ราชันย์วิญญาณซ่อนเร้น

    ตอนที่ 23 งานเลี้ยงส่ง

    ตอนที่ 23 งานเลี้ยงส่งแดนที่ทำท่ายืนอึ้งอยู่บริเวณด้านหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินเมื่อดึงสติของตนเองกลับมาได้ก็ได้เอ่ยปากตอบกลับไปทันที “ ว่ายังไงนะ!! จะลาออกอย่างนั้นเหรอ? ”คีย์ได้พยักหน้าตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ“ ให้ตายเถอะน่าจะไปจริงๆอย่างงั้นเหรอ ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทรกกลางบทสนทนาทำให้พวกเขาทั้งสองต้องหันใบหน้าไปมองทางประตูทางเข้าร้านสะดวกซื้อลิซมาถึงเป็นคนสุดท้ายแต่เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาก็ได้ยินสิ่งที่คีย์พูดออกมาอย่างพอดีพอดี “ ก็จริงน่ะสิ ”เธอได้เดินเข้ามาไกลๆบริเวณเคาน์เตอร์ที่คีย์ได้ยืนอยู่ “ อะไรของนายถ้านายออกไปแล้วนายจะไปหาเงินมาจ่ายค่าเรียนแล้วก็ค่ารักษาแม่ยังไง ”เขาทำงานร่วมกันมาก็นานพอสมควรทำให้พอจะรู้สถานการณ์ทางบ้านของคีย์ ถ้าไม่ใช่เพียงแค่เขาจะต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนแต่เขาก็ยังต้องหาเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่ที่นอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย งานพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้มันเป็นเพียงแค่รายได้ทางเดียวของเขาถ้าขาดรายได้จากทางนี้ไปแทบจะไม่มีทางที่จะหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่ได้เลย “ เรื่องนั้นฉันมีทางออกอยู่แล้ว ”“ คงไม่ใช่ธุรกิจผิดกฎหมายหรอกนะ ” ลิซที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้หรี่ดวงตาของตนเองเล็กลงแล้วจ้องมองมาที่คีย์“ ไม่ใช่~ ” คีย์ส่ายหน้าไปมาเพื่อตอบกลับ“ แล้วนายจะออกไปทำงานอะไรมันได้เงินดีกว่างานที่นี่อย่างนั้นเหรอ? ” เธอยังคงยิงคำถามมาอย่างต่อเนื่องไม่ให้ตัวของคีย์ได้หยุดพัก“ ถามว่าเงินดีกว่าไหมมันก็ดีกว่า.. ” ถ้าพูดถึงเงินที่จะได้จากการเป็นนักล่าวิญญาณโดยการที่นำลูกแก้ววิญญาณไปขายภายในโลกวิญญาณซ่อนเร้นมันก็คงจะได้จำนวนเงินกลับมาที่มากกว่าบางทีถ้าใน 1 คืนเขาสามารถสังหารวิญญาณแค้นได้สักประมาณ 5-6 ตัวเงินของเขาที่ได้รับในแต่ละเดือนก็คงจะมีมากพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของตนเองได้เลย “ ถ้ามันเงินดีและไม่ได้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายฉันเองก็ไม่ได้คิดจะห้ามนายหรอกนะ งั้นคืนนี้หลังเลิกงานพวกเราไปกินข้าวกันสักมื้อมั้ย ” ลิซได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ ไม่.. ”คีย์ที่กำลังจะเปิดปากพูดออกมาก็โดนแดนที่ยืนอยู่ด้านหน้าพูดแทรกขึ้นมาเพื่อห้ามปากของเขาในทันที “ หยุดเลยคีย์ นายเคยปฏิเสธพวกฉันมาตลอดวันนี้พวกเราจะเจอกันวันสุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องไปให้ได้ ” คีย์เห็นใบหน้าของเพื่อนร่วมงานทั้งสองของเขาที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีก็ทำใจปฏิเสธไม่ได้ก่อนที่เขาจะพยักหน้าตอบรับกลับไป หลังจากนั้นการทำงานมันก็เริ่มขึ้นพวกเขาต่างคนต่างทำงานจนกระทั่งถึงเวลาที่เลิกงานของตนเอง 2-3 เดือนออกมาบริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อที่พวกเขากำลังทำงานอยู่ “ เอายังไงล่ะไปกินข้าวที่ไหนกันดี ” แดนไปถามคีย์และลิซที่อยู่ด้านหลัง คีย์ที่ยืนอยู่ก็ได้ยักไหล่ทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาก่อนที่จะส่ายใบหน้าของตนไปมาทำท่าทางราวกับว่าจะบอกว่าไม่รู้“ แบบนั้นเรานั่งรถต่อไปอีกหน่อยหน่อยดีมั้ย ถ้าเป็นแถวนั้นรถประจำทางน่าจะยังไม่หมดแล้วคีย์ก็น่าจะสามารถนั่งรถกลับบ้านได้ด้วย ” ลิซเสนอขึ้นมาบริเวณนี้รถประจำทางมันจะเหลือเพียงที่สุดท้ายเท่านั้นแต่ว่าถ้านั่งรถต่อไปอีกหน่อยก็จะเข้าสู่ในย่านใจกลางเมืองที่มีรถวิ่งตลอดอยู่ทั้งวันทั้งคืน ซึ่งถ้าเป็นในย่านนั้นคีย์สามารถที่จะนั่งรถประจำทางกลับไปที่บ้านของตัวเองได้แม้ว่าจะเสียเวลาในการกินข้าวอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ตาม “ ก็ดีเหมือนกัน!! ” จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็พากันเดินตรงไปแล้วขึ้นรถประจำทางสายหนึ่งเพื่อมุ่งตรงเข้าสู่บริเวณย่านใจกลางเมือง แสงสีเสียงมากมายประดับรายล้อมอยู่รอบร่างกายตึกสูงเสียดฟ้ามากมายหลายตึก หลอดไฟยังคงถูกเปิดเอาไว้จนสว่างไสวไปทั่วทั้งเมืองแม้ว่าตอนนี้จะใกล้เข้าสู่ในยามเที่ยงคืนแล้วก็ตาม ร้านอาหารเล็กๆข้างทางหนึ่งร้าน แม้ว่าจะเป็นในยามกลางดึกเช่นนี้แต่ว่าผู้คนก็ยังพอมีนั่งอยู่ใต้โต๊ะอย่างประปราย เขาทั้ง 3 ที่เข้ามาสู่ย่านที่ครึกครื้นในยามค่ำคืนก็ได้ต่างพากันมานั่งที่ร้านแห่งนี้ “ สั่งเลยเดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงเอง ” ลิซที่หย่อนก้นนั่งลงก็ได้พูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นอก “ โอ้ว!! ถ้างั้นไม่เกรงใจแล้วนะ ” แดนพูดขึ้นทันควัน “ ไม่เอานะหาร 3 ก็ได้ ” ด้วยความเกรงใจคีย์พูดต่อจากแดนทันที “ นายก็อย่าไปขัดใจยัยนี่เลยคีย์ ยัยนี้รวยจะตายแต่ว่ากลับแกล้งทำตัวจน  ”เมื่อได้ยินแดนพูดขึ้นมาเช่นนั้นคีย์เองก็ฉุดคิดกลับไปถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเคยหยิบยกมาพูดคุยกันเรื่องที่มีรถสปอร์ตสุดหรูมารอรับลิซทุกคืน แม้ว่าภายในใจจะสงสัยเรื่องนั้นแต่ก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวเลยไม่อยากจะเปิดปากถามออกไปหลังจากที่เข้ามานั่งที่โต๊ะตอนนี้แดนก็ได้เริ่มสั่งอาหารมากมายมาวางเรียงรายเอาไว้ด้านหน้า แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารธรรมดาธรรมดาริมทางแต่ว่าหน้าตาของอาหารก็ดูดีมาก “ สั่งมาเยอะเกินไปหรือเปล่า ” คีย์ได้หันไปถามผู้ที่จัดการสั่งอาหารเหล่านี้มานั้นคือแดน เพราะว่าตอนนี้นับดูจากจานที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามันมีมากมายหลายสิบจานดูแล้วจำนวน 3 คนยังไงก็กินไม่หมด“ ไม่ต้องกลัวหรอกฉันกินหมด!! ” แดนที่ดวงตาของตนเองยังคงกวาดมองเมนูอาหารภายในมือก็ยื่นอกออกมา“ เฮ้อ~ ” คีย์ได้ถอนหายใจลากยาวออกมา จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ได้เริ่มมื้ออาหารส่งลาเพื่อนของตนเอง มื้ออาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มพวกเขาสนทนาเรื่องต่างๆกัน มันเป็นทั้งเรื่องราวในอดีตที่เคยผ่านพ้นมาแล้วและเรื่องราวแห่งความทรงจำที่พวกเขาเคยทำร่วมกัน มื้ออาหารที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว คีย์ที่นั่งอยู่ภายในโต๊ะอาหารก็ได้ยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วลองเปิดดูตอนนี้พวกเขาทั้งสามก็ได้นั่งกินอาหารมื้อดึกกันมันผ่านพ้นมาประมาณชั่วโมงนึงแล้ว17 พฤษภาคม 202100:20 น.เวลามันได้ผ่านพ้นล่วงเลยมาจนถึงวันใหม่เรียบร้อยแล้ว เมื่อได้ดูเวลาภายในโทรศัพท์มือถือของตนเองจนเสร็จเรียบร้อยก็เก็บมันเข้าไปภายในกระเป๋า“ ฉันว่ามันใกล้จะได้เวลาที่ฉันต้องกลับแล้วล่ะ ” คีย์ไม่พูดขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาที่กำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“ จะไปแล้วอย่างงั้นเหรอ ” แดนหันไปถาม“ อืม~ ฉันต้องกลับไปทำงานต่อน่ะ ” ในขณะนั้นเองโทรศัพท์มือถือของลิซที่วางอยู่บนโต๊ะก็ได้ดังขึ้น หันไปจ้องมองโทรศัพท์มือถือที่มันดังขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาของพวกเขา โทรศัพท์มือถือของเธอมันวางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนช่างสังเกตอย่างคีย์รู้สึกสงสัยมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วเธอวางโทรศัพท์เอาไว้บนโต๊ะโดยที่คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ของตนเองลง ลิซได้รีบคว้าจับโทรศัพท์มือถือของตนเองอย่างรวดเร็ว“ โทษนะเดี๋ยวฉันออกไปคุยโทรศัพท์ก่อน ” ลิซได้รีบลุกออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้านหน้าร้าน คีย์ที่นั่งอยู่ก็ได้จ้องมองแผ่นหลังของเธออย่างประหลาดใจ ท่าทางรีบร้อนและร้อนรนตอนที่ขวาหยิบโทรศัพท์มันยิ่งทำให้เขายิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้เขาได้ถามกับเธอว่าวางโทรศัพท์แบบนั้นมันจะดีหรอแต่เธอกลับยิ้มออกมาแล้วก็บอกว่าไม่เป็นอะไร “ เป็นอะไรน่ะคีย์? ” แดนถามขึ้นมาหลังจากเห็นเพื่อนของตนเองจ้องมองลิซด้วยสายตาเช่นนั้น “ ไม่มีอะไร ”“ ถ้ายังไงถ้าจะกลับในตอนนี้รอให้ยัยนั่น คุยโทรศัพท์เสร็จก่อนก็แล้วกันแล้วค่อยกลับ ”คีย์ได้พยักหน้าพวกเขาทั้งสองนั่งรอลิซโทรศัพท์อยู่ด้านหน้าร้าน เธอเดินไปคุยไปอยู่สักพักที่จะเดินกลับมาด้านหน้าร้านแล้วก็จ่ายเงินค่าอาหารและก็ยังคงเดินวนคุยอยู่ตรงนั้น“ มันผ่านมา 10 นาทีแล้วนะ ” คีย์ผิดสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนนี้ลิซเองพอได้ค่อยๆเดินหลบออกไปให้พวกเขามองไม่เห็นแต่ก็ยังได้ยินเสียงเธอคุยเบาๆอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน“ ไปคิดมากเลยมันคงจะมีปัญหาอะไรที่ใหญ่โตนั่นแหละก็เลยคุยนานขนาดนี้ ” เขานั่งรอต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก่อนที่จะได้ยินเสียงบางอย่าง “ ปล่อยฉันนะ!!! ” คีย์และแดนได้ยินเสียงนั้นก็จำได้ทันทีว่ามันเป็นเสียงของลิซ พวกเขาลุกขึ้นแล้วรีบออกไปด้านหน้าร้านทันทีเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น เท้าทั้งสองข้างก้าวออกมาบริเวณด้านหน้าร้านเมื่อดวงตาหันกลับไปมองสิ่งที่เขาพบเห็นก็คือลิซกำลังโดนไปคนนึงฉุดกระชากลากดึงขึ้นรถสปอร์ตคันสีดำที่จอดอยู่ริมถนนอยู่ ชายคนนั้นน่าจะมีวัยอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาสวมใส่กางเกงขายาวสีดำและก็เสื้อเชิ้ตชั้นนอกสีแดง ร่างกายสูงประมาณเท่าๆกับคีย์โดยตัวของเขาไว้ผมทรงเดียวกับวัยรุ่นทั่วไปไปหน้าก็หล่อเหลาแล้วก็ดูดีระดับนึง แต่เครื่องประดับและเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ดูเลิศหรูและดูมีฐานะเป็นอย่างมากชายคนกำลังฉุดกระชากลากดึงลิซขึ้นไปบนรถอยู่ แดนที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปห้ามอย่างรวดเร็ว“ เฮ้ย!! ทำอะไรวะ!!! ” แต่ตอนนี้คนที่กำลังนิ่งที่สุดกับสิ่งที่เห็นอยู่ด้านหน้ามันก็คือคีย์ ดวงตาของเขาจ้องมองใบหน้าของชายผู้นั้นก่อนที่ร่างกายจะแข็งค้างไป รูปลักษณ์ที่คุ้นตาใบหน้าที่คุ้นเคยเขารู้จักกับคนพวกนี้ แดนที่วิ่งตรงเข้ามันทำให้ชายผู้นั้นหยุดมือของตนเองแล้วหันกลับมามองที่แดน ใบหน้าของมันแสดงความไม่พึงพอใจออกมาคิ้วที่ประดับอยู่บนใบหน้าขมวดเข้าหากัน “ อะไรของแกวะ ”“ แกนั่นแหละทำอะไรปล่อยเพื่อนฉันนะ!! ” แดนสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว ชายผู้นั้นได้ปล่อยมือของลิซออกก่อนที่มันจะยกฝ่ามือของมันขึ้นมาแล้วออกแรงตบเข้าไปที่หน้าของแดนอย่างรุนแรง เพี๊ยะ!!!! เสียงของฝ่ามือที่ตบเข้าไปที่แก้มดังก้องกังวานไปทั่วทั้งถนนสายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของแดนที่ยืนอยู่ได้ทรุดต่ำล้มลงไปนั่งติดอยู่กับพื้น ใบหน้าซีกซ้ายของเขาชาจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว มือข้างซ้ายยกขึ้นมาจับกุมบริเวณใบหน้าของตนเองที่ตอนนี้มันแดงก่ำ“ อะไรกัน!!! ” แดนที่ดูเหมือนสติจะหลุดออกไปพยายามจะลุกขึ้นมา แต่ทว่า ฟิ้ว!!! ตรึง!! เท้าของชายผู้นั้นได้พุ่งตรงมาถีบเข้าที่ใบหน้าของแดนอย่างรุนแรงจนทำให้เขาล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น ชายหนุ่มคนนั้นหลังจากที่ได้ใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของแดนเสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็ได้ใช้สายตาของตนเองเงยขึ้นมาจนไปพบเข้ากับคีย์ที่กำลังยืนแข็งค้างอยู่ใกล้ๆ “ อะไรกันวันนี้ฉันจะไอ้พวกสวะตั้งสองตัว~ ” มันพูดออกมาพร้อมกับแสยะยิ้ม จบตอน