คำพูดนี้ฟังแล้วไม่น่ารื่นหูเติ้งอาหลัวขมวดคิ้ว ใบหน้าบึ้งตึงกล่าวว่า "เจ้ามาหาข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงเพื่อจะพูดเรื่องนี้หรือ?"
หยางหลิ่วเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของเขาแล้วยิ้มให้หวังชิวเยี่ยน "ใครจะไปคิดเล่าว่าข้าจะโชคดีถึงเพียงนี้"
หวังชิวเยี่ยนกลอกตามองร่างกำยำของเติ้งอาหลัวใบหน้าแดงระเรื่อ พึมพำว่า "ก็จริงนะ โชคดีจริงๆด้วย!"
เมื่อก่อนนางเป็นคนที่สวยที่สุดในบรรดาคนที่เติบโตมาพร้อมกันและยังได้แต่งงานกับคนที่ดีที่สุดอีกด้วย! แต่เมื่อหลายปีก่อนตอนที่นางหมั้นหมายและเตรียมจะออกเรือนนางกลับได้ยินว่าหยางหลิ่วอายุมากแล้วยังไม่ได้แต่งงานมิหนำซ้ำยังขายตัวเองไปเป็นทาสอีกด้วย
เรื่องนี้เคยเป็นเรื่องขบขันแต่ใครจะรู้ว่านางจะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในฐานะเจ้าของร้านเสียแล้ว?
หวังชิวเยี่ยนไม่เชื่อว่าจะมีเจ้าของร้านคนไหนที่ชอบคนอย่างหยางหลิ่วลงนางดูเหมือนผู้ชายเสียด้วยซ้ำ! แต่ใครจะคิดเล่า พอนางมาสอบถามที่ร้านหลายครั้งกลับพบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่และแข็งแรงคนหนึ่งดูแลนางเป็นอย่างดี!
นางอดกลั้นความริษยาและสอบถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าหยางหลิ่วตอบตรงๆ ว่านางยังคงเป็นทาส และร้านนี้ไม่ใช่ของนางหวังชิวเยี่ยนจึงใจชื้นขึ้น นางคิดว่าไหนเลยชีวิตของทาสจะพลิกผันมาเป็นเจ้านายได้?
เย่ชิงชิงทนดูการแสดงของคนผู้นี้ไม่ไหวอีกแล้วจึงลุกขึ้นพร้อมจะจากไป นางไม่กลัวว่าจะมีใครกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่ร้านด้วยนิสัยของหยางหลิ่วคงไม่ยอมเสียเปรียบอีกทั้งเติ้งอาหลัวก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครง่ายๆ เช่นกัน
หยางหลิ่วกับหวังชิวเยี่ยนไม่ได้มีมิตรไมตรีอันใดกันอยู่แล้วจึงทิ้งนางไว้เบื้องหลัง แล้วส่งเย่ชิงชิงขึ้นม้า
เย่ชิงชิงโบกมือลาพวกเขาแล้วบังคับม้าให้เดินเหยาะๆ เพราะในตลาดมีผู้คนพลุกพล่าน จึงไม่ควรให้มันเดินเร็ว
ด้วยเหตุนี้การเดินทางไปยังห้างร้านไท่หรานจึงใช้เวลานานพอสมควร แสงแดดในฤดูร้อนแผดจ้าจนใบหน้าของเย่ชิงชิงแดงก่ำ
ในขณะนั้นเองนางก็บังเอิญได้พบกับอี้เหวินฉวิน
เช่นเดียวกันคุณชายอี้ก็ขี่ม้าของตนเองอยู่ ทั้งยังเป็นม้าที่สูงใหญ่ แข็งแรงและดูไม่ใช่สายพันธุ์ธรรมดาเย่ชิงชิงจึงก้มหน้ามองม้าของตนที่ตัวเล็กกว่าเองดด้วยสายตาสงสารเจ้าตัวน้อยน่าเวทนาของนางกำลังขาดสารอาหารใช่หรือไม่?
"โอ๊ะ ชิงชิง เจ้ามาหารุ่นจืออีกแล้วหรือ~"
คำว่า‘อีกแล้ว’ นี่หมายความว่าอย่างไร? เย่ชิงชิงพลิกตัวลงจากม้า แล้วกล่าวว่า "มีเรื่องจะต้องหารือกับเขาเจ้าค่ะ"
จากระยะไกลก็มองเห็นป้ายขนาดใหญ่ของห้างร้านไท่หรานแล้วอี้เหวินฉวินลงจากม้ามาเดินเคียงข้างไปพร้อมกับนาง เขาหัวเราะพลางกล่าวว่า"ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะขี่ม้าเป็นแล้วเมื่อไหร่จะชวนฉางสี่ไปเที่ยวเล่นด้วยกันอีกล่ะ?"
"ท่านก็ชวนฉางสี่ได้นี่" เย่ชิงชิงเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวกับเขา
"ก็ยากอยู่นะ..." อี้เหวินฉวินลูบจมูกช่วงนี้ฮูหยินรองเผยควบคุมอย่างเข้มงวดมากเลยทีเดียว
ทั้งสองกำลังเดินไปทันใดนั้นพ่อค้าเร่คนหนึ่งก็กระโจนออกมาขวางทาง เขายิ้มซื่อๆ แล้วกล่าวว่า"คุณชาย คุณหนู ขี่ม้าในวันอากาศร้อนเช่นนี้จะขาดหมวกผ้าโปร่งไปได้อย่างไร?"
กล่าวพลางก็ส่งหมวกสานที่คลุมด้วยผ้าโปร่งสีขาวให้อย่างรวดเร็ว
เย่ชิงชิงและอี้เหวินฉวินตกตะลึงหันหน้ามามองตากัน พ่อค้าเร่กล่าวต่อว่า "คุณชายน้อยท่านทนเห็นคุณหนูผู้เลอโฉมเช่นนี้ตากแดดตากลมได้หรือขอรับ?"
บรรยากาศพลันอึดอัดขึ้นมาเย่ชิงชิงมีสีหน้าเรียบเฉย อี้เหวินฉวินกระแอมไอเบาๆ แล้วรับหมวกผ้าโปร่งมาถามว่า"เช่นนั้นก็ต้องซื้อแล้วใช่หรือไม่?"
พ่อค้าเร่ดีใจจนถูมือไปมาแล้วกล่าวว่า "เห็นแก่ที่พวกท่านเหมาะสมกันเช่นนี้ข้าจะขายลดราคาให้เหลือห้าสิบอีแปะขอรับ"
อี้เหวินฉวินไม่เคยต่อรองราคาในการซื้อของดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก และกำลังจะควักเงินออกมา
เย่ชิงชิงหยุดเขาไว้ก่อนแล้วโยนหมวกสานคืนให้พ่อค้าพลางยิ้มแล้วกล่าวว่า "ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะ หนึ่ง พวกเราไม่ได้เหมาะสมกันเลยเจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว และสอง ของสิ่งนี้ไม่คุ้มค่าห้าสิบอีแปะ หากข้าต้องการข้าจะซื้อเอง"
คำตอบนี้ทำให้พ่อค้าที่ขายหมวกตะลึงปกติแล้วหญิงสาวมักจะรับของขวัญอย่างขวยเขินไม่ใช่หรือ!
อี้เหวินฉวินหัวเราะเบาๆแล้วนับเงินสามสิบอีแปะจากถุงเงิน แล้วกล่าวว่า "ในเมื่อชิงชิงบอกว่าไม่คุ้มค่าห้าสิบอีแปะ ก็คือไม่คุ้มค่าสามสิบอีแปะจะขายหรือไม่?"
แม้เขาจะไม่ชอบต่อรองราคาของซื้อของขายแต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขารู้ราคาสินค้าทั่วไปดี
สามสิบอีแปะก็เพียงพอที่จะทำกำไรได้แล้วพ่อค้าจะปฏิเสธได้อย่างไรจึงรีบรับเงินด้วยสองมือเพราะกลัวว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อ
เมื่อผ่านพ้นพ่อค้าเร่มาแล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้างร้านไท่หราน อี้เหวินฉวินยื่นหมวกผ้าโปร่งให้เย่ชิงชิง"มันเป็นของเจ้า"
เห็นดวงตากลมโตของนางจ้องมองมาอี้เหวินฉวินอดหัวเราะไม่ได้ “ของเล็กน้อยแค่นี้เจ้าไม่กล้ารับหรือ? วางใจเถิด ไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง”ถ้ามีเจตนาอื่นเผยรุ่นจือจะปล่อยเขาไปหรือ?
เย่ชิงชิงจำใจหยิบหมวกผ้าโปร่งในมือขึ้นมา"ขอบคุณเจ้าค่ะ"
เพราะก่อนหน้านี้ได้ส่งจดหมายถึงเผยรุ่นจือแล้วเขาจึงทราบว่าเย่ชิงชิงจะมาในวันนี้ จึงมิได้ออกไปไหน และคอยอยู่ที่นั่นแล้วเด็กรับใช้เห็นพวกเขาทั้งสองคน จึงพาพวกเขาเข้าไปด้านในทันที
"คุณชายเจ้าของห้าง แม่นางชิงและคุณชายอี้มาแล้วขอรับ"
เผยรุ่นจือนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือริมหน้าต่างเมื่อได้ยินดังนั้นก็วางพู่กันลงแล้วลุกขึ้นยืน เขายิ้มแล้วเอ่ยว่า"เหตุใดพวกเจ้าจึงมาพร้อมกัน?"
อี้เหวินฉวินเห็นเด็กรับใช้เดินออกไปแล้วตอนนี้ในห้องไม่มีคนนอก จึงคิดจะกลั่นแกล้ง ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วกระซิบว่า"พวกเรามีวาสนาต่อกัน ไม่เพียงแต่มาด้วยกันเท่านั้นข้ายังซื้อหมวกผ้าโปร่งให้ชิงชิงด้วยนะ~ เป็นอย่างไรบ้างสวยหรือไม่?"
หมวกผ้าโปร่งสีขาวสะอาดตาในมือของเย่ชิงชิงช่างโดดเด่นสะดุดตาเผยรุ่นจือหรี่ตาเล็กน้อย "ไอ๊หยา? เหวินฉวินช่างมีน้ำใจเหลือเกิน"
"หึหึหึ~" อี้เหวินฉวินยิ้มทะเล้นแล้วชายตามองสีหน้าของเขาอยู่นานเมื่อเห็นว่าเขาฟังคำพูดเหล่านี้ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ ก็อดแปลกใจไม่ได้เหตุใดการจะทำให้เจ้าคนนี้เสียท่าสักครั้งมันช่างยากเย็นนัก!