บทที่ 60 เลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน
เห็นฟู่ลี่ฮัวหัวเราะเยาะเย้ยพวกเขา จวีซือหนานก็ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ซดน้ำแกงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก
ฟู่ลี่ฮัววางมือไขว้กันบนโต๊ะ มองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่เจ๋ออวี้ ที่แม่มาหาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องจะคุยด้วย สถานที่จัดงานแต่งงานที่แม่บอกไปครั้งก่อน พวกลูกไปดูแล้วเป็นไงบ้าง? แล้วเรื่องวันแต่งงาน ตกลงกันได้หรือยัง? ท้องของซือหนานยิ่งช้ายิ่งไม่ดี ถ้าท้องใหญ่กว่านี้ ใส่ชุดแต่งงานจะไม่สวยนะ”
มือของจวีซือหนานที่กำลังถือชามกับช้อนก็ถึงกับแข็งทื่อไปทันที
สถานที่จัดงานแต่งงาน! วันแต่งงาน...แย่แล้ว ครั้งก่อนแค่ตอบตกลงไปส่งๆ ดันลืมไปซะสนิท อีกอย่าง ใครจะไปแต่งงานกันจริงๆ จวีซือหนานหันไปมองชายหนุ่มข้างๆ ด้วยสีหน้าลำบากใจ
กงเจ๋ออวี้กลับทำหน้าตาเฉยเมย ราวกับว่ามีเรื่องแบบนั้นจริงๆ “โรงแรมหยวนฮุ่ย ว่างเมื่อไหร่ พวกเราจะไปดูครับ”
จวีซือหนานได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วรีบพูดตาม “ใช่แล้วค่ะคุณป้า เจ๋ออวี้ให้หนูดูรูปแล้ว สถานที่สวยมาก พวกเราจะรีบไปดูค่ะ…”
ตื้ด ตื้ด ตื้ด----
ขณะที่กำลังคิดว่าจะตอบยังไงดี โทรศัพท์มือถือของจวีซือหนานก็ดังขึ้น เห็นว่าเป็นจวีกั๋วเจิ้งโทรมา จวีซือหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วกดรับสาย
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้ พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”
เสียงของจวีกั๋วเจิ้งที่ดังมาจากปลายสาย เข้มงวด แหบแห้ง และเย็นชา
จริงๆ แล้วจวีซือหนานอยากจะสวนกลับไป แต่เพราะแม่ของกงเจ๋ออวี้ยังอยู่ จึงได้แต่พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ “หนูกำลังกินข้าวอยู่ที่บ้านของเจ๋ออวี้ ตอนนี้คงไปไม่ได้ค่ะ!”
จวีกั๋วเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ตะคอกด้วยความโกรธ “นังลูกอกตัญญู! ที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แกยังมีอารมณ์ไปกินข้าวอยู่อีกเหรอ? พ่อไม่เคยบอกแกเหรอว่า ห้ามยุ่งเกี่ยวกับกงเจ๋ออวี้ แกคิดว่าการเป็นเมียน้อยของคนอื่นมันน่าภูมิใจมากนักหรือไง?”
เธอเอามือปิดโทรศัพท์ แล้วหันไปพูดกับแม่ของกงเจ๋ออวี้อย่างสุภาพ
“คุณป้าคะ เดี๋ยวหนูขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ…” เธอไม่อยากให้ครอบครัวของกงเจ๋ออวี้รู้เรื่องน่ารังเกียจของครอบครัวเธอ จึงลุกขึ้นถือโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องน้ำ
หลังจากปิดประตูแล้วท่าทีของจวีซือหนานก็เย็นชาลง “เลิกฟังจวีซือเฝยพูดจาไร้สาระได้แล้ว กงเจ๋ออวี้ยังโสด พวกเราเป็นแฟนกันอย่างถูกต้อง”
“เรื่องแบบนี้ ไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอก เอาเป็นว่า ตอนนี้แกกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
จวีกั๋วเจิ้งไม่ฟังคำอธิบายของเธอเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ตะคอกใส่เธอด้วยความโกรธ “ตระกูลจวีได้รับผลกระทบอย่างหนักจากบริษัทของตระกูลหาน แกก็เป็นคนของตระกูลจวี รีบกลับมาช่วยกันแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้!”
ได้รับผลกระทบจากบริษัทของตระกูลหานเหรอ? จวีซือหนานอยากจะบอกเขาว่า สมน้ำหน้า! ถ้าตอนนั้นเขาไม่ไปเลียแข้งเลียขาประจบ ประแจงหานเกาอี้และยังหาความร่วมมือมากมายก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก
จวีซือหนานก้มหน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงยังคงเย็นชา “เรื่องธุรกิจหนูไม่รู้เรื่อง หนูก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความร่วมมือของคุณกับหานเกาอี้
จวีซือเฝยเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ทำไมคราวนี้ไม่ไปหาเธอละคะ?”
“แก!”
จวีกั๋วเจิ้งโมโหจนพูดไม่ออก เส้นเลือดที่ใบหน้าปูดโปนด้วยความโกรธ
“บอกไว้เลยนะ ถ้าแกคิดว่าคนอย่างฉันจะไปลากตัวแกกลับมาจากตระกูลกงล่ะก็ แกก็ไม่ต้องกลับมา!”
พูดจบ เขาก็วางสายไปเลย
จวีซือหนานกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น หัวใจเย็นเฉียบ
แต่เธอเดาว่าตอนนี้จวีกั๋วเจิ้งไม่กล้ามาอาละวาดที่ตระกูลกง จึงไม่ได้สนใจเขา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์แล้วจึงผลักประตูห้องน้ำออกไป ฝืนยิ้มแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร
ฟู่ลี่ฮัวเห็นสีหน้าของจวีซือหนานไม่ค่อยดี ก็ถามด้วยความเป็นห่วง “ซือหนาน เป็นอะไรรึเปล่า? มีเรื่องอะไรจ๊ะ?”