บทที่ 20
"…อืม เทพทีร์เอ็นไม่ใช่องค์ที่นับถือได้อย่างสบาย ๆ ท่านเป็เทพแห่งการลงโทษ เป็ลูกสาวคนรองของลูโซลาร์ผู้เปล่งประกาย และเป็ศัสตรีที่ทนต่อบาปได้"
เสียงของเมฟจริงจังขึ้น
"ในฐานะสาวกของพระองค์ท่าน ข้าจะไม่ค่อยพูดและไม่สามารถพูดโกหกได้ และไม่สามารถเพิกเฉยต่อบาปได้เพราะจะสูญเสียความโปรดปรานจากพระเ้า และความโชคดีก็จะหายไป"
"ในยุคนี้นี่ลำบากจังเลยนะ"
อีอันที่ก้มหน้าอยู่และพูดเปรยขึ้นมา
"ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าชื่อแรกเป็อย่างนั้น ชื่ออื่นก็ต้องยิ่งใหญ่กว่า"
"หมายถึงสมญานามเหรอ ก็สมควรแล้ว"
เสียงของเมฟมีเสียงหัวเราะผสมอยู่
เนื่องจากการทรยศและการสูญเสียเป็หนึ่งในแรงบันดาลใจที่สำคัญจึงไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของอะควิลโลเนีย
พระเ้าก็ไม่ได้รับการยกเว้น
เช่นเดียวกับความเชื่อในชื่ออื่นของลูโซลาร์ เทพแห่งแสง
อีอันถาม "อะไรเหรอ?"
คำตอบที่เรียบนิ่งตามมา "การแก้แค้น"
"…!"
"การชำระบาปเป็การทดแทนการแก้แค้นของใครบางคน บางครั้งตัวมันเองก็กลายเป็เป้าหมายของการแก้แค้น อีกชื่อหนึ่งของการลงโทษคือการแก้แค้น การแก้แค้นอันชอบธรรมจะได้รับการคุ้มครองจากทีร์เอ็น"
"อย่างนั้นนี่เอง…"
ดวงตาของอีอันเบิกกว้างขณะพูดพึมพำ ในที่สุดก็ได้รู้ความลับของผู้ล้างแค้นกระหายเืในเกม
'สาวกแห่งการลงโทษกลายเป็สาวกแห่งการล้างแค้น'
ถ้าทำให้อำนาจของสาวกอ่อนแอลง ก็จะง่ายขึ้นที่จะเผชิญหน้ากับเธอ
อัศวินศักดิ์สิทธิ์มีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่มาก และเมื่อครู่นี้ก็เพิ่งเปิดเผยจุดอ่อนนั้นออกมาด้วยตัวเอง
'ถ้าอย่างนั้น…'
อีอันยังไม่ได้ตัดสินใจในทันที
'ความอาฆาตของผู้ล้างแค้นที่ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นก็เป็อำนาจของทีร์เอ็นงั้นเหรอ'
ผู้ล้างแค้นกระหายเืไม่ใช่บอสที่ปรากฏตัวเพียงครั้งเดียว ภายหลังได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรูปิญญาชื่อความอาฆาตของผู้ล้างแค้นและมีบทบาทในการโจมตีบอสตัวสุดท้ายของบทที่ 1 อย่างคาดไม่ถึง
ิญญานั้นหายไปทันที บอสสูญเสียพละกำลังและความสามารถทั้งหมดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
แน่นอนว่ามันค่อนข้างยากที่จะรับมือ
'ถ้าสู้แบบไม่มีิญญาคงจะยากกว่าเดิม'
อีอันรู้สึกไม่พอใจกับทางเลือกที่เมื่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องยอมแพ้ให้กับอีกอย่างหนึ่ง แบบนั้นไม่ใช่รสนิยมของเขาเลย
'…คงต้องคอยจับตาดูอีกหน่อย'
บางทีอาจจะมีวิธีที่ไม่ต้องยอมแพ้อะไรเลยก็ได้
เมื่อเขาได้ข้อสรุปแล้ว
"แล้วเ้ารับใช้เทพองค์ไหนอยู่?" จู่ ๆ เมฟก็พูดขึ้น
อีอันลุกขึ้นยืนและพูดออกมา "ไม่มี"
"หมายถึงไม่ได้รับใช้เทพองค์ไหนอยู่เหรอ"
"ใช่ อนาคตก็จะไม่มีเหมือนกัน"
สิ่งเหล่านี้นำพาข้ามาสู่โลกนี้ บางครั้งก็ไม่รู้ว่าเื่ต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร
มีความเป็ไปได้สูงที่ความโชคร้ายทั้งหมดนี้เกิดจากเขา จึงไม่มีความคิดที่จะรับใช้ใคร
"…ดูมีเื่ราวเหมือนกันนะ"
อีอันขึ้นจากลำธารโดยไม่ตอบใด ๆ ขณะที่เขาเช็ดตัว เสียงเรียบ ๆ ของเมฟก็ดังเข้ามาในหู
"แต่ ณ เวลานี้ อาจมีพระเ้าที่คอยเฝ้าดูเ้าอยู่ อีอัน พวกท่านอาจจะอยากได้เ้าอยู่แล้วก็ได้"
อีอันมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงจันทร์และดวงดาวส่องแสงระยิบระยับระหว่างกลุ่มเมฆดำ มันเหมือนกับพวกเขาเฝ้าดูอยู่
อีอันชี้นิ้วกลางไปยังตรงกลางนั่นและพูดขึ้นมาว่า
"ข้าหิวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ"
***
เมื่อตอนเช้ามาถึง เมฆดำลอยปกคลุมท้องฟ้า
ฟิลลิปหลับเป็ตายหลังจากกินข้าวเสร็จ วันรุ่งขึ้นเขายังคงพูดถึงมนุษย์หมาป่าอยู่
ระหว่างเดินทางผ่านป่า ฟิลลิปไม่มีอะไรทำ เมื่อฟิลลิปยังพูดเื่เดิม ๆ เป็เวลาหลายชั่วโมง อีอันจึงพูดออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มันเป็เื่ธรรมดาที่มนุษย์หมาป่าจะบุกจู่โจมและจัดการมันด้วยมีด
"นายท่านไม่เคยพูดเกินจริงเกี่ยวกับเื่ที่ท่านถนัดเลย นี่คือสิ่งที่ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้"
สำหรับฟิลลิปแล้วมีท่าทีต่างออกไป
"ข่าวลือที่ว่านายท่านทำลายเผ่าโคบอลด์ได้นั้นเทียบไม่ได้กับความเป็จริงอยู่มาก"
"ไม่ใช่ชนเผ่า เป็แค่ที่ซ่องสุม แล้วก็ไม่ใช่การทำลายแต่มันคือการต่อสู้"
อีอันพูดแก้ให้ถูกต้องแต่ฟิลลิปเดินนำหน้าไปพร้อมกับแกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน
"มนุษย์หมาป่าเนี่ยนะ เพิ่งเคยเห็นสัตว์ประหลาดแบบนั้นเป็ครั้งแรกเลยขอรับ อ้อ ใช่! แม้จะเห็นแค่หัวก็เถอะ"
จะอะไรกับแค่สัตว์ประหลาดนั่น
อีอันตอบอย่างไม่สนใจ "ทางใต้น่าจะมีสัตว์ประหลาดเยอะนะ"
"ไม่ขอรับ ที่เขตชายแดนแทบจะไม่มีเลย ทางใต้มีฐานทัพทหารคอยเฝ้าระวังและกำจัดอยู่ตลอด แต่คงจัดการพวกโจรสลัดที่จะบุกเข้ามาเมื่อมีโอกาสหรือพวกสัตว์ประหลาดไม่ได้"
ฟิลลิปยักไหล่พร้อมกับพูดเสริม "ข้าไปทางใต้มาประมาณ 6-7 ปีก่อน ตอนนั้นมันสงบสุขมาก แม้ว่าข้าจะได้ยินข่าวลือว่ามีสัตว์ประหลาดบุกไปทั่วอาณาจักร แต่ก็ไม่ได้ใมากเท่าไหร่"
"ตอนนี้คงใมากสินะ"
"ถ้าให้พูดตามตรงก็ยังไม่เท่าไหร่ เพราะตลอดการเดินทางแทบจะไม่ค่อยเจอเลย"
หว่างคิ้วของอีอันแคบลง
"แทบไม่เจอเลยงั้นเหรอ...?"
"ใช่ขอรับ แม้จะเข้าไปในเขตของแคว้นแล้วก็ยังค่อนข้างสงบ ถึงผู้คนดูลำบากแต่ทางใต้ก็เหมือนเตรียมพร้อมสำหรับาอยู่ตลอด พึ่งจะเคยเห็นมนุษย์หมาป่าที่สมกับเป็สัตว์ประหลาดจริง ๆ เป็ครั้งแรก"
"…"
เป็ไปไม่ได้
หว่างคิ้วของอีอันแคบลงกว่าเดิม
เพราะแค่จำนวนสัตว์ประหลาดที่เขาเจอหลังจากก้าวเท้าเข้าไปในอะเกลลันก็มากโขแล้ว
แม้ว่าจะเป็สิ่งที่เกมตั้งเอาไว้ แต่ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่หลายครั้งที่ยังคงรักษาประเทศไว้ได้แม้จะมีสัตว์ประหลาดมากมาย
"มันคือเื่จริง" เมฟที่ฟังอยู่เงียบ ๆ พูดขึ้นมา
"ฟิลลิปจึงไม่เชื่อว่ามีนักเวทดำอยู่ หลังจากเข้าไปในแคว้นลูมอน สัตว์ประหลาดที่พวกเราพบมีเพียงก็อบลินและโคบอลด์ไม่กี่ตัวเท่านั้น"
ต้องโชคดีขนาดไหนกันถึงจะเป็แบบนั้นได้
อีอันกะพริบตา จู่ ๆ ก็นึกถึงอะไรบางอย่างและหันกลับไปมองฟิลลิปอีกครั้ง
"เ้าเดินทางตามเส้นทางหลักจากทางใต้ขึ้นมายังแคว้นเหรอ"
ฟิลลิปพยักหน้า "ใช่ขอรับ เริ่มเดินทางจากปราสาทบัลค์ผ่านหมู่บ้านขนาดเล็กใหญ่"
"เหอะ" อีอันหัวเราะแห้ง ๆ
เมืองที่เขาเดินทางจากหนองน้ำมาถึงคือเมืองบัลค์ ซึ่งเป็จุดเริ่มต้นของการปลอมตัวเป็ทหารรับจ้างอย่างจริงจัง
เคานต์ลูมอนสนใจแต่เงินและอำนาจเท่านั้น ซึ่งเหมือนกับขุนนางคนอื่น ๆ ในโลกนี้
ต้องขอบคุณที่มีกษัตริย์ที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุขอยู่แล้วต้องมาวุ่นวาย อีอันจึงได้โอกาสรับเงินแล้วแก้ปัญหาของบ้านเมืองและเดินทางไปยังหมู่บ้านถัดไปตามเส้นทางหลัก
เขาได้กำจัดสัตว์ประหลาดตามหมู่บ้านและเส้นทางหลักไปหมดแล้ว ทำให้การเดินทางของเมฟและฟิลลิปที่เดินทางเส้นเดียวกันโดยบังเอิญเป็ไปอย่างราบรื่น
"ข้าปูทางไว้ให้แล้วนี่เอง..." อีอันพูดออกมาแล้วหันมองไกลออกไป ซึ่งมองเห็นริมขอบป่าได้
ฟิลลิปถาม "ปูทางไว้ให้อย่างนั้นเหรอ?"
"ใช่ วันดี ๆ จบลงแล้ว ฟิลลิป" อีอันตอบโดยไม่หันมามอง เขาเดินนำหน้าและพูดเสริม "อาณาจักรเละกว่าที่เ้าคิดอีก"
"…?"
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ฟิลลิปก็เข้าใจถึงความหมายของคำพูดนั้น