ตอนที่ 5: สัญญาณลับใต้แสงนีออน
ดวงตาคมกริบสีดำสนิทของกัปตันเอกชัยที่จ้องตรงมาจากบริเวณหน้าประตูทางเข้าบาร์ลับใต้ดินช่างแผ่รังสีความเย็นะเืและน่าสะพรึงกลัวเป็บ้า! รังสีอัมหิตฉายชัดปะปนกับความดุดันจนทำให้อุณหภูมิในบาร์หรูใต้ดินแห่งนี้แทบจะลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที ฉันตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาป ขณะที่รินทร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ กลับเลิกคิ้วมองกัปตันเอกชัยอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือหนาและอบอุ่นของเขายังคงลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันผ่านเดรสเปิดหลังรัดรูปอย่างจงใจปั่นประสาท ส่วนเรียว บาร์เทนเดอร์หนุ่มญี่ปุ่นลุคโฮสต์ตัวท็อปหลังเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนก็ยังคงกุมมือของฉันไว้แน่นอย่างไม่สะทกสะท้าน
นี่มันสถานการณ์วิกฤติตึงเครียดพิกัดสามเส้าชัดๆ! ยัยเดมี่เอ๋ย... แอร์โฮสเตสป้ายแดงจบใหม่แกะกล่องที่เพิ่งบินไฟลต์แรกในชีวิตเสร็จสิ้นลงไปหมาดๆ กลับต้องมาตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิศึกชิงนางกลางกรุงโตเกียว และดูเหมือนว่าหนุ่มหล่อโปรไฟล์เลิศทั้งสามคนต่างฝ่ายต่างพร้อมจะขย้ำฉันให้แหลกคามือเสียให้ได้
เมื่อกัปตันเอกชัยเริ่มก้าวเท้าก้าวเดินตรงมายังตำแหน่งเคาน์เตอร์บาร์ที่ฉันนั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่ตึงเข้มดุราวมัจจุราช ฉันก็ตระหนักได้ทันทีว่าหากยังปล่อยตัวให้นั่งโง่ๆ อยู่ตรงนี้ เื่ต้องบานปลายจนถึงหูหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องหรือบริษัทแน่ๆ ฉันจึงรีบงัดแผนการประนีประนอมสุดเซ็กซี่ตามแบบฉับยัยแอร์สาวแสนซนออกมาใช้เพื่อดับไฟพายุทันที
"อุ๊ย... กัปตันเอกชัย บังเอิญจังเลยนะคะ!" ฉันฉีกยิ้มหวานเจี๊ยบสะกดสายตาพลางดึงมือออกจากการเกาะกุมของเรียวและรั้งแผ่นหลังออกจากฝ่ามือของรินทร์อย่างแเี ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับกัปตัน "ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณกัปตันที่บาร์ใต้ดินของโรงแรมแห่งนี้ด้วย คุณกัปตันก็มาดื่มเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากเที่ยวบินแสนยาวนานเหมือนกันเหรอคะ?"
"เดมี่... ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าให้รายงานตัวในระบบและกลับห้องไปพักผ่อนเพื่อเที่ยวบินขากลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันรุ่งขึ้น" กัปตันเอกชัยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและดุดัน แววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ฉันสลับกับรินทร์อย่างไม่พอใจเป็ที่สุด "หน้าที่ของเธอคือการดูแลผู้โดยสารและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย ไม่ใช่มาเสนอตัวนั่งดื่มเตร็ดเตร่กับผู้ชายในที่อโคจรแบบนี้!"
"คำพูดของกัปตันมันก้าวก่ายเวลาส่วนตัวของเธอเกินไปหน่อยไหมครับ?" รินทร์ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับกัปตันเอกชัยอย่างไม่มีใครยอมใคร รูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งคู่เบียดชนกันจนบรรยากาศยิ่งตึงเครียดรุนแรง "เดมี่เป็ผู้ใหญ่แล้ว และเธอก็เสร็จสิ้นภาระหน้าที่บนเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกนั่งดื่มและสนุกสนานกับใครก็ได้ตามใจชอบ และในฐานะที่ผมเป็ผู้โดยสารระดับ VIP พรีเมียมของสายการบินคุณ ผมคงไม่ยินดีนักหากเห็นกัปตันมาทำตัวเป็ผู้ปกครองคอยบงการชีวิตเธอขนาดนี้"
"ผมดูแลความประพฤติและมาตรฐานความปลอดภัยของลูกเรือของผม... นั่นเป็หน้าที่ของผมครับคุณผู้โดยสาร" กัปตันเอกชัยโต้กลับเสียงเรียบแต่กึกก้องแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ขณะที่ศึกประจันหน้าระหว่างกัปตันหนุ่มเ้าระเบียบกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังจะะเิขึ้น เรียว บาร์เทนเดอร์หนุ่มญี่ปุ่นลุคโฮสต์ตัวท็อปกลับทำเพียงแค่อมยิ้มเ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกสายตาเปี่ยมเล่ห์เหลี่ยม เขาลอบเอื้อมมือหนาลงมาใต้เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนแล้วเคาะหลังมือของฉันเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณลับที่รู้กันแค่สองคน
เรียวพยักหน้าช้าๆ ไปทางประตูไม้หนาสีดำสนิทที่ตั้งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องครัวและห้องทำงานส่วนตัวของเขา... แผนการลอบหนีของสุนัขจิ้งจอกหนุ่มโตเกียวเริ่มขึ้นแล้ว!
ฉันส่งสัญญาณสายตาขอบอกขอบใจเรียวทันที ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังโต้เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมถอย
"เอ่อ... กัปตันคะ คุณรินทร์คะ พอดีเดมี่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยจากการดื่มค็อกเทลแก้วเมื่อครู่ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำด้านโน้นสักครู่ใหญ่ๆ นะคะ เดี๋ยวจะกลับมาคุยด้วยค่ะ" ฉันทำหน้าตาน่าสงสารและยกมือขึ้นแตะหน้าผากราวคนจะหน้ามืด ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างแเี
"เดมี่..." กัปตันเอกชัยและรินทร์เอ่ยชื่อฉันพร้อมกันด้วยความเป็ห่วง แต่ก่อนที่ใครจะทันขยับตัวจับพิรุธ ฉันก็รีบหมุนตัวก้าวเดินกึ่งวิ่งหนีฉีกเลี่ยงออกไปทางซอกกำแพงห้องน้ำทันที
ทว่า... แทนที่จะเข้าห้องน้ำ ฉันกลับรีบเดินเลี้ยวเลาะผ่านหลังม่านหนาสีแดงตามที่เรียวส่งสัญญาณลับ ผลักประตูไม้สีดำบานจิ๋วผ่านเข้าไปยืนอยู่ในห้องจัดเก็บวัตถุดิบและเหล้าชั้นดีของบาร์ลับแห่งนี้ บรรยากาศด้านในเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ และแถวขวดเหล้าญี่ปุ่นชั้นยอดกับถังไม้บาร์เรลวางเรียงราย ฉันทรุดตัวลงพิงถังไม้หายใจหอบสะท้าน หัวใจเต้นตูมตามระทึกขวัญยิ่งกว่าตอนเครื่องตกหลุมอากาศเสียอีก ฉันยืนรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ในความสลัวนานกว่าสามสิบนาที
เมื่อบาร์ลับถึงเวลาปิดให้บริการอย่างเป็ทางการ เรียวก็เดินผลักประตูบานสีดำเข้ามาหาฉันในห้องจัดเก็บของ ใบหน้าหล่อเหลาดุจนายแบบของเขามีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ประดับอยู่
"พวกเขากลับไปหมดแล้วล่ะครับเดมี่... โชคดีนะที่คุณหนีออกมาได้ทันเวลา" เรียวเอ่ยภาษาไทยสำเนียงนุ่มนวลชวนฝัน แววตาระยิบระยับชวนเคลิ้ม
"คุณเรียวพูดภาษาไทยเก่งจังเลยนะคะ เก่งจนเดมี่ทึ่งเลยล่ะค่ะ" ฉันขยับก้าวเดินเข้าไปใกล้เขา ส่งสายตายั่วเย้าท้าทาย
"ผมเคยไปทำงานเป็บาร์เทนเดอร์และเดินแบบที่กรุงเทพฯ อยู่สองปีเต็มครับ... และผมก็ตกหลุมรักเสน่ห์ของสาวไทยเข้าอย่างจัง โดยเฉพาะแอร์โฮสเตสป้ายแดงแสนซนอย่างคุณเดมี่" เรียวขยับก้าวเข้ามาใกล้ มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมมาโอบกอดประคองเอวคอดกิ่วของฉันไว้ช้าๆ ดึงร่างของฉันให้ขยับเข้าไปใกล้ชิดเขา
เราสองคนเดินเคียงคู่กันกลับออกมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนที่บัดนี้ไร้ผู้คนและเงียบสงบ แสงไฟหลักในบาร์ถูกหรี่ลงจนสลัวเกือบมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนสีม่วงแดงใต้กระจกขวดเหล้าที่ยังสะท้อนประกายวับวาบราวกำลังชักชวนให้ทำเื่ผิดศีลธรรม
"ขอบคุณที่ช่วยเดมี่ไว้จากศึกหนักเมื่อกี้นะคะเรียว... ไม่อย่างนั้นเดมี่คงโดนกัปตันกินหัวคาบาร์แน่ๆ" ฉันกระซิบเสียงหวานพลางเบียดซบหน้าอกอวบหยุ่นเข้ากับแผงอกกว้างของเรียวอย่างจงใจ
"แค่กัปตันกินหัวเหรอครับ? แต่ผมว่าพวกเขาสองคนอยากจะกินอย่างอื่นของเดมี่มากกว่านะ" เรียวหัวเราะเบาๆ โน้มใบหน้าลงมาพูดกระซิบชิดใบหูของฉันจนฉันรู้สึกเสียวซ่านวาบไปทั้งท้องน้อย "แต่ตอนนี้บาร์ปิดให้บริการแล้ว... โตเกียวยามราตรีเพิ่งจะเริ่มต้นความสนุกที่แท้จริงต่างหากล่ะครับเดมี่"
เรียวเดินไปลงกลอนและล็อกประตูทางเข้าบาร์หลักอย่างแ่าเสียงดังคลิก ก่อนจะเดินกลับมาหาฉันพร้อมแก้วเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษสีแดงทับทิมสองแก้วในมือ แววตาสีเข้มคมกริบของเขาเปี่ยมไปด้วยประกายราคะและความ้าอันแรงกล้า
"เครื่องดื่มแก้วสุดท้ายสำหรับค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้... แต่ไม่ใช่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์นี้นะครับเดมี่" เรียวยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์พลางส่งแก้วค็อกเทลให้ฉันและใช้นิ้วมือลูบไล้ปลายนิ้วของฉันเบาๆ "หลังประตูด้านในห้องทำงานของผม... มีห้องนั่งเล่นส่วนตัวสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ผมมีคลังเหล้าชั้นยอดและดริ้งก์สูตรลับพิเศษอีกมากมายที่อยากจะให้คุณได้ลอง 'ชิม' และ 'ทดลองสูตรใหม่ๆ' ไปพร้อมกันจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นเลยล่ะครับเดมี่"
เขาผลักประตูบานเลื่อนไม้โชจิด้านหลังชั้นเหล้าออก เผยให้เห็นห้องพักส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างแเี ด้านในปูด้วยเสื่อทาทามิส่งกลิ่นหอมสะอาดของต้นหญ้าญี่ปุ่นโบราณ แสงไฟสีเหลืองนวลอบอุ่นส่องสว่างรำไรจากโคมไฟกระดาษ มีชั้นวางเครื่องดื่มวิสกี้ชั้นนำของโลกประดับอยู่รอบห้อง และเบาะนั่งหนานุ่มตั้งอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยไม้สีเข้ม
เรียวจูงมือฉันเดินก้าวเข้าสู่ห้องลับนั้นช้าๆ เขาเลื่อนประตูปิดสนิทตัดขาดเราสองคนจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
"ห้องสวยจังเลยค่ะเรียว... ไม่นึกเลยว่าจะมีห้องสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้ซ่อนอยู่หลังบาร์โมเดิร์น" ฉันหันไปยิ้มให้เขาพลางหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนเบาะนุ่ม ดึงกระโปรงเดรสสั้นสอบรัดรูปสีดำรั้งขึ้นมาเหนือโคนขาอ่อนโดยตั้งใจ
"ห้องนี้ไว้สำหรับต้อนรับ 'แขก VIP' คนพิเศษของผมเท่านั้นครับ... และคืนนี้เดมี่คือแขกคนสำคัญของผม"
เรียวทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉันในระยะประชิด เขารินวิสกี้ญี่ปุ่นสีทองอำพันลงในแก้วใบเล็กเลื่อนส่งให้ ก่อนจะยื่นใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนััได้ถึงกลิ่นอายความร้อนและเสียงหัวใจเต้น มือหนาของเขาเลื่อนมาวางทับโคนขาขาวเนียนของฉันเบาๆ ััอุ่นร้อนของฝ่ามือลากไล้ขึ้นไปตามเรียวขาใต้ร่มผ้าทำเอาผิวเนื้อของฉันสะท้านสั่นระริก
"ดื่มแก้วนี้... แล้วเรามาเริ่มต้น 'เกมทายใจ' กันดีกว่าครับ ใครแพ้ต้องยอมทำตามคำสั่งของผู้ชนะทุกอย่าง... ตกลงไหมครับเดมี่?" เขาพูดกระซิบน้ำเสียงพร่า แววตาคมกริบสะกดจิตจ้องมองเนินอกของฉันอย่างท้าทาย
เอาล่ะสิเดมี่... หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ! รอดพ้นจากกัปตันและรินทร์มาได้ แต่ดันมาตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของสุนัขจิ้งจอกหนุ่มบาร์เทนเดอร์โฮสต์โตเกียวคนนี้เสียแล้ว และคราวนี้... ในห้องปิดตายหลังร้านที่เงียบสงัด ไร้ผู้คนขัดจังหวะเสียด้วยสิ!
---