ครู่ต่อมาเพื่อนร่วมทางคนใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีก มันแล่นอยู่เื้ัรถของคมกริชเป็จุดเล็ก ๆ 2 จุด มองดูคล้ายดวงตาของสัตว์ป่าในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
อีกแล้ว...ทำไมถึงชอบเลือกรถยี่ห้อและสีเดียวกันกับรถของเขาก็ไม่รู้ แบบอื่น สีอื่นมีตั้งถมเถไป ดันมาใจตรงกันยังกับเป็เ้าของคนเดียวกันงั้นแหละ กระบะเสริมหลังคาคันนั้นทำแบบเดียวกับรถคันแรกที่ขับตามเขามาก่อนหน้านี้ คือขับจ่อท้ายรถของเขาเพื่อรอเวลาแซงขึ้นข้างหน้า
ทำไมไม่ขับแซงไปเลย ในเมื่อถนนข้างหน้าก็ปลอดโปร่งไร้ยานพาหนะ ทำยังกับจะกะว่าถ้าแซงขึ้นข้างหน้าแล้วเบนรถกลับเข้ามาทางช่องเดินรถทางเดิม จะทันก่อนที่รถข้างหน้าจะขับสวนมาหรือเปล่า คมกริชส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ
นาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาตีสองตรงเผง...
ทำไมค่ำคืนนี้มันถึงได้ยาวนานนักนะ คมกริชบอกกับตัวเองในใจ... เหมือนความมืดกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างกับเขา มันพยายามจะยื้อยุดฉุดรั้งเข็มนาฬิกาให้หมุนช้าลงหรืออย่างไรกัน เขาคิดว่าตัวเองขับรถมาบนถนนที่ทอดยาวนี้มานานแสนนานเหลือเกินจนรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว แต่ไอ้เข็มนาฬิกาบ้านี่มันกลับเพิ่งเขยิบตัวเองมาถึงเลข 2 แบบเนิบช้าน่ารำคาญเหลือเกิน เขาอยากจะจับมันหมุนไปที่ 6 โมงเช้าเสียเลยเดี๋ยวนี้ จะได้ไม่ต้องมานั่งทรมานสังขารขับรถโต้ลมหนาวอย่างนี้
ถึงแม้ว่าคมกริชจะอยู่ในรถ แต่ชายหนุ่มกลับััได้ถึงความรู้สึกเย็นะเืจากอากาศภายนอก มันเกาะกุมเรือนกายของเขาจนสั่นสะท้านราวกับกำลังนั่งอยู่บนกองก้อนน้ำแข็งเป็ตัน ๆ
หรือว่าคำคืนนี้จะยังอีกยาวไกล...
รถบรรทุกสินค้าคันหนึ่งแล่นฝ่าความมืดมาแต่ไกล มันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ
ผู้ชายที่ทำหน้าที่เป็คนขับ และเด็กรถผู้ติดตามอีก 2 คน พวกเขาสร้างความสับสนให้กับคมกริชเป็อย่างมาก ชายหนุ่มกำลังจับต้นชนปลายเื่ราวทั้งหมด เรียงลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เผชิญหน้ามาก่อนหน้านี้ให้อยู่ในที่ที่มันควรจะเป็ไปได้
ถึงแม้ว่าเขาจะมองเห็นหน้าคนทั้งสามไม่ชัดเจนนัก เพราะต่างคนต่างนั่งอยู่ในรถหลังกระจกเช่นเดียวกับเขา และเป็เวลากลางคืนที่แสงสว่างไม่เพียงพอ แต่สมองที่รับผิดชอบต่อการรับรู้และแยกแยะวัตถุแวดล้อมของเขายังคงทำงานอยู่
มันสั่งการส่งสัญญาณบอกชายหนุ่มว่า คนทั้งหมดนั้นคือบุคคลเดียวกันกับพวกที่ขับรถบรรทุกผ่านเขาไปเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา
แล้วมันจะเป็ไปได้ยังไง การขับรถสวนทางกันบนถนนสายเดียวกัน และมาพบกันที่สถานที่แห่งเดิมเป็ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นได้ยากอยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างมุ่งหน้าไปตามเส้นทางของตัวเอง
แต่นี่กลับมากันเป็ครั้งที่ 3 ตรงที่เดิม...
ใช่แล้ว...คมกริชนึกออกแล้ว ตรงต้นไทรใหญ่ข้างทางข้างหน้านั่นคือจุดที่เขาขับรถสวนกับรถบรรทุกสินค้าทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา และก็เป็จุดเดียวกับที่รถกระบะยี่ห้อและสีเดียวกันกับรถของเขาขับแซงหน้าเขาไปทั้ง 2 ครั้งเช่นเดียวกัน
คมกริชเหลือบมองไปที่ป้ายทะเบียนของรถบรรทุกสินค้าคันนั้น...
คุณพระช่วย!! มันคือป้ายทะเบียนเดียวกันกับรถคันแรก ตัวอักษรและตัวเลขบนนั้นตรงกันทุกหลัก เขาจำได้... และถึงแม้เขาจะไม่ได้สนใจดูทะเบียนรถคันที่ 2 แต่ก็มั่นใจว่ามันต้องเป็ทะเบียนเดียวกันทั้งหมดแน่นอน
นี่แสดงว่าเขาขับรถมาตรงที่เดิมไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้วหรือยังไงกัน
ในวินาทีนั้น คมกริชมองเห็นรถกระบะคันหนึ่งแล่นเข้ามาหาเขาจากกระจกมองหลัง
แสงไฟจากรถบรรทุกคันหน้าส่องสว่างไปที่รถกระบะคันหลัง ที่ทำท่ากำลังจะแล่นขึ้นแซงรถของชายหนุ่ม แต่เมื่อเห็นว่ารถบรรทุกแล่นอยู่ในทางเดินของตัวเองและกำลังจะเคลื่อนเข้ามา มันก็ขับเคลื่อนเข้ามาอยู่ในเลนซ้ายตามเดิม
แวบหนึ่งคมกริชมองเห็นป้ายทะเบียนของรถกระบะคันนั้น…
ให้ตายเถอะ!! มีใครจะอธิบายกับเขาได้มั้ยว่า ทำไมตัวอักษรและตัวเลขทั้งหมดนั้นจึงเหมือนเลขทะเบียนรถของเขาที่ขับอยู่ตอนนี้ราวกับเป็คันเดียวกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
(เชิญอ่านตอนที่ 4)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)