ยามเมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หมู่นกกาเริ่มบินกลับรัง ก่อนที่ความสว่างจะพลันหายไปทิ้งไว้เพียงความมืด แต่ภายใต้ความมืดนั้นกลับมีแสงสว่างที่ส่องประกายอยู่เต็มท้องฟ้า หมู่ดาวมากมายกำลังเฉลิมฉลองให้กับค่ำคืนที่แสนสุขสันต์ ก่อนที่ชายคนหนึ่งกำลังพยายามจุดกองเพลิง เพื่อพักผ่อนหลังจากที่เดินทางเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ตอนนี้ตี้เฉินได้มาถึงทางเข้าหุบเขาโอสถ ภายในระยะเวลา 1 วัน ด้วยความสามารถเหาะเหิน เดินอากาศจากการใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงสุด
ชายคนนั้นหาใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็ ตี้เฉิน ที่มีจิติญญาของจอมราชันโอสถประทับร่างไว้อยู่ เปลวไฟที่ออกจากปลายนิ้ว ข้างซ้ายกำลังเป็เชื้อเพลิงที่ถูกส่งต่อไปยังกองกิ่งไม้ด้านหน้า จนกองไม้นั้นติดไฟขึ้นมา
ตี้เฉินเอนตัวนอนลง อย่างช้า ๆ พลางนึกถึงวันเวลาที่เขาได้มีชีวิตอาศัยอยู่ที่หุบเขาโอสถนั่น
“ ถ้าหากในตอนนั้นข้าอยู่ที่นี่ก็คงจะดี ” เขากำลังนึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างหุบเขาโอสถด้วยน้ำมือของชายคนหนึ่งคนที่หลงละโมบในวิชา องค์จักรพรรดิ ในตอนนั้นนั่นเอง
เมื่อนึกถึงเื่ราวเ่าั้ ก็ทำให้เครียดแค้นพวกมันขึ้นมาสุดก้นบึ้งหัวใจ กล้ามเนื้อของเขาทุกตารางนิ้วอัดแน่นไปด้วยบันดาลโทสะ พวกมันเข่นฆ่าทุกคนชนิดไม่เลือกหน้า เพื่อแย่งชิงเอาคัมภีร์โอสถสววรค์ที่เหล่าทวยเทพได้มอบให้กับผู้สืบทอดสำนักหุบเขาโอสถ นั่นก็คือ เ้าสำนักฟงหยวน ตี้เฉินในร่างก่อนนั่นเอง
คัมภีร์โอสถ์ว่ากันว่า ถ้าหากผู้ใดที่สามารถทำโอสถชนิดนั้น ๆ ขึ้นมาได้ จะมีชีวิตที่เป็อัมตะราวกับกลายเป็เทพเ้ามีลมปราณที่แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่สามารถจะต่อกรกับเหล่าเทพเ้าได้ แต่ถ้าหากทำโอสถชนิดนั้นไม่สำเร็จ โอสถนั้นจะแปรเปลี่ยนให้ผู้ที่ใช้มันทุกข์ทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็ราวกับถูกสาปให้กลายเป็ปีศาจไปตลอดกาล
ในตอนนั้น เขาได้ออกตามหาสมุนไพรชนิดหนึ่งเพื่อนำมาใช้เป็ตัวยาเพื่อรักษาองค์จักรพรรดิจากอาการป่วย แต่เขากลับถูกหักหลังโดยองค์จักรพรรดิอีกทีเมื่อองค์จักรพรรดิสืบทราบว่าฟงหยวนได้คัมภีร์ที่จะทำให้คนกลายเป็อัมตะ มันส่งกองทัพทหารนับพันคน บุกขึ้นมายังหุบเขาโอสถ เข่นฆ่าผู้บริสุทธิอย่างไม่เลือกหน้า แต่นั้นทำให้เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นมาได้เพียงคนเดียว ไม่ต่างจากสถานที่อื่น ๆ ที่ถูกเข่นฆ่าเพื่อแย่งเอาคัมภีร์์เล่มอื่น ๆ ไป แน่นอนว่าสถานที่เก็บซ่อนคัมภีร์นั้นมีแค่เขาผู้เดียวที่ล่วงรู้ แต่ไม่นานนักหลังจากที่องค์จักรพรรดิรู้เื่ว่าเขาเป็ผู้เดียวที่รู้ที่ซ่อนของคัมภีร์โอสถ์ เขาจึงต้องพยายามหลบซ่อนตัวกับพวกที่เหลือรอดจากสำนักอื่น ๆ จากการฆ่าล้างบาง จึงพากันหลบหนีเข้าไปในป่าให้ลึกที่สุดนานนับแรมปี ในที่สุดพวกมันก็ยังสามารถหาเขาจนเจอและถูกสังหารด้วยยาพิษที่เขาทำขึ้นมาเอง
ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตายด้วย พิษกลืน์ ระดับ 10 ที่ถูกทำขึ้นเพื่อสังหารองค์จักรพรรดิ แต่ก็กลับถูกแอบใส่ลงในน้ำดื่มของเขาเอง เขาได้สบถคำสาปแช่งด้วยคลื่นโทสะ แววตาที่สาดประกายความอำมหิตไปสู่ทุกคนที่เขาไว้วางใจ เขาขบเขี้ยวฟันด้วยความเดือดดาลพลันกวาดสายตาไปยังทุกคนที่ทำลายทุกอย่างที่เหล่าทวยเทพได้เมตตามอบสมบัติและความรู้นานาประการให้
“ ถ้าหากข้าตายก็ขอให้คัมภีร์นั้นจงตายไปกับข้า !!! ” นั่นคือคำพูดก่อนที่เขาจะสิ้นใจ ก่อนที่โลหิตจำนวนมากจะพุ่งออกมาจากทวารทั้ง 8 และสิ้นลมหายใจอย่างน่าเวทนา
และคัมภีร์์อื่น ๆ อีกมากมายที่ได้ถูก่ชิงไป อาทิ คัมภีร์มหาเวทกลืนนภา คัมภีร์หัตถ์เทวะ(ฝ่ามือเทวะก็เป็กระบวนท่าหนึ่งที่อยู่ในคัมภีร์นี้) คัมภีร์ระฆังทอง เป็ต้น ก็ยังคงหายสาปสูญจวบจนทุกวันนี้
.
.
“ แกร้ก ” เสียงกิ่งไม้ดังขึ้นอย่างเป็ปริศนา
“ นั่นใคร !! ” ตี้เฉินกระเด้งตัวขึ้นและหันไปตามทิศทางของเสียงนั้น
ไม่นานนักลมเริ่มพัดแรงขึ้น คงไม่ใช่ใครหากแต่เป็เสียงลมนั่นเอง
ตาของเขาเริ่มหน่วงลงบ่งบอกว่าถึงเวลาพักผ่อน เพื่อเตรียมมุ่งหน้าขึ้นเขาในเช้าวันถัดไป เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้งและผล็อยหลับไป
…
..
.
..
…
แสงของพระอาทิตย์ได้สอดส่องมาที่ม่านตาของเขาจนเขาเริ่มรู้สึกตัวขึ้น แต่ครั้งนี้นั้นต่างออกไป มือทั้งสองข้างนั้นถูกมัด พร้อมกับปากที่ถูกมัดอยู่ทำให้ไม่สามารถพูดได้
เขาค่อย ๆ เปิดม่านตาขึ้นและพบกับกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คนกำลังรื้อค้นสัมภาระของเขาอยู่เบื้องหน้า พร้อมๆกับ ผู้คนมากมายที่บ้างก็ใส่เสื้อผ้า ขาด ๆ บ้างก็ใช้ใบไม้และหนังสัตว์มาทำเป็เสื้อผ้า ยืนมุงดูตี้เฉินด้วยความสงสัย
“ ตื่นแล้วหรือพ่อหนุ่ม ยินดีต้อนรับสู่ค่ายหลักของพวกเรา อย่างเป็ทางการ ไม่เคยคิดเลยว่า จะมีคนที่จู่ ๆ ก็หลงเข้ามานอนกลางค่ายพวกเราเองถึงที่แบบนี้ น่าขำสิ้นดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ดูจะเป็หัวหน้าของพวกมันเดินเข้ามาพูดกับตี้เฉินด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ในขณะที่เขากำลังพยายามลืมตาตื่นขึ้น
“ นี่มัน ” ตี้เฉินคิดในใจพลันแหงนหน้ามองขึ้น ปรากฏเต็มไปด้วยบ้านที่ถูกสร้างขึ้นบนต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้อย่างดีเยี่ยม จนไม่สามารถมองแยกออกได้โดยง่าย ถ้าไม่เพ่งเล็งให้ดีก็คงมองเป็เพียงต้นไม้ธรรมดาต้นหนึ่ง มันดูคล้ายบ้านไม้ที่ในอดีตเขาได้สร้างเอาไว้เพื่อใช้เป็จุดสังเกตศตรู เมื่อครั้งเขาหลบหนีอยู่ในป่าแห่งนี่ เขาไม่นึกเลยว่าเขาจะถูกตัวเขาในอดีตหลอกเสียเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาหลงใจเชื่อว่าที่ตรงนี้ปลอดภัยต่อการตั้งแคมป์ไฟเมื่อคืนนี้
“ อื้อ อือ อื้อ ” ตี้เฉินพยายามพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะเดินเข้ามาเปิดปากมัน
“ พูดอะไรของเอ็งวะ ”
“ พวกเ้าอยู่ที่นี่กันมานานแค่ไหนแล้ว ” ตี้เฉินโพล่งถามออกไปหลังจากที่ถูกเปิดปากให้พูด เพราะนิสัยของชายฉกรรจ์คนนั้นก็ดูไม่มีผิดมีภัย พวกมันไม่สนใจสิ่งมีค่าแต่หากหยิบเสบียงในกระเป๋าของมันทั้งหมดไปให้เด็ก และผู้หญิงที่ยืนมองมาที่ตี้เฉินอยู่
“ ไม่ใช่เื่อะไรที่เ้าจะต้องรู้ ” มันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าพลางรื้อค้นสัมภาระของตี้เฉินต่อไป
“ ข้ารู้ว่าพวกเ้าไม่ใช่คนที่เลวร้ายนัก…หากว่าพวกเ้าเป็คนที่เลวร้ายจริง…ป่านนี้หัวข้าคงหลุดจากบ่าไปแล้ว ……ดังคำสอนที่ว่าคำพูดสิบคำไม่เท่าการกระทำเพียงหนึ่งครั้ง ” ตี้เฉินได้ไตร่ตรองการกระทำของพวกมันทุกคน จึงตัดสินได้ว่า พวกมันเป็โจรน้ำดี จึงได้พยายามสื่อสารกับพวกเขาด้วยคำสอนของสำนักหุบเขาโอสถ
“ เ้า….ไปเอาคำสอนนั่นมาจากไหน ! ” ชายแก่คนหนึ่งะโออกมาจากฝูงคนที่ยืนมองมันอยู่ด้วยความขึงขัง
ชายแก่คนหนึ่งดูท่าจะเป็ผู้าุโในหมู่พวกมัน ดูจากหนวดเคราสีขาว ถือไม้เท้าค้ำที่มือขวา ค่อย ๆ ก้าวเดินออกมาจากฝูงคนอย่างช้า ๆ
“ นั่นเป็คำสอนที่ข้า…” มันนึกขึ้นได้ว่าในตอนนี้มันไม่ใช่เ้าสำนัก หากแต่เป็เพียงชายหนุ่มที่เป็เ้าของสมาคมกระต่ายขาวเท่านั้น มันจึงรีบหยุดพูดก่อนที่จะนึกอะไรออก
“ได้ยินมาจากสหายข้าจากแดนไกล ” พูดเสร็จตี้เฉินพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่มันก็สังเกตุได้ว่าผู้เฒ่าคนนั้นพยายามจับตามองมาที่มันอย่างไม่คลาดสายตา
“ ท่านพ่อท่านไม่สบายอยู่กลับเข้าไปพักเถิด ” ชายฉกรรจ์คนนั้นดูเหมือนจะเป็ลูกของผู้เฒ่าแก่คนนี้เขาสั่งให้พ่อของมันกลับเข้าไปพักในบ้านที่ไม่ไกลจากแคมป์ไฟสักเท่าไหร่ ก่อนที่จะหันมาถามตี้เฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร
“ มาเข้าประเด็นของเรากันต่อ เ้า้าสิ่งใด และมาที่หุบเขาโอสถเพราะเหตุใด !! ”
“ ข้ามาตามหาของสองชิ้น ที่เคยเป็ของข้า ” ตี้เฉินหลุดปากพูดไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่ชายฉกรรจ์คนนั้นจะมีท่าทีทีเ่ปลี่ยนแปลงไป เขากัดฟันกรอด และมีดวงตาเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว
“ ทุก ๆ เดือน…จะมีผู้คนมากมาย เข้ามาตามหาของสองสิ่งนั้น พวกมันไม่สนว่าใครหน้าไหนที่เป็เ้าของสิ่งของเ่าั้ พวกมันเอาแต่กู่ร้องว่าสิ่งของเ่าั้เป็ของพวกมัน ทั้ง ๆ ที่…สิ่งของพวกนั้น เป็สิ่งที่พวกเราเคารพบูชามาั้แ่า ไม่ว่าจะมีใครเจ็บไข้ได้ป่วยเพียงแค่หย่อนสมุนไพรลงไปในหม้อวิเศษใบนั้น…มันก็แปลเปลี่ยนเป็ยารักษาโรคได้ร้อยแปดโรค ต่างหูนั่นก็เป็สิ่งที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น บ่งบอกถึงอำนาจสูงสุดภายในเผ่าของพวกเรา ” มันพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดราวกับ ตี้เฉินกำลังจะแย่งสิ่งของสำคัญจากมันไป
“ เราเสียเืเสียเนื้อมากมายไปให้กับไอพวกขุนนางโสโครกนั่นทุก ๆ เดือน มาวันนี้ เ้าที่เป็แค่คนธรรมดา ๆ แถมมาคนเดียว ก็กำลังเรียกร้องสิ่งของที่เป็ของเรามาั้แ่เกิดหากวันนี้ข้าไม่เด็ดหัวเ้าออกมาก็จะถือเป็การลบหลู่บรรพบุรุษของพวกเราแน่นอน !!! ” มันพูดเสร็จพร้อมชักดาบที่เอวของมันออกมาพลันพุ่งเข้าไปหาตี้เฉินอย่างรวดเร็ว
“ ฉึบ ”
.
.
ตี้เฉินใช้เวลาที่มันสาธยายเื่ราวทั้งหมดในการแก้ปมเชือกที่ถูดมัดอยู่ จนสามารถใช้เพียงสองนิ้วรับคมดาบของมันได้อย่างแม่นยำ และทันท่วงที
“ เอ่ยชื่อของเ้ามา ” ตี้เฉินแสยะยิ้มพร้อม้ารู้จักชื่อแซ่ของชายคนนี้
“ หึ รับได้ดี ” ชายคนนั้นกำลังเย้ยหยันตี้เฉินพร้อมหมุนตัวกลับไปตั้งท่าพลางเอ่ยนามของมันออกมา
“ ผู้คนในหุบเขาโอสถรู้จักข้าดีในนาม ตู้ ชิง ไร้พ่าย ส่วนชื่อของเ้าไม่ต้องบอกก็คงได้เพราะอีกไม่นานเ้าก็คงจะสิ้นชื่อแล้ว !!!” มันพูดด้วยวาจาที่ยังคงเย้ยหยันตี้เฉินไม่หยุด มันเริ่มเดินลมปราณไปทั่วร่างกาย ััได้จากไอรอบตัวมันที่เริ่มร้อนระอุขึ้น
“ ปราณนำวิถี ระดับสูง อย่างนั้นรึ ” ตี้เฉินััได้ถึงระดับลมปราณของตู้ ชิง ที่อยู่ในระดับที่สามารถสู้กับตี้เฉินได้อย่างสูสี
มันพุ่งเข้ามาหาตี้เฉินด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วขึ้น แต่กระนั้นตี้เฉินก็ยังสามารถหลบมันได้ทุกกระบวนท่าอยู่ดี ตี้เฉินพยายามหาจังหวะที่จะสามารถตอบโต้กลับ และจะได้ใช้วิชาฝ่ามือเทวะอีกครั้ง
ตี้เฉินหมุนตัวขึ้นกลางอากาศเพื่อเว้นระยะห่างจาก ตู้ ชิง ก่อนที่มันจะเริ่มร่ายรำกระบวนท่าหยินหยาง มันโคจรลมปราณทั้งหมดจากหน้าอกของมันไปสู่ฝ่ามือทั้งสองข้างครานี้มันใช้ลมปราณที่เยอะกว่าเดิม จนตู้ชิงสามารถััได้ถึงพลังลมปราณที่เข้มข้นเสียจนคนธรรมดาอย่างมันที่ลมปราณอยู่ในระดับปราณนำวิถีจะต้านทานได้ไหว ตี้เฉินยืดแขนออกทั้งสองข้างเป็รูปหยินหยางร่างกายของตี้เฉินเริ่มส่องแสงเป็ประกายสีทอง ตาของตี้เฉินกำลังลุกโชนด้วยเพลิงสีทองราวกับเหล่าทวยเทพได้ลงมาสิงสถิตอยู่ที่ตัวมันแล้ว
“ นะ..นี่…มัน !!! ” ตู้ชิง หยุดชะงักและมองดูตี้เฉินร่ายรำกระบวนท่าฝ่ามือเทวะด้วยความตกตะลึงงัน ราวกับเขาได้ตายไปเสียแล้วก่อนที่ตี้เฉินจะปลดปล่อยฝ่ามือนั่นออกมา
“ หยุด !!!! ”
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจหรือติชมกันได้นะครับ
ตอนต่อไปมาวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม นะครับ