นี่เป็ข้อมูลเพียงคร่าว ๆ ของผมเท่านั้น แต่ทว่า...ส่วนที่สำคัญคืองานในวันนี้ถ้าหากผมไม่โดนไอ้เปอร์หรือไอ้เปเปอร์ไอ้เพื่อนเวรมันมอมเหล้าจนเมาไม่ได้สติแล้วละก็ ผมคงไม่ต้องรีบเหาะกลับมายังแผ่นดินแม่เพื่อมาเป็อาจารย์พิเศษสอนให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยของตระกูลมันอย่างแน่นอน
(ก็แม่ง...!! เล่นท้าหลังจากที่ผมเพิ่งผ่านการเข้าผ่าตัดให้คนไข้ติดต่อกันตั้ง 18 ชั่วโมงถ้าเต็ม ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่าาเหล้าเพียวอย่างผมจะพ่ายแพ้ให้กับมันอย่างเด็ดขาด...!!)
“ไอ้เพื่อนเวร...คอยดูนะมึงพ่อจะจับโป๊ะยาสลบแล้วตัดให้เหลือสัก 2 นิ้ว!!”
ผมบ่นงึมงำไปเรื่อยจนกระทั่งสองขาก้าวมาถึงบูธลงทะเบียนเข้างาน และทันทีที่ผมเดิมมาถึงโต๊ะลงทะเบียนแล้วนั้นภาพของหญิงสาวตัวเล็กร่างกะทัดรัดที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ หาของอยู่ก็ทำให้ผมถึงกับสะดุดตาในรูปร่างของเธอทันที
(แม่เ้า...รูปร่างดีเป็บ้า ทั้งเอวคอด สะโพกผายอยากรู้จังว่าภายใต้...บรึ้ยยยยย...ไอ้ฮันตั้งสติหน่อยเว้ยนี่มันเรียกคุกคามทางความคิดได้เลยนะเว้ย จำไว้เราเป็หมอท่องไว้เราเป็หมอ...)
ความคิดที่เกือบจะเตลิดไปไกลถูกสามัญสำนึกในจิตใจเรียกให้กลับเขาร่างมา แม้ว่าส่วนลึกของตัวเองจะยังติดใจกับหญิงสาวตรงหน้าและยังรู้สึกแปลกใจอยู่ลึก ๆ อีกว่า เพราะอะไรนะทำไมเธอตรงหน้านี้ถึงมีพลังดึงดูดบางอย่างให้ตัวผมคิดเลยเถิดกับเธอแบบนั้น...!!
กระทั่งเมื่อผมเรียกสติตัวเองให้กลับมาได้แล้ว ผมก็เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเธอทันที เพราะถ้าช้ากว่านี้ผมคงไม่ทันได้ไปดูการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของตัวเองที่มีไอ้เพื่อนเวรเป็หนังหน้าไฟขึ้นเวทีไปโปรโมตงานให้แทนผมที่เลือกที่จะเป็นักเขียนเงาเพื่อแลกกับการที่มันไม่ต้องถูกผมส่งลงไปคุยกับพวกหอยปูปลาในทะเลโทษฐานที่มอมเหล้าแล้วมัดมือชกให้ผมมาทำงานให้มัน
“เอ่อ...ขอโทษนะครับ พอดีผมลืมบัตรเชิญไว้ที่รถอยากจะเข้าไปในงานสัมมนา...รบกวนช่วยตรวจสอบชื่อให้หน่อยได้ไหมครับ...??”
ผมพูดออกไปในขณะที่หญิงสาวตรงหน้ายังก้มหน้าก้มตาหาอะไรอยู่ และทันทีที่สิ้นเสียงของผมเธอที่เงยหน้าขึ้นมาก็ทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจทันที
(สเปค...แม่ของลูก...พรหมลิขิต...บุพเพสันนิวาสชัด ๆ ขอให้เธอคือคนนั้นคนที่ใช่ด้วยเถอะ...)
คำพูดหลายคำพรั่งพรูเข้ามาในหัวผมทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ
(นี่ขนาดบนหน้ายังมีแว่นทรงป้าทาบทับไว้อยู่ด้วยนะเนี่ยยังสวยทะลุแว่นขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดยามถอด...แว่น...จะขนาดไหน)
สายตาที่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเมียดละไม ส่วนผมถ้าไม่มองผิดไปดูเธอเองก็น่าจะสนใจในตัวผมอยู่เหมือนกันเพราะในเวลานี้ดูเหมือนว่าเธอจะตะลึงงันไปเช่นกัน
“คุณครับ...??”
ผมลองเรียกเธอหลังจากที่เห็นว่าเธอยังคงนิ่งจ้องมองผมนิ่งอยู่
“...............”
“เอ่อ...คุณครับได้ยินผมไหมครับ”
จนกระทั่ง...เธอก็ได้สติขึ้นมาสักที (เฮ้ออออ..โทษทีนะครับที่ความหล่อมันกระแทกตา)
“คะ...ค่ะ...มะ...มีอะไรให้ช่วยนะคะ”
“พอดีผมลืมบัตรเชิญไว้ที่รถน่ะครับ ผมรบกวนคุณช่วยตรวจสอบชื่อให้ผมหน่อยได้ไหมครับ พอดีมันใกล้จะเริ่มงานแล้วผมกลัวว่าถ้ากลับไปที่รถแล้วมันจะไม่ทันเริ่มงาน”
ผมบอกเจตนาเชิงขอความเมตตาของตัวเองให้คนตรงหน้าได้รับรู้
“อะ...อ๋อ ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ”
และในจังหวะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการหารายชื่อผมในแฟ้มเอกสาร ผมก็นึกขำให้การกระทำของเธอเพราะเหมือนเธอจะเผลอลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป
“คุณจะไม่ถามชื่อผมหน่อยหรอครับ”
ผมพูดขึ้นในขณะที่ตัวเองต้องพยายามกลั้นขำเอาไว้เพื่อรักษาหน้าของคนที่ดูจะชะงักงันให้กับการกระทำของตัวเอง
“แหะๆ ขอโทษด้วยนะคะ ขอทราบชื่อด้วยค่ะ”
ใบหน้าเนียนละเอียดที่ดูน่ารักอยู่แล้วกลับยิ่งดูน่าหลงใหลมากขึ้นยามที่พวงแก้มนั้นเต็มไปด้วยสีแดงระเรื่อจากความเขินอาย กระทั่งเมื่อผมบอกชื่อตัวเองไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอก็รีบก้มหน้างุดกวาดสายตาหาชื่อผมทันที
จนกระทั่ง...เมื่อเธอพบชื่อของผมแล้วในขณะที่เธอหันไปหาบัตรเพื่อมาติดสำหรับผู้ร่วมงาน VIP ทันทีที่ปลายนิ้วมือของเราัักันความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างนั้นก็พลันวิ่งแล่นผ่านเข้ามาทางปลายนิ้วก่อนที่มันจะวิ่งปรู๊ดเข้ามายังกลางหัวใจ จนเมื่อปฏิกิริยาสุดท้ายของร่างกายจะเป็ความรู้สึกตื่นตัวโดยเฉพาะตรงบริเวณ...ใต้ท้องน้อยที่ออกอาการตอบสนองจนรู้สึกได้...!!
--- หนอน Talk ---
วูบ!!
(ชิ...หายแล้ว...ภาพพ่อเทพบุตรของฉัน...นี่ฉันกำลังจะเห็นพวง์ของเขาหรือนี่...ม่ายยยยน๊าาาา...)
ฉันที่พยายามหลับตาปี๋แต่ก็รู้ดีว่าในนิมิตนี้มันไม่อาจทำอย่างนั้นได้ ก่อนที่ตัวฉันจะทำได้แค่ทำใจแล้วยอมรับที่จะดูแม้ว่าตัวเองอาจจะต้องผิดหวังกับสิ่งที่เห็นก็ตาม (ไอ้หนอนนี่แกรู้สึกกลัวผิดหวังงั้นหรอหึ...??)
แต่ทว่า...สิ่งที่ฉันกำลังกังวลในเื่ที่กลัวนั้นกลับไม่เป็ไปอย่างที่ฉันคิด นั่นก็เพราะว่าฉันนั้นได้มีเื่ใหม่ให้เป็กังวลแทนแล้ว...
เพราะทันทีที่หมอกควันคลุ้งได้จางหายลงไปภาพนิมิตใหม่กลับไม่ได้พุ่งเข้ามาเป็เื่ราวเหมือนอย่างเคย แต่มันกลับเป็หมอกขาวโพลนที่สว่างจ้าจนทำให้ตาพร่ามัวในแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน และนอกจากนั้นทุกครั้งที่ฉันมักจะเห็นท่าทางร่วมรักระหว่างผู้ชายที่ฉันััโดนกับคู่รักของเขา...เพียงแต่ครั้งนี้กลับไม่มีเลยไม่มีแม้กระทั่งภาพของผู้ชายที่ฉันััด้วย...
อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฉันยิ่งประหลาดใจคือทำไม...ฉันถึงไม่เห็น ‘ขนาด’ ของคนตรงหน้าที่ปกติแล้วจะมาแบบฟูลเอชดีพร้อมกับข้อมูลละเอียดยิบชนิดที่ว่าถ้าส่วนนั้นของเขามีอะไรผิดปกติฉันสามารถเข้าไปห้องตรวจแล้วบอกแทนได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องเอกซเรย์เลย
(...ไอ้หนอนนี่แกกำลังคิดอะไรของแกอยู่ห๊ะ...ว่าแต่...มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน หนอนต้องสืบหนอนต้องรู้ให้ได้)
ความคิดของฉันตบตีกันอยู่ในสมองในขณะที่นิมิตยังคงมีแต่หมอกขาวโพลน กระทั่งเมื่อความสงสัยยังไม่สร่างสติของฉันก็พลันถูกกระชากออกมาเจอกับความจริง...
“คุณครับ...เอ่อเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
คำถามอีกทั้งสีหน้าที่แสดงความเป็ห่วงออกมาทำให้ดวงตาที่กำลังเหม่อกลับมามีสติทันที ก่อนที่คำตอบของฉันก็ยังคงเป็คำตอบเดิม ๆ ที่มักจะตอบเวลาเจอคำถามแบบนี้
“อะ...เปล่าค่ะ”
“...เอ่อ...”
พ่อเทพบุตรตรงหน้าเลิกคิ้วก่อนจะพยักหน้ามองไปยังปลายมือเพื่อบอกเป็นัย ๆ ว่าให้ปล่อยมือจากบัตรที่ถืออยู่
“อ่ะ...ขะ...ขอโทษค่ะ”
ฉันละล่ำละลักเอ่ยคำขอโทษพร้อมกับดวงหน้าร้อนผ่าว (ตาย...ตาย...ตายไอ้หนอนวันนี้ปล่อยไก่หมดฟาร์มแล้วมั้งเนี่ย >///