"โง่เขลา... มนุษย์ช่างโง่เขลาเสียจริง"
เสียงพึมพำทุ้มต่ำดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ชายหนุ่มบนเตียงไม้เก่าคร่ำครึค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาไม่ใช่ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของ 'โม่อวี้' เทพแห่งความรู้ผู้จดจำสรรพศาสตร์ทั่วจักรวาลมานับล้านปี แต่เป็ความปวดร้าวที่ศีรษะราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบ และกลิ่นสุราราคาถูกที่หึ่งออกมาจากลมหายใจ
"นี่ข้า... สิ้นอายุขัยแล้วจุติใหม่หรือ?"
ชายหนุ่มพยายามยันกายลุกขึ้น แต่แขนขากลับอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ร่างกายนี้ช่างเปราะบางราวกับกิ่งไม้แห้ง ข้อมูลความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
หลินฟาน... อายุ 18 ปี บุตรชายคนเล็กของ หลินไห่ ขุนนางระดับ 9 สังกัดกรมพิธีการ สถานะปัจจุบัน: ขยะเปียกแห่งเมืองหลวง ความสามารถ: ดื่มเหล้า เที่ยวหอ อ่านหนังสือไม่ออก เขียนชื่อตัวเองยังผิด สาเหตุการตาย: เมาแล้วเดินตกสะพานหัวฟาดพื้นเมื่อคืน
"เฮอะ!" โม่อวี้ในร่างหลินฟานแค่นหัวเราะ มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม "ข้าอุตส่าห์สะสมความรู้มาทั้งชีวิต เพื่อมาอยู่ในร่างของสวะที่ใช้สมองแค่เพื่อหายใจเนี่ยนะ?"
ปัง!
ประตูห้องนอนไม้เก่าๆ ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด
"คุณชาย! คุณชายตื่นแล้วหรือเ้าคะ!" สาวใช้ตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม นามว่า เสี่ยวชิง วิ่งถลาดเข้ามา น้ำตาอาบแก้ม "ข้านึกว่าท่านจะตายไปแล้วเสียอีก!"
ยังไม่ทันที่หลินฟานจะเอ่ยปาก ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าซีดทว่าไม่อาจบดบังทรวดทรงและใบหน้าอันงดงามราวกับนาง์ตกยาก ก็ก้าวเข้ามาในห้อง รัศมีอำมหิตแผ่พุ่งจนเสี่ยวชิงตัวสั่นงันงก
นี่คือ หลินหว่านเอ๋อ พี่สาวบุญธรรมที่บิดาเก็บมาเลี้ยง ผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้าน
"หลินฟาน! เ้าตัวล้างผลาญ!"
เสียงตวาดของนางแหลมคมยิ่งกว่ามีด "เ้าฟื้นก็ดีแล้ว! รู้หรือไม่ว่าท่านพ่อถูกเรียกตัวเข้าวังด่วนั้แ่ไก่โห่ เพราะสาส์นท้าจากแคว้นจิน! ตระกูลเรากำลังจะถูกยึดทรัพย์และเนรเทศอยู่รอมร่อ แต่เ้า... เ้ากลับขโมยเงินค่าข้าวสารเดือนนี้ไปซื้อเหล้ากินจนเมาหัวราน้ำ!"
หลินฟานยกมือขึ้นแคะหูด้วยท่าทางเกียจคร้าน แววตาที่เคยมัวหมองและขลาดเขลา บัดนี้กลับลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ เขามองพี่สาวบุญธรรมตรงหน้าแล้ววิเคราะห์ในใจ 'โครงสร้างร่างกายสมส่วน ชีพจรเต้นแรงจากความโกรธ กล้ามเนื้อตึงเครียด... นางเป็ห่วงครอบครัวจากใจจริง'
"พี่หญิง..." หลินฟานเอ่ยเสียงเรียบ "เลิกะโเถอะ ข้าปวดหัว... ท่านพ่อถูกเรียกเข้าวังเื่อันใด?"
หว่านเอ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง นางรู้สึกแปลกใจกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของน้องชาย ปกติเขาต้องตัวสั่นงันงกหรือเถียงข้างๆ คูๆ แล้ว แต่นี่เขากลับ... สงบนิ่ง?
"เ้าจะอยากรู้ไปทำไม! คนอย่างเ้าฟังไปก็ไม่เข้าใจ!" นางกัดริมฝีปาก แน่นจนห่อเื "ทูตแคว้นจินนำ 'กลหมากรุกพยัคฆ์ขาว' มาท้าทายราชสำนักต้าเยี่ยน ฮ่องเต้กริ้วมากเพราะขุนนางบัณฑิตทั้งราชสำนักไม่มีใครแก้ได้ กรมพิธีการของท่านพ่อรับหน้าเสื่อเื่นี้ หากวันนี้ก่อนตะวันตกดินยังแก้ไม่ได้... หัวของท่านพ่อคงหลุดจากบ่า!"
"กลหมากรุกพยัคฆ์ขาว?" หลินฟานทวนคำ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆๆ"
"เ้าหัวเราะอะไร!" หว่านเอ๋อกำหมัดแน่น "ตระกูลเราจะพินาศอยู่แล้ว เ้ายังเห็นเป็เื่ตลกอีกรึ!"
หลินฟานลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะโงนเงน แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรง สง่างามดุจขุนเขา "ที่ข้าหัวเราะ เพราะขำในความโง่เขลาของคนทั้งแผ่นดิน... แค่กลลวงตื้นเขินที่เด็กสามขวบ (ในมิติอื่น) ยังมองออก กลับทำให้ราชสำนักปั่นป่วนถึงเพียงนี้"
เขาหันไปสั่งเสี่ยวชิงด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "เสี่ยวชิง ไปเตรียมพู่กัน หมึก และกระดาษมาให้ข้า... เดี๋ยวนี้!"
"คะ... เ้าคะ!" สาวใช้รีบวิ่งออกไปอย่างตื่นตระหนก
หว่านเอ๋อมองน้องชายอย่างไม่เชื่อสายตา "เ้า... เ้าอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่เป็ เ้าจะเอาพู่กันมาทำอะไร?"
หลินฟานเดินเข้าไปหาพี่สาว จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายความรู้และอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้นางเผลอก้าวถอยหลัง เขายื่นมือไปจัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงของนางให้เข้าที่อย่างนุ่มนวล
"พี่หญิง... ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ท่านเหนื่อยมากพอแล้ว" ั์ตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "นับจากวินาทีนี้ไป... ปัญหาทุกอย่างในใต้หล้า ข้าหลินฟานผู้นี้ จะเป็คนจัดการเอง"
เมื่อเสี่ยวชิงนำของมาวาง หลินฟานตวัดพู่กันลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ลายเส้นพู่กันของเขาทรงพลัง ดุดัน และงดงามราวกับัเหิน แตกต่างจากลายมือไก่เขี่ยในอดีตอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้วาดกระดานหมากรุก แต่เขาเขียน 'ชุดคำสั่ง' และ 'ตำแหน่งการเดิน' เพียง 5 ขั้นตอน
"เสี่ยวชิง!" หลินฟานยื่นกระดาษให้สาวใช้ "เ้าวิ่งไปที่ประตูวังหลวงเดี๋ยวนี้ รอจนกว่าท่านพ่อจะเดินออกมาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง แล้วยัดกระดาษนี้ใส่มือเขา บอกว่า... 'วิธีแก้กรรม อยู่ในมือท่านแล้ว'"
"ตะ... แต่ว่า..."
"ไป!!"
เสี่ยวชิงสะดุ้งสุดตัว คว้ากระดาษแล้ววิ่งหน้าตั้งออกไปทันที
หว่านเอ๋อยืนอึ้ง นางมองน้องชายที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ "เ้า... เ้าทำบ้าอะไรลงไป? ถ้าท่านพ่อเอากระดาษนั่นไปทูลฮ่องเต้ แล้วมันผิด... เราจะโดนปะาเก้าชั่วโคตรนะ!"
หลินฟานหลับตาลง มุมปากยกยิ้มเ้าเล่ห์ "เดิมพันกับข้าไหมล่ะพี่หญิง?"
"เดิมพันอะไร?"
"ถ้ากระดาษแผ่นนั้นช่วยชีวิตท่านพ่อและกู้หน้าให้แผ่นดินต้าเยี่ยนได้... คืนนี้ท่านต้องมานวดหลังให้ข้า"
"เ้า!" หว่านเอ๋อหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอาย "เ้าเด็กลามก! ฝันไปเถอะ!"
นางสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกประหลาด... ความหวังเล็กๆ ที่นางไม่เคยมีมาก่อน ‘ทำไม... ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเขาทำได้จริง?’
บนเตียงไม้ หลินฟานลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองเพดานห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่ "เอาล่ะ ปัญหาเื่ปากท้องแก้ไปเปลาะหนึ่งแล้ว... ต่อไปคือการหาเงิน" สมองของเทพแห่งปัญญาเริ่มประมวลผลข้อมูลเศรษฐกิจของอาณาจักรต้าเยี่ยน "สบู่? กระจกเงา? ดินปืน? หรือจะเริ่มจากการไปถล่มบ่อนพนันด้วยหลักความน่าจะเป็ดีนะ?"
ตำนานของอดีตขยะที่จะสั่นะเืราชสำนัก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้.