อวัยวะภายในแต่ละชิ้นส่งเสียงประดุจมีชีวิต
และจู่โจมอย่างฉับพลัน…
เป้าหมายคือสมเด็จพระจักรพรรดิ!
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก
มือธนูสามคนยิงลูกธนูครั้งละดอก สามดอกติดต่อกัน ทุกดอกล้วนปักบนอวัยวะภายในหนึ่งชิ้น ตรึงอวัยวะทุกชิ้นอยู่กับที่
ร่างของนางกำนัลเต็มไปด้วยลูกธนู ไม่รู้ด้วยเหตุใดร่างนั้นกลับหยัดยืนบนพื้น เสียงกึกกึกหยุดลงแล้ว ทว่าไม่อาจวางใจ มือโล่ด้านหน้ายกโล่หวายขวางอกคอยป้องกัน มือหอกสืบเท้าไปข้างหน้าหมายจู่โจม มือธนูรีบหยิบลูกธนูพาดสาย ระบายลมหายใจที่คั่งค้าง ขยับกายหมายถอยไปอยู่หลังมือหอก ขณะที่มือดาบสืบเท้าออกด้านข้างรอจังหวะจู่โจมสังหาร
สังเกตจากมาตรการรับมือแล้ว ต่างคนต่างสอดประสานดุจเครื่องจักรา ยากหาช่องว่างรอยโหว่ จักรพรรดิหนุ่มทอดพระเนตรดังนี้ค่อยผ่อนคลาย ทรงพระสรวลออกมาเบา ๆ
ทันใดนั้นเอง อยู่ ๆ ร่างนางกำนัลพลันชักกระตุกและหวีดร้อง ก่อกวนจังหวะสับเปลี่ยนขบวนพยุหะอย่างแเี ไม่เพียงเท่านั้นแค่เพียงกะพริบตาเล็บยาวโง้งแทงทะลุตัวโล่ ทะลวงคอหอยของมือโล่อย่างไม่ทันตั้งตัว อีกเพียงข้อนิ้วจะถึงดวงตาของมือธนู แต่กลับถดถอยไปอย่างรวดเร็ว
ถึงขบวนพยุหะเกิดสะดุดติดขัด ทว่ามีคนสองคนไม่ได้รับผลกระทบจากการณ์นี้ มือเรียวยาวสองคู่แยกกันจับขาของมันไว้คนละข้าง ดึงรั้ง แล้วทุ่มมันออกไป ด้วยเหตุนี้เล็บแหลมคมจึงหยุดลงกะทันหัน ไม่ทันได้สังหารมือธนู
ร่างนางกำนัลหล่นแผละบนระเบียงไม้ราวกับผ้าขี้ริ้วเปื่อยเก่า เหมือนกับว่าการจู่โจมสังหารได้ถูกหยุดลง แต่ทว่านี่เป็เพียงการเริ่มต้น ภายใต้กองเนื้อหนังและเศษซากอวัยวะกลับมีบางสิ่งซ่อนอยู่ ร่างนางกำนัลหยุดนิ่งเพียงครู่ ก่อนมือเล็กเรียวผุดขึ้นดุจก้านบัวโผล่พ้นจากโคลนตม
ปีศาจสิงร่าง?
มือคู่น้อยค่อย ๆ แหวกชิ้นเนื้อ ฉุดดึงตนเองจากกองอวัยวะแหลกเหลว มายืนหยัดอย่างทะนงต่อหน้าคนทั้งผอง เด็กผู้หญิงผมสั้นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ฟันเล็กเรียงราย ดวงตาเรียวสวย ถึงเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเื ทว่าไม่อาจลดทอนความสดใสของเธอได้
เด็กน้อยแค่ฉีกยิ้มเท่านั้น กลับสร้างความยำเกรงให้แก่ทุกคน หลายคนลอบหลั่งเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง
ศิษย์สำนักองเมียวไม่มีใครไม่รู้จัก ‘มัน’ เพียงไม่เชื่อว่า ‘มัน’ จะลงมือด้วยตัวเอง
มันคือ…
เท็งโกะคุ (์ภพ)
หนึ่งในหัวหน้าร้อยแปดอสูร และหนึ่งในสี่ขุนพลเทพของอาเบะ โนะ เซเมย์
อย่าได้เห็นว่ามันหน้าตาสดใส ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู แท้จริงแล้วนี่คือร่างจำแลง ล่อหลอกให้ตายใจ เ้าเล่ห์แสนกลดุจจิ้งจอก...
มันคือปีศาจจิ้งจอกหกหาง อายุกว่าหกร้อยปี
ตำนานกล่าวไว้ จิ้งจอกอายุเกินหนึ่งร้อยปีจักกลายเป็ปีศาจ อายุเกินสองร้อยปีหางจักงอกเพิ่ม หากถึงหนึ่งพันปีจักกลายเป็เทพ ดังเช่น เซียนจิ้งจอกแดง เทพบริวารของท่านอินาริผู้ปกปักนครหลวง
ปีศาจจิ้งจอกยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนโยกตัวไปมา หมุนคอ สะบัดแขนขา ยืดเอว จากร่างเด็กน้อยพลันยืดยาวกลายเป็หญิงสาว งดงามเกินบรรยาย ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากอวบอิ่ม ผมยาวสลวย เอวคอดกิ่ว หน้าอกกลมกลึง ขาเรียวสวย หากตัวนางไม่เปรอะไปด้วยเื บางทีอาจงดงามกว่านี้
ถึงกระนั้นความงามดิบเถื่อนกลับต้องตาจักรพรรดิหนุ่ม พระเนตรของพระองค์หรี่ปรือดั่งต้องมนตร์ ขยับพระวรกายหมายเข้าใกล้หญิงงาม น่าเสียดายอิจิโร่ หัวหน้าหน่วยสึอิบุชิ ฉายาดาบสิบกระบวน ยัดแผ่นไม้เครื่องรางใส่พระหัตถ์ทำให้หลุดจากมนตร์สะกด
‘น่ากลัวเกินไปแล้ว’ เรเซย์เทนโนดำริในใจ
ขณะที่อิจิโร่ขมวดคิ้วนึกสงสัย
ตามธรรมชาติของสัตว์นักล่าอย่างสุนัขป่าและจิ้งจอก พวกมันมักไล่ล่าสัตว์อ่อนแอ าเ็ หรือพลัดหลงจากกลุ่ม ถนัดวางกับดัก เ้าเล่ห์แสนกล ออกล่าเป็ฝูง
มีเื่น่าแปลกสองข้อ
หนึ่ง จิ้งจอกตนนี้ออกล่าลำพัง
สอง หลังจากแผนการถูกเปิดโปงยังคงไม่สะทกสะท้าน ยืนนิ่งอวดยิ้มสะคราญและเรือนร่างเต็มสาว
ระหว่างนั้นจูโร*ทั้งสองคนที่มาจากตระกูลองเมียวจิคล้ายคาดการณ์บางอย่างได้ สมกับเป็นางข้าหลวงซึ่งถูกวางตัวให้ปกป้องพระจักรพรรดิ
ทั้งสองต่างลอบส่งสัญญาณให้กัน จากนั้นค่อย ๆ สืบเท้าถอยไปสมทบกับเหล่านักรบ สลับตำแหน่งกับมือดาบ กลายเป็สองนางยืนขนาบข้างเยื้องไปทางด้านหลังขององค์จักรพรรดิ ถึงแววตาจะแฝงด้วยความกังวลและเหนื่อยล้า แต่หามีความเกรงกลัวอยู่ไม่
ขณะนี้มือดาบเปลี่ยนเป็อยู่ด้านหน้า ตรงกลางคือมือธนู มือหอกถอยไปอยู่ด้านข้าง เมื่อจัดกระบวนเสร็จทุกคนต่างยืนนิ่ง คล้ายกับ้าอยู่ในสภาพนี้ให้นานที่สุด
‘เอ็งไม่ขยับข้าไม่เคลื่อนไหว’
เหล่านักรบ้าถ่วงเวลาให้ท่านเ้าสำนักได้ทำพิธีกรรมบางอย่าง แต่ทำไมเท็งโกะคุคล้ายไม่ได้รีบร้อนสังหารองค์จักรพรรดิ ถึงขนาดปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามจัดกระบวนรบได้ตามสบาย ไม่ใช่เวลาผ่านไปตนยิ่งเสียเปรียบหรอกหรือ
จักรพรรดิหนุ่มให้อึดอัดในพระทัย
การทหารพึงฉับไว!
พวกเ้ามีกำลังมากกว่าต้องล้อมมันไว้ จู่โจมตัดกำลัง จากนั้นสับมันเป็หมื่นชิ้นให้สาสมกับความผิด ไม่ใช่รี ๆ รอ ๆ อยู่อย่างนี้ หากมันมีกองหนุนจะทำอย่างไร
ยาสึโนริมัวทำอะไรอยู่ ศัตรูอยู่ตรงหน้ากลับละทิ้งหน้าที่ ไม่ใช่ต้องคุ้มครองพระองค์ด้วยตนเองหรอกหรือ ลำพังผู้หญิงสองคนกับนักรบเพียงหยิบมือจะต้านทานได้นานสักเท่าใด
เสียงแห่งความไม่พอพระทัยดังก้องในห้วงความคิดของเรเซย์เทนโน
พระองค์ทรงระบายพระปัสสาสะ (ลมหายใจออก) แม้ในพระทัยจะร้อนรนเพียงใด ภายนอกยิ่งต้องแสดงความหนักแน่น ยิ่งศัตรูคือปีศาจจิ้งจอก การหวั่นไหวเพียงนิดเดียวอาจเปิดช่องว่างให้มันฉกฉวย ดังเช่นมนตร์เสน่ห์ก่อนหน้า หากเลือกได้ขอเจอกับทัพฏยังดีเสียกว่า
ั้แ่ทรงพระเยาว์ทรงเคยได้ยินเื่ปีศาจที่อาศัยอยู่ในเรือนมารกลางป่าลึกบนเขาคุรามะ นั่นเป็เื่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ความเคร่งเครียดของเหล่าเสนาบดี ชาวบ้านหายสาบสูญ ไร่นารกร้างว่างเปล่า พระราชบิดาทุ่มเทวิธีการนานา สุดท้ายอพยพชาวบ้านจากทางทิศเหนือของนครเฮอันโยกย้ายมาอยู่ทางใต้ เสริมกำแพงเมือง จัดกองทัพตั้งขวางระหว่างเขาคุรามะกับเมืองหลวง
นับแต่นั้นปีศาจและมนุษย์ต่างแยกขาดจากกัน สถานการณ์กลับมาดีขึ้น ทำไมปีศาจตนนี้ถึงเหิมเกริมกล้าจู่โจมวังหลวง กล้าจู่โจมพระองค์
อันที่จริงนี่คือความเข้าใจของพระองค์เพียงผู้เดียว ทุกผู้ทุกนามในนครหลวงต่างรู้ดีว่าูเาทางเหนือคือเขตหวงห้าม หากญาติพี่น้องถูกปีศาจจับกินได้แต่บอกว่าโชคร้าย หากเกิดคดีเกี่ยวกับปีศาจให้ถือเป็ภัยธรรมชาติ ห้ามชาวบ้านร้องเรียน
นครเฮอันที่เข้าใจกันว่าสงบสุข แท้จริงเป็เช่นนี้เอง
ห้องบรรทม
คะโมะ โนะ ยาสึโนริ มั่นใจว่าลูกน้องของตนสามารถรับมือได้
ก่อนเข้าเฝ้าพระจักรพรรดิเขาลอบส่งสัญญาณลับ เตือนองเมียวจิในคราบนางข้าหลวงทั้งสอง “ปีศาจเข้ามาแฝงตัวในหมู่นางกำนัลแล้ว”
ต่อให้ั์แห่งเทือกเขาฟุนาโอกะปรากฏตัว ถ้านางข้าหลวงกับเหล่านักรบร่วมมือกันน่าจะยันไว้ได้ จนกว่าภารกิจของเขาจะสำเร็จ
ยามนี้ยาสึโนริกำลังทุ่มความสนใจไปที่ฉากกั้นลายดอกบัว
ฉากกั้นนี้คอยบังพระแท่นบรรทมไว้ ถูกติดตั้งในที่นี้ั้แ่รัชสมัยสึซาคุเทนโน จักรพรรดิลำดับที่หกสิบเอ็ด มีกฎที่ไม่เป็ลายลักษณ์อักษรอยู่ว่า
‘ห้ามเคลื่อนย้ายฉากกั้นนี้ออกจากห้องบรรทมของสมเด็จพระจักรพรรดิเป็อันขาด’
เล่าลือกันในหมู่นางข้าหลวงผู้รับใช้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิทุกพระองค์ว่า ฉากกั้นดอกบัวนี้ คือของวิเศษคุ้มครองพระราชวังชั้นใน ป้องกันคำสาปและสิ่งชั่วร้ายทั้งมวลไม่ให้กรายกล้ำ
แต่เื่เล่าที่สืบทอดเฉพาะเ้าสำนักองเมียวกลับต่างออกไป
ดอกบัวนี้เคยเป็ส่วนหนึ่งของฐานดอกบัวมันดาลาของพระไวโรจนะพุทธะ
*จูโร ตำแหน่งต้นห้องขั้นกลาง ตำแหน่งนี้สำหรับธิดาตระกูลแพทย์หลวง หรือธิดาตระกูลองเมียวจิที่เข้ามาทำงานในวังใน