่ยไป๋ใช้ไปนั้นไม่ใช่เวทมนต์ แล้วมันคืออะไรกันนะ แล้วมันจะทำให้เยี่ยไป๋ชนะการแข่งได้รึเปล่า โปรดติดตามชมกันต่อไป "
เมื่อผู้บรรยายบรรยายจบ ผู้คนต่างๆก็ส่งเสียงสนทนากันเจื้อยแจ้ว
เยี่ยหลงที่รับกระบี่ของซีซวนเอาไว้ ก็ผลักดันกระบี่ที่ตนจับไว้ออกจากมือ ทำให้ซีซวนถอยไปตั้งหลักเจ็ดแปดก้าวด้วยหลักแิพื้นฐาน
' ชิ ตะกี้มันทำอะไร ทำไมมันถึงรับกระบี่ิญญาของเราได้ด้วยมือเปล่า ' ซีซวนคิดสงสัย
เยี่ยหลงไม่สนท่าทีของซีซวนแต่อย่างใด เขาตั้งท่าต่อสู้ต่อเป็คำบอกคำท้าทาย
ซีซวนที่เห็นเยี่ยหลงตั้งท่าต่อสู้ต่ออย่างลอยหน้าลอยตา ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก็บังเกิดโทสะขึ้นในใจ
เมื่อคนบังเกิดโทสะขึ้นในใจ คนจึงเปิดใช้ทักษะฝนหมื่นกระบี่หวังให้คนตกตายภายใต้คมกระบี่คนอย่างอนาถ
เยี่ยหลงที่ทราบดังนั้นก็เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายในทันควัน' นี่กะจะฆ่าเราเลยหรอ แต่ก็ดี นี่เป็โอกาสที่ดีในการที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดและทะลวงระดับต่อๆไปของเรา '
หลังจากเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ใช้เกราะิญญามาห่อหุ้มตัวทั้งร่างกายเพื่อเตรียมรับมือกับฝนกระบี่ของอีกฝ่ายที่จะตกกระหน่ำลงมาใส่ตน
กระบี่มากมายตกจากบนฟ้ามาใส่เยี่ยหลง คนทำเพียงยืนนิ่งทน รับฝนกระบี่ของอีกฝ่ายดุจภูผาทานรับคลื่นทะเล
แต่ทว่าก็ต้านทานได้ไม่นาน กระบี่บางส่วนที่ตกจากฟากฟ้า ก็พุ่งเข้าแทงทะลุเกราะิญญาของเยี่ยหลงมา จนไปโดนกายเนื้อ
ด้วยความเจ็บเยี่ยหลงจึงตัดสินใจเคลื่อนกายหลบ แต่ด้วยความที่พื้นที่สนามประลองมันเล็ก จึงทำให้เยี่ยหลงหลบกระบี่ได้ไม่มาก ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตอนที่ไม่เคลื่อนกายหลบเลยก็ว่าได้
' แย่แล้ว ถ้าเรายังโดนโจมตีอยู่อย่างงี้ เราได้ตายก่อนที่จะเลื่อนระดับเป็แน่ เราต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว ' เมื่อคนคิดได้ดังนั้น คนจึงตัดสินใจพุ่งกระโจนเข้าต่อยอีกฝ่ายด้วยหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังิญญาขั้นสูงของตนอย่างต่อเนื่อง
ซีซวนที่อยู่ระหว่างปลดปล่อยทักษะิญญาต่อเนื่อง ก็มีการคุ้มกันตัวเองที่ต่ำมาก แต่ก็ไม่เกินกว่าที่จะโยกตัวโยกหัวหลบหมัดตรงของอีกฝ่ายไม่ได้
ซีซวนเคลื่อนกายหลบหมัดตรงของอีกฝ่ายที่ปล่อยออกมาอย่างคนไร้แวววรยุทธ คนเคลื่อนกายหลบไปมาไม่หยุด จนสุดท้ายด้วยความที่ตนอยู่ระหว่างปลดปล่อยทักษะิญญาต่อเนื่อง จึงทำให้คนเคลื่อนกายหลบหมัดไปมาไม่สะดวก จนทำให้ซีซวนพลาดท่าโดนหมัดตรงของเยี่ยหลง ต่อยไปที่ท้องน้อยของตนไปหนึ่งหมัด เพียงหมัดเดียวเท่านั้น ก็ทำให้ซีซวนถึงกับเข่าคุกตกลงกับพื้น
' ไอ้เวรนี่ ทั้งๆที่ไม่เป็วรยุทธ์แท้ๆ แต่กลับหมัดหนักเป็บ้าเลย ' ซีซวนที่สองเข่าตกลงกับพื้นพลางคิดในใจ
ไม่รู้ว่าเป็ผลพวงจากการฝึกต่อยกับต้นไม้ของเยี่ยหลงหรือผลพวงจากการที่เยี่ยหลงใช้เกราะิญญามาห่อหุ้มหมัดเอาไว้หรืออย่างไร ที่ทำให้เยี่ยหลงหมัดหนักได้ขนาดนี้
ในขณเดียวกันที่ซีซวนครุ่นคิดถึงแรงหมัดของเยี่ยหลงอยู่นั้น ผู้คนมากมายที่เห็นซีซวนโดนเยี่ยหลงต่อยเพียงหมัดเดียวก็ลงไปกองนั้นก็ต่างพากันตกตะลึงงัน
ณ ปัจจุบัน แม้ซีซวนจะคุกเข่าสองข้างลงกับพื้นด้วยความเ็ปแล้วก็ตาม แต่ทักษะิญญาฝนหมื่นกระบี่ของเขา ก็ยังไม่หยุดที่จะพุ่งเข้าโจมตีเยี่ยหลงเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยหลงที่เห็นซีซวนที่กำลังเข่าตกด้วยความเจ็บจุก แต่ถึงกระนั้นทักษะิญญาของคนก็ยังไม่หยุด เยี่ยหลงจึงรู้ได้ในทันทีเลยว่า มีแต่ต้องทำให้คนสลบเพียงเท่านั้น จึงจะสามารถหยุดทักษะิญญาฝนหมื่นกระบี่ของอีกฝ่ายได้
แต่ด้วยความที่เป้าหมายของคนคือการก้าวข้ามขีดจำกัดตน คนจึงไม่โจมตีต่อ เพียงนิ่งทน รับฝนกระบี่ของอีกฝ่าย รอให้คนหายจุกและมาสู้กันต่อ
เยี่ยหลงยืนนิ่งทน รับฝนกระบี่ของซีซวน ถึงแม้เกราะิญญาของเยี่ยหลงจะกันได้ แต่ก็กันได้ไม่หมดจด ทว่าด้วยความที่เยี่ยหลงใช้เกราะิญญาต้านทานรับฝนกระบี่ของซีซวนเป็ระยะเวลาหนึ่ง จึงทำให้เกราะิญญาของเยี่ยหลงแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็กันฝนกระบี่ของซีซวนได้มากโขอยู่
ซีซวนที่จุกอยู่นานสองนาน ก็ฝืนตัวเองลุกขึ้นมาตั้งท่าจะต่อสู้ต่อ หลังจากคนตั้งท่า คนก็ไม่รีรอ พุ่งกระบี่ิญญาชี้เข้าใส่หน้าของเยี่ยหลงในทันควัน
เยี่ยหลงที่ตั้งท่ารอรับมืออีกฝ่ายอยู่แล้วนั้น ก็ใช้มือที่ห่อหุ้มด้วยพลังิญญาขั้นสูงมาปัดป้องวิถีกระบี่ของซีซวนอย่างคนไร้วรยุทธ
ซีซวนที่พุ่งกระบี่ิญญาในมือเข้ามาใส่เยี่ยหลงไม่หยุด ก็ทำให้คนขาดสมาธิในการควบคุมทักษะิญญาฝนหมื่นกระบี่ของตน จึงทำให้ทักษะฝนหมื่นกระบี่เกิดหยุดชะงักบ้างปลดปล่อยออกบ้างอยู่เป็่ๆ
เยี่ยหลงที่ปัดป้องทั้งกระบี่ในมือของซีซวนและทักษะฝนหมื่นกระบี่ของซีซวน แม้จะกันได้ไม่มากแต่ก็กันได้อยู่หลายส่วนหลายกระบวนท่า
ด้วยความที่ป้องกันได้ไม่มาก จึงส่งผลให้ส่วนที่เหลือทั้งจากกระบี่ิญญาและทักษะิญญา มันก็ทะลุทะลวงเกราะิญญาของเยี่ยหลงไปจนไปโดนกายเนื้อ
ในขณะปัจจุบัน เยี่ยหลงที่ทานรับความเ็ปจากกระบี่ของซีซวน ก็รู้ตนแล้วว่า ใกล้จะถึงขีดจำกัดเข้าเต็มที ทั้งร่างกายและพลังิญญา
เมื่อเยี่ยหลงรู้ดังนั้น คนจึงตัดสินใจยกเลิกการปัดป้องการโจมตีของซีซวนและหันมาโจมตีสวนกลับบ้างด้วยหมัด
ซีซวนที่ได้ลิ้มรสฤทธิ์หมัดของเยี่ยหลงไปคราหนึ่ง คนก็ไม่คิดจะลิ้มรสมันต่อ คนที่เห็นว่ากระบี่ของตนทั้งกระบี่ิญญาและทักษะกระบี่ิญญาส่งผลแก่เยี่ยหลงบ้างไม่ส่งผลแก่เยี่ยหลงบ้าง ตนจึงตัดสินใจหยุดการโจมตีทั้งหมดและหันกลับมาตั้งสมาธิกับการเคลื่อนกายหลบหมัดของเยี่ยหลงแทน
เพราะในใจคาดเดาว่า การที่คนตัดสินใจเข้ามาโจมตีตนแบบนี้ เป็เพราะ้าชนะโดยไว เพราะเนื่องจากคนใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้วนั่นเอง
ซีซวนที่เคลื่อนกายหมัดของเยี่ยหลงก็เคลื่อนกายหลบหมัดได้อย่างหมดจด ทว่าแม้คนจะเคลื่อนกายหลบได้อย่างหมดจด แต่คนกลับไม่สังเกตเลยว่า ยิ่งเยี่ยหลงต่อสู้มากเท่าไหร่ การออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ของคนก็ยิ่งเฉียบคมมากขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นเท่านั้น
ซีซวนที่หลบไปหลบมา ไม่ช้าไม่นานก็โดนเยี่ยหลงที่ใช้ท่าคว้าจับอย่างงูๆปลาๆแต่เฉียบคมมาจับแขนคนเอาไว้ได้ เมื่อเยี่ยหลงจับได้ คนก็กะจะสาวหมัดใส่ไม่ยั้ง ทว่าก่อนที่คนจักได้สาวหมัดใส่ไม่ยั้งนั้น คนก็หยุดชะงักไป
' แย่แล้วเราถึงขีดจำกัดแล้วหรอนี่ ' เยี่ยหลงคิดในใจพลางสองตาก็เริ่มพร่ามัว
ซีซวนที่เห็นเยี่ยหลงหยุดชะงักไป คนก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า อีกฝ่ายถึงขีดจำกัดแล้ว เมื่อซีซวนทราบดังนั้น คนจึงตัดสินใจอย่างอำมหิตเปิดใช้ทักษะฝนหมื่นกระบี่โจมตีเข้าใส่เยี่ยหลง
ฝนกระบี่มากมายพุ่งเข้าทะลุทะลวงเกราะิญญาของเยี่ยหลงไปดั่งใบมีดกับกระดาษบาง
เยี่ยหลงที่ตาพร่ามัวอยู่แล้ว ยิ่งโดนฝนกระบี่ของซีซวนซ้ำเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้ใกล้สลบมากขึ้นทุกที
เมื่อเป็เช่นนี้ เยี่ยหลงจึงตัดสินเดิมพันโดยการถ่ายโอนพลังเกราะิญญาทั้งหมดมาที่หมัดซ้าย ซึ่งเป็ข้างที่ไม่ได้จับแขนของซีซวนเอาไว้ เมื่อเยี่ยหลงถ่ายโอนพลังที่ห่อหุ้มตัวทั้งหมดไปที่หมัดซ้ายของตนหมดแล้ว มันจึงทำให้ไม่มีอะไรมากั้นขวางระหว่างคนกับกระบี่อีก จึงทำให้กระบี่ทั้งมวลทุกเล่มแทงกายเนื้อของเยี่ยหลงไปอย่างเต็มๆ
เยี่ยหลงยืนนิ่งรับทน เพราะขาคนไม่มีแรงที่จะขยับอีก คนนับหนึ่งถึงสามภายในใจ จากนั้นก็ตัดสินใจฝืนขีดจำกัดตน ใช้พลังทั้งหมดที่มือซ้าย ต่อยเสยคางซีซวนไปหนึ่งที
ซีซวนที่โดนหมัดของเยี่ยหลงไปเต็มๆ ก็ภาพตัดสลบไปในทันที
พอเหตุการณ์ปรากฏมาเป็เช่นนี้ เหล่านักพนันทั้งหลายก็ส่งเสียงร้องกันออกมาพร้อมกันอย่างผิดหวัง นั่นรวมถึงฟีนิกซ์ด้วย ที่ไม่คาดคิดว่า เยี่ยหลงจะชนะ จึงแทงฝั่งซีซวนไปซะเยอะเลย
" ไปแล้วสินะเงินกู ทำไมมันชนะได้วะ " ฟีนิกซ์กล่าวพลางทำท่าโวยวาย
" ผู้ชนะ คือ เยี่ยไป๋ " ผู้บรรยายการประลองประกาศบอกผู้ชนะ
ซีซวนที่ร่วงหล่นสลบไปได้ไม่นาน เยี่ยหลงก็ร่วงหล่นล้มสลบตามคนไปติดๆ
เมื่อการประลองเสร็จสิ้น ฟีนิกซ์จึงลงไปยังสนามประลอง ไปช่วยอุ้มประคองร่างของเยี่ยหลงที่สลบไสลออกจากสนามประลอง เพื่อที่จะได้นำร่างคนกลับไปยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด
แต่ก่อนที่จะได้กลับร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ฟีนิกซ์ก็ได้เรียกไฟสีฟ้าออกมาจากฝ่ามือ และนำมันไปวางทาบที่ทรวงอกของเยี่ยหลงเพื่อรักษา
ไม่ช้าไม่นานาแของเยี่ยหลงที่มีทั้งหมดก็หายไปในชั่วพริบตา ทว่าถึงแม้าแจะหายไป คนก็ยังไม่หายจากสภาวะสลบไสลเลยแม้แต่น้อย
ฟีนิกซ์ที่ใช้อัตลักษณ์ของิญญายุทธ์ของตนในการรักษาร่างกายของเยี่ยหลงเสร็จ จึงทำให้คนรู้ว่าเยี่ยหลงที่สลบ กำลังจะทะลวงระดับต่อไปในขณะหลับ
" ทำได้จนได้นะ ไอ้หนู " ฟีนิกซ์กล่าวชื่นชมพลางแบกร่างคนกลับยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด