มือของไอ้ภัทรดูชำนาญมากเพียงไม่นานมันก็จัดการปลดบราสีดำออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อพลอยเริ่มเปลือยท่อนบนจนหมด หน้าหล่อๆของไอ้ภัทรก็โน้มลงแล้วเริ่มซุกไซ้ซอกคอและดูดดึงเนินเนื้อของเธออย่างมูมมามเสียงครางเบาๆ ของพลอยดังขึ้น ทำให้ผมรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องมันร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆผมรู้สึกเหมือนหายใจแทบไม่ออก ผมพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม…
ระหว่างที่มันกำลังเล้าโลมพลอยอยู่นั้นไอ้ภัทรก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกทีละชิ้นๆจนหมด ผมพยายามเบือนหน้าหนี แต่สายตาก็อดที่จะเหลือบมองไม่ได้
และเมื่อเสื้อผ้าของมันหลุดออกจากตัวจนหมด ก็เผยให้เห็นท่อนลำที่แข็งขืนเต็มที่ภาพนั้นทำให้ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เพราะมันใหญ่เอาเื่จริงๆ ครับผมไม่คิดว่าของไอ้ภัทรเวลามันตื่นแล้วจะใหญ่กว่าเดิมอย่างผิดปกติ
ในตอนนั้นผมตะลึงค้างไปพักหนึ่งเมื่อเห็นเส้นเืที่ขดไปตามแนวความยาวของท่อนลำอันแข็งแกร่งมันทั้งสวยและสมส่วนมากไม่แพ้พระเอก AV เลยครับผมไม่เคยสังเกตเห็นรายละเอียดพวกนี้มาก่อนเวลามันควักช้างน้อยของมันออกมาโชว์เพราะตอนนั้นมันไม่ได้ตื่นตัวเหมือนตอนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นผมเห็นแม้กระทั่งส่วนหัวที่แดงก่ำและการกระตุกเป็จังหวะเล็กๆภาพนั้นมันติดตาผมมาก ผมไม่เคยคิดว่าของผู้ชายด้วยกันมันจะดูอลังการจนน่ากลัวนี่นับว่าเป็ครั้งแรกที่ผมได้เห็นของลับของไอ้ภัทรที่ตื่นตัวพร้อมใช้งานและผมก็รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายราวกับมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปในตัวผม
หลังจากที่มันถอดเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยไอ้ภัทรก็หันมามองผมแวบหนึ่งเป็การส่งสัญญาณบางอย่าง สายตาของมันดูมีเลศนัยทำให้ผมไม่แน่ใจว่ามัน้าอะไร
จากนั้น มันก็หันไปสบตากับพลอยอีกรอบเหมือนจะสื่อสารกันทางสายตา ดวงตาของทั้งคู่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งจนผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนนอกแล้วจากนั้นคนทั้งสองก็เริ่มจูบกันอย่างดูดดื่มต่อหน้าผมอีกครั้ง แต่ว่าการจูบรอบนี้ดูเร่าร้อนและรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆและในขณะเดียวกัน เสียงหายใจของทั้งคู่ก็ดังขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เสียงหายใจหอบถี่ที่ดังกลบความเงียบในห้องทำให้ผมรู้สึกถึงความ้าที่คุกรุ่นเพิ่มมากขึ้นบรรยากาศในห้องเงียบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของมันกับพลอยที่เริ่มดังขึ้นเป็จังหวะ
เสียงลมหายใจเ่าั้ดังถี่กระชั้นราวกับเป็เพลงบรรเลงแห่งความใคร่ ซึ่งเล่นเอาสติของผมกระเจิงไปจนหมดผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดสติ เลยรีบเปิดเพลงที่ลำโพงบลูทูทเพื่อกลบเสียงไม่ให้ห้องข้างๆได้ยิน
เวลานี้ผมแทบไม่สนใจหนังสือบนโต๊ะแล้ว ผมเอาแต่เหลือบมองไอ้ภัทรกับพลอยในสภาพเปลือยกายคลอเคลียกันอยู่บนโซฟาโดยที่ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา
ในตอนนั้นในหัวของผมมันว่างเปล่าราวกับทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมเหมือนกำลังประมวลผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างช้าๆและผมก็รู้สึกถึงความ้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายอย่างชัดเจน
ความรู้สึกนั้นมันเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ราวกับไฟที่กำลังลามทุ่ง ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปเพื่อปรับแอร์ให้มันเย็นลงเพราะรู้สึกว่าอากาศในห้องมันเริ่มร้อนอบอ้าว แต่ในความเป็จริงอากาศในตอนนั้นก็เย็นสบายอยู่แล้วครับ ความร้อนที่ผมรู้สึกนั้นมาจากข้างในมากกว่า
ขณะที่ผมหันหลังให้คนทั้งสองเพื่อเร่งแอร์ผมก็ถอดเสื้อยืดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วเพื่อให้ความร้อนที่กำลังปะทุในร่างกายได้คลายลงบ้างแต่สิ่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามผมคือโต๊ะกระจกแต่งตัว
แม้ว่าผมจะหันหลังให้คนทั้งคู่…
แต่กระจกบานใหญ่มันกลับฉายภาพด้านหลังอย่างชัดเจน
ผมรู้ตัวดีว่าภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นคงจะไม่น่าดูนักแต่ผมก็ไม่อาจละสายตาจากมันได้ และในตอนนั้นเอง พลอยก็เริ่มขึ้นคร่อมร่างของไอ้ภัทรแล้วภาพนั้นทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นท่อนเนื้อที่ตั้งผงาดเป็ลำของมันก็กำลังถูไถไปมาบริเวณร่องเนื้อของเธอภาพนั้นมันชัดเจนมากจนผมแทบจะกลั้นหายใจซึ่งมันทำให้มือผมสั่นจนแทบจะปรับแอร์ไม่ได้ ผมพยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นแต่มันยากเหลือเกิน
ขณะที่ผมกำลังพยายามกดรีโมตอยู่นั้นพลอยก็เหลือบเห็นผมที่บานกระจก ผมเห็นแววตาของเธอที่มองมา มันดูเย้ายวนและท้าทายจากนั้นเธอจึงส่งยิ้มบางๆ มาให้ รอยยิ้มนั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต
ทั้งรอยยิ้มและสายตาของเธอมันแ่เบาแต่ทรงพลังมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรู้สึกขนลุกกับการมองแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดหรือทำอะไร ได้แต่ยืนแข็งทื่อเพราะความตื่นเต้น
ผมไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปจริงๆ ครับตอนนั้นสมองมันมึนงงไปหมด หากคุณลองมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้คงเข้าใจผมได้ทันทีดังนั้น ผมจึงทำได้แค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้ความรู้สึกต่างๆ โจมตีเข้ามา
“ไอ้นนท์… มึงมัวรออะไรอยู่?”
หลังจากเงียบไปนาน จู่ๆ ไอ้ภัทรก็เอ่ยปากเสียงมันดูแหบพร่าเล็กน้อยเพราะเพิ่งผ่านการจูบมาอย่างหนักหน่วง
เมื่อได้เสียงของมันช่วยปลุกสติให้กลับคืนมา ผมสะดุ้งเบาๆพยายามตอบกลับทำเสียงให้เป็ปกติที่สุด
“ปะ…เปล่าไม่ได้รอไร แค่…ร้อนๆ”
ผมตอบเสียงแห้งๆ พลางก้มลงมองรีโมตแอร์ในมือพยายามมองหาปุ่มที่้าเพราะสายตาของผมตอนนี้มันพร่าเลือนราวกับคนสายตาสั้น
“ร้อน? ในเมื่อแอร์ก็เปิดอยู่มึงจะร้อนได้ไง?”
ไอ้ภัทรพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“หรือว่า…ร้อนอย่างอื่นกันแน่?”
มันถามพลางเหลือบมองผมในกระจก ผมเม้มปากแน่นไม่ตอบอะไร
“ไม่ต้องกังวลหรอกน่า นนท์”
ในที่สุดพลอยพูดขึ้นบ้างน้ำเสียงของเธอดูอ่อนโยนปนยั่วยวน
“เราคุยกันมาแล้วเื่นี้”
เธอยิ้มให้ผมผ่านกระจกรอยยิ้มนั้นทำให้ผมใจเต้นแรง
ผมเงยหน้าขึ้นมองพลอยกลับไป
“คุย… คุยอะไรกัน?”
ไอ้ภัทรหัวเราะเบาๆ แล้วรีบพูดสวนทันที
“ก็เื่ที่กูเคยคุยกับมึงไง เื่…เราสามคน”
มันเน้นเสียงตรงคำว่า ‘สามคน’ อีกครั้งพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหาผม มันยืนอยู่ตรงหน้าผม สายตาจ้องมองผมอย่างเปิดเผย
“มึงก็เห็นแล้วนี่ ว่าพลอยก็…” ไอ้ภัทรเว้น่ไปก่อนจะหันไปมองพลอยแล้วยิ้มให้
“พลอยเองก็อยากรู้จักมึงให้มากกว่านี้”
พลอยพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ แล้วนนท์เราก็แค่อยากรู้จักให้ลึก…มากขึ้น”
เธอยิ้มให้ผมรอยยิ้มของเธอดูกระตุ้นความรู้สึกบางอย่าง
“ไม่อยากรู้จักเราเหรอนนท์?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับเอื้อมมือมาแตะแขนผมก่อนจะลากลงไปถึงข้อมือแล้วสะกิดเบาๆ
ผมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายผมไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่เงียบ
ไอ้ภัทรที่เห็นผมลังเลมันเลยลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ
“มึงไม่ต้องคิดมาก ลองดูสักครั้ง… รับรองมึงจะติดใจ”
มันกระซิบเสียงต่ำพ่นลมอุ่นๆ เข้าหูผม
“กูรู้ว่ามึงก็อยาก…”
“อย่าปฏิเสธเลย”
มันใช้มือลูบไล้แผ่นหลังของผมเบาๆก่อนจะตบไหล่ผมไปหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ
“เออ… ก็ได้! กูแล้วแต่มึงเลย…”
ผมตอบกลับไปพร้อมกับวางรีโมตแอร์ในมือลง