
บุญชญายืนมองควันไฟที่ลอยออกจากปล่องเมรุด้วยความโศกเศร้าดวงตาคู่เศร้ามองควันไฟที่ล่องลอยไปในอากาศด้วยความเหม่อลอยร่างเพรียวที่ดูโตเกินวัยราวกับนางแบบตามนิตยสารยืนกอดพี่ชายแล้วสะอื้นเพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งได้มานอนตักคุณย่าแต่ไม่ทันไรก็ต้องมางานศพคุณย่าทำให้บุญชญาทำใจไม่ได้เพราะตนก็ผูกพันกับคุณย่าไม่แพ้กับบดินทร์แม้จะได้มาเจอคุณย่าเมื่อตอนอายุสิบขวบแล้วก็ตาม
“น้องบุญ”บดินทร์เรียกชื่อน้องสาวเพื่อดึงสติให้หยุดร้องไห้แม้ว่าทั้งคู่จะมีพ่อคนละคนก็ตามแต่นางบุญนภาก็พยายามให้สองพี่น้องรักกันเหมือนมีพ่อคนเดียวกันซึ่งก็ได้ผลเพราะตอนที่นางบุญนภารับตัวบดินทร์ไปอยู่ที่กรุงเทพฯด้วยกันและปล่อยให้สองพี่น้องใกล้ชิดกันจนทั้งคู่ผูกพันและรักกันมากบุญชญาค่อนข้างขี้อ้อนซึ่งทำให้บดินทร์เอ็นดูและรักน้องสาวคนนี้มากขนาดตอนวันเกิดของน้องสาวเขาก็ยอมอดค่าขนมที่มารดาให้อยู่หลายวันเพื่อเก็บเงินไว้ไปซื้อของขวัญให้บุญชญาซึ่งในขณะนั้นบุญชญาอายุแค่เจ็ดขวบแล้วทำให้เด็กน้อยดีใจและก็กอดพี่ชายพร้อมร้องไห้สะอื้นเพราะสงสารพี่ชายที่ต้องอดกินขนมเพราะตน
“พี่ดินหิวไหมวันนี้น้องบุญยกเค้กให้หมดเลยค่ะ”เด็กหญิงยิ้มแล้วหอมแก้มพี่ชายทั้งซ้ายทั้งขวาจนทำให้นางบุญนภาปลื้มใจจนน้ำตาไหลที่เห็นภาพที่แสนประทับใจ
“ไม่ครับน้องบุญมีความสุขมากๆนะต่อไปวันเกิดทุกปีพี่จะหาของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่จะหามาได้ให้น้องบุญ”
“ไม่ต้องอดขนมนะคะน้องบุญสงสารพี่ดิน”
“พี่โตแล้วไม่ได้กินขนมหรอกมาๆเป่าเค้กกัน” เื่ราวในวันวานยังคงอยู่ในความทรงจำของสองพี่น้องเสมอมาและบุญชญาก็ตั้งใจเอาไว้ว่าหากสิ่งไหนที่ช่วยแบ่งเบาภาระพี่ชายได้ตนก็จะทำโดยไม่ขัดข้องเลย
“ค่ะพี่ดินน้องบุญรู้ดีว่าเกิดแก่เจ็บตายทุกคนต้องเจอน้องบุญเพิ่งเรียนพุทธศาสนามาค่ะแต่น้องบุญทำใจไม่ได้ค่ะไม่ทันดูใจคุณย่าเลย”
“ไปหาอะไรรองท้องก่อนนะลูก”นางบุญนภาบอกลูกทั้งสองคนและหันไปเรียกสามีซึ่งก็คือนายประภาสพ่อของบุญชญาที่มาร่วมงานศพช้ากว่าคนอื่นเพราะติดประชุมงานด่วนที่ภูเก็ต
ในขณะที่ไหมฟ้ายืนมองคนรักด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เห็นเขาร้องไห้เพราะั้แ่คบกันมาบดินทร์ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวส่วนน้องสาวของบดินทร์เท่าที่ตนรู้จักก็เป็เด็กสดใสร่าเริงและนี่ก็เป็ครั้งแรกที่บุญชญาร้องไห้และแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเช่นกัน
“ไหมจะเป็กำลังใจให้คุณเองค่ะ”ไหมฟ้าพูดกับตัวเองแล้วเดินตามหลังคนรักไปที่รถยนต์เพื่อเดินทางกลับไปพักผ่อน
“พรุ่งนี้ว่าจะเอารถไปเช็ก” บดินทร์หันมาบอกแฟนสาว
“ค่ะเดี๋ยวเราต้องเดินทางกลับต้องเช็กก่อนเดินทางนะคะ”ไหมฟ้าย้ำกับแฟนหนุ่มอีกครั้ง
ทางด้านของพลาธิปเมื่อเห็นสภาพของเพลงพิณก็รู้สึกโกรธจัดจนแทบอยากจะเจอหน้าคนที่ชนน้องสาวตัวเองแล้วชกให้หน้าแหกไปข้างหนึ่งเขาเดินออกไปที่สวนหย่อมของโรงพยาบาลแล้วระบายกับต้นไม้ด้วยการซัดกำปั้นไปหนึ่งครั้งแม้จะเจ็บแต่ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้บ้าง
“ตาธิปพอแล้วลูก”
“คุณน้าไอ้คนชนมันโทรมาหรือยังครับ”
“ยังเลยเห็นว่าติดงานศพแต่น้าก็โทรหาแล้วล่ะเขาบอกเสร็จธุระจะรีบมา”
“เอาเบอร์มันมาผมจัดการเองคนมันจะหนีมันก็อ้างทุกเื่ล่ะใครจะมาตายอะไรตอนนี้ข้ออ้างชัดๆคงหาจังหวะหนีสินะ”
“นี่จ้ะ”นางพิรายื่นนามบัตรให้แล้วก็นั่งลงที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้
“ฮัลโหลถ้าไม่อยากเดือดร้อนหรือตายห่าก่อนวัยอันควรออกมาเจอกันที่หน้าโรงพยาบาล” น้ำเสียงเขาเกรี้ยวกราดใส่ปลายสายเพราะกำลังโกรธจนแทบจะหักคอคนที่ชนเพลงพิณให้หักคามือได้เลย
“ระโรงพยาบาลไหนคะ”บุญชญาที่รับสายแทนพี่ชายใเพราะเ้าของเสียงห้วนดูน่ากลัวจนแทบอยากกดวางสายทิ้ง
“ก็โรงพยาบาลในตัวจังหวัดนี่ล่ะไม่รู้จักหรือไงโรงบาลรัฐในโคราชมันมีกี่ที่เหรอโง่แล้วยังเห็นแก่ตัวออกมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่”
“ทะที่ไหนล่ะหนูไม่รู้”
“ให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงไม่มาเจอดีแน่มาตามพิกัดที่จะส่งไปให้นะ”
“คุณมันเื่อะไรหนูงงมากหนูเพิ่งมาจากกรุงเทพฯมางานศพคุณย่า”
“เหอะคนกรุงเทพฯมิน่ากล้ามากชนแล้วหนีออกมาเดี๋ยวนี้!”พลาธิปตะคอกเสียงดังแล้วกดส่งที่อยู่เพื่อนัดเจอเ้าของเบอร์โทรศัพท์
“พี่ดินคะมีคนโทรมาบอกจะนัดเจอชนแล้วหนีอะไรนี่ล่ะพี่ดินรู้เื่หรือเปล่าคะ”
“เดี๋ยวพี่จัดการเองเอาไว้ก่อนพี่สวดมนต์เพื่อทำสมาธิก่อนน้องบุญไปพักผ่อนเถอะ”เขาพูดจบก็เงียบเสียงไปขังตัวเองในห้องนอนของคุณย่า
“แสดงว่าพี่ดินรู้เื่หรือว่าพี่ดินไปชนใครเข้า”ไม่ทันไรข้อความขู่ก็มาอีกรอบ
‘ไม่มากูจะตามยิงให้ตายหมดบ้านเลยไม่เชื่อก็ลองดู’ข้อความขู่ได้ผลเมื่อบุญชญาอ่านแล้วรู้สึกกลัวแต่ก็อยากรู้เื่เลยมองหาน้าคมสันคนขับรถที่กำลังก้มๆเงยๆที่รถของพี่ชายตนแต่พอกำลังจะเรียกใช้งานเขาก็รีบเดินออกไปเด็กสาวคิดว่าเป็เวลา่บ่ายแก่ๆคงไม่มีอะไรมากแค่ไปเจอและทุกคนก็ดูยุ่งๆไปหมดเลยแอบเอากุญแจรถของพี่ชายขับออกไปเพียงลำพังเพราะตนเคยหัดขับรถอยู่บ้างแม้จะไม่ค่อยเก่งแต่คิดว่าอยู่ต่างจังหวัดคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะรถราไม่เยอะเหมือนในกรุงเทพฯเด็กสาววัยสิบหกที่คิดน้อยด้อยประสบการณ์ขับรถไปตามพิกัดที่มีคนส่งมาหาเพื่อ้าเจอเพียงลำพังในใจก็คิดแค่มันเกิดอะไรกันแน่เพราะรู้ดีว่าพี่ชายสภาพจิตใจยังเศร้ามากยังไม่พร้อมจะออกไปเจอใครอยู่แล้ว
เอี๊ยด…ขาเรียวเหยียบเบรกอย่างรวดเร็วแต่เพราะไม่เคยขับรถคันนี้เลยทำดูไม่ค่อยคล่องเท่าไรนัก
“ทะทำไมเบรกไม่ค่อยดีเลย ว้าย!”บุญชญาเหยียบเบรกแล้วก็หลับตาเพราะเกรงว่าจะชนกับเสาไฟฟ้าตรงหน้าทันใดนั้นเสียงเข้มของบางคนที่จอดรถอยู่ข้างๆก็ดังขึ้น
“เห้...!เอ๊ย ขับรถแบบนี้ไงถึงชนคน มึงลงมาเลยนะ!”พลาธิปด่ากราดเพราะมั่นใจว่าเ้าของรถยนต์ราคาล้านกว่าๆคือคนที่เขากำลังรอเพราะตรงนี้คือพิกัดที่นัดเจอกัน
“พี่คะหนูขอโทษ”บุญชญาไขกระจกลงแล้วยกมือไหว้ด้วยความใแต่รถยนต์ก็ไปจอดอยู่หน้าเสาไฟฟ้าพอดิบพอดี
“ขับแบบนี้น่าชนเสาให้ตายห่าไปเลยคิดว่ารวยแล้วขับรถชนใครก็หนีไปเหรอมานี่เลย”เขาพูดแล้วกระชากแขนบุญชญาไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ใกล้ๆ
“ปล่อยก่อนค่ะหนูไม่รู้เื่เลย”
“ไม่รู้แต่มาตามนัดมันน่านักนะหน้าตาก็ดูยังเด็กอายุเท่าไรแล้วถึงมาขับรถบนท้องถนนแบบนี้”
“สิบหกค่ะ”
“ไปโรงพัก”
“ไปทำไมคะหนูไม่อยากไป”
“ไม่มีใบขับขี่อยู่แล้วล่ะอายุสิบหกเด็กเห้...!”
“หยุด! จะมาด่าพล่อยๆแบบนี้ไม่ได้นะหนูบอกว่าไม่รู้เื่”
“ปากดีจริงๆมานี่”เขากระชากแรงขึ้นผลักให้บุญชญาเข้าไปด้านในรถแล้วก็รีบเข้าไปนั่งที่คนขับ
“จะไปไหนก็นัดเจอตรงนี้แล้วนี่”
“ตอนแรกจะคุย ดูๆแล้วทำอย่างอื่นดีกว่าแค่สิบหกเองกำลังดี”
“อะไรนะจะทำอะไร”
“เงียบ! เชือดคอทิ้งเลยดีไหมกล้ามาก็ต้องกล้าไปด้วยสิทีกล้าขับรถชนคนยังกล้าหนี”
“หนูไม่ได้ขับ”
“เห้...!ขับหรือไง พูดแล้วโมโหเชือดทิ้งในป่าให้อีแร้งแทะดีไหมจะได้มีประโยชน์บ้าง”
“ฮือ”บุญชญาฟังน้ำเสียงของเขาแล้วกลัวจับใจร้องไห้ไม่ยอมหยุดแล้วก็เอาแต่กอดอกตัวเองไว้เพราะเขาพาออกไปนอกเมืองและไม่รู้ว่าจะไปหยุดที่ไหน
“ยิงทิ้งกลางป่าเผาหรือเอาไปถ่วงน้ำดีวะเด็กเห้...ขับรถไม่เป็ยังกล้าขับบนท้องถนน” เขายังคงบ่นไม่หยุด
“หนูไม่ได้ขับ”
“เถียงอีกบอกให้หุบปากหรือจะให้ปากอุ่นๆของพี่จะไปอุดปากน้องดีล่ะ”
“…”สาวน้อยกลัวจนไม่กล้าแม้จะร้องไห้เพราะเกรงว่าเขาจะโมโหร้ายแล้วทำร้ายตนเข้า
“เออพูดง่ายๆเผื่อจะใจดีไม่ยิงทิ้งแค่มัดไว้ในป่าให้เสือมันกัดเล่น”
“มีเสือด้วยเหรอคะ”
“ช้างก็มีถึงเขาใหญ่ก่อนเหอะได้สนุกแน่”
“ไม่นะ” ดวงตาคู่เศร้าเริ่มเอ่อล้นด้วยน้ำตาเพราะกำลังรู้สึกกลัวจนหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ
“หุบปาก!” พลาธิปหงุดหงิดจนลืมไปว่านางพิรารอตนที่ห้องพิเศษเพื่อผลัดเวรกันเฝ้าเพลงพิณเพราะนางพิราต้องกลับบ้านไปดูแลลูก
รถยนต์คันสีดำเลี้ยวไปตามทางคดเคี้ยวตามไหล่เขาเพื่อไปยังจุดหมายที่เขาคิดเอาไว้นั่นก็คือป่าที่เขาเคยมาเที่ยวเมื่อปีก่อนกับเพื่อนๆและที่นั่นก็มีที่พักราคาถูกสามารถพักได้หลายคืนโดยไม่เดือดร้อนเื่ค่าใช้จ่ายเพราะเป็ที่พักของชาวบ้านละแวกนั้น
“มีแต่ป่าพี่พาหนูมาทำไมหนูจะไปลอยอังคารคุณย่า”
“คุณย่าบ้าบออะไรชนแล้วหนียังโกหกว่ามีคนตายติดงานศพหน้าอย่างเธอดูก็รู้ไม่มีความรับผิดชอบ”
“หนูจะกลับบ้าน”
“อยู่กับพี่นี่ล่ะสาวน้อย”รอยยิ้มมุมปากของพลาธิปทำให้บุญชญากลัวจับใจ
‘พี่ดินมาช่วยน้องบุญด้วยค่ะ’