บทที่7
เ้าสาวในชุดมงคลเดินเยื้องย่างมาหยุดที่กลางกระโจม ใต้ผ้าคลุมสีแดงสด ตากลมโตจ้องมองบุรุษที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือด้วยท่าทางผ่อนคลาย ใบหน้าคล้ำแดดแต่ไม่อาจบดบังรูปโฉมอันงดงามของเขาบุรุษผู้นี้เลย นี้หรือผู้กำซะตาชีวิตของนางคนต่อไป งานแต่งไร้ซึ่งพิธีการใดๆ มีเพียงเ้าสาวในชุดมงคลสีแดงเท่านั้น
กวนเสี่ยวถงกำมือแน่น ตอนนี้นางเป็ถึงองค์หญิง แต่เ้าบ่าวของนางกลับดูแคลนนางเสียเหลือเกิน ให้นางสวมชุดเ้าสาวมาเต็มยศ แต่เขากลับไม่มีแม้แต่แม่สื่อจูงนางลงจากรถม้าด้วยซ้ำ นางต้องเดินตามทหารในชุดเกราะเข้ามาแล้วดูสิ เขานั่งรอนางด้วยท่าที่สบายๆ สวมเพียงเสื้อคลุมบางตัวในเพียงตัวเดียวราวกับเพิ่งตื่นนอน
“เ้าจะยืนตรงนั้นไปถึงเมื่อไร”
ฟันซี่เล็กขบริมฝีปากแน่น เพื่อไม่ให้ริมฝีปากของตนสั่ง นางหาได้สั่นกลัวเขาไม่ แต่กวนเสี่ยวถงเจ็บแค้นในใจ ไม่ว่าผู้ใดก็ทำราวกับนางไร้ทางสู้
“หม่อมฉันไม่มีแม่สื่อนำทาง อีกทั้งเพิ่งเคยแต่งงานหนแรกไม่รู้จักต้องทำเยี่ยงไร ขอฝ่าาโปรดอภัยหม่อมฉันด้วยเพคะ” เสียงเล็กๆของหญิงสาวใต้ผ้าคลุมสีแดงเอ่ยออกมาแ่เบาเสียงนั้นแหบเล็กน้อยแต่กลับเจือไปด้วยความกระด้าง แม้นางจะเอ่ยเสียงเบาแต่จ้าวหยุ่นหลงก็ได้ยินชัดเจน
ร่างหนาลุกเดินตรงมาหยุดยืนร่างบาง ก้มมองเ้าสาวของตน นางสูงไม่ถึงแผ่นอกของเขาด้วยซ้ำ จ้าวหยุ่งหลงกยิ้มกระชากผ้าคลุมสีแดงออกอย่างแรง จนศีรษะของกวนเสี่ยวถงเคลื่อนไปตามทิศทางนั้น
กวนเสี่ยวถงตวัดสายตากลมโตเงยหน้ามอง นางกัดริมฝีปากของตนเอาไว้แน่นข่ม แต่นางไม่อาจข่มความเกรี้ยวกราดที่แสดงออกผ่านสายตาของตนได้ เมื่อนึกได้นางว่าเผลอทำสิ่งใดลงไปก็รีบก้มหน้าลง
“หึ เด็กน้อยเ้าไม่กลัวข้าเลยหรือ” จ้าวหยุ่นหลง ยิ้มมุมปาก หลุดขำออกมาหนึ่งคำ นางก็ตัวเท่าลูกแมว แต่กลล้ามองเขาใบหน้าของข้าตรงๆ
“หม่อมฉันไม่มีความจำเป็ต้องกลัวพระองค์”
“เ้าเต็มใจแต่งให้ข้าหรือไม่เด็กน้อย” มือหนาดันดวงหน้าเล็กๆขึ้นสบตา ดวงหน้าของนางจิ้มลิ้มพริมเพลา ตากลมโตสีดำขลับ ผิวขาวเนียลราวหิมะแรก หัวแม้โป้งหยาบกร้านลูบไล้ริวฝีปากบางที่ทาชาดสีแดงเอาไว้ ยิ่งพิจมองให้ชัดๆนางเด็กกว่าที่ชางเจี้ยบอกเขาเสียอีก ตัวก็เล็กเท่านี้หากเขากดนางลงเตียงนางคงจะหักครึ่งท่อนต้องแต่วันแรก
“ไม่เต็มใจเพคะ” เสียงหวานตอบห้วนๆ
จ้าวหยุ่นหลงย่นคิ้วเอียงคอมองกวนเสี่ยวถง ไม่มีความหวาดกลัวในสายตานางเลย หรือนางไม่รู้ว่าเขาคือผู้ใด
“ข้าคือจ้าวหยุ่นหลง”
“หม่อนฉันทราบ”
“แล้วเ้าไม่กลัวข้าเลยอย่างงั้นหรือเด็กน้อย ไม่มีใครบอกเ้าหรือว่าข้าสามารถถลกมนุษย์ทั้งเป็ด้วยมือเปล่า” ผ่ามือหนาออกแรงบีบคางเล็กหมายให้นางรู้ว่าเขาเอาจริง
“หม่อมฉันไม่มีอะไรให้กลัวอีกแล้ว” แม้จะเจ็บบริเวณกรอบหน้าแต่กวนเสี่ยวถงก็พยายามอ้างปากพูด ตอนนี้นางตัวคนเดียว ครั้งอยู่สกุลกวนนางเพ้อฝันคาดหวังว่าตราบใดที่นางอาศัยอยู่ในจวนต้องมีสักวันที่บิดาจะรักและเมตตานางบ้างมอบความรักให้นางเหมือนบุตรสาวคนอื่นๆ แต่ความหวังนั้นก็ดับสลายไปพร้อมลมหายจของแม่นมเมื่อวานเสียแล้ว ที่นางมายืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษที่คนใต้หล้าเกรงกลัวเป็เพราะคำมั่นที่ให้ไว้กับแม่นมที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้นหนทางข้างหน้าจะเป็เช่นไร ได้แต่สุดแท้แต่์จะกำหนด
ถ้าเช่นนั้นนางคงไม่มีประโยชน์อะไรให้ข้า
“กลัวเถิด”เสียงทุ้มเย็นเฉียบ เ้าต้องกลัวข้า กองทัพของข้ายังอยู่ตั้งอยู่ที่แค้วนเว่ย ถ้าเช่นนั้นเ้าตายิญญาเป็เฝ้าแผ่นดินบ้านเกิดของเ้าดีหรือไม่”
เมื่อคำว่าตายถูกเปล่งออกมา นัยต์ตากลวโตแข็งกร้าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ภายใน ความร้อนรอบๆกายสูงขึ้นฝามือหนามีกลุ่มไอความร้อนพวยพุ่งออก จ้าวหยุ่นหลงสะบัดมือออกอย่างสุดกำลัง เขาไม่คาดคิดว่าสตรีไร้วรยุทธจะทำอัตรายใดๆแก่ตนได้ จึงไร้การป้องการและไม่ทันระวังตัว
“เพี้ยะ” จังหวะที่สะบัดฝามือปลายนิ้วกระทบดวงหน้ากวนเสี่ยวถงเสียงดังสนั่น
“เ้าเป็ใคร!” สายตาคมมองร่างบางในชุดเ้าสาวนั่งกองอยู่กับพื้นกระโจม ริมฝีปากบางมีเืไหลซึมออกมา แม้จ้าวหย่นหลงจะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนาง แต่เขาซึ่งฝึกวรยุทธมาั้แ่ยังจับตะเกียบไม่เป็เสียด้วยซ้ำ ก็ทำสตรีตัวเล็กๆาเ็ได้
กวนเสี่ยวถงเช็ดเืออกจากมุมปาก ก้มใบลงกับพื้น นางยังไม่พร้อมที่จะให้ใครรู้พลังที่แท้จริง ยังไม่ถึงเวลาอย่างที่แม่นมพร้ำบอก ยิ่งบุรุที่ยืนค้ำศีรษะนางอยู่ในตอนนี้เป็คนที่นางต้องเลี่ยงการปะทะกว่าผู้ใด
“ข้าถามว่าเ้าเป็ใคร” เสียงทุ้มตวาดลั่น ลมหายใจรุนแรงจนแผ่นอบเปลือยเปล่าที่โพล่พ้นจากสาบเสื้อคลุมกระเพื่อมขึ้นลง จ้าวหยุ่นหลงกำฝามือแน่น ความร้อนบางส่วนยังคงหลงเหลือยู่บนฝ่ามือเขา เมื่อครู่นางไม่ได้ใช้วรยุทธเขามั่นใจ แล้วความร้อนนี้มาจากที่ใด
“หม่อนฉัน องค์หญิงแปดของแคว้นเว่ย นามว่ากวนเสี่ยวถงเพคะ” กวนเสี่ยวถงยังคงก้มหน้า มือบางกำชายกระโปรงระบายความคลุกกรุ่น
องค์รักษ์ชางได้ยินเสียงดังจากภายในกระโจม เสียงนั้นเป็เสียงของรัชทายาท อยู่ด้วยกันมาพระองค์ไม่เคยเสียงดังเช่นนี้กับผู้ใด องค์หญิงแปดทำอะไรพระองค์ ไม่รอช้าองค์รักษ์รีบเปิดม่านกระโจมเขามาทันที เห็นองค์หญฺงนั่งกองอยู่กับพื้น สายตาคมมองรัชทายาทด้วยความใคร่รู้
“ฝ่าาเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ชางเจี้ย เ้าแน่ใจใช่หรือไม่วางนางคือบุตรสาวคนเล็กของเสนาบดี”
“กระหม่อมมั่นใจ หากไม่แน่ใจว่าคนผู้ในคือผู้ใครไม่มีทางที่กระหม่อมจะให้คนผู้นั้นเข้าใกล้พระองค์”
แม้ชางเจี้ยจะมั่นใจว่าไม่มีใครทำร้ายรัชทายาทได้ แต่เขาซึ่งมีหน้าที่ปกป้องรัชทายาทย่อมต้องสืบข้อมูลให้แน่ใจ
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นเ้าออกไปได้แล้ว ไม่ว่าจากนี้จะได้ยินเสียงอะไรห้ามให้ใครเข้ามาในกระโจมเด็ดขาด ออกไป!” จ้าวหยุ่นหลงเอ่ยเสียงเรียบ ตาคมมองสตรีที่นั่งอยู่บนพื้นไม่วางตา