่ยามจื่อ
แสงไฟในห้องบรรทมของกุ้ยเฟยดับลงไปนานแล้ว เฟิงอี๋ครึ่งหลับครึ่งตื่นสติสัมปชัญญะที่กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราพลันรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องที่ร่างของนางบนเตียง นางจึงสะดุ้งตื่นขึ้น หัวใจเต้นกระหน่ำ แล้วกวาดสายตามองฝ่าความมืดสลัวไปทั่วทั้งห้อง
แล้วหางตาก็เห็นเงาวูบไหวสายหนึ่งที่หน้าต่าง เมื่อหันไปเงานนั้นก็วูบหายไป
“นั่นใครนะ”
เฟงอี๋ตวาดเสียงถามออกไป พร้อมกับกวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้งอย่างหวาดหวั่น แล้วเมื่อเห็นเงาคนปรากฏที่ประตูห้องบรรทมอีกครั้ง นางก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
“ช่วยด้วย ! ช่วยด้วยมีคนบุกรุก !”
เสียงร้องของพระสนมกุ้ยเฟยทำให้ขันที แลนางกำนัลรีบจุดโคมไฟสว่างขึ้นทั่วทั้งตำหนัก จากนั้นก็เร่งฝีเท้ามุ่งหน้ามายังห้องบรรทม แต่พวกเขาก็ยังช้าไป
ปัง !
ประตูห้องบรรทมถูกพลักออกด้วยกำลังภายในเต็มแรง ผู้ที่เข้ามาถึงห้องเป็คนแรก คือ หัวหน้าทหารองครักษ์เกอหลาง
“พระสนมเป็อะไรหรือไม่ !”
เสียงห้าวหาญถามขึ้น
เฟิงอี๋หยุดกรีดร้อง แล้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันองอาจนั้น อาภรณ์ที่เขาสวมบ่งบอกว่าเป็ทหารองครักษ์นางจึงสงบใจได้ แล้วเอ่ยว่า
“ระ เราเห็นเงาประหลาดที่ด้านนอก และยังรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้องเรา”
ระหว่างที่นางตอบนั้น ข้ารับใช้คนอื่น ๆ ได้วิ่งกันเข้ามาถึงห้องบรรทมแล้ว นางกำนัลข้างกายรีบหยิบเสื้อคลุมมาห่มร่างสั่นเทาของพระสนมเอาไว้อย่างรู้หน้าที่ ส่วนขันทีก็รีบยกฉากม่านมุกเข้ามากั้นระหว่างพระนางกับเหล่าทหารองครักษ์เอาไว้ เพราะยามนี้พระนางสวมเพียงเสื้อบางเบาสำหรับบรรทมเท่านั้น
เกอหลางขบกรามแน่น แววตานิ่งสงบซุกซ่อนอารมณ์บางอย่างไว้ภายในใจ จากนั้นก็ประสานมือไว้ตรงหน้าแล้วลั่นวาจาออกมาว่า
“พระสนมไม่ต้องกังวลพระทัย กระหม่อมจะรีบนำกำลังไปตรวจเดี๋ยวนี้ พ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้น หัวหน้าทหารองครักษ์ก็นำกำลังไปตรวจค้นทั่วตำหนัก
เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้ว เฟิงอี๋ก็ทอดกายลงนอนแต่มิอาจข่มตาหลับได้ นางลืมไปได้เช่นไรว่าร่างนี้ก็ถูกคนหมายจะเอาชีวิตเช่นกัน ! ฟางเหรินกุ้ยเฟยถูกลอบวางยาพิษแต่ยังมีชีวิตอยู่ และยังไม่สามารถจับตัวคนลอบวางยา คนร้ายย่อมจะลงมือฆ่าร่างนี้เป็ครั้งที่สองแน่
เฟิงอี๋ไม่ยอมให้ร่างนี้ถูกฆ่าตายก่อนที่นางจะได้แก้แค้นเป็อันขาด พรุ่งนี้นางจะต้องเร่งสืบให้ได้ว่ามันผู้ใดที่บังอาจลงมือกับนางเช่นนี้ !
...................................... จบตอน.............................................