ตอนที่ 11 ใครโเี้กว่ากัน (1)
เยี่ยสุยติดตามเถาซื่อ ซุนซื่อและคนอื่นๆ ไปจนเจอพี่ชายหกเยี่ยเซี่ยงเจิง
เยี่ยเซี่ยงเจิงกำลังนอนร้องคร่ำครวญด้วยความเ็ปอยู่บนเปลหาม ขาขวาของเขาเืนองเปรอะเปื้อน เข่าถูกพันด้วยแถบผ้า มีเืไหลซึมออกมาไม่หยุด
เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับาเ็สาหัส
รอบตัวเขามีคนยืนอยู่จำนวนไม่น้อย คนบังคับรถม้าเองก็หน้าซีดเผือด ดูเหมือนพวกเขาล้วนได้รับาเ็สาหัส
นายน้อยหกเป็บุตรชายสุดรักสุดหวงของฮูหยินใหญ่ ตอนนี้นายน้อยหกได้รับาเ็สาหัส ชีวิตพวกเขานับว่าถึงคราวเคราะห์แล้ว
เยี่ยสุยมองดูเยี่ยเซี่ยงเจิงอย่างถี่ถ้วน แม้เขาจะขมวดคิ้วมุ่นและมีเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผาก ทว่ายังคงมองเห็นโครงหน้าอันหล่อเหลา พานให้จินตนาการถึงรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสง่างามได้
เยี่ยเซี่ยงเจิงหล่อเหลาและมีพื้นตระกูลดี ทว่ากลับหลงระเริงในย่านเริงรมย์ั้แ่วัยเยาว์ กระทั่งภายหลังมีชื่อเสียงในด้านมากรักหลายใจ
เยี่ยสุยจำได้ว่า ไม่นานหลังจากที่เยี่ยเซี่ยงเจิงเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวน เขาก็เริ่มทะเลาะกับครอบครัวเพื่อนักแสดงของศาลาชั่งอินเสียงดังลั่นจนตระกูลเยี่ยแทบถล่ม แม้แต่นางที่เป็สตรีในห้องหอก็ยังรู้ชื่อของนักแสดงคนนั้น
แม้ว่าตอนที่นางแต่งงานออกไป นักแสดงคนนั้นจะถูกทอดทิ้งไปนานแล้ว แต่นางรู้สึกว่า เยี่ยเซี่ยงเจิงจริงใจอยู่พอสมควร ถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกับครอบครัวเพื่อนักแสดงคนนั้น
นักแสดงคนนั้นมีชื่อพิเศษยากจะลืมเลือนว่า อวี๋อินเหนี่ยว
เยี่ยสุยให้เพ่ยอวี้ไปสอบถามที่ศาลาชั่งอิน ได้ความว่ามีสตรีนางหนึ่งนามว่าอวี๋อินเหนี่ยว ทั้งยังได้ความอีกด้วยว่าเื่ราวเหตุการณ์ต่างๆ คล้ายคลึงกับในอดีต ยิ่งไปกว่านั้นเพ่ยอวี้ยังได้ยินเื่หนึ่งจากเด็กในคอกม้าว่า ฮูหยินใหญ่เตรียมรถม้าสองคันไว้ให้พวกนายน้อยเดินทางไปสนามประลองตงซานโดยเฉพาะ
ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเยี่ยเซี่ยงอวี๋ เพ่ยอวี้ใส่ใจมาก จากนั้นจึงนำเื่ราวเหล่านี้ไปแจ้งเยี่ยสุย
ในขณะนั้นเยี่ยสุยกำลังขบคิดหมากตาต่อไปของจูซื่ออยู่ เมื่อได้ฟังรายงานนี้ก็พลันคิดอะไรขึ้นมาได้
จากตรอกไท่ผิงถึงสนามประลองตงซาน แน่นอนว่าต้องนั่งรถม้า เรือนใหญ่กับเรือนสามมักขัดแย้งกันเสมอ การจัดเตรียมรถม้าไว้สองคันก็เป็การสมควร แต่ด้วยประสบการณ์ชาติก่อน เยี่ยสุยจำต้องขบคิดมากขึ้นว่าจูซื่อเตรียมการเช่นนี้ มีนัยใดแฝงอยู่หรือไม่
นางไม่ต้องคิดมากก็ได้คำตอบ ตราบใดที่ท่านพี่ร่วมการสอบคัดเลือกเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนไม่ได้ สิทธิ์ของตระกูลเยี่ยย่อมต้องตกเป็ของเยี่ยเซี่ยงเจิง เพื่อให้เขาเข้าสู่หน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้อย่างราบรื่น จูซื่อจะต้องทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงวิธีการอย่างแน่นอน
เยี่ยสุยมีชีวิตอยู่มาสองภพชาติแล้ว มีวิธีสกปรกแบบใดบ้างที่นางไม่เคยเห็น เพื่อป้องกันคนไร้เมตตาธรรม เยี่ยสุยจึงใช้วิธีคิดเช่นคนร้ายกาจเพื่อคาดเดาวิธีการของจูซื่อ แล้วให้เพ่ยอวี้หาทางส่งข้อความหนึ่งไปหาอวี๋อินเหนี่ยว
ในศาลาชั่งอินคละเคล้าไปด้วยคนดีชั่ว หากตั้งใจจะกระทำการใดจริงๆ การส่งข้อความถึงอวี๋อินเหนี่ยวนับว่าไม่ใช่เื่ยาก ดังนั้นเพ่ยอวี้จึงใช้เวลาเพียงสองสามวันก็จัดการเื่นี้สำเร็จ
แม้ว่าเยี่ยสุยจะคาดการณ์เื่ราวต่างๆ ไว้ก่อนแล้ว ทว่าเมื่อได้เห็นทุกสิ่งเกิดขึ้นกับตาตัวเอง ในหัวใจพลันบังเกิดคลื่นความโกรธพัดโหมเกินหยุดยั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะนางเตรียมการเอาไว้ก่อน เช่นนั้นคนที่นอนคร่ำครวญด้วยความเ็ปพร้อมกับเืนองเต็มขาอยู่ตอนนี้คงเป็พี่ชายของนาง!
จูซื่อ้าตัดอนาคตของเรือนสามเพราะชิงชังเรือนสามเข้ากระดูกดำ แต่เยี่ยสุยไม่รู้จริงๆ ว่า เรือนสามทำให้จูซื่อขุ่นเคืองอันใดกันแน่!
หลายปีที่ผ่านมา เรือนสามถูกเรือนใหญ่กดขี่ ถ้าพูดถึงความชิงชังเข้ากระดูกดำ ก็ควรเป็เรือนสามที่ชิงชังเข้ากระดูกดำถึงจะถูก
จูซื่อช่างเป็คนต่ำช้านัก!