ตอนที่ 2 การหลบหนี บุตรสาวของหฺวาหยางโหว...
ฉินรั่วสวมเสื้อคลุมของเว่ยเย่ว์อู่อย่างรวดเร็ว ในมือของนางถือปิ่นเงินที่เว่ยเย่ว์อู่ทิ้งเอาไว้ ก่อนจะนั่งลงอย่างมั่นคงในรถม้าที่โคลงไปโคลงมา...
เว่ยเย่ว์อู่ตกจากรถม้าที่วิ่งอยู่และกระแทกลงไปในกองหิมะอย่างแรง เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับไม่พบร่องรอยของรถม้าแล้ว
ภายในใจหนาวเหน็บ เว่ยเย่ว์อู่เข้าใจจุดประสงค์ของฉินรั่วในทันที!
เ้าเด็กโง่คนนั้น!
เ้าเด็กโง่นั่นคิดจะปลอมเป็นางงั้นหรือ! ไปตายแทนนางงั้นหรือ!
“ฉินรั่ว...” เว่ยเย่ว์อู่กัดริมฝีปากแน่น ความเ็ปท่วมท้นเต็มหัวใจ พลันรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็ลมหมดสติไป...
ภัยร้ายใกล้มาถึงตัว ตอนนี้ไม่มีเวลาให้นางมาโศกเศร้าอีก เว่ยเย่ว์อู่ผุดลุกขึ้นจากกองหิมะ ท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ นางค่อยๆ เดินไปทางที่มีต้นไม้หนาแน่นที่สุดด้วยความยากลำบาก จุดที่มีต้นไม้หนาแน่นย่อมห่างไกลจากถนน รถม้าแล่นผ่านเข้าไปในป่าทึบไม่ได้ ย่อมต้องวิ่งไปตามถนน และคนชุดดำเ่าั้จะต้องไล่ไปตามถนนอย่างแน่นอน ดังนั้นการพาตนเองออกห่างจากถนนจะต้องหลีกเลี่ยงคนชุดดำได้แน่
ท่ามกลางพายุหิมะทำให้เว่ยเย่ว์อู่แทบลืมตาไม่ขึ้น พลันก้าวเท้าไปบนอากาศโดยไม่ทันสังเกต ร่างทั้งร่างกลิ้งตรงลงไปในหน้าผาอันปกคลุมไปด้วยหิมะ!
แม้ว่าบนหน้าผาจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาทึบ แต่นางที่สวมอาภรณ์เบาบางยังคงถูกขีดข่วนจากหินและกิ่งไม้แห้งที่มันยื่นออกมา
กระทั่งการเคลื่อนไหวหยุดลง ทั่วทั้งร่างกายของเว่ยเย่ว์อู่เต็มไปด้วยาแ แม้แต่จะยืนก็ลุกไม่ขึ้น
แม้จะอยู่ใต้หน้าผา คนชุดดำตามมาไม่ทัน แต่เว่ยเย่ว์อู่ไม่กล้ารอช้าแม้เพียงครู่ ใช้ผ้ามัดต้นขาที่มีเืไหลอย่างลวกๆ แล้วเดินกะเผลกมุ่งไปทางเหนืออย่างรวดเร็ว!
รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนตัวไปบนหิมะ ม้าทั้งแปดตัวที่เดินเคียงกันล้วนเป็สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ั้แ่หัวจรดเท้าปราศจากขนแปลกปลอมใดๆ เหนือกว่าม้าพันธุ์ดี เกี้ยวรถม้าขนาดใหญ่ที่ลากมาด้านหลังยังประดับไปด้วยมุกและหยก ผนังภายในห้องโดยสารไม่รู้สร้างจากสิ่งใด ภายในบุขนหนาชั้นดูแล้วทั้งอบอุ่นและงดงาม
ระหว่างที่รถม้าคันแล่นไปตามทาง สายลมพัดพาให้ไข่มุกที่ประดับอยู่ทั้งสองด้านกระทบกันจนส่งเสียงดังชัดเจน น่าฟังยิ่ง
ด้านหลังรถม้าเป็ม้าพันธุ์ดีสีดำยี่สิบตัว แบ่งออกเป็สองแถวคอยคุ้มกันรถม้า องครักษ์บนหลังม้ามีท่าทางแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ่เอวพาดดาบยาว ไม่ว่าจะเงยหน้ามองตรงๆ หรือมองจากด้านข้าง ล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายเย็นะเืดุร้าย มองครู่เดียวก็รู้ว่ามือเปื้อนเืเคยคร่าชีวิตคนมาก่อน
สองข้างทางเป็หุบเขาแคบ รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวช้าลง องครักษ์เฝ้าสังเกตทั้งสองด้านอย่างระแวดระวังมากขึ้น
ขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าพุ่งเข้ามากลางถนนขวางทางขบวนรถ
เหล่าองครักษ์ได้รับการฝึกฝนมาให้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ชักดาบพุ่งเป้าไปที่คนผู้นั้นทันที
“ช้าก่อน” สุรเสียงอันหล่อเหลาสง่างามดังมาจากภายในรถม้า ใครที่ได้ฟังล้วนรู้สึกสงบเงียบราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ “เ้าไปดู...”
ผู้ติดตามก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบทันที “ซื่อจื่อ[1] เป็เด็กสาวอายุราวๆ สิบเอ็ดสิบสองปีพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเห็นว่ามีรถม้าวิ่งผ่านมา เว่ยเย่ว์อู่ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายออกไปขอความช่วยเหลือ ในเวลานี้ร่างกายของนางทั้งาเ็และอ่อนแอ แม้แต่การลืมตายังเป็เื่ยากสำหรับนาง
“เอาเศษเงินให้นางสักหน่อย ไปเถอะ” น้ำเสียงใสกระจ่างรื่นหูดังออกมาจากรถม้า ราวกับว่าการสั่นะเืของรถม้าไม่ได้ทำลายความสงบนั้นแม้แต่น้อย
สีหน้าของนางดำคล้ำ เอ่ยอย่างยากลำบากว่า “ข้าเป็บุตรสาวของหฺวาหยางโหว ถูกปล้นฆ่ากลางทาง ได้โปรดช่วยข้าด้วย” หลังจากนั้นก็ล้มลงกับพื้นและหมดสติไป
องครักษ์หยุดมือ พลางเอ่ยถามเ้านายของตนว่า “ซื่อจื่อ นี่...”
หฺวาหยางโหวเป็แม่ทัพคนสำคัญที่สุดของฮ่องเต้ ถูกส่งไปประจำชายแดน ค่ายประจำการอยู่ตรงข้ามกับเมืองเยี่ยนพอดี
“ถามนางว่าเกิดเื่อันใดขึ้น” น้ำเสียงยังคงสงบนิ่งดังเดิม
“ซื่อจื่อ นางหมดสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ผู้ที่อยู่ในรถม้าพูดขึ้นช้าๆ ว่า “พานางขึ้นมาเถอะ!”
ภายในรถม้ากว้างขวางมาก บุด้วยขนหนา พร้อมทั้งมีเตาถ่านตั้งอยู่ใต้ฉากกั้น ทันทีที่ม่านลูกปัดถูกยกขึ้นก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ปะทะเข้ามา เตากำยานอันวิจิตรถูกบรรจงวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมอันงามสง่าและสดชื่นค่อยๆ โชยฟุ้งไปทั่ว พานให้สบายใจเป็อย่างมาก
ข้างในสุดมีเบาะนุ่มวางอยู่ ชายหนุ่มรูปงามในเสื้อคลุมกันหิมะสีขาวเอนกายอยู่ตรงนั้น ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายสูงส่งและสง่างามราวกับเทพเซียนบน์ก็มิปาน ขณะนั้นดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนใบหน้าเล็กๆ ที่เย็นเฉียบจนขึ้นสีม่วงคล้ำของเว่ยเย่ว์อู่
เชิงอรรถ
^ ซื่อจื่อ เป็นชื่อเรียกตำแหน่งผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของขุนนางทุกลำดับขั้นบรรดาศักดิ์