บทที่ 1 เกิดใหม่ก่อนวันสิ้นโลก (รีไรต์)
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นมา ปลุกให้ลั่วฉิงเทียนลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ห้องเรียนที่คุ้นเคย ใบหน้าที่คุ้นเคย เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอยังมีชีวิตอยู่
วันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 3050 นี่เธอ... เกิดใหม่งั้นเหรอ
ภายในป่าทึบ เธอใช้กำลังทั้งหมดที่มีในร่างกาย ฝ่าวงล้อมสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่น่ากลัวและซอมบี้ที่ห้อมล้อมเธอไว้ทุกทิศทางแต่ก็ไม่สามารถฝ่าออกมาได้ ท้ายที่สุดร่างของเธอก็ถูกฉีกกระชากและกัดกินอย่างโหดร้าย
ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เธอมองขึ้นไปบนกำแพงสูงเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม พวกเขากำลังเฉลิมฉลองกับความตายของเธออยู่หรือไง ความเ็ปนี้ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเธอ จนทำให้ทั่งร่างของลั่วฉิงเทียนสั่นเทาในทันที
“นักศึกษา เธอหน้าซีดนะ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มของชายคนหนึ่งดังมาจากบนแท่นบรรยาย ปลุกให้ลั่วฉิงเทียนรู้สึกตัวตื่น เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังเรียนอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียง
หานซั่ว ชายสารเลวที่ขายเธอให้กับศัตรูตัวฉกาจในวันสิ้นโลก ความผูกพันนับสิบปีในวันสิ้นโลก สุดท้ายเธอก็ต้องมาตายในานั้น
ลั่วฉิงเทียนจ้องมองหานซั่วอย่างเ็า หานซั่วบนแท่นบรรยายสะดุ้งใกับสายตาของเธอ ถึงแม้เขาจะเป็อาจารย์ของเธอ แต่หลังเลิกเรียนพวกเขาก็เป็คู่รักกัน ถึงจะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ลั่วฉิงเทียนก็ดีกับเขามาก ตามใจเขาทุกอย่าง
แต่สายตาที่เธอมองเขาเมื่อกี้มันช่างเ็าจนเหมือนจะมีประกายของความอยากโกรธแค้นอยู่ในนั้น
“นักศึกษาลั่ว ถ้าเธอไม่สบาย ก็สามารถ…” ยังไม่ทันที่หานซั่วจะพูดจบ ลั่วฉิงเทียนก็ลุกพรวดขึ้นยืน เดินก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องเรียนไปทันที
เมื่อเดินออกมาจากห้องเรียน ลั่วฉิงเทียนก็สูดหายใจเข้าปอดอย่างสุดแรง บรรยากาศในตอนนี้ช่างแสนบริสุทธิ์ แสงแดดบนท้องฟ้าก็อบอุ่น ผู้คนรอบข้างช่างเป็มิตร
ไม่มีซอมบี้ ไม่มีสัตว์กลายพันธุ์ ไม่มีพืชกลายพันธุ์ที่คอยรุกราน ทุกอย่างราวกับอยู่ในความฝัน แต่ลั่วฉิงเทียนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอได้เกิดใหม่จริง ๆ
ลั่วฉิงเทียนออกจากมหาวิทยาลัย เรียกรถแท็กซี่ตรงไปยังบ้านของเธอ ตอนนี้คือวันที่ 2 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 3050 เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือนก่อนจะถึงวันสิ้นโลก เธอต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมภายในสามเดือนนี้ให้ได้
ในเมื่อ์ยังมอบโอกาสให้เธอได้เกิดใหม่ เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ในยุคแห่งวันสิ้นโลกอย่างดีให้ได้ ครึ่งชั่วโมงต่อมาลั่วฉิงเทียนก็กลับถึงบ้าน เธอหยิบโฉนดที่ดินออกมา แล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ คุณจางคราวก่อนที่คุณบอกว่ามีคนเสนอซื้อบ้านฉันในราคา 30 ล้านหยวนใช่ไหมคะ” ผู้จัดการฝ่ายนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แปลกใจเล็กน้อยที่ได้รับสายจากลั่วฉิงเทียน ก่อนจะรีบพูดด้วยรอยยิ้มทันที
“ใช่ ๆ ๆ ผู้ซื้อยังบอกอีกว่า ถ้าคุณลั่วตกลง เขาสามารถเพิ่มราคาให้เป็ 32 ล้านหยวนได้เลยครับ”
“ตกลงค่ะ ฉันตกลง แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง คือต้องจ่ายเต็มจำนวน โอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง เมื่อไหร่ที่ได้เงินฉันก็สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที” เมื่อได้ยินลั่วฉิงเทียนตกลงอย่างง่ายดาย ผู้จัดการฝ่ายนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและดีใจ
“ได้ ๆ ๆ คุณลั่ว ผมจะรีบไปปรึกษากับผู้ซื้อเดี๋ยวนี้เลย” ผู้จัดการจางพูดจบก็รีบวางสายและติดต่อกับผู้ซื้อทันที ส่วนลั่วฉิงเทียนหยิบกระดาษกับปากกาออกมาเริ่มจดรายการสิ่งของที่เธอต้องเตรียม
บ้านของลั่วฉิงเทียนเป็บ้านสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในเมืองไห่ บ้านที่อยู่ใจกลางเมืองมักมีราคาแต่ไม่มีคนขาย การตามหาผู้ซื้อที่ให้ราคาสูงกว่านี้ไม่ใช่เื่ยาก แต่ตัวเธอมีเวลาแค่สามเดือน เสียเวลาไม่ได้หรอก และในชีวิตก่อน เธอ...
สถานที่ที่ลั่วฉิงเทียนอาศัยอยู่นี้เป็ที่แรกที่ล่มสลาย ฝนกรดเพียงครั้งเดียว ก็เปิดม่านวันสิ้นโลกขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากฝนกรดคนที่รอดชีวิตอาจพัฒนาจนมีพลังพิเศษ ส่วนคนที่ไม่รอดก็กลายเป็ซอมบี้
ตอนนั้นซอมบี้ระบาดไปทั่ว พืชและสัตว์ก็กลายพันธุ์ โลกใบนี้ช่างเอ็นดูสิ่งมีชีวิต ยกเว้นก้แต่มนุษย์เท่านั้น ขนาดหนูกับแมลงสาบยังฆ่าคนได้ ดังนั้นการอยู่ในบ้านหลังนี้จึงมีแต่ทางตาย
หลังจากวางสาย ลั่วฉิงเทียนก็เริ่มเก็บข้าวของ เธอจำได้ว่าเขตชานเมืองซีเฉิงไม่ได้ล่มสลาย รัฐบาลยังสร้างฐานทัพแห่งแรกไว้ที่นั่น ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปหาบ้านดี ๆ สักแห่งเพื่อตั้งหลัก
พ่อแม่ของลั่วฉิงเทียนหายไปั้แ่เธอยังเด็ก พวกเขาทิ้งมรดกจำนวนมหาศาล กำไรจากเงินปันผลรายเดือน และบ้านใจกลางเมืองหลังนี้ไว้ให้ หลายปีมานี้ มีคนมากมายมาขอซื้อบ้านหลังนี้จากเธอ แต่ลั่วฉิงเทียนไม่เคยคิดจะขายเลย
แต่ตอนนี้ พอรู้ว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง เธอจึงตัดสินใจขายมันเพื่อแลกกับทรัพยากรบางอย่าง ในความทรงจำของหญิงสาว เธออาศัยอยู่กับคุณยายมาตลอด จนกระทั่งตอนที่ลั่วฉิงเทียนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ร่างกายของคุณยายก็ทนรับความเจ็บป่วยไม่ไหวและจากเธอไป
เหลือไว้เพียงตัวเธอคนเดียว ก่อนที่คุณยายจะจากไป ท่านบอกว่าหากวันหนึ่งเธอต้องจากไปที่ไหน ให้เธอนำแผ่นหยกสีดำในห้องทำงานไปด้วย นั่นคือแผ่นหยกที่ตกทอดมาจากตระกูลของเรา ดังนั้นลั่วฉิงเทียนจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วตรงไปที่ชั้นหนังสือ ก่อนจะคลำหาปุ่มอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเจอแล้ว หญิงสาวจึงกดมันเบา ๆ
ทันใดนั้นก็มีช่องเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนชั้นหนังสือ ลั่วฉิงเทียนเปิดช่องนั้นออก ทำให้แผ่นหยกสีดำใสปรากฏขึ้นต่อหน้า เมื่อมองไปที่แผ่นหยก คำพูดของคุณยายก็ดังก้องอยู่ในหัว
“เสี่ยวฉิงเอ๋อร์ วันไหนที่อยู่ไม่ได้จริง ๆ หรือประสบภัยพิบัติใหญ่หลวง ก็ให้หยดเืลงไป ที่เหลือทางข้างหน้าต้องไปด้วยตัวเองแล้วนะ” ตอนที่วันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้นในชาติที่แล้ว ตอนนั้นลั่วฉิงเทียนหลงกลพาหานซั่วมาที่นี่
ระหว่างที่คุยกัน เธอเผลอเล่าเื่แผ่นหยกให้เขาฟัง ตอนนั้นหญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมาก และคิดว่าวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว เก็บแผ่นหยกไว้ก็หนักเปล่า ๆ สุดท้ายแผ่นหยกจึงตกไปอยู่ในมือของหานซั่ว
ในตอนนั้น หานซั่วแขวนแผ่นหยกนี้ไว้ที่อกทุกวัน ลั่วฉิงเทียนจึงเผลอคิดว่าเขาให้ความสำคัญกับตัวเธอมาก แต่ตอนนี้คิดดูแล้วแผ่นหยกนี้น่าจะมีความลับอะไรบางอย่างที่หญิงสาวไม่รู้
ในชีวิตนี้… ลั่วฉิงเทียนจะไม่โง่อีกแล้ว เธอจะแก้แค้นให้กับตัวเองในชาติที่แล้ว เมื่อนึกถึงความเ็ปที่ร่างกายถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้น ๆ เล็บของลั่วฉิงเทียนพลันจิกเข้าไปในเนื้อของตนอย่างแรง
เมื่อเห็นเืไหลซึมออกมาตามฝ่ามือ เธอก็รีบหยดเืของตัวเองลงบนแผ่นหยกทันที ก่อนที่เืจะหายไปหลังจากนั้น ในชั่วพริบตาถัดมา ลั่วฉิงเทียนได้ปรากฏขึ้นที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง
ลานกว้างแห่งนี้กว้างประมาณหนึ่งสนามฟุตบอล บนลานยังมีเสบียงบรรจุหีบห่ออย่างดีจำนวนมาก
ทั้งข้าวสาร น้ำมัน และอื่น ๆ กินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่ง แถมยังดูสดใหม่อีกด้วย บนพื้นดินสีดำที่อุดมสมบูรณ์ยังมีผักสีเขียวสดปลูกอยู่มากมาย และตรงกลางลานกว้างปรากฏบ้านไม้อยู่หลังหนึ่ง
“นี่คือความลับของแผ่นหยกงั้นเหรอ” ลั่วฉิงเทียนคิดในใจแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้านไม้ ในบ้านมีโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีเศษผลึกคริสตัลชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางอยู่
อันที่จริงมองดูดี ๆ แล้วมันคือเศษของแผ่นหยกที่แตกออกมา ใต้เศษผลึกมีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง ลั่วฉิงเทียนหยิบแผ่นหยกออก แล้วเปิดจดหมายอ่านดู ‘จดหมายถึงเสี่ยวฉิงเอ๋อร์…’