[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 36 สตั๊นท์แมน

    ชายหนุ่มในชุดสูทภูมิฐานยื่นมือเข้ามาหวังจะช่วยประคอง แต่ไป๋ลู่กัดฟันลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองเสียก่อน ปลายนิ้วเรียวสั่นระริกชี้ไปทางเขาพลางเอ่ยถามเสียงสั่น

    “เป็น... สตั๊นท์แมน... ใช่ไหมคะ?”

    ชายหนุ่มชุดสูทเผยสีหน้าอ่อนใจออกมาแวบหนึ่ง

    “ขอโทษทีนะ คงทำให้เธอตกใจแย่ อี้ถิงปกติไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก แต่วันนี้เขาอารมณ์ไม่ดี ดื่มมานิดหน่อยน่ะ มาเถอะ ฉันจะไปส่งเธอที่ห้อง 888 เอง”

    สิ้นเสียงยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงใหญ่ของลู่อี้ถิงก็เดินหน้าถมึงทึงกลับมา มือคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอเข็นออกไป

    “ใบนี้ของเธอใช่ไหม?”

    ไป๋ลู่พยักหน้าหงึกหงักด้วยความหวาดกลัว วินาทีต่อมา...

    เปรี้ยง!

    ลู่อี้ถิงเตะอัดเข้าที่กระเป๋าเดินทางของเธอเต็มแรงจนมันกระเด็นไปไกล

    “ไสหัวไป!”

    ไป๋ลู่สะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมองชายหนุ่มชุดสูททันที

    “เขาดื่มมาเยอะเหรอคะ?”

    ชายหนุ่มชุดสูท “............”

    เขากระแอมแก้เก้อเบาๆ สองสามที ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลงเพื่ออธิบาย

    “อี้ถิงเกลียดพวกดาราหญิงที่ชอบใช้ทางลัดปีนเต้าไต่ที่สุด เวลาเจอคนประเภทนี้ทีไร เขาก็จะของขึ้น ไร้ความปรานีแบบนี้แหละ”

    ไป๋ลู่พยักหน้ารับรัวๆ 

    “อื้ม!”

    สมกับเป็นพ่อของเธอจริงๆ!

    ซื่อตรง!

    ยุติธรรม เที่ยงธรรม และไม่ลำเอียง!

    เวลาเจอนักแสดงหญิงหน้าไม่อายที่เสนอตัวให้ถึงที่ ก็ต้องจัดการด้วยท่าทีเด็ดขาดแบบพ่อเธอนี่แหละ!

    สิ่งที่พ่อทำนั้นถูกต้องที่สุด ไร้ที่ติ! สุดยอดไปเลย!

    ชายหนุ่มชุดสูทเห็นท่าทีของเด็กสาวก็หัวเราะออกมาเบาๆ

    “อี้ถิงคงเข้าใจเธอผิดแน่ๆ ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวกลับไปแล้วฉันจะช่วยอธิบายให้เขาฟังเอง ไปกันเถอะ ฉันจะไปส่งที่ห้อง 888”

    ตอนนั้นเองสมองของไป๋ลู่ถึงเพิ่งประมวลผลได้ว่า ชายหนุ่มชุดสูทคนนี้คือเพื่อนสนิทที่สุดของพ่อ เพื่อนซี้ปึ้กที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และยังเป็นถึงประธานแห่งกู้กรุ๊ป... กู้เพียนหราน!

    ไป๋ลู่ฉีกยิ้มหวาน ท่าทางเปลี่ยนจากลูกกวางตื่นภัยเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนทันควัน

    “ขอบคุณค่ะคุณอากู้!”

    กู้เพียนหราน “............”

    นี่เขาหน้าแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ?

    แต่พอลองคำนวณดู เขาก็ปาเข้าไปสี่สิบสามแล้ว ส่วนไป๋ลู่ดูทรงน่าจะเพิ่งบรรลุนิติภาวะหมาดๆ จะเรียกเขาว่า ‘คุณอา’ ก็คงไม่ผิดตรงไหน

    ...

    เมื่อเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรู ไป๋ลู่กวาดสายตามองห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ โอ่อ่าอลังการ แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะมาชื่นชมความรวยล้นฟ้าแต่อย่างใด ในหัวสมองอันชาญฉลาดของเธอตอนนี้มีแต่เรื่องของพ่อตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

    หรือว่า... ฉันควรจะตัดสินใจเด็ดขาด เดินไปเคาะประตูห้องแล้วตะโกนเรียก ‘พ่อ’ ไปเลยดีไหมนะ?

    ถ้าจับตรวจ DNA ยืนยันผลวิทยาศาสตร์ พ่อก็คงดิ้นไม่หลุด ปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ

    ไป๋ลู่สะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไปอย่างแรง

    ไม่ได้ๆ ขืนบุ่มบ่ามทะเล่อทะล่าเข้าไปตอนนี้ มีหวังโดนพ่อมองว่าเป็นคนบ้าเสียสติ แล้วเตะโด่งออกมาแน่

    พ่อของเธอไม่ใช่แค่ราชาจอเงินระดับตำนาน แต่ยังเป็นว่าที่ผู้สืบทอดบัลลังก์ลู่กรุ๊ปที่มีภาษีดีที่สุด

    เจอสายตาอำมหิตเมื่อกี้เข้าไป สงสัยคงคิดว่าฉันเป็นชะนีหิวแสง อยากเกาะกระแสแหงมๆ ดูจากทรงแล้วถ้าโดนเรียก ‘พ่อ’ อีก ไป๋ลู่คนนี้อาจถึงคิวอำลาวงการ

    เธอยังมีเรื่องที่คิดจนหัวแตกก็ยังไม่เก็ต... ลู่อี้ถิงประวัติคลีนเวอร์ ไม่เคยมีข่าวฉาวกับสาวที่ไหน แล้วจู่ๆ มีลูกสาวตัวเท่าควายอย่างเธอโผล่มาได้ยังไงเนี่ย?

    สรุปแล้วพ่อไปไข่ทิ้งไว้กับใครหา!

    ในชาติก่อน เสิ่นซินลั่วสวมรอยเป็นคุณหนูตระกูลลู่ เสวยสุขบนกองเงินกองทอง แต่เรื่องที่ว่าแม่แท้ๆ เป็นใครกลับยังคงเป็นปริศนาดำมืด

    แล้วยัยงูพิษเสิ่นซินลั่วนั่นไปรู้ความลับสวรรค์นี้มาจากไหนกัน?

    ขณะที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

    หน้าจอโชว์ชื่อ ‘อวี่ฟู่ชิง’

    ไอ้ปลิงดูดเลือดนี่ น่ารำคาญชะมัด!

    ไป๋ลู่กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วกลับมานั่งเท้าคางครุ่นคิดต่อ

    หรือว่าจะมีของดูต่างหน้าอะไรสักอย่างที่ใช้ยืนยันตัวตนได้?

    ในละครน้ำเน่าอย่าง ‘องค์หญิงกำมะลอ’ ก็พล็อตแบบนี้นี่นา

    ไอ้ฮ่องเต้สารเลวจำหน้าเมียเก่าไม่ได้ จำลูกสาวตัวเองก็ไม่ได้ จำได้แต่ของดูต่างหน้า! สุดท้ายยัยเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ถือของดูต่างหน้าไป ก็เลยส้มหล่นจนฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นองค์หญิงเกอเกอหน้าตาเฉย

    สงสารก็แต่จื่อไวย เฝ้ารอพ่อ รอแล้วรอเล่า สุดท้ายก็ได้ข่าวว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเพื่อนรักสวมรอยแทนที่ตัวเอง ร้องไห้จนตาแทบบอด แถมยังเกือบโดนสั่งโบยตายคาที่อีกต่างหาก!

    ปัญหาโลกแตกคือ... คุณย่าที่สถานสงเคราะห์บอกว่า ตอนที่มีคนเอาเธอมาทิ้งไว้หน้าประตู เธอสวมแค่เสื้อยืดสีขาวสกรีนรูปกวางมูสอยู่ตรงหน้าอก นอกนั้นก็ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวมาเลย

    ชื่อ ‘ไป๋ลู่’ ของเธอ ก็ได้มาจากเสื้อตัวนั้นนั่นแหละ

    ครืด... ครืด...

    มือถือยังคงสั่นเพราะสายเรียกเข้าไม่หยุดหย่อน ดูท่าคนโทรจะมีความพยายามเป็นเลิศ

    ไป๋ลู่ทนรำคาญไม่ไหวจนต้องกดรับสาย ตวาดแว้ดใส่ทันที

    “อวี่ฟู่ชิง นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง? ฉันบอกแล้วไงว่าก่อนเซ็นสัญญาฉันไม่อยากเห็นหน้านาย! แล้วก็ไม่อยากได้ยินเสียงนายด้วย! ขอฉันอยู่เงียบๆ คนเดียวไม่ได้หรือไงฮะ!”

    ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห่วงใยจอมปลอม

    “เสี่ยวลู่ ผมเป็นห่วงคุณนะ ที่บ้านคุณตอนนี้มีทั้งกองทัพนักข่าวและแฟนคลับล้อมไว้หมดแล้ว คุณไม่ได้กลับบ้าน แล้วหนีไปอยู่ที่ไหน? โรงแรมเหรอ? คุณพักโรงแรมมันไม่ปลอดภัยนะ พวกปาปารัสซี่จมูกไวอย่างกับหมา เดี๋ยวก็ตามเจอ”

    “ฉันมีที่พัก ปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องให้นายมาสาระแนทำเป็นหวังดี อย่าโทรมาหาฉันอีก! ถ้านายยังตามรังควานฉันไม่เลิก ฉันจะไม่เซ็นสัญญากับอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์แล้ว คอยดู!”

    ตะคอกจบ ไป๋ลู่ก็กดวางสายทันที

    เธอเอาเรื่องสัญญามาขู่ อวี่ฟู่ชิงคงไม่กล้าโผล่หัวมารบกวนเธออีกสักพัก แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างหมอนั่นคงไม่ยอมจบง่ายๆ เดี๋ยวก็ต้องไปคาดคั้นเอาที่อยู่ของเธอจากเสิ่นหยางหงแน่ๆ

    ไป๋ลู่รีบพิมพ์ข้อความส่งหาเสิ่นหยางหงดักคอก่อนที่เขาจะโทรมา บอกสั้นๆ ว่าเธอมีที่พักแล้ว ปลอดภัยระดับสิบ ปาปารัสซี่ไม่มีทางหาเจอ จากนั้นเธอก็ปิดเครื่องหนีปัญหาทันที

    ...

    ทางด้านเสิ่นหยางหง พอได้รับข้อความก็รีบแคปหน้าจอส่งให้อวี่ฟู่ชิงดู พร้อมแจ้งว่าไป๋ลู่ปิดเครื่องหนีไปแล้ว

    อวี่ฟู่ชิงอ่านข้อความแล้วแทบคลั่ง อารมณ์พุ่งปรี๊ด

    “ไป๋ลู่หลุดรอดสายตานักข่าวกับแฟนคลับที่สนามบินไปได้ยังไง? ตัวเธอก็ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว เธอจะไปหาที่พักที่ปลอดภัยได้ที่ไหนกัน!”

    เลขาฯ คู่ใจรีบรายงานข้อมูลที่สืบมาได้

    “ฟังจากผู้กำกับจางบอกมาว่า ผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสคนหนึ่งบังเอิญเป็น FC ของคุณไป๋พอดีครับ คุณไป๋เลยได้อานิสงส์ออกจากสนามบินทางช่องทาง VVIP คาดว่าแฟนคลับคนนั้นน่าจะเป็นคนจัดการเรื่องที่พักให้ครับ"”

    ดวงตาของอวี่ฟู่ชิงฉายแววอำมหิต

    “ยังต้องให้ฉันบอกอีกเหรอ? ไปสืบมาสิว่าเป็นใคร!”

    “...” เลขาฯ กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ “สืบแล้วครับ แต่... ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสคนนั้นได้เลยครับ ข้อมูลถูกปิดเป็นความลับขั้นสูง”

    “ตรวจสอบไม่ได้?”

    อวี่ฟู่ชิงเข้าใจความหมายนั้นได้ในทันที

    ผู้โดยสารที่เขาตรวจสอบข้อมูลไม่ได้ สถานะย่อมต้องเหนือกว่าเขาแบบเทียบไม่ติด

    คิดไปคิดมา... ในวงการนี้ก็มีแค่ ‘เย่จิ่งเหยียน’ คนเดียว

    เป็นไอ้เวรเย่จิ่งเหยียนอีกแล้ว!

    โอกาสที่เขาสร้างสถานการณ์บีบคั้นไป๋ลู่มาแทบตาย สุดท้ายกลายเป็นประเคนใส่พานถวายให้เย่จิ่งเหยียนงั้นเหรอ!

    แล้วคุณหมอเย่ดันเป็นบุคคลระดับที่เขาแตะต้องไม่ได้เสียด้วย

    ความโกรธแล่นพล่านจนอวี่ฟู่ชิงต่อสายกลับไปด่ากราดใส่เสิ่นหยางหงยกใหญ่ ระบายอารมณ์จนหนำใจ แถมยังยื่นคำขาดเสียงเหี้ยม

    “ฉันให้เวลาแกสามวัน! ภายในสามวัน ถ้าแกหาตัวไป๋ลู่ไม่เจอ ก็อย่าหวังว่าฉันจะช่วยเสิ่นซินลั่วลูกสาวสุดที่รักของแกให้รอดจากวิกฤตครั้งนี้”

    “แกได้ยินชัดแล้วนะ!”

    ตุ้บ! เสิ่นหยางหงปาโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นระบายความเครียด

    “ฉันหมดหนทางแล้ว! แกก็หาทางเอาตัวรอดเองแล้วกัน!”

    ตะโกนใส่ลูกสาวจบ เสิ่นหยางหงก็เดินหนีเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย

    เสิ่นซินลั่วขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน กลั้นใจไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าพ่อ แล้วรีบโทรหาอู๋ลี่ผิงผู้เป็นแม่ทันที

    หลังจากฟังลูกสาวเล่าเรื่องราวทั้งหมด อู๋ลี่ผิงก็ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

    “ไม่ต้องกังวล ยังไงแกก็เป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อเขา เขาไม่มีทางทิ้งแกหรอก ขอแค่คุณชายอวี่รับปากจะช่วยแก แกก็ยังมีโอกาสรอด อย่าลืมสิว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมดแม่เป็นคนทำ แกไม่เกี่ยว แกเป็นแค่เด็กใสซื่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น”

    เสิ่นซินลั่วกัดริมฝีปากจนเลือดซึม

    “แม่คะ หนูทำให้แม่ต้องลำบากแล้ว...”

    “ขอแค่รักษาแกไว้ได้ แม่จะลำบากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ซินลั่ว... ฟังแม่นะ ตอนนี้แกต้องหาทางสืบรู้ที่อยู่ของไป๋ลู่ให้ได้ จำใส่หัวไว้เลย ห้ามทำให้คุณชายอวี่โกรธอีกเด็ดขาด! ไม่ว่าคุณชายอวี่จะสั่งให้ทำอะไร แกต้องเออออห่อหมกไปกับเขา แม้กระทั่งต้องช่วยเขาจีบนังไป๋ลู่ก็ตาม!”

    “หนูเข้าใจแล้วค่ะ”

    เสิ่นซินลั่วทนแบกรับความกดดันไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก

    ได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้ปานจะขาดใจ หัวอกคนเป็นแม่อย่างอู๋ลี่ผิงก็ปวดร้าว

    “เสิ่นซินลั่ว หยุดร้องซะ! เก็บความคับแค้นใจทั้งหมดของแกในตอนนี้เอาไว้ วันหน้าเราจะต้องเอาคืนนังไป๋ลู่เป็นเท่าทวีคูณ อย่าลืมสิ... เรายังมี เถ้าแก่โหว! แม่วางแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว!”

    เสิ่นซินลั่วตาโต “คุณแม่รีบบอกมาสิคะ!”

    “แกไม่ต้องรู้หรอก ทำเรื่องของตัวเองให้ดีเถอะ!”

    อู๋ลี่ผิงตวาดเสียงเขียวทันควัน ความอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น 

    “ลูกสาวของฉัน... อู๋ลี่ผิง ต้องไม่ใช่ผู้หญิงเหยาะแหยะที่เอะอะก็ร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้! ฟังนะ ช่วงนี้ห้ามลูกติดต่อแม่เด็ดขาด ขืนทำตัวมีพิรุธ เดี๋ยวพ่อของลูกจะระแคะระคายเอาได้”

    นางสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นดั่งเดิม 

    “การที่นังไป๋ลู่มันยอมแบกหน้าออกมาสารภาพกับนักข่าว ยอมรับว่าเป็นคนใส่ร้ายลูก... นั่นแสดงว่าในใจลึกๆ มันยังเห็นแก่ความเป็นพี่น้องโง่เง่าเต่าตุ่นนั่นอยู่”

    มุมปากของอู๋ลี่ผิงยกยิ้มเหยียดหยาม “ลูกต้องฉวยโอกาสนี้... หาทางตะล่อมให้มันกลับมาเชื่อใจลูกอีกครั้ง ทำให้มันตายใจให้ได้

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788