บทที่ 5
ได้เกิดสักที
ในขณะที่ประตูเมืองทางทิศใต้กำลังเกิดความโกลาหล ประตูเมืองทิศเหนือเงียบสงบกว่ามาก สองหนุ่มสาวลอบเจอกันใต้ต้นไป๋หลานฮวา[1] ชายหนุ่มอายุราวๆ สิบแปด ส่วนร่างบางในชุดลูกท้อสีชมพูอ่อนอายุราวๆ สิบห้าปี
ใบหน้าเล็กจ้อยต้องแสงแดดอ่อน ดูงามพริ้งจับตา ชายใดได้มองก็ยากจะละสายตา คำว่างามล่มบ้านล่มเมืองดูจะเหมาะสมกับนางเป็ที่สุด
คุณชายเลิ่งมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาหลงใหล นางงดงามเหนือกว่าสตรีทั้งชีวิตที่เขาเคยเห็นมา คุณชายเลิ่งหรือเลิ่งจ้วงเป็บุตรขุนนางขั้นแปด เขาตามบิดาส่งเสบียงทหารไปทั่วทั้งแคว้น คุณหนูจวนขุนนางเขาเคยเห็นมาหมด องค์หญิงต่างแคว้นที่ว่างามหยดยังไม่ได้ครึ่งของสตรีตรงหน้า
เซี่ยหลินหลินก้มหน้าเอียงอาย แก้มสองข้างแดงปลั่งราวกับผลเถาจึ[2]สุก นางมีใบหน้างามล้ำเกินกว่าจะให้ชายใดได้พบเห็น นางเป็บุตรสาวของสตรีหม้าย ตอนนี้สองแม่ลูกทำงานอยู่ที่หอนางโลม ซึ่งเป็กิจการของท่านป้าพี่สาวของบิดาที่เสียชีวิตในสนามรบเมื่อหลายปีก่อน
ใบหน้าของนางหากชายใดพบเข้าจะเกิดความวุ่นวายได้ มารดาของนางจึงให้นางทำงานปักผ้าและหมักสุราที่ด้านหลังหอนางโลม วันหนึ่งเลิ่งจ้วงไปเที่ยวกับสหาย เขาเดินหลงทางจนไปพบยอดพธูเข้า หลังจากนั้นเขาหาทางสานสัมพันธ์กับนางอย่างลับๆ
ความสัมพันธ์นี้เชื่อมต่อกันทางจดหมาย คุณชายเลิ่งส่งจดหมายหวานซึ้งให้นางหลายแผ่น กว่าลายมือน่ารักของนางจะตอบกลับมา วันนี้ทั้งสองนัดพบกันเป็ครั้งที่สอง เซี่ยหลินหลินคุ้นชินกับความสัมพันธ์ชายหญิง เพราะนางอยู่หอคณิกามาั้แ่เด็ก หากเป็บุตรของขุนนาง เลิ่งจ้วงคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้อยู่กันตามลำพังสองต่อสองเช่นนี้!
“ปิ่นของเ้างามยิ่ง ถึงวัยปักปิ่นแล้ว… ก็หมายถึงออกเรือนได้แล้วเช่นกัน” เลิ่งจ้วงกล่าว เขาเองก็ถือว่าหน้าตาดีไม่น้อย แต่เมื่อยืนเทียบกับเซี่ยหลินหลินแล้ว เลิ่งจ้วงไม่ต่างจากบ่าวถือรองเท้าของนางเลยสักนิด!
เซี่ยหลินหลินเขินอายจนหุบยิ้มมิได้ นางยกมือขาวผ่องจับปิ่นทองบนศีรษะ “ท่านแม่เลือกให้ข้า มันเป็แบบใหม่ล่าสุดของร้านหรูอี้เ้าค่ะ”
เลิ่งจ้วงแสร้งชมไปตามมารยาท ของเช่นนี้เขาเห็นลูกพ่อค้าใช้กันดาษดื่น หากเป็คุณหนูมีสกุล ร้านหรูอี้จะมีห้องพิเศษแยกให้เข้าไปเลือก รูปแบบของงานจะแปลกตาและหายากกว่านี้มาก
“เช่นนั้นข้าให้แม่สื่อไปคุยเื่แต่งเ้าเข้าจวนได้แล้วใช่หรือไม่?” เลิ่งจ้วงไม่วางใจ นางงามถึงเพียงนี้ บุรุษใดได้เห็นล้วนยอมตายเพื่อให้ได้นางมา
“มันจะไม่เร็วไปหรือเ้าคะ? ข้าเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาได้สามวัน” เซี่ยหลินหลินเป็เด็กหัวอ่อน เชื่อคนง่าย แม้จะเกิดในหอนางโลมที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่นางถูกเลี้ยงดูมากับมารดาและท่านป้าที่ใจดี บรรดาพี่สาวในหอนางโลมต่างรักและเอ็นดูนาง ทำให้ชีวิตค่อนข้างราบรื่นมีความสุขตามประสา เล่ห์เหลี่ยมของคนนางยังไม่รู้จักดีพอ
“ไม่เร็ว ข้าจะไปบอกกับท่านแม่ หวังว่าเ้าจะบอกกับมารดาไว้แต่เนิ่นๆ เื่สินสอดของหมั้น… สกุลเลิ่งเป็เพียงขุนนางขั้นแปด เงินทองมีอยู่น้อยนิด ข้าเองยังมีพี่ชายอีกสามคน เกรงว่าจะไม่สมกับใบหน้าอันงดงามของเ้าเสียแล้ว” เลิ่งจ้วงออกตัวไว้ก่อน แม้นางจะงามล่มเมือง แต่ก็เป็เพียงบุตรของสตรีในหอนางโลม เขาไม่สามารถเชิดหน้าชูตานางได้ เก็บเป็ของเล่นชิ้นโปรดบนเตียงเท่านั้นก็เกินพอแล้ว
เซี่ยหลินหลินส่ายหน้าหวือ สำหรับนางเงินไม่ใช่เื่สำคัญ ขอแค่เราสองใจตรงกันก็เกินพอ “เื่ของหมั้นทำตามที่ท่านเห็นสมควรเถิดเ้าค่ะ ข้าเองเป็สาวชาวบ้านธรรมดา หาได้คู่ควรกับจวนขุนนางของท่าน”
“พูดเช่นนั้นได้อย่างไร ความงามของเ้า แม้แต่บุตรอัครเสนาบดีเห็นยังต้องตาค้าง เ้าอย่าลืมที่ข้าบอก ห้ามออกมาให้ผู้ใดเห็นเด็ดขาด” เขาหวงนางเป็ที่สุด มั่นใจว่าบุตรขุนนางมีอำนาจต้องแย่งชิงนางเป็แน่
“ท่านอย่ากังวล มารดาให้ข้าใช้ผ้าปิดหน้ามาตลอด เวลาออกมาข้างนอก หรือส่งสุราที่หอคณิกา ข้าจะใช้มันบดบังใบหน้า” วันนั้นเลิ่งจ้วงเดินหลงทางไปโดยบังเอิญ นางหาผ้าปิดหน้าไม่ทันจึงเผยใบหน้าให้บุรุษเห็นเป็ครั้งแรก
“ดีแล้ว เ้ารออยู่ที่บ้าน แล้วข้าจะให้แม่สื่อไปพูดคุย”
“เ้าค่ะ” เซี่ยหลินหลินเขินอายเล็กน้อย ในมือของนางถือผ้าคาดเอวที่ปักด้วยตัวเอง นางยื่นให้เขาอย่างเอียงอาย
“ให้ข้าหรือ?” เลิ่งจ้วงเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นนางพยักหน้าให้จึงหยิบมาดูด้วยความยินดี “ผ้าคาดเอวนี้เหมาะกับข้านัก ข้าชอบมาก”
เมื่อเห็นชายคนรักใช้ผ้าคาดเอวทันที นางปลื้มใจจนตัวลอย เมื่อกลับมาถึงบ้านในหน้าอิ่มเอิบของนางไม่สามารถปกปิดมารดาได้
“ไปหาคุณชายเลิ่งมา?” จวงเก๋อมารดาของเซี่ยหลินหลินกำลังหั่นหัวไชเท้าทำผักดองหันมาถามบุตรสาว ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนยังงามผุดผาด แม้จะมีอายุและทำงานหนัก เซี่ยหลินหลินได้ความงามนี้ถ่ายทอดมาจากมารดาไม่มีผิดเพี้ยน
เซี่ยหลินหลินก้มมองพื้นอย่างรู้ความผิด “เ้าค่ะ”
จวงเก๋อถอนหายใจ “หลินหลิน แม่บอกเ้าแล้วมิใช่หรือ คุณชายผู้นั้นแม้เป็บุตรขุนนางขั้นแปด แต่ก็ถือว่าเป็ชนชั้นขุนนาง เราสองแม่ลูกอาศัยอยู่ในหอคณิกาเช่นนี้ พวกเขาล้วนเหมาเราเป็คณิกาชั้นต่ำ เ้าไม่มีทางแต่งเป็เมียเอกของขุนนางได้ เื่นี้เ้าน่าจะรู้ดี”
เซี่ยหลินหลินรีบสวนขึ้นว่า “คุณชายเลิ่งดีต่อลูกมาก เขาให้มารดาจัดหาแม่สื่อมาพูดคุยแล้ว ท่านแม่ หากเขาแต่งข้าเป็เพียงอนุต่ำต้อย ไม่จำเป็ต้องใช้แม่สื่อใช่หรือไม่?”
อนุภรรยามีฐานะดีกว่าสาวใช้อุ่นเตียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การสู่ขอไม่มากพิธีเหมือนภรรยาเอก หลายครั้งเพียงมอบของเล็กๆ น้อยๆ หมั้นหมายและขึ้นเกี้ยวเข้าประตูเล็กทางด้านหลังก็เป็อันเสร็จสิ้น การใช้แม่สื่อสู่ขอทาบทามจึงไม่ค่อยได้ใช้กับอนุภรรยา
“ใช่เสียที่ไหน หลิ่วเมิ่งที่เพิ่งถูกรับเข้าจวนไปเป็อนุของอัครเสนาบดีก็มีแม่สื่อ ถงถงแต่งเป็อนุของรองแม่ทัพก็มีแม่สื่อมาคุยกับป้าของเ้า”
ป้าของเซี่ยหลินหลินเป็เ้าของหอคณิกาเซี่ยฮวา ซึ่งถือเป็หอคณิกาชนชั้นสูงของเมืองหลวง ยอดคณิกาล้วนถูกขุนนางใหญ่รับไปเลี้ยงดูเป็อนุภรรยา หลิ่วเมิ่งและถงถงคือหนึ่งในนั้น พวกนางมีใบหน้างดงามจับตา ยังไม่ทันไรก็ถูกบุรุษผู้หลงมัวเมาในคาวโลกีย์ซื้อตัวไป ท่านป้าของเซี่ยหลินหลินไม่กล้างัดข้อกับขุนนางหื่นกามพวกนั้นอยู่แล้ว จึงขายพวกนางไปด้วยราคาสูงลิ่ว
เซี่ยหลินหลินได้ยินเช่นนั้นเริ่มกังวลใจ แต่นางยังเชื่อใจคุณชายเลิ่ง เขาพร่ำบอกในจดหมายถึงความรักใคร่ และความคิดถึงที่มีต่อนาง
จวงเก๋อเห็นบุตรสาวเงียบไปก็เรียกให้มาช่วยกันทำผักดอง “จวนขุนนางมีอะไรดีกัน ผู้คนแก่งแย่งมีแต่เล่ห์เหลี่ยม พลาดพลั้งเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงชีวิต แม่ไปถามป้าเ้ามาแล้ว แม้สกุลเลิ่งจะเป็ขุนนางขั้นแปด แต่บิดาของเขามากรัก มีเมียเอกเมียรองนับสิบ หากนับจำนวนลูกหลานด้วย เกรงว่าใช้ทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้าก็ยังนับไม่ครบ ที่นั่นเป็ดงเสือดงจระเข้ แม่ไม่อยากให้เ้าแต่งกับเขาเลย”
เซี่ยหลินหลินไปล้างมือก่อนจะมาช่วยมารดาหั่นผัก นางเริ่มเป็กังวลขึ้นมาแล้ว เื่ภายในครอบครัวเขาไม่เคยบอกนาง ต่อให้บอก คนหัวอ่อนเช่นนางก็ถูกความรักบังตาอยู่ดี “หากเขาแต่งข้าเป็เมียเอก ข้าจึงจะยอมรับการแต่งงาน แต่หากเป็อนุ…” นางส่ายหน้าแทนคำตอบ แม้จะไม่ฉลาด แต่ก็มิอาจเรียกโง่เขลา มีคณิกาหลายคนแต่งเป็อนุจวนขุนนาง แทบทุกคนล้วนมีชีวิตถูกเมียเอกกดขี่ บางคนถึงกับถูกทรมานราวกับสัตว์เดรัจฉาน ก่อนจะถูกขายกลับมาที่หอคณิกาอีกครั้ง อนุภรรยาเป็เพียงของเล่นของชนชั้นสูง พวกนางจะอยู่หรือตายล้วนไร้ค่า
เช้าวันต่อมามีแม่สื่อมาทาบทามสู่ขอเซี่ยหลินหลินจริงๆ แม่สื่อหวังเป็แม่สื่อมาหลายปี นางประจบประแจงขุนนางเก่ง แต่ก็อวดเบ่งต่อพวกพ่อค้าแม่ค้าไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ “ข้าจะไม่เสียเวลาพูดมากให้เสนียดของที่นี่ติดตัวหรอกนะ”
เปิดประโยคแรกมาเซี่ยหลินหลินก็แทบหงายหลัง ตอนนี้นางใช้ผ้าปิดบังใบหน้าของตนเองไว้ เพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่รู้จะราบรื่นหรือราบเป็หน้ากลอง นางไม่อยากให้แม่สื่อผู้นี้เอารูปลักษณ์ของนางไปพูดภายนอกให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา จวงเก๋อจ้องแม่สื่อหวังตาเขม็ง นางพร้อมลุกขึ้นไปตบหน้าหญิงแก่นี่ทุกเมื่อ เป็แม่หม้ายมาหลายปี จวงเก๋อเรียนรู้ที่จะปกป้องตนเองและบุตรสาว นางไม่สนคำนินทาว่าเป็สตรีก้าวร้าวร้ายกาจ
แม่สื่อหวังจีบปากจีบคอพูดต่อ “ข้ามาสู่ขอแม่นางเซี่ยหลินหลินเป็อนุภรรยาของคุณชายสี่เลิ่งจ้วง! ของหมั้นหมายก็มีอยู่เท่านี้ล่ะ!”
พูดจบก็วางห่อผ้าห่อหนึ่งมาตรงหน้าเซี่ยหลินหลินและมารดาของนางอย่างกระแทกกระทั้น แค่บุตรสาวของโสเภณีชั้นต่ำ จะต้องเกรงใจไปทำไมกัน!
จวงเก๋อพูดเสียงดังฟังชัด “ไสหัวออกไป! เอาขยะห่อนี้ของสกุลเลิ่งกลับไปด้วย!”
แม่สื่อหวังคิดว่าสองแม่ลูกคู่นี้จะเคี้ยวง่าย โสเภณีล้วนอยากชุบตัวเองที่จวนขุนนางกันทั้งนั้น อย่างไรเสียการปรนนิบัติบุรุษคนเดียวย่อมดีกว่าปรนนิบัติหลายคน!
“นี่เ้ากล้าปฏิเสธขุนนาง!? เ้าบ้ากันไปแล้ว เสียสติทั้งแม่ทั้งลูก ใต้เท้าเลิ่งต้องไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!” แม่สื่อหวังเสียดายเงินค่านายหน้า หากนางจัดการเื่นี้ไม่สำเร็จยังจะได้เงินอยู่อีกรึ!?
จวงเก๋อแสยะยิ้ม “แม้ข้าและบุตรจะต้อยต่ำอยู่ในหอคณิกา แต่เ้าควรรู้… ผู้ใดอยู่เื้ัหอคณิกาเซี่ยฮวา หากใต้เท้าเลิ่งกล้ารังแกหญิงหม้ายและบุตรสาวตาดำๆ ข้าจะไปลั่นฆ้องร้องเรียน ให้มันรู้กันไปว่าแคว้นต้าเหยียนนี้มันไม่มีที่ยืนให้คนชั้นต่ำเช่นข้า!”
แม่สื่อหวังพอจะรู้อยู่บ้าง หอคณิกาทุกหอล้วนมีคนใหญ่คนโตรับส่วยอยู่เื้ั เอาเข้าจริงใต้เท้าเลิ่งแค่ขุนนางขั้นแปด มีร้านค้าสักร้านสองร้านก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่อาจเทียบกับผู้อยู่เื้ัหอคาวโลกีย์เหล่านี้ได้!
เมื่อไม่อาจข่มเหงสองแม่ลูกได้ แม่สื่อหวังรีบเผ่นกลับก่อน นางต้องรีบไปแจ้งเื่นี้กับฮูหยินเลิ่ง
เซี่ยหลินหลินกำหมัดแน่นจนเืซิบ สาวน้อยแรกแย้มเพิ่งเคยมีรักแรก และถูกหยามหน้าไม่ให้เกียรติอย่างร้ายแรง แม้นางจะเป็เพียงบุตรสาวแม่ค้าเหล้าและผักดอง แต่ก็มีเกียรติในตัวเอง รักศักดิ์ศรีของตนเองและมารดา วันนี้นางทำให้ท่านแม่เสื่อมเสียเกียรติแล้ว
“ท่านแม่…” เซี่ยหลินหลินน้ำตาคลอ เรียกมารดาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“ไม่เป็ไร” จวงเก๋อกอดบุตรสาว นางปลอบใจพักใหญ่กว่าร่างเล็กบอบบางของบุตรสาวจะสงบลง
คืนนั้นสาวน้อยนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน นางไข้ขึ้นสูง จู่ๆ มีฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างหนัก ทั้งที่ตอนกลางวันไร้เค้าฝน ตอนที่ทุกคนกำลังหลับใหลอยู่นั้น เสียงฟ้าฝ่าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมืองหลวง
เวลากลางดึกคือเวลางานของหอคณิกา ตอนนี้พวกนางกำลังต้อนรับแขก
“ใต้เท้าหายหน้าไปสามวัน แอบไปเที่ยวหออื่นมาใช่หรือไม่เ้าคะ!?” สตรีหน้าสวยคมเอ่ยกระเง้ากระงอดใต้เท้าผู้หนึ่ง
“โธ่! ซวงเอ๋อร์ เ้าก็รู้ในสายตาข้ามีเพียงเ้า ฟ้าดินเป็พยาน หากข้าพูดเท็จขอให้ฟ้าฝ่าตะ…”
เปรี้ยงงง!
เสียงฟ้าฝ่าดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินะเืจนโคมไฟบนเพดานหล่นลงมาหลายอัน
เ้าของหอคณิกาเป็สตรีร่างหนา ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางจนหนาเตอะ นางมีชื่อว่าเซี่ยจงอี๋ เป็ป้าของเซี่ยหลินหลิน เสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ใกล้มาก ราวกับผ่าหอคณิกาของนาง “ฟ้าผ่าที่ใดกัน? ใครก็ได้ไปตรวจดูที หอคณิกาของข้ายังอยู่ดีหรือไม่!?”
บ่าวเฝ้ายามผู้หนึ่งวิ่งมาหน้าตั้ง “แย่แล้วขอรับเถ้าแก่! ฟ้าผ่าบ้านหลังน้อยของแม่นางจวง! ตอนนี้ไฟลุกไหม้ไม่หยุดเลยขอรับ!”
เซี่ยจงอี๋แทบล้มทั้งยืน นางวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปแหกปากร้องะโไป “ไปช่วยกันดับไฟเร็ว!”
เวลานี้จวงเก๋อน่าจะช่วยงานอยู่ในครัว คนที่อยู่บ้านมีเพียง… หลานสาวคนเดียวของนาง!
เซี่ยหลินหลินสะดุ้งพรวดเมื่อได้ยินเสียงคำรามของฟ้าฝน เธอจับแขนจับขาของตัวเอง
เธอเกิดใหม่! แต่เกิดในร่างของสตรีที่โตแล้ว เื่ราวมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมค่อยๆ ฉายเข้ามาทีละเหตุการณ์ นางมึนงงจนต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เมื่อภาพเ่าั้จางหายเธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเดินโซซัดโซเซไปดูตัวเองที่กระจก
ภาพในหัวของเธอมีแต่ภาพของคนอื่น ไม่มีภาพของเ้าของร่างนี้ หวังว่า์จะเห็นใจให้นางเกิดมาเป็คนสวยอีกครั้ง!
เธอจ้องมองตนเองในกระจก นี่มันก็ตัวเธอเองในวัยละอ่อน! “ค่อยยังชั่ว ดีร้ายอย่างไรเราก็ยังหน้าตาดี”
เซี่ยหลินหลินถอนหายใจ ทันใดนั้นกลิ่นควันไฟโจมตีจมูกเธออย่างแรง ใครมาเผาอะไรตอนฝนตก?
ไฟเริ่มไหม้ม่านหน้าต่างห้องของเธอลามมาถึงเตียงด้วยความรวดเร็ว เซี่ยหลินหลินไม่ทันคิด เธอรีบวิ่งหนีสุดชีวิต เืในกายร้อนรุ่ม ศีรษะปวดตุบๆ เหมือนจะะเิ เธอคิดว่าเ้าของร่างเดิมน่าจะตายเพราะพิษไข้!
[1] ต้นจำปี
[2] ลูกท้อ
_________________________________
ระหว่างลงเช้าหนึ่งตอน กับเย็นหนึ่งตอน กับแบบลงรวดเดียวสองตอน่ค่ำๆ แบบไหนดีกว่ากันคะ?
มี e-book แล้วนะคะ สองเล่มจบค่ะ
http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MjY4MjkzO30