(นิยายแปล) ทะลุมาเป็นขุนนางร่ำรวยด้วยมิติร้านชำ

    ตอนที่ 7 ตัวฟุ่มเฟือย

    ตอนที่ 7 ตัวฟุ่มเฟือย

            ลู่หลินแต่งเข้ามาได้สองวันแล้วจึงพอเข้าใจวิถีชีวิตของสามพี่น้องตระกูลเฉินคร่าวๆ

            ทุกวันเฉินเสี่ยวหมี่ออกแต่เช้ากลับมาค่ำเพื่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนเฉินเสี่ยวไช่จะพาเฉินเสี่ยวม่ายออกไปเก็บฟืน ขุดผักป่า และให้อาหารไก่เป็๲บางครั้ง...แต่บางคราวก็ทิ้งเฉินเสี่ยวม่ายไว้ที่บ้าน

            พอเห็นสามพี่น้องทำงานยุ่งจนหัวหมุนทุกวัน ลู่หลินที่นอนมานานรู้สึกละอายใจเล็กน้อย

            เด็กน้อยยังรู้จักหาเลี้ยงครอบครัว เขาที่เป็๲ชายหนุ่มผู้หนึ่ง กลับเอาแต่นอนอยู่บนไม้กระดานทั้งวัน

            ลู่หลินรู้สึกว่าตนเองต้องหาเงินให้มากสักหน่อย ผ้าห่มในบ้านบางเกินไป ถ้ายังนอนแบบนี้ต่อไปเกรงว่าได้หนาวตายพอดี

            เฉินเสี่ยวไช่แบกฟืนหาบหนึ่งกลับมาบ้าน แล้วได้กลิ่นหอมโชยมา

            เฉินเสี่ยวไช่สูดดมอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง

            พอลู่หลินเห็นเฉินเสี่ยวไช่ก็พูดว่า “เ๽้ากลับมาแล้ว ข้าทอดไข่ดาวไว้ให้”

            เฉินเสี่ยวไช่พูดอย่างสงสัยเล็กน้อย “ไข่ดาว เอาไข่มาจากที่ไหนกัน!” ที่บ้านมีลูกไก่อยู่ห้าตัว แต่ว่ายังเล็กทั้งนั้น ไม่มีทางออกไข่ได้

            ลู่หลินพูดอย่างไม่สนใจนักว่า “เจอรังไก่ป่ารังหนึ่ง จึงเก็บไข่มาได้”

            เฉินเสี่ยวไช่แปลกใจกับความโชคดีของลู่หลินอยู่บ้าง แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก มีให้กินก็ดีแล้ว

            เฉินเสี่ยวไช่มองดูไข่ดาวในจาน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองลู่หลิน พูดว่า “เ๽้ามากินคำหนึ่ง”

            ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวไช่ นึกในใจว่า ‘เ๯้าเด็กนี่ใจกว้างทีเดียว! ถึงกับให้เขากินไข่ด้วย’

            ในร้านขายของชำของลู่หลินมีไข่ไก่กองพะเนินอยู่สองตะกร้าใหญ่ ตะกร้าหนึ่งมีสี่ร้อยกว่าฟอง ครอบครัวชาวนาในชนบทเมื่อชาติก่อนนั้นพอครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น หลายครอบครัวต่างออกไปทำงานต่างถิ่น ไม่เลี้ยงไก่กันแล้ว แต่เลือกที่จะซื้อไข่มากิน

            ไข่ไก่ที่ขายในร้านขายของชำย่อมเป็๞ไข่จากไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารไก่ ระดับคุณค่าทางโภชนาการย่อมด้อยกว่าไก่ที่เลี้ยงเองอยู่บ้าง แต่ดีร้ายอย่างไรก็เป็๞ไข่ มีให้กินยังดีกว่าไม่มี

            ก่อนเฉินเสี่ยวไช่จะกลับมา ลู่หลินกินไข่ไปสองฟองแล้ว ยังแอบใช้ข้าวสารที่ขายในร้านมาต้มโจ๊กอีกหนึ่งชาม ความรู้สึกอิ่มท้องนี่มันดีมาก

            ลู่หลินกินไปคำเดียว เฉินเสี่ยวไช่ก็แย่งชามข้าวกลับไปแล้ว

            เขาถึงเข้าใจจุดประสงค์ของเฉินเสี่ยวไช่ อีกฝ่ายคงกังวลว่าเขาจะวางยาพิษ ดังนั้นจึงให้เขากินก่อนหนึ่งคำ พอแน่ใจว่าไม่มีพิษค่อยเริ่มกิน

            ลู่หลินรู้สึกหมดคำพูดอยู่บ้าง อายุน้อยแค่นี้ก็มีเล่ห์เหลี่ยมมากเพียงนี้แล้ว

            เฉินเสี่ยวไช่เงยหน้าขึ้น มองลู่หลินแล้วถามว่า “เ๽้าใส่น้ำมันด้วยใช่หรือไม่”

            ลู่หลินผงกศีรษะ พูดว่า “ใช่”

            เฉินเสี่ยวไช่ด่าออกมาประโยคหนึ่งอย่างไม่ชอบใจอยู่บ้าง “ช่างเป็๲ตัวฟุ่มเฟือยจริง”

            ลู่หลิน “...” นี่เขาถูกเด็กคนหนึ่งด่าว่าเป็๞ตัวฟุ่มเฟือยเสียได้

            ลู่หลินฉุกคิดขึ้นมาได้ ผู้หญิงในยุคปัจจุบันเอาแต่พูดเ๱ื่๵๹ลดน้ำหนักทุกวัน กลัวของทอดจะแย่ ในสมัยโบราณน้ำมันกลับเป็๲ของหายาก โดยทั่วไปต้องเคี่ยวจากไขมันสัตว์ คนที่นี่ส่วนมากจึงไม่กินน้ำมัน น้ำมันของบ้านตระกูลเฉินน่าจะเคี่ยวมาจากมันหมู

            ลู่หลินกลอกตาทีหนึ่ง ในร้านขายของชำของเขายังมีน้ำมันพืชอีกสิบกว่าถัง เมื่อก่อนคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ใช้เสบียงอาหารมาแลกน้ำมัน แต่หลังจากฐานะดีขึ้น ผู้คนส่วนมากจึงไม่ทำนากันแล้ว เอาแต่ซื้อน้ำมันมากิน ตอนพ่อครัวในโรงงานมาซื้อน้ำมันก็จะซื้อคราวละหลายถัง

            น้ำมันพืชสิบกว่าถัง หากนำออกมาน่าจะกินได้นานทีเดียว

            จู่ๆ ลู่หลินก็รู้สึกว่าตนเองร่ำรวยมาก น่าเสียดายที่ข้าวของมากมายไม่สะดวกที่จะนำออกมา

            เฉินเสี่ยวไช่กินไข่ดาวฟองหนึ่งอย่างระมัดระวัง และให้เฉินเสี่ยวม่ายกินฟองหนึ่ง ถึงแม้สองคนพี่น้องยังไม่หายอยาก แต่ก็หยุดกินอย่างรู้กันดี

            เฉินเสี่ยวไช่ซ่อนไข่ดาวสองฟองที่เหลือไว้

            ลู่หลินแอบคิดในใจ ‘จะเก็บไว้ให้เฉินเสี่ยวหมี่กินหรือ ชื่อเสียงของสามพี่น้องตระกูลเฉินแย่ไม่ต่างกัน น้องสามเป็๲คนทึ่ม น้องรองสนับสนุนการทำชั่ว ส่วนพี่ใหญ่ก็เป็๲คนบ้าคนหนึ่ง...แต่ความจริงแล้ว ความสัมพันธ์ของสามพี่น้องตระกูลเฉินไม่เลวจริงๆ!’ ลู่หลินรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นใจชนิดหนึ่ง

            “พี่ใหญ่ เ๯้านั่นทำไข่ดาวได้อร่อยมากเลย! แต่ใช้น้ำมันไปนิดหน่อย ช่างไม่รู้จักประหยัดจริงๆ” เฉินเสี่ยวไช่บ่น

            เฉินเสี่ยวหมี่กินจุไม่น้อย เผลอแป๊บเดียวก็กินไข่ดาวสองฟองหมดแล้ว

            เฉินเสี่ยวหมี่ไม่เลือกกิน แม้แต่แผ่นแป้งที่ทำจากข้าวกล้องยังกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ก็ยังชอบอาหารอร่อยอยู่ดี

            ไข่ดาวที่ลู่หลินทอด ด้านนอกกรอบด้านในนุ่ม อร่อยยิ่งนัก เฉินเสี่ยวหมี่กินอย่างมีความสุขยิ่ง เผลอแป๊บเดียวก็หมดแล้ว

            “ช่างเถอะ แค่น้ำมันนิดหน่อย อย่างมากก็แค่จับสัตว์มาอีกสองตัวเอาไปเคี่ยวน้ำมันก็ได้แล้ว”

            เฉินเสี่ยวไช่มองเฉินเสี่ยวหมี่แล้วพูดว่า “พี่ใหญ่ วันนี้ล่าไม่ได้อะไรเลยหรือ”

            เฉินเสี่ยวหมี่พูดอย่างเป็๞กังวลอยู่บ้าง “ล่าได้ยากอยู่บ้าง ฤดูหนาวปีนี้อาจมาเร็วกว่าปกติ”

            เฉินเสี่ยวไช่กะพริบตาปริบๆ พูดว่า “ในเมื่อเ๽้านั่นฟื้นแล้ว ก็ให้เขาทำงานเถอะ”

            

            เฉินเสี่ยวหมี่ครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ก็ดี” เขาคิดในใจว่า ‘ไม่ว่าอย่างไรลู่หลินก็เป็๲บุรุษ ต่อให้ล่าสัตว์ไม่ได้ ขึ้นเขาไปช่วยเก็บของกินก็น่าจะทำได้’