หยางจื่อแสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างถึงที่สุดออกมา
"แต่ว่าแบบนั้นมัน"
หยางจื่อหันไปมองมู่โหวที่นั่งก้มหน้าแต่ก็ไม่อาจเก็บซ่อนความเขินอายที่นางแสดงออกมาและใบหูที่แดงซ่านอยางจื่อจึงรับรู้ได้ในทันทีว่ามู่โหลวยอมรับในเื่นี้
"มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้สำนักกระบี่นภายอมรับและทำให้โอวเฉินตัดใจได้"เฉินฝ่านกล่าว"เื่นี้ท่านพ่อของข้าว่าอย่างไรบ้าง" หยางจื่อกล่าว
"ประมุขิฮ่าวบอกว่าให้เ้าเป็คนตัดสินใจ" มู่เฟิงกล่าว
"เป็ข้าดีเเล้วจริง ๆงั้นหรือ" หยางจื่อหันไปกล่าวกับมู่โหลว
"อย่างน้อยเ้าก็ดีกว่าเ้าโอวเฉิน" มู่โหลวกล่าวด้วยน้ำเสียงเขินอาย
"ข้าเองก็ขอร้องเ้าด้วยนี่ก็เพื่อสำนักอู่เสียของเรา" เฉินฝ่านกล่าว
"ก็ได้ข้าตกลง" หยางจื่อกล่าว
มู่เฟิงและเฉินฝ่านรู้สึกปิติยินดีอย่างยิ่งที่หยางจื่อยอมรับคำขอสำหรับบพวกเขาเเล้วหยางจื่อคือความหวังของสำนักอู่เสียซึ่งไม่อาจจะสูญเสียหยางจื่อไปได้หลังจากที่มู่เฟิง้าจะคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการนัดหมายวันหมั้นหยางจื่อก็ให้มู่เฟิงไปคุยกับิฮ่าวเพราะตนไม่มีความรู้ในเื่แบบนี้
หยางจื่อออกจากหุบเขาของเฉินฝ่านและกลับไปยังไปยังหุบเขาของโม่หงเย่ด้วยใบหน้าที่สับสนเพราะตัวของหยางจื่อเองก็ยังไม่คิดถึงเรื่องหมั้นหมายหรือแต่งานหยางจื่อนั้นต้องการจะทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะพลังและตามหาครอบครัวที่แท้จริงของตนเองโม่หงเย่ที่สังเกตุเห็นใบหน้าสับสนของหยางจื่อก็ขมวดคิ้วเเล้วกล่าวถาม
"ทำไมเ้าถึงทำหน้าแบบนั้นละเ้าสำนักเรียกเ้าไปทไอะไรงั้นรึ"
"ข้า...ไม่มีอะไรหรอกท่านอาจารย์ข้าขอไปพักผ่อนก่อน" หยางจื่อกล่าว
โม่หงเย่ขมวดคิ้วนางไม่ได้กล่าวถามอย่างจื่อต่อแต่นางหันไปทางหุบเขาของเฉินฝ่านและหายตัวไปในทันที
เฉินฝ่านที่กำลังนั่งอยู่ในศาลาคนเดียวเพราะมู่เฟิงและมู่โหลวออกไปเเล้ว
"ศิษย์พี่นี่ท่านคุยอะไรกับหยางจื่อกันแน่ทำไมพอเขากลับไปถึงได้มีสีหน้าสับสนวุ่นวายแบบนั้น"โม่หงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เอ่อ..คือข้าจะให้หยางจื่อและมู่โหลวนั้นหมั้นหมายกันหนะ"เฉินฝ่านกล่าว "ว่าไงนะ ทำไมท่านไม่ปรึกษาเรื่องนี้กับข้าก่อน"โม่หงเย่กล่าวด้วยความโกรธ "ใจเย็นๆก่อนศิษย์น้องเรื่องนี้มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและมันเกี่ยวข้องกับความขัดเเย้งกับสำนักกระบี่นภาด้วยเจ้าก็รู้เพราะงั้นมีทางเดียวที่จะจบปัญหาได้คือให้ทั้งสองคนหมั้นหมายกันและแต่งงานกัน"เฉินฝ่านกล่าว "แต่ท่านก็รู้ว่าผู้ที่ฝึกฝนดาบและเดินไปในเส้นทางแห่งดาบจะต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ถ้าเกิดให้หยางจื่อแต่งงานในตอนนี้จิตใจของเขาก็จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนเพียงอย่างเดียวและการพัฒนาของเขาก็จะล่าช้าลง"โม่หงเย่กล่าว "เรื่องนั้นข้าก็รู้แต่ว่าข้าเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะต้องผ่านมันไปได้แน่จิตใจของเด็กคนนั้นหนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขาบางครั้งความรักก็สามารถทำให้ศักยภาพที่แท้จริงปรากฏออกมาได้เพราะความรู้สึกที่อยากจะปกป้องคนที่ตนเองรักนั้นจะเป็นแรงผักดันให้หยางจื่อแข็งแกร่งขึ้น"เฉินฝ่านกล่าว "แต่ตัวของหยางจื่อในตอนนี้กำลังสับสนอย่างมากท่านจะทำอย่างไรที่ผ่านมาเพราะเขามุ่งเน้นแต่เรื่องฝึกฝนโดยไม่สนสิ่งอื่นให้เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจนบรรลุถึงรังสีดาบซึ่งใกล้จะตามข้าได้ทันเเล้วและข้าคาดว่าอีกไม่กี่ปีเขาจะต้องบรรลุจิตวิญญาณดาบได้อย่างแน่นอน"โม่หงเย่กล่าว "ศิษย์น้องที่ผ่านๆมาข้าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาตลอดแต่เจ้าดูแปลกๆไปตั้งแต่รับหยางจื่อมาเป็นศิษย์ปกติเจ้าจะไม่เคยโกรธหรือใช้อารมณ์เลยเจ้ามักจะปิดกั้นอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์นี่เจ้าคงไม่ได้......." เฉินฝ่านกล่าว "ข้าไม่รู้แต่เมื่อข้าเห็นเขาเป็นแบบนั้นหัวใจของข้าก็รู้สึกเจ็บปวดข้าไม่ต้องการเห็นเขากลุ้มใจข้าอย่างเห็นเขาร่าเริงและตั้งใจฝึกฝนทักษะดาบแบบที่ผ่านมา"โม่หงเย่กล่าวเสร็จนางก็จากไปในทันที"นี่.......จริง ๆเหรอเนี่ย" เฉินฝ่านตกตะลึงจนถึงที่สุด
"ศิษย์น้องข้าไม่คิดว่าเจ้าจะยอมเปิดใจให้เด็กคนนั้นจริง ๆเพราะการที่เจ้าปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองมาหลายปีและไม่ยอมเปิดใจให้ใครเลยก็เพื่อไปให้ถึงจุดสุงสุดของวิถีแห่งดาบแต่มันชั่งน่าเศร้าที่เจ้ายังไม่รับรู้ความรู้สึกของตัวเองดีและสถานะของเจ้าทั้งสองนั้นก็อยู่ในจุดที่พวกเจ้าไใ่สามารถแสดงความรู้สึกต่อกันได้"เฉินฝ่านกล่าวอย่างแผ่วเบา หลังจากนั้นอีกหลายวันข่าวเกี่ยวกับการหมั้นหมายของหยางจื่อและมู่โหลวก็กระจายออกไปเพราะอยางจื่อถือเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่กำลังเฉิดฉายและมู่โหลวเองก็เป็นสาวงามที่อยู่อันดับต้นๆของอาณาจักรและงานหมั้นจะถูกจัดขึ้นในอีก 2 เดือนซึ่งเป็นวันเดียวกับงานแต่งของหมิงสุ่ยและฟางอวี้ทางด้านหยางจื่อนั้นไม่ได้ลงจากหุบเขาอีกเลยแต่เก็บตัวฝึกฝนอบ่างหนักหยางจื่อนั้นตัดสินใจที่จะยอมรับเื่ราวเ่าั้แต่ก็ไม่ได้นำเื่การหมั้นมารบกวนการฝึกฝนของตนเองเพราะไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่หยางจื่อตั้งเป้าไว้ั้แ่แรกก็คืออกตามหาบิดามารดาที่แท้จริง
เฉินฝ่านที่รู้ว่าหยางจื่อกลับมาฝึกฝนอย่างหนักอีกครั้งหลังจากที่หยางจื่อสับสนมาหลายวันทำให้เฉินฝ่านรู้สึกมีความสุขส่วนทางด้านมู่โหลวนางเองก็รู้ว่าหยางจื่อนั้นไม่ได้รักนางแต่นางก็ตัดสินใจที่จะพายายามทำให้หยางจื่อหันมาสนใจในตัวนางให้ได้นางจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนส่วนโม่หงเย่นั้นได้ปิดด่านฝึกตนเพระานางรู้ว่าในตอนนี้จิตใจของนางกำลังว้าวุ่นทำให้นางต้องทำให้จิตใจของนางสงบลง
ณสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าและเกาะแห่งนี้ถูกปกครองโดยตระกูลที่แข็งแกร่งตระกูลหนึ่งซึ่งป้ายของตระกูลนั้นมีอักษรเขียนไว้ว่าตระกูลหยาง----------------------------------------------------------------------------------------