เ้าโยนยางคำรีบชักดาบออกมาร้องสั่งทหาร "ใครขวัญอ่อนกูจะกุดหัวมัน! เร่งจุดธูปเทียนบูชาบอกกล่าวเ้าที่เ้าทาง อย่าให้สิ่งชั่วร้ายย่างกรายเข้าใกล้พลับพลา!…เร็วเข้า"
ยามนี้ สุวรรณโคมคำเหมือนจะหยุดหมุน ชะตากรรมของแผ่นดินฝากไว้กับลมหายใจที่บางเบายิ่งกว่าใยแมงมุมของเ้ามหาอุปราชขุนคำหลวง หากแสงตะวันของวันใหม่มาถึง แล้วพระองค์ยังไม่ลืมตาตื่น...าครั้งนี้อาจกลายเป็ชัยชนะที่ขมขื่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน
ย่างเข้าสู่่ดึกสงัด บรรยากาศภายในพลับพลากลับยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัว เมื่ออาการของเ้าขุนคำหลวง ก้าวเข้าสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง ผิวกายที่เคยเย็นชืดอยู่ ๆ ก็กลับมาร้อนรุ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับมีกองไฟสุมเชื้อใส่ฟืนอยู่ภายในเรือนกาย พิษจากหอกเริ่มสำแดงฤทธิ์ชั่วร้าย ทำเอาพระองค์เริ่มดิ้นรนกระสับกระส่าย ด้วยความเ็ปที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูดให้ใครได้ยิน
ดวงพระเนตรเริ่มสั่นไหวภายใต้เปลือกตาที่ยังคงปิดสนิท ลมหายใจที่เคยแ่เบา กลับกลายเป็เสียงหอบโยนอย่างรุนแรง พระหัตถ์ทั้งสองข้างกำผ้าปูนอนจนแน่นมองเห็นเป็สายเส้นเอ็นปูดโปน
"เื…เอาเืมันมาล้างตีนกู!"
สุรเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครือ เป็อาการไข้เพ้อที่รุนแรงที่สุดเท่าที่หมอหลวงจะเคยพบเห็น หมอหลวงชรารีบนำผ้าชุบน้ำปรุงผสมพิมเสน มาซับพระนลาฏแต่ความร้อนจากพิษไข้นั้น สูงเสียจนผ้าเปียกแทบจะแห้งไปในทันทีที่ต้องกาย
ในห้วงแห่งความเป็ตาย เ้าขุนคำหลวงอาจกำลังติดอยู่ในสมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทรงขยับพระกรราวกับกำลังกวัดแกว่งของ้าวต่อสู้กับเ้าเงาทมิฬที่ไม่มีตัวตน เหงื่อกาฬไหลพรากปนไปกับโลหิตที่เริ่มซึมออกจากปากแผลอีกครั้ง เพราะแรงดิ้นรนของคนที่ไม่ยอมลืมตา
ในจังหวะที่ทรงเพ้อหนักที่สุด ร่างกายกลับกระตุกเฮือกใหญ่ก่อนจะนิ่งสงบลง ลมหายใจที่หอบรัวกลับค่อย ๆ ขาดห้วง…แล้วทุกอย่างก็หยุดสิ้นการเคลื่อนไหว หมอหลวงค่อย ๆ ยื่นมือสั่นเทาเอาปลายนิ้วไปอังที่ปลายนาสิก(จมูก) ด้วยความขลาดกลัว
เ้าพรหมเสกเมื่อเห็นอาการของพระเชษฐาทรุดหนักลงต่อหน้าต่อตา ความดุดันที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้น พระองค์ทรุดเข่าลงข้างแคร่ ยึดกุมพระหัตถ์ของพี่ชายไว้แน่น ราวกับจะถ่ายทอดพลังชีวิตของตนเองผ่านการััของฝ่ามือ
"เ้าพี่! ไม่นะ...กลับมา…พระองค์ต้องกลับมา ข้าไม่อนุญาตให้เ้าพี่จากข้าไป ได้ยินข้าหรือไม่ กลับมาเดี๋ยวนี้!…อินทร์ถวายกำลังมา ข้าบอกข่าวไปสุวรรณโคมคำแล้ว เ้าพี่! ท่านต้องรออินทร์ถวายนะพระเ้าข้า…"
เ้าพรหมเสกร้องตวาดก้อง พลางหันไปทางหมอหลวงที่กำลังคุกเข่าสวดมนต์รักษา "ทำอะไรสักอย่างสิ ท่านหมอ! จะต้องใช้รากไม้ยาใด หรือมนตราคาถาวิเศษแห่งไหน ก็จงเร่งทำเข้าเถิด อย่าปล่อยให้ลมหายใจของพี่ท่านต้องขาดสายไปเช่นนี้…เรายังมีทางสู้กันต่อ มาเร็วเข้า มาช่วยพี่ข้า…"
ทันใดนั้นเอง ตะเกียงน้ำมันที่จุดอยู่เบื้องหัวนอนของเ้าขุนคำหลวง ก็วูบดับลงอย่างไม่มีปาฏิหาริย์ ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัว ที่มีเหลือเพียงแสงจากเตาต้มยาแลกระถางคบเพลิงด้านนอกเพียงเล็กน้อยที่ส่องสว่าง กลิ่นธูปบวงสรวงของเ้าโยนยางคำที่จุดไว้ด้านนอก กลับโชยเข้ามาข้างในแรงขึ้น พร้อมกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในพลับพลา
ร่างของเ้าขุนคำหลวงที่ดิ้นรนเมื่อครู่ บัดนี้สงบนิ่งไปแล้ว...นิ่งเสียจนหน้าอกไม่มีแรงกระเพื่อมเคลื่อนไหว หมอหลวงถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ปากพร่ำสวดมนต์ส่งดวงพระิญญาด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
"เ้ามหาอุปราช...ทรงสิ้นแล้วพระเ้าข้า...พระองค์ทรงสิ้นใจแล้วพระเ้าข้า…." เสียงสะอื้นของหมอหลวงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบหัวใจ
พระชายาเอื้อหยุดร้องไห้แล้ว นางได้ยินเสียงของเ้าพรหมเสกแลหมอหลวงที่ร้องคร่ำครวญ ก็สะดุ้งตื่นขึ้น ใจนางนั้นห่วงคิดถึงผัว ด้วยฝันเห็นพระองค์มาลูบเศียรกล่าวลา จึงรีบวิ่งมายังพลับพลาหลวง นางมองเห็นคนเจ็บเมื่อหัวค่ำจากไปแล้ว พร้อมความโศกเศร้าเสียใจของผู้คนที่เฝ้าแหนดูแล หัวใจของนางหนาวเย็นหมดซึ่งความรู้สึก นางเดินเข้าไปทรุดกายลงนั่งข้างผัว เอื้อมมือสั่นเทาไปจับมือผัวเช่นทุกครั้งที่เคยทำ มือที่เคยอุ่น ยามนี้กลับเย็นเฉียบ น้ำตานางเริ่มไหลออกมาอีกครา เพียงแต่เป็น้ำตาที่แ่เบา ไม่เสียงดัง ไม่ร้องโวยวาย
“เ้าพี่…จากข้าไปแล้วฤา…”
ทุกคนต่างหยุดนิ่ง หันไปมองร่างของพญาศรีศักดิ์ที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แผ่นอกไม่เคลื่อนไหว จากไปแล้วพ่อพญาเวียงชัย จากไปพร้อมสหายรักที่หมายมุ่งมาช่วยขับไล่ข้าศึกศัตรู แต่แทนที่จะจับมือกันประกาศชัยชนะในร่างคน กลับไปประกาศชัยชนะในเมือนแมนแดนผี ปล่อยให้เมืองคนเหลือเพียงหยาดน้ำตาอาดูร
ณ หอคำหลวงแห่งสุวรรณโคมคำ ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีเหลืองส้มขุ่นมัว เ้าขุนอินทร์ถวายทรงประทับอยู่อย่างไม่เป็สุขมาหลายเพลา ด้วยหัวใจของพระองค์รู้สึกสั่นไหวราวกับมีลางร้ายมาคอยกระซิบอยู่ข้างหู ว่าราชการงานเมืองแทนพระบิดาจบสิ้นไปพักใหญ่แล้ว แต่กลับมิอยากไปไหน ยังคงนั่งเล่นอ่านตำราอยู่ต่อในหอคำหลวง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นที่หน้าลานวังเวียง
ตามมาด้วยเสียงหอบเหนื่อยผสมเสียงฝีเท้าคน ทหารม้าเร็วในสภาพอิดโรยและชุ่มโชกไปด้วยฝุ่นดินและเหงื่อไคล เร่งคลานเข่าเข้ามาถวายสาส์นที่เป็แท่งโลหะสำหรับสอดใส้ใส่ความ ม้วนผ้าขาว มีรอยเืแห้งกรังติดอยู่ ทันทีที่เ้าขุนอินทร์ถวายคลี่แผ่นผ้าผืนน้อยออกอ่าน ลมหายใจของพระองค์ก็สะดุดขาดห้วง พระหัตถ์ที่ถือสาส์นสั่นระริก จนสหายทั้งสองที่สนองงานเคียงกาย ถึงกับหวั่นใจ
แม้ภายในสาน์สจะกล่าวถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนือพวกหนานเยว่ผู้รุกราน แต่ประโยคท้ายกลับเสมือนสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงกลางใจ...
‘เ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงต้องหอกพิษ อาการปางตาย มิตื่นฟื้น…’
“เกิดอันใดขึ้น เวียงชัยมีปัญหาเช่นนั้นฤา” เ้าแสนเมืองสิงห์แลไอ้แสนเป็งรีบลุกมารอฟังข่าวจากหมายด่วนที่มาจากชายแดน
"เ้าพี่ขุนคำหลวง..." พระองค์พึมพำด้วยสุรเสียงสั่นเครือ ความกังวลใจทวีคูณจนกลายเป็ความร้อนรุ่มดุจไฟสุมอก พระองค์ไม่อาจนิ่งเฉยดูดายรอรับข่าวความตายอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
เ้าขุนอินทร์ถวายยัดผ้าเปื้อนเืใส่มือแสนเมืองสิงห์ แล้วรีบเร่งเสด็จไปยังพิมานตำหนักที่ประทับของเ้าหลวงฝนแสนห่า บิดาเ้าผู้เป็ใหญ่
เ้าขุนอินทร์ถวายค่อย ๆ คลายเข่าเข้าไปใกล้แท่นพระที่บรรทม ทรงทรุดพระวรกายลงกราบทูลเพื่อถวายรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
เ้าหลวงฝนแสนห่า ทรงค่อย ๆ หันหน้าตะแคงข้างมามองบุตรชาย เห็นเช่นนี้พระองค์ก็พอรู้ได้ว่าต้องเป็เื่ด่วนสำคัญ ด้วยหาใช่เวลาที่เ้าขุนอินทร์ถวายจะมาเข้าเฝ้าพระองค์ไม่
"พระบิดาเ้า...บัดนี้ทัพหน้าของเ้าพรหมเสกคว้าชัยเหนือข้าศึกศัตรู แต่หัวใจของทัพหลวงกลับกำลังจะดับสูญ เ้าพี่ขุนคำหลวง เจ็บหนักด้วยพิษร้ายจากคมหอกศัตรู ยากจะหยั่งรู้เป็ตาย ลูกขอประทานอนุญาตกรีฑาทัพหลัง ขนยาแลหมอที่เก่งกล้าที่สุด มุ่งหน้าไปสมทบเพื่อยื้อพระชนม์ชีพของพี่ท่าน และข้าพเ้า จักขอเป็ผู้กวาดล้างเสี้ยนหนามที่เหลือให้สิ้นซากพระเ้าข้า!"
เ้ามหาชีวิตฝนแสนห่าทรงนิ่งงันไปชั่วขณะ ข่าวร้ายจากบุตรชายคนโต ทำให้คนเฒ่าชราสุดแสนเ็ปหัวใจ แต่แล้วอย่างไร เกิดมาเป็กษัตริย์หากตายในสนามรบได้ ย่อมนับว่ามีเกียรติ สายพระเนตรที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ทอดมองบุตรชายคนรองด้วยความร้าวรานไม่แพ้กัน ก่อนจะพยักพระพักตร์ประทานอาญาสิทธิ์
"จงไปเถิดอินทร์ถวาย...ไปพาพี่มึงกลับมาให้ได้ แผ่นดินสุวรรณโคมคำจะขาดขุนคำหลวงมิได้เป็อันขาด! ประกาศออกไป กูฝนแสนห่าขอแต่งตั้งลูกกูอินทร์ถวาย ขึ้นเป็เ้าราชวงศ์ คุมกำลังไพร่พลไปยังเวียงชัย อัญเชิญเ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงกลับคืนสุวรรณโคมคำ แลขับไล่ศัตรูให้พ้นซึ่งแผ่นดินกู…"
เมื่อได้รับพระบรมาานุญาต เ้าขุนอินทร์ถวายที่บัดนี้ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเ้าราชวงศ์ ก็ทรงสำแดงอำนาจเด็ดขาดในทันที ม้าเร็วนับสิบถูกส่งออกไปยังหัวเมืองใหญ่น้อย ที่เคยน้อมรับบัญชาจากเ้ามหาอุปราช ให้เตรียมการหากทัพหลวงร้องขอ
มีอีบุ๊ค
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW