พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอากาศเริ่มเย็นลง ฮุ่ยิที่หลับฟุบบนหลังม้าค่อยๆลืมตา ยันตัวขึ้นพลางยืดแขนยืดขาพร้อมกับขยี้ตาเพื่อคลายความง่วง มือเล็กยกขยี้ตาเพื่อปรับแสงให้เห็นในความมืด ดวงตาหรี่ก่อนจะค่อยๆลืมขึ้น ม้าหยุดจอดสนิทฮุ่ยิหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาอยู่บนหลังม้า คนด้านหลังะโจากม้าก่อนจะเอ่ยให้เขาลงมา
“ลงมาได้แล้ว”
“เอ่อ…พะย่ะค่ะ”
ฮุ่ยิลงจากหลังม้าอย่างค่อยๆพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ทุ่งหญ้ากว้างเขียวขจีที่ใหญ่สุดลูกหูลูกตาถูกห้อมล้อมไปด้วยูเาหวังหวิ่นหลายลูกติดกัน เฉิงหานหย่อนตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าโดยมีฮุ่ยินั่งลงที่ด้านข้าง เขาหันมองอีกคนก่อนจะเอ่ยเมื่อเห็นอีกฝ่ายเว้นระยะห่าง
“ทำไมเ้านั่งตรงนั้น”
“ก็ท่านเป็ถึงฮ่องเต้ ข้าเป็เพียงแค่นางบำเรอที่ยังไม่ผ่านการทดสอบใยข้าจะสามารถนั่งใกล้ท่านได้”
“เขยิบมาตรงนี้”
“ไม่ดีกว่า ข้า-”
“เ้าจะขัดคำสั่งข้ารึ”
“ข้ามิอาจ”
ฮุ่ยิก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของอีกฝ่ายเฉิงหานจัดการเอี้ยวตัวเล็กน้อยก่อนจะสอดมือไปด้าหลังดึงอีกคนให้นั่งที่ข้างตัว
“ท่านทำอะไร-”
ยังไม่ทันที่จะเอ่ยถามสายตาคมกริบจ้องมองที่ใบหน้า ดั่งเหมือนห้วงเวลาหยุดไปชั่วคราวก่อนจะฮุ่ยิจะรู้สึกตัวแล้วเบนสายตาไปทางอื่น
เฉิงหานเอนตัวลงเล็กน้อยเท้ามือกับพื้นหญ้าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวหลายหมื่นดวง
“เ้าเคยได้ยินเื่กลุ่มดาวหรอไม่”
“เคยบ้างพะย่ะค่ะ”
“เมื่อสามปีก่อนตอนที่พ่อข้ายังอยู่ ท่านได้ไปเชื่อมความสัมพันธ์กับฝั่งยุโรป ข้าได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย มีครั้นตอนที่อยู่บนเรือข้าเจอชายคนหนึ่งอายุโตกว่าข้าราวสามปีกว่าได้ เขาเล่าเื่กลุ่มดาวให้ข้าฟัง ตอนแรกข้าคิดว่ามันช่างน่าเบื่อเอาเสีย แต่พอฟังไปเรื่อยๆมันกลับสนุกอย่างบอกไม่ถูก” ฮุ่ยิหันมองอีกคนก่อนจะเอ่ยถาม
“แปลกนะพะย่ะค่ะที่ท่านชอบเื่แบบนี้”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ก็…หน้าตาท่านดูเหมือนจะชอบเื่า การต่อสู้เสียมากกว่า”
“ไร้สาระ”
อ่าว ฮุ่ยิเบ้ปาก่อนจะหันไปสนใจดาวบนท้องฟ้าต่อพลางยืดขาออกไปเพื่อคลายความเมื่อย
“ข้าจำได้แค่เื่กลุ่มดาววัว…เ้าอยากฟังหรือไม่”
“หากข้าปฏิเสธ”
“ไม่อนุญาต”
“อ่าว” แล้วท่านจะถามข้าเพื่อเหตุใด ฮุ่ยิมุ่ยหน้าพลางคิดอยู่ภายในใจ
“มันเริ่มจากนางผู้หนึ่ง นางชื่อยูโรป้า นางกำลังเดินเก็บดอกไม้อยู่ริมทะเล ด้วยความสวยของนางทำให้ซุสที่เข้ามาเห็นเกิดตกหลุมรัก ซุสเลยจำแลงกายเป็วัวเผือกจากนั้นเข้ามายั่วยวน ยูโรปก้าเห็นจึงเกิดความสนใจเข้าไปเล่นกับมันพอนางขึ้นขี่หลังวัวเผือกซุสที่จำแลงกายจึงพานางหนีไปทันที”
“แล้วอย่างนี้นางไม่ใหรือพะย่ะค่ะ หากคนเรารู้ว่าตัวเองกำลังโดนลักพาตัวอย่างน้อยก็ต้องมีดิ้นรนเพื่อหาทางหนีเอาตัวรอดบ้างมิใช่หรือพะย่ะค่ะ”
เฉิงหานมองอีกคนที่อธิบายสุดใจก่อนจะเอ่ยตอบด้วยประโยคที่ตัดฉับอารมณ์แบบสุดโต่ง”
“เหตุการณ์นั้นเขามิได้เล่าให้ข้าฟัง”
“อ่า…ท่านเล่าต่อเลยพะย่ะค่ะ”
“ซุสในร่างวัวเผือกเมื่อได้ทีก็พานางวิ่งแล่นไปทั่วทั้งทวีปจนไปหยุดที่เกาะครีต ทั้งสองอยู่กินกันจนมีลูกด้วยกันสามคนพร้อมแต่งตั้งให้เป็ราชินีแห่งเกาะครีตอีกด้วย แต่เมื่อถึงคราซุสจะต้องเดินทางกลับได้มอบของขวัญสามอย่างและสร้างกลุ่มดาววัวบนท้องฟ้าเพื่อให้นางได้ระลึกถึงซุสอยู่เสมอ”
“ช่างเป็เื่ราวที่เข้าใจง่ายดีเสียจริง”
“เ้าคิดอย่างไรกับเื่นี้”
“ข้าคิดว่าซุสอาจจะเห็นแก่ตัวไปเสียเล็กน้อย หากตามที่ท่านเล่าซุสอยากได้ยูโรป้าเพียงเพราะควาสวยเสียเท่านั้น อีกอย่างหากซุสมีเมียอยู่แล้วก็เท่ากับว่านี่เป็การนอกใจเสียทีเดียว”
“แล้วถ้าหากเป็ข้าล่ะ หากข้าทำแบบนั้นพาเ้าหนีออกจากวังไปแล้วอยู่กินกัน เ้าจะยอมไปกับข้าหรือไม่”
ประโยคนั้นทำให้ฮุ่ยิหันไปมอง เฉิงหานและเขาสบตากันสายตาที่อ่านไม่ออกนั่นของอีกฝ่ายทำให้ฮุ่ยิสับสน
“ข้า…ไม่รู้พะย่ะค่ะ”
“…”
บทสนทนาเงียบลงได้ยินเพียงแต่เสียงของลมที่พัดโชย จู่ๆความอึกอัดและความสับสนก็เกิดขึ้นภายในใจฮุ่ยิไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
“ข้าเกลียดวังหลวง” ฮุ่ยิหันมองอีกฝ่าย
“…”
“ข้าเกลียดตำแหน่งฮ่องเต้ ข้าไม่อยากเป็อัลฟ่าที่เป็ห่วงโซ่อาหารที่อยู่บนสุด ข้าอยากเป็มนุษย์ธรรมดา ที่ไม่ต้องคิดอะไร”
“ข้าก็เช่นกันพะย่ะค่ะ ข้าไม่อยากเป็นางบำเรอ แต่เพราะฐานะและความยากจน มันเลยทำให้ข้าต้องมาอยู่ที่นี่”
เฉิงหานเขยิบตัวเอี้ยวหาอีกคนยกมือขึ้นเชยคางของอีกฝ่ายให้หันสบตากัน
“ฮุ่ยิ เ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่ ว่าเ้าจะไม่หนีจากการทดสอบนี้”
“ทำไมท่าน-”
“ได้หรือไม่”ฮุ่ยิเบนสายตาหลบอีกคน
เขาไม่อยากรับปาก แม้ในใจอยากจะให้สุดฝีมือความสามารถแต่หากเขาไม่ผ่าน ยังไงเขาก็ต้องไปอยู่ดี
“มองตาข้า ฮุ่ยิ”
“ข้าไม่รับปาก หากข้าสอบไม่ผ่าน ยังไงข้าก็ต้องกลับไปอยู่ดี”
เฉิงหานเม้มปากเล็กน้อยความรู้สึกหลายอย่างที่มิอาจสามารถอธิบายได้ คนตัวโตโคลงหัวเอนซบกับไหล่เล็กมือหนาสอดไปด้านหลังทำการกอดเอวนั้นเอาไว้ราวกับไม่อยากให้หายไป
“ข้ารู้ แต่ข้าขอ ขอแค่สัญญากับข้า ว่าจะไม่ไปไหนได้หรือไม่”
“ข้า…สัญญา”
“ขอบคุณ”
“ท่านเล่นอะไร ท่านหยุดเดี๋ยวนี้!!!”
“อะไร”
ฮุ่ยิโวยวาย ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อหนึ่งชั่วโมง หลังจากที่สนทนาใจเสร็จต่างคนต่างนั่งดูดาวต่อไปแต่จู่ๆก็มีงูเหลือมตัวใหญ่บุกเข้าอาณาเขตที่ทั้งคู่นั่งอยู่ แน่นอนว่าคนที่จัดการคงไม่ใช่ใครนอกจากเฉิงหานเป็แน่ เขาใช้ดาบคู่ใจจัดการงูเหลือมตัวนั้นได้ในครั้งเดียว แต่มันจะจบหากอีกคนไม่นึกสนุกอยากแกล้งฮุ่ยิที่ร้องลั่นั้แ่ยังไม่ทันที่จะฟัน
“ท่านจะฆ่ามันจริงรึ”
“แล้วทำไมข้าจะฆ่ามันไม่ได้”
“คือ…ข้สงสารมัน”
“เ้าอยากให้มันเขมือบเ้าก่อนรึ”
“ไม่ๆ คือข้าว่าเราควรปล่อยมันดีกว่าหรือไม่”
“ปล่อยให้ไปกินเ้ารึ”
“ไม่ใช่ๆๆๆ ปล่อยในที่อื่นสิพะย่ะค่ะ”
“ี้เี”
“ท่านจะี้เีไม่ได้นะพะย่ะค่ะ ท่านต้องเอามันไปปล่อย”
“เ้าสั่งข้ารึ”
“ข้ามิอาจสั่งท่านหรอกพะย่ะค่ะ แต่ข้าแค่ขอร้องให้ท่านเอามันไปปล่อยเพีัยงเท่านั้น”
“ม้าข้าหลับแล้ว อีกอย่างมันวุ่นวาย”
“โถ่ท่าน เดี๋ยว!!!!!”
และนั่นก็เป็เหตุการณ์วุ่นวาย เฉิงหานที่ในมือยังคงถือซากงูเหลือมที่ตายไปแล้วเดินเข้าอีกคนที่กำลังหลบอยู่หลังต้นไม้
“ท่านเอามันไปทิ้งเลยนะพะย่ะค่ะ”
“เ้าสั่งข้ารึ”
“ใช่พะย่ะค่ะ”
“อ๋อ”
พึ่งรูตัวว่าเผลอพูดอะไรไม่ควรออกไป ฮุ่ยิยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะคุกเข่าลงที่พื้น
“เมื่อกี้ข้าพูดผิด”
“หรอ ไม่ใช่ว่าเ้าสั่งข้ารึ”
“คือ…”
“หึ”
ไม่ทันให้อีกคนได้ถาม จัดการทิ้งซากงูก่อนจะเดินตรงเข้าหาอุ้มอีกคนจนขาลอยจากพื้นด้วยความสูงระดับหนึ่ง ฮุ่ยิใกับการกระทำของฮ่องเต้เขาพยายามดิ้นแต่เหมือนว่าจะไม่เป็ผล
“ท่านจะทำอะไร”
“ข้าง่วง”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า ปล่อยข้าน-แอ๊ก!”
เมื่อบอกให้ปล่อยฮ่องเต้หนุ่มก็ปล่อยลงทันที ฮุ่ยิเหลือบมองค้อนอีกคนแต่ความความจุกที่มันแล่นปรี๊ดทำให้ร่างกายมันแทบจะขยับไม่ได้เลย
“เจ็บชะมัด”
คนตัวเล็กค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะหมุนตัวเฉิงหานที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาย่อตัวลงให้ความสูงเท่ากันก่อนจะนึกสนุกอยากแกล้งอีกคน มือหนายันพื้นข้างตัวของฮุ่ยิทั้งสองด้านขยับตัวเข้าประชิดอีกคนจนหน้าผากชนกัน ฮุ่ยิมิได้ทันตั้งตัวใกับการกระทำของอีกคน
“ท-ท่านจะทำอะไร”
อีกไม่ได้ตอบแต่เพียงริมฝีปากของตนเข้าอีกคน ฮ่องเต้หนุ่มค่อยๆละเมียดริมฝีปากเพื่อเฉดชิมความหวานจากอีกคนทีละนิดดันตัวคนใต้ร่างให้เอนนาบกับพื้นหญ้า มือหนาสอดเข้าใต้ผ้าจนมาถึงหน้าท้องแบนราบ ค่อยๆเลื่อนริมฝีปากกดบรรจงจูบลงที่คอก่อนจะฝังรอยเอาไว้เพื่อเป็สัญญา
“อึก เจ็บ”
“รอยนี่ถือเป็สัญญาระหว่างเ้ากับข้า ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด เ้าจะไม่มีวันแยกจาก”
“ท่านร้ายกาจเสียที่สุด”
“อย่างนั้นรึ งั้นเ้าก็มองข้าในแบบนั้นต่อไป เพราะข้าจะไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้”