ตอนที่ 1
กริ๊ง... กริ๊ง...
“อื้อ” ฉันเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงก่อนจะบิดตัวไปมา เอ๊ะ ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย!
07:30
“ฮะ! เจ็ดโมงครึ่ง ซวยล่ะ”ฉันพูดออกมาอย่างใก่อนจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เพื่ออะไรน่ะเหรอ ก็อาบน้ำน่ะสิวันนี้มีปฐมนิเทศนักศึกษาปีหนึ่งใหม่ทุกคน และทางมหา’ลัยเขานัดตอนแปดโมงครึ่งและตอนนี้ฉันเหลือเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น! จะไปทันไหมเนี่ยไม่น่าตื่นสายเลยฉัน
วันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรก ฉันใช้เวลาอาบน้ำเพียงแค่สิบนาทีก่อนจะรีบออกมาแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว แล้วหยิบเสื้อนักศึกษาพอดีตัวกระโปรงคุมเข่าหน่อยมาใส่จะได้ดูเรียบร้อย ทรงผมก็ปล่อยเอา หน้าไม่ต้องแต่งละสายแล้ว กุญแจรถฉันอยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ไหน!
ฉันเปิดลิ้นชักหากุญแจรถแลมโบกินี่รุ่นใหม่ล่าสุดของฉันโอ๊ย ทำไมยิ่งรีบยิ่งช้า อ่า นี่ไงเจอแล้ว เมื่อได้ในสิ่งที่้าฉันก็วิ่งออกจากคอนโด พุ่งตัวเข้ารถคันหรูและขับออกไปด้วยความเร็วฉันว่าต้องมีคนด่าหรือแช่งฉันบ้างล่ะ เล่นขับปาดหน้าแซงซ้ายแซงขวาแทบจะทุกคันแบบนี้แถมยังเหยียบเกือบมิดไมล์ นั่นไง!หลังขับรถด้วยชั่วโมงเร่งรีบทั้งยังเสี่ยงเป็เสี่ยงตายบนท้องถนน ฉันก็ขับมาถึงมหาวิทยาลัยที่ได้สมัครไว้สักที
เอี๊ยดดดดดดดดดด!
เสียงจอดรถดังสนั่นหวั่นไหวทั่วบริเวณของฉัน เรียกสายตาผู้คนให้หันมามองทั้งชายและหญิงตอนนี้ใครจะชมใครจะด่าไม่สนใจทั้งนั้นแหละฉันรีบ! หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วฉันก็รีบวิ่งสี่คูณร้อยเข้าไปในในตัวอาคารทันที เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่สิบนาทีการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ก็จะเริ่มขึ้น
พลั่ก ตุ้บ!
บ้าเอ๊ย ชนใครอีกล่ะเนี่ยฉันเงยหน้ามองคนที่ฉันชนอย่างไม่สบอารมณ์นัก โอเคฉันผิดฉันยอมรับแต่ตอนนี้มันใช่เวลาจะมามองสำรวจผู้ชายตรงหน้าไหมเล่า ถึงเขาจะหล่อก็เถอะ
คนอะไรหน้าตาดีชะมัด ใบหน้าฟ้าประทานเนียนใสไร้สิวไหนจะริมฝีปากได้รูปนั่น โอ้... พระเ้าคงทำงานหนักแน่ๆ เขาถึงได้หล่ออย่างไร้ที่ติแบบนี้ช่างลงตัวเหลือเกิน พ่อเทพบุตรของฉัน...
“เดินภาษาอะไรของเธอเนี่ยฮะ! คนยิ่งรีบๆ อยู่”
เพล้ง! จบกันความเคลิบเคลิ้มอ๊าย มันด่าฉัน! เอาคำชมของฉันคืนมาไม่น่าหลงเคลิบเคลิ้มไปกับรูปลักษณ์ภายนอกของอีตาบ้านี่เลย คนเขาอุตส่าห์ชมว่าหล่อไอ้ปากปีจอเอ๊ย นอกจากไม่คิดจะช่วยแล้ว ยังทำหน้ากวนส้นตี_ ใส่อีกหงุดหงิดเป็คนเดียวหรือไงล่ะ ฉันก็หงุดหงิดเป็เหมือนกันนะ ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ยฉันละสายตาออกจากเขาก่อนจะก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่อยู่บนเรียวแขนสวยของฉัน
ตายแล้ว อีกห้านาที!
“ขอโทษนะคะ ที่ดิฉันชนคุณเมื่อกี้ซึ่งดูจากสถานการณ์แล้วคุณก็ไม่ได้เจ็บอะไรมาก เพราะคนที่ดูท่าว่าจะเจ็บนั้นเป็ดิฉันอ้อ คุณไม่ได้รีบคนเดียวนะคะ ฉันก็รีบเหมือนกันคุณน่าจะเป็สุภาพบุรุษให้มากกว่านี้นะคะ ฉันไปล่ะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ” หลังจากพูดกับคนตรงหน้าจบฉันก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่ที่มหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมไว้ก่อนจะไล่สายตามองหาเก้าอี้ที่ว่างเมื่อเจอแล้วฉันก็รีบพาร่างที่แสนจะบอบบางของฉันเข้าไปนั่งทันที
นั่งได้สักพักก็รู้สึกเหมือนมีคนสะกิดพอหันไปมองด้านข้างก็เจอกับผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งส่งยิ้มที่เกือบจะเห็นฟันครบทุกซี่มาให้พร้อมทั้งจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาตื่นเต้น จนฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบเธอ
“เธอชื่ออะไรเหรอ เราชื่อน้ำฟ้านะเรียกเราว่าฟ้าก็ได้”
อืม... เท่าที่สังเกตเธอก็ดูเหมือนจะเป็คนอัธยาศัยดีไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไร แถมยังดูร่าเริงเกินปกติเสียด้วยซ้ำ ผูกมิตรเอาไว้ก่อนดีกว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าเข้ากันไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่แค่นั้น
ฉันยิ้มให้คนตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมพูดว่า “หวัดดีเราชื่อแพรวา เรียกเราว่าแพรวก็ได้”
“เธอเรียนสาขาอะไรเหรอ”
“ฉันเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เธอล่ะ”
“เฮ้! จริงเหรอ งั้นก็ดีสิเพราะฉันก็สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ดีเลยเราจะได้เรียนด้วยกัน เราเป็เพื่อนกันแล้วนะ”
“อื้ม”
พรึ่บ!
จู่ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาดีมานั่งลงข้างๆ ฉันหล่อเสียด้วยนะ จนยัยฟ้าแทบจะเก็บอาการระริกระรี้เอาไว้ไม่อยู่ก็เล่นสะกิดฉันพร้อมกับมองคนมา ใหม่ตาเยิ้มแบบนี้ จะเป็อย่างอื่นไปได้ยังไงถ้ามันไม่ได้บ้าผู้ชาย! ฉันมอง คนข้างๆ ด้วยสายตาปกติ ไอ้หล่อก็หล่ออยู่หรอกแต่ฉันกลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย!
“นี่พวกเธอชื่ออะไรกันเหรอ”
“เราชื่อฟ้านะ ส่วนคนนี้อะชื่อแพรวเราสองคนเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไรเรียนอะไรเหรอ” ฉันได้แต่นั่งยิ้มขำกับความช่างจ้อของยัยฟ้าที่นอกจากจะแนะนำตัวเองแล้วยังแนะนำตัวให้ฉันด้วยสดใสร่าเริงสมกับบุคลิกของนางจริงๆ
“เราชื่อรัน เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนกันเราเป็เพื่อนกันแล้วนะ” ฉันพยักหน้ารับทราบ แล้วการปฐมนิเทศก็เริ่มต้นขึ้น
เื่ที่ปฐมนิเทศก็ไม่มีอะไรมาก เป็เื่เกี่ยวกับระเบียบวินัยในมหาวิทยาลัยแล้วก็พูดถึงแผนการเรียนการสอนของคณะวิศวกรรมในแต่ ละสาขา ทั้งยังมีเหล่าคณาจารย์หลายท่านออกมาให้ความรู้และมีรุ่นพี่ หลายคนมาชี้แนะแนวทางการเรียนให้อีกด้วย
ส่วนใหญ่พวกฉันไม่ค่อยฟังหรอก คุยกันเองเสียมากกว่าน่าแปลกที่เราสามคนเข้ากันได้ดีมากและสนิทกันอย่างรวดเร็ว จากที่เกร็งก็เริ่มเป็ตัวของตัวเองมากขึ้นดูอย่างนายรันที่เริ่มหลุดอาการตุ้งติ้งออกมาให้เห็น ส่วนน้ำฟ้าก็มีมุมที่ฉันคาดไม่ถึงหลุดออกมาเหมือนกัน
“ไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนตรงนั้นกันเถอะ เราจะได้คุยต่อ”ยัยฟ้าชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่ว่า ก่อนจะเดินนำไปอย่างรีบร้อนเพราะกลัวจะมีคนแย่งโต๊ะที่หมายตาไว้
“นี่ แกใช่ไหม ที่มีเื่กับมาร์คัสของฉันนะฮะ!” ระหว่างที่เรานั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ก็มีเสียงผู้หญิงเข้ามาถามหาว่าฉันไปมีเื่กับใครสักคนที่ชื่อว่ามาร์คัส
“ฉันเนี่ยเหรอคะ!”ฉันถามกลับด้วยความไม่เข้าใจว่าฉันไปมีเื่กับใครตอนไหน ก่อนจะใช้สายตามองเธอกลับอย่างท้าทายเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามมองมาราวกับจะกินเืกินเนื้อ คิดว่าฉันกลัวหรือไงถือว่ามาสามคนแล้วแพรวคนนี้จะกลัวหรอ เหอะ
“ก็ใช่นะสิ ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็ใคร” คนที่ยืนข้างๆยัยคนแรกพูดขึ้น ฉันมองหน้าพวกมันนิ่งๆ ก่อนจะพูดว่า
“ขอโทษนะคะ” ฉันพูดขอโทษซึ่งพวกมันก็ยกยิ้มอย่างพอใจแต่ขอโทษนะฉันยังพูดไม่จบ
“ที่ฉันพูดว่าขอโทษ เพราะอยากจะทราบว่าฉันไปมีเื่ตอนไหน วันนี้วันเปิดเทอมวันแรกของฉัน และที่สำคัญฉันไม่รู้จักคนที่ชื่อมาร์คัสอะไรนั่นด้วยกรุณาเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ”
“แกแน่ใจหรอว่าไม่มีเื่ก็คนที่แกชนเมื่อเช้าไง นั่นแหละมาร์คัส แฟนฉันเอง” อ๋อ ที่แท้ก็นายปากปีจอนั่น
“ก็ถ้าเป็คนเมื่อเช้า ฉันพูดขอโทษเขาไปแล้วค่ะที่สำคัญมันเป็อุบัติเหตุ”
“หึ นี่แกคิดจะอ่อยแฟนฉันใช่ไหม ฉันชื่อมินนี่ จำใส่หัวแกเอาไว้เลยนะว่าเขาเป็ของฉัน อย่ามาเสนอหน้า ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอกับนายนั่นเป็อะไรกัน และฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายบ้านั่นด้วยทางที่ดีเธอควรไปบอกคนของเธอดีกว่านะ ไม่ใช่ตามมาหาเื่ฉันแบบนี้ แล้วถ้ากลัวแฟนของเธอจะทิ้งไปมากละก็ฉันแนะนำว่าให้ล่ามเขาเอาไว้ซะถ้าให้ฉันเดานายนั่นคงเ้าชู้มากสินะ เธอถึงได้มาระแวงชาวบ้านเขาแบบนี้ ผู้ชายก็แบบนี้แหละมักมากไม่รู้จักพอ”
“อ๊าย นี่แกด่ามาร์คัสงั้นหรอแกรู้ไหมว่ามาร์คัสเป็ใครน่ะฮะ! จัดการมันเลยมินนี่”
“ใช่ จัดการมันเลย” เพื่อนทั้งสองของยัยมินนี่พูด
“ช้าก่อนยัยพิ้งยัยกรีน” มินนี่หันไปพูดกับเพื่อนของเธอก่อนจะคุยกับฉันอีกครั้ง
“แกพึ่งเข้ามาใหม่คงยังไม่รู้อะไรพึ่งอยู่ปีหนึ่งอย่าเพิ่งซ่า ฉันเป็รุ่นพี่เธอหัดให้ความเคารพกันบ้างไม่งั้นแกจะอยู่ไม่สุข” ได้ข่าวว่าฉันไม่ได้เป็คนหาเื่คำพูดช่างย้อนแย้งเหลือเกินนะยัยป้านี่
“ขอบคุณนะที่เป็ห่วงฉันแต่เอาเวลาที่มาพูดจาไร้สาระ ไปหาอะไรทำที่มันสร้างสรรค์ดีกว่าไหมปากบอกว่าเป็รุ่นพี่ แต่การกระทำไม่ได้ต่างไปจากเด็กสามขวบ ไม่ได้มีความน่าเคารพ ถ้ามีรุ่นพี่แบบนี้ฉันไม่มีซะยังดีกว่าอ้อ แล้วก็บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่า อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” หึ ถ้าอยากมีเื่ก็มาสิ ฉันพร้อม!
“อ๊าย แก แก” ป้ามินนี่ก็กรี๊ดร้องซะหนวกหู ดีดดิ้นเร่าๆด้วยความขัดใจ พร้อมกับถลาจะมาทำร้ายฉัน
“หยุด!!!”
“...”
“มีเื่อะไรกัน ถึงได้มากรีดร้องโวยวายแถมยังจะมาตบกันต่อหน้านักศึกษาที่นี่อีก ไม่อายกันหรือไงที่นี่มันมหาวิทยาลัยไม่ใช่ตลาดสดที่มีไว้ให้พวกเธอมีเื่กันนะ” คนที่พูดก็คือนายมาร์คัสคนที่ฉันเดินชนเมื่อเช้าแฟนที่ป้ามินนี่พูดถึงนั่นแหละ เขามากับเพื่อนผู้ชายสามคนรวมทั้งตัวเขาเองและผู้หญิงสวยอีกหนึ่งคน
“มาร์คัสคะ มินนี่แค่มาคุยกับน้องเขาดีๆ นะคะแต่น้องเขาก็มาว่า
มินนี่อะ มาร์คัสต้องจัดการให้มินนี่นะคะ” โอ้โห ได้ข่าวว่า แกมาหาเื่ฉันไม่ใช่เหรอกินสตอมากี่สวนเนี่ย
“ไง” คนตรงหน้าถาม ฉันก็ได้แต่ยักไหล่กวนๆอย่างไม่สนใจ
“มินนี่แค่บอกว่า เป็รุ่นน้องควรเคารพรุ่นพี่เกรงใจรุ่นพี่บ้างเท่านั้นเองค่ะ แล้วน้องเขาก็ด่าว่ามินนี่สารพัดแถมยังบอกว่าให้มินนี่ล่ามมาคัสไว้ให้ดีๆ ด้วยค่ะ” พูดจบมินนี่ก็ลอบยิ้มใส่ฉันส่วนนายที่ชื่อมาร์คัสอะไรนั่นขบกรามแน่นแถมมองฉันเขม็ง หึ
“ขอโทษมินนี่ซะ”ฉันอ้าปากค้างก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
“ยังไงเขาก็เป็รุ่นพี่เธอ เธอควรให้ความเคารพ” เหอะโคตรไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เข้าข้างแฟนตัวเองชัดๆ
“เสียใจ ฉันไม่ขอโทษ เพราะว่าฉันไม่ผิด นายควรจะฟังความสองข้างนะไม่ใช่ฟังข้างเดียวโคตรลำเอียงเลย อ้อ แล้วบอกแฟนนายด้วยนะ ว่าอย่ามายุ่งกับฉันแล้วก็อย่ามาตอแหลกับฉันอีก เหอะ ทำเป็น่าซื่อตาใส สุดท้ายก็เฟะฉันบอกไว้ตรงนี้อีกครั้งนะว่า อย่ามาหาเื่กันไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ฉันพูดพร้อมกับจ้องมินนี่ ที่มองมาที่ฉันด้วยสายตาอาฆาตนายมาร์คัสกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดให้แฟนเขากลับไป ให้ตายสิ ฉันไม่ชอบรอยยิ้มนั้นเลย
หลังจากที่มินนี่กับเพื่อนผละออกไปฉันก็นั่งลงที่โต๊ะเหมือนเดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือนายบ้านี่มันนั่งลงข้างฉันด้วย พอฉันจะย้ายไปนั่งกับฟ้าก็มีผู้ชายนั่งลงข้างๆซะแล้ว จะไปนั่งกับรันก็ถูกมือใหญ่ดึงไว้ หันไปหาที่นั่งอีกข้างของโต๊ะก็ถูกหนุ่มสาวที่มากับนายนี่นั่งไปเรียบร้อยฉันจึงต้องจำใจนั่งลงข้างเขา
“เอ่อ เราชื่อหวานนะ พวกเธอล่ะ”ฉันไม่ตอบแต่ก็หันไปยิ้มให้หวาน แล้วก็ต้องหงุดหงิดเมื่อคนที่นั่งข้างๆ นี่เบียดเข้ามาจนฉันขยับจะตกโต๊ะ อยู่แล้ว!
“เราชื่อฟ้า ส่วนนี่รันแล้วนี่ก็แพรว”
“จ้า นี่พี่มาร์คัส ส่วนคนที่นั่งข้างๆ ฟ้าชื่อพี่เลโอและคนนี้พี่เมฆแฟนเราเอง” ฉันหันไปมองผู้หญิงที่ชื่อหวานแล้วก็อดขำไม่ได้คงจะหวานสมชื่อจริงๆล่ะ จะพูดจะจาอะไรก็ดูหวานและเรียบร้อยไปซะหมด
“พวกเธอเรียนวิศวหรอ เราก็เรียนนะวิศวคอมด้วยเธอล่ะ”
“จริงเหรอ งั้นก็ดีน่ะสิที่พวกเราเรียนเหมือนกันได้เพื่อนเพิ่มอีกตั้งหนึ่งคน ดีใจไหมรันแพรว” ฟ้าพูดก่อนจะถามความคิดเห็นจากฉันและรันฉันไม่ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มให้หวานแทนและยิ้มให้คนอื่นๆ ด้วยยกเว้นไอ้คนที่มันนั่งอยู่ข้างๆฉันนี่แหละ
“โอ๊ย!จะเบียดอะไรนักหนาคนจะตกโต๊ะอยู่แล้ว” ไม่พูดเปล่าฉันลุกขึ้นไปนั่งกับรันอย่างรวดเร็วการกระทำของฉันเรียกรอยยิ้มขำจากพวกพี่ๆ และเพื่อน
ส่วนพี่มาร์คัสนอกจากจะไม่พอใจกับการกระทำและคำพูดฉันแล้วเขายังจ้องตาฉันเขม็ง ก่อนจะพูดออกมาว่า “เรายังไม่ได้เคลียร์กัน”
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะสวนกลับไป “เื่อะไร”
“เื่เมื่อเช้า”
“ฉันพูดขอโทษไปแล้ว แปลว่าจบแล้ว”
“ยัง เธอด่าฉันหลังจากนั้น”
“ฉันก็พูดขอโทษไปแล้วเหมือนกัน”
กริ๊ง...กริ๊ง....
เขาทำท่าเหมือนจะสวนกลับคำพูดของฉันแต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นเสียก่อน
“ได้ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
“พวกมึง ประชุม” หลังวางสายเขาก็บอกกับพี่ที่เหลือว่าไปประชุมพวกเขาทั้งหมดผละออกจากโต๊ะไป รวมถึงหวานก็ถูกพี่เมฆพาออกไปด้วย
“โอ๊ยแก! เมื่อกี้มันมากเลยอะอยากช่วยนะแต่ฟังแกด่าเพลินดีว่ะ ฉันชอบ” ยัยฟ้าพูดขึ้น คงจะพูดถึงตอนที่ฉันกับยินนี่ต่อว่ากันล่ะมั้ง
“หึ ฉันก็ชอบ”
“ไม่ต้องฝืนหรอก เป็ตัวของตัวเองเถอะรันทำอย่างนั้นน่าอึดอัดจะตาย”
“คืออะไรเหรอ” ยัยฟ้าถามฉันเพราะมันคงไม่เข้าใจและดูไม่ออก
“ถ้าฉันพูดแกจะไม่รังเกียจฉันใช่ไหมฉันเคยมีเพื่อนแต่พอเพื่อนรู้ว่าฉันเป็ พวกนั้นก็เลิกคบฉัน หาว่าฉันวิปริต” รันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เพื่อนเขาดูที่ใจ ไม่ใช่ดูที่ว่าเป็อะไรเพื่อนกันต้องมีไว้เพื่อปรึกษา พูดคุย ให้กำลังใจ และคอยห้ามเวลาทำสิ่งไม่ดีถ้าเลือกคบที่ใครเป็อะไร นั่นไม่ใช่เพื่อน”
“ใช่ เราเห็นด้วยกับแพรว” ยัยฟ้าพูด
“เอ่อ คือ ฉันเป็ตุ๊ดนะแต่ที่ต้องแอบแมนก็อย่างที่บอก ทุกคนเลิกคบฉันเพราะรู้ว่าฉันเป็”
“จริงเหรอ”
รันก้มหน้าก่อนจะตอบมาเสียงเศร้า “พวกแกรังเกียจฉันเหรอ”
“บ้าเหรอ รับได้สิ เราเป็เพื่อนกันนี่ ขอแค่แกเป็แกก็พอแล้วที่สำคัญโลกมันพัฒนาแล้วจ้าไม่มีใครมานั่งเหยียดเื่พวกนี้หรอกคนพวกนั้นคงไม่มองว่าแกเป็เพื่อนมากกว่าถึงได้ต่อว่าและเลิกคบแกไปว่าแต่พวกแกเถอะรับนิสัยฉันได้หรือเปล่า ฉันพูดมากนะ อาจจะบ้าๆ บอๆ ด้วย”
“เออ ถ้าแกรับฉันได้ นิสัยแกฉันก็รับได้และไม่ต้องบอกหรอกว่าแกพูดมาก ฉันพอจะดูออก เพราะั้แ่ที่เรารู้จักกันมาแกยังพูดไม่หยุดเลยฟ้า แต่ฉันขอเตือนพวกแกหน่อยนะว่า ฉันอาจจะกรี๊ดผู้ชายมากสักหน่อยก็อย่าถือโทษโกรธเคืองกันเลยนะถ้าแกรับนิสัยตรงนี้ของฉันได้ ฉันก็คบกับพวกแก แล้วแกล่ะแพรว” ฉันยิ้มให้กับคำถามของบางๆ
“แกแน่ใจเหรอที่จะคบกับฉันอย่าพึ่งพากันทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้รังเกียจอะไรพวกแกพวกแกเป็ยังไงฉันรับได้หมด ส่วนแกรันต่อให้แกเป็ผู้หญิงจ๋ามีแฟนเป็ผู้ชายหรือบ้าผู้ชายยังไงฉันก็รับได้ อยู่ที่พวกแกจะรับนิสัยฉันได้หรือเปล่า”
“รับได้สิ/รับได้สิ” ทั้งสองคนรับปากฉันในทันทีด้วยท่าทางจริงจัง
“แน่ใจนะ ฉันเป็พวกตรงๆ ชอบไม่ชอบอะไรพูดตรงหมดด่าคือด่า เกลียดคือเกลียด ไม่ยอมคน อาจมีเื่กับคนอื่นไปทั่วรับได้เหรอ”
“โอ๊ย แค่นี้เองรับได้ย่ะ” รัน
“เหมือนกัน” ฟ้า
“แต่ถ้าแกคบกับฉันอาจได้รับอันตรายฉันไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ฉันเป็มาเฟีย แกรับได้เหรอฉันไม่บังคับ แล้วแต่พวกแก”
ที่บอกแบบนั้นก็เพื่อให้พวกมันตัดสินใจว่ารับสิ่งที่ฉันเป็ได้ไหมการพูดออกมาแบบนี้ไม่ใช่เื่ที่ดีนัก แต่ฉันก็เลือกที่จะพูด เพราะไม่อยากมีความลับกับพวกมันนอกจากนี้ถ้ามันเลือกที่จะคบฉันเป็เพื่อน เท่ากับว่ามันอาจได้รับอันตรายหรือโดนลูกหลงจากการเป็เพื่อนฉันก็ได้ให้พวกมันรู้ั้แ่ตอนนี้แหละดีแล้ว หากข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น พวกมันจะได้ไม่ใ
“แกเป็มาเฟียจริงเหรอ” รันถาม
“จริง”
“ไม่มีปัญหา” ฟ้าพูดพร้อมยิ้มให้ฉันอย่างจริงใจ
“ได้ ฉันก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันขออะไรพวกแกอย่างได้ไหมเลิกเรียกฉันว่ารันเถอะ เรียกฉันรันนี่แทน ตกลงไหมชะนี” คำพูดของรันทำให้ฉันและฟ้าอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนที่ฉันจะกำชับพวกมันว่า
“อย่าบอกใครเื่ที่ฉันเป็ใครเด็ดขาดไม่เช่นนั้นทั้งฉันและพวกแกจะตกอยู่ในอันตรายและถ้าเื่นี้หลุดออกไปฉันจะตัดเพื่อนกับพวกแกทันทีถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ฉันแนะนำพวกแกว่าให้ลืมเื่ตัวตนของฉันซะ” นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดและเป็กังวลซึ่งพวกมันก็รับปากว่าจะไม่พูดถึงเื่นี้เด็ดขาด ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับคอนโด
ใช่สิ ฉันลืมบอกพวกคุณว่าฉันคือใคร
สวัสดี ฉันชื่อ แพรวา เรียกฉันว่าแพรวก็ได้เป็หน่วยไอทีขององค์กร ฉันคิดว่าพวกคุณน่าจะทราบกันบ้างแล้วนิสัยส่วนตัวของฉันก็ดี... มั้ง! ฉันไม่ทำใครก่อน ไม่ยอมใครมีเหตุผล ฉลาด แต่ที่แน่นอนเลยก็คือ ฉันสวย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ถ้าถามว่าอยู่ในองค์กรนี้ได้ยังไงก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ฉันเก่งคอมไงฉันสามารถเข้าใจโปรแกรมทุกอย่างั้แ่ฉันอายุสิบขวบ(เด็กอัจฉริยะ)แล้วฉันก็พบกับพี่ลินเข้า พี่ลินเลยให้เข้ามาอยู่ในหน่วยนี้ งานฉันไม่ค่อยเสี่ยงอันตรายหรอกหน้าที่หลักของฉันคือการออกแบบโปรแกรมและปกป้องฐานข้อมูลขององค์กร
ในบรรดาพี่ๆ ทั้งหลาย ฉันกลัวพี่ลินที่สุดเห็นสวยๆ อย่างนั้น อย่าได้ให้โหดเชียว ยิ่งกว่าเสืออีก อ้อ แถมยังเป็ผู้หญิงที่เลี้ยงเสือเหมือนเลี้ยงแมวเสียด้วยั้แ่เจอกับพี่เขาชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป จริงๆ ถ้าฉันไม่ได้พวกพี่เขามาช่วยฉันคงตายไปแล้ว
หลายปีก่อน ครอบครัวฉันถูกตามฆ่า ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมทั้งพ่อและแม่ไม่ได้บอกอะไรฉันเลย ถ้าวันนั้นพี่ลินไม่ได้ผ่านมาและช่วยเหลือฉันไว้ฉันคงตายไปพร้อมกับพ่อแม่แล้ว หลังจากที่ฉันทำใจกับความสูญเสียได้ พี่ลินก็พาฉันเข้าสู่องค์กร
พี่ลินสอนการต่อสู้และอะไรหลายๆ อย่างให้กับฉันสลับกับพวกพี่ๆที่เหลือ ทำให้เราสนิทและรักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ พูดแล้วก็คิดถึงไม่รู้ว่าพี่ๆจะกลับเมืองไทยกันเมื่อไหร่...