บทที่ 12
หุบเขาอสูรสายหมอก
หุบเขาอสูรสายหมอกเป็หุบเขาที่มีสัตว์อสูรจำนวนมาก ภายในทวีปแห่งนี้อาณาจักรต่างๆจะมีสถานที่ที่มีพวกสัตว์อสูรอาศัยอยู่อย่างมากมาย
เรียกง่ายๆก็คือเป็ถิ่นฐานขั้นอยู่อาศัยของพวกสัตว์อสูรนั่นแหละ สัตว์อสูรจะถูกแบ่งแยกกับพวกมนุษย์เพราะแบบนั้นพวกมันเองก็จะมีอาณาเขตเป็ของตนเอง
โดยถิ่นฐานของสัตว์อสูรเครื่องแบ่งแยกเป็ได้หลากหลายประเภทถิ่นฐานแบบเล็กแล้วก็ถิ่นฐานแบบใหญ่
โดยอาณาเขตขนาดใหญ่ที่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มันจะถูกเรียกว่าหุบเขาอสูร
ภายในดินแดนแห่งนี้มีหุบเขาอสูรอยู่มากมาย แต่ว่าพวกเขาอสูรแต่ละหุบเขาก็มีชื่อของมัน
และแต่หุบเขาเองก็จะมีระดับความอันตรายที่แตกต่างกันออกไป โดยระดับความยากของหุบเขามันเองก็จะถูกแบ่งแยกโดยสิ่งที่เรียกว่าดาว
มันถูกประเมินโดยเหล่าผู้ฝึกฝนวรยุทธว่าสถานที่แห่งนั้นมีความอันตรายมากขนาดไหน
หุบเขาอสูรสายหมอกมันเป็หุบเขาที่มีความอันตรายอยู่ในระดับหนึ่งดาวเพียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็ความอันตรายในระดับเริ่มต้น
แต่มันเองก็ถือว่าเป็สถานที่ที่อันตรายอยู่ดี เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มันคือหุบเขาไม่ใช่เพียงแค่รังอสูรเล็กๆ
หุบเขาอสูรระดับ 1 ดาวมีอสูรอาศัยอยู่มากกว่าพันตัว แถมพวกมันยังเกิดและเติบโตอย่างรวดเร็วภายในสถานที่แห่งนี้
มันเลยกลายเป็สถานที่อันตราย คนธรรมดาทั่วไปหรือว่าพ่อค้าเดินทางพวกเขาถ้าเลือกได้พวกเขาเองก็จะหลีกเลี่ยงเส้นทางในการเดินทางผ่านหุบเขาอสูร
ถึงแม้ว่ามันอาจจะใช้เวลาในการเดินทางมากหน่อย แต่ว่ามันเองก็ยังสามารถยืนยันความปลอดภัยได้ว่าพวกเขานั้นจะปลอดภัยจากพวกสัตว์อสูร
ในอดีตมันเคยมีพวกพ่อค้ามากมายที่เดินทางผ่านเข้ามาภายในหุบเขา โดยใช้เส้นทางอันใกล้เคียงพวกเขาเองก็พลาดท่าเพราะมีสัตว์อสูรหลุดออกมาจากอาณาเขตของพวก
จนสุดท้ายก็โดนฆ่าตายกันหมดหลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้ง ผู้คนเองก็เริ่มตระหนักรู้ว่าไม่ควรจะเดินทางผ่านเข้ามาภายในอาณาเขตอสูรแม้แต่น้อย
ลู่เฟิ่งที่วัยเพียง 10 6 ปีเดินทางมาถึงหุบเขาอสูรสายหมอก คนขับรถม้าที่นำพาเด็กหนุ่มผู้ดีมาส่งรู้สึกประหลาดใจ
ด้วยอายุเพียงแค่นี้การเดินทางมาที่หุบเขาอสูรสายหมอกไม่ต่างจากการนำเอาชีวิตของตนเองมาทิ้ง
ทว่าลู่เฟิ่งกลับไม่ได้คิดแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว เด็กหนุ่มกับแสดงรอยยิ้มด้วยความดีใจ
“ กลิ่นของสัตว์อสูรอยู่เยอะแยะเลย ”
“ ถ้าเป็ที่นี่ล่ะก็อย่างน้อยถ้าเกิดว่าฝึกฝนอยู่สัก 2 เดือนยังไงเสียก็คงจะสามารถเพิ่มระดับของตนเองขึ้นได้อย่างก้าวะโละนะ ”
“ ในตอนนี้ระดับของข้าอยู่ในระดับก่อตัวขั้นที่เจ็ดอีกไม่นานก็จะสามารถทะลวงขึ้นไปในระดับขอบเขตถัดไปได้แล้ว ” ลู่เฟิ่งมองตรงไปด้านหน้า
มองทางซ้ายและขวาของตนเอง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดที่อยู่ภายในบริเวณนี้ “ ออกมาหมาป่าทมิฬ ”
ร่างของหมาป่าปรากฏกายออกมาด้านหน้า จากก้อนเงาสีดำปรากฏกลายเป็รูปร่าง ลู่เฟิ่งะโขึ้นหลังของหมาป่าตัวใหญ่ “ ไปเลย!!! ”
ลู่เฟิ่งสั่งหมาป่าทมิฬเคลื่อนที่มุ่งตรงเข้าไปภายใน หลังจากนั้นก็เริ่มทำการล่าอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตของป่าแห่งนี้
สิ่งที่มารอต้อนรับมันก็คือฝูงหมาป่าสีแดงจำนวนมาก หมาป่าแดงพวกนี้พบเจอได้ภายในใกล้ๆเมืองหลวง
แต่ว่าจำนวนของพวกวันที่มาต้อนรับเป็ฝูงใหญ่กว่า 100 ตัว “ เป็การต้อนรับที่ดี ฆ่าพวกมันให้หมด!!! ”
ลู่เฟิ่งนำกระบี่เหล็กที่ตนเองพกติดตัวมาด้วยดึงออกมา เข้าฟาดฟันพวกหมาป่าที่อยู่บริเวณด้านหน้า
หมาป่าทมิฬพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วกระโจนใส่ฝูงหมาป่าสีแดงจำนวนมาก หลังจากนั้นผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่บนหลังหมาป่าทมิฬร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเืของสัตว์อสูร
“ จบสักทีมาเยอะขนาดนี้เลยหรอ ”
“ ตอนแรกนับได้น่าจะสัก 100 ตัวแต่ไหนมันมาเพิ่มอีกเท่านึงละเนี้ย ” ลู่เฟิ่งะโลงหลังของหมาป่าทมิฬ
กระบี่ภายในมือของเขาเต็มไปด้วยเืแน่นอนว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ เขาที่นั่งอยู่บนหลังหมาป่าเองก็ไม่ได้นั่งเฉยๆ
“ แต่ว่านะหลังจากที่กลับมารู้สึกร่างกายของข้ามันจะอ่อนแอลงไปเยอะเลย ”
“ สงสัยจะต้องกลับมาฝึกฝนตนเองอีกครั้ง ใน่นี้รู้สึกว่าจะพึ่งพาพวกสัตว์อสูรเยอะเกินไป ” ลู่เฟิ่งเขาก็ไม่ได้ต่างจากผู้ฝึกยุทธ
ลู่เฟิ่งหลังจากที่รู้ถึงพลังของตนเอง เขาเองก็ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่พลังจากสัตว์อสูรเพียงเท่า แน่นอนว่าวิถีของการฝึกยุทธก็จำเป็จะต้องฝึกฝนตนเองด้วย
ก่อนที่จะย้อนกลับมาตัวของเขาก็ถือได้ว่าเป็คนนึงที่มีทักษะการต่อสู้ที่ไม่ได้เป็รองใคร
แต่หลังจากกลับมาภายในอดีต ก็แทบจะไม่ได้ฝึกฝนพวกวิชาพวกนั้นเลย เลยรู้สึกว่าตนเองฝีมืออ่อนด้อยลงไม่น้อย
หมาป่าทมิฬเริ่มดูดกลืนโลหิตของสัตว์อสูรที่นอนอยู่ตามพื้น โลหิตของสัตว์อสูรระเหยกลายเป็ไอพลังิญญาแทรกแซงเข้าใส่ร่างกายของหมาป่าทมิฬ
แม้แต่เื่ของหมาป่าแดงที่ชโลมอยู่ทั่วทั้งร่างกายของลู่เฟิ่งเองก็ค่อยๆหายไป หลังจากที่ดูดซับเืของหมาป่าแดงจำนวน 200 ตัวเข้าไป
ร่างของหมาป่าทมิฬก็มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ระดับของมันเพิ่มขึ้น
“ บรรลุระดับขุนพล 4 ดาวแล้ว ” ในตอนนี้หมาป่าทมิฬสามารถบรรลุไปถึงระดับขุนพลขั้น 4 ดาวได้เรียบร้อยแล้ว การเติบโตของมันเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
“ ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่ตัวของข้าเองก็ยกระดับขึ้นมากลายเป็ขั้นก่อตัวขั้นที่ 8 ” ลู่เฟิ่งยกยิ้มที่มุมปาก
การต่อสู้เพียงแค่ครึ่งชั่วยามมันทำให้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นถึง 1 ระดับ “ เอาล่ะไปล่าผู้พันต่อกันดีกว่า ”
ลู่เฟิ่งได้เริ่มล่าสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่องภายในป่า หลังจากนั้นเวลามันเองก็ผ่านไป 3 วันเต็มๆ
ลู่เฟิ่งยังคงอยู่บริเวณตีนของหุบเขาอสูรสายหมอก บริเวณนี้มีสัตว์อสูรระดับต่ำอยู่เป็จำนวนมาก พวกมันยังเป็สัตว์อสูรระดับต่ำแต่มันก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนกับหมาป่าแดง
ใน่เวลา 3 วันที่ผ่านมาลู่เฟิ่งพัฒนาระดับฝีมือของตนเองอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เขาไปถึงระดับคอขวดที่ใกล้จะทะลวงขึ้นไปสู่ระดับถัดไปแล้ว
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่บนร่างของพวกหมีอสูรจำนวนมากที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น พวกมันนอนรวมกันจนกองโตสูงกว่าศีรษะของมนุษย์ ลู่เฟิ่งเครื่องสวมใส่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการต่อสู้
ในตอนนี้กำลังนั่งพักเหนื่อยหลังจากที่ล่าพวกหมีอสูรฝูงใหญ่ “ 3 วันแล้วในตอนนี้ระดับของข้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับก่อตัวขั้นที่ 9 ใกล้จะทะลวงขึ้นไปในระดับขอบเขตถัดไป ”
“ สงสัยจำเป็จะต้องหาที่ปลอดภัยและทำการทะลวงระดับ ” ลู่เฟิ่งมองรอบๆร่างกาย
การทะลวงระดับไปขอบเขตถัดไปมันถือว่าเป็สิ่งที่สำคัญมาก สำหรับเหล่าผู้ฝึกฝนพลังรู้ดีอยู่แล้วว่าการทะลวงระดับเป็สิ่งที่ไม่ควรจะพลาด
เพราะว่าถ้าเกิดว่าทำการทะลวงระดับคอขวดพลาด พวกเขาเองก็จะได้รับาเ็ภาย บางคนถึงกับเส้นลมปราณาเ็จนไม่สามารถฝึกฝนได้อีก
เพราะแบบนั้นเวลาทำการทะลวงระดับจึง มันจึงจำเป็จะต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยเอาไว้
ถ้าเกิดว่าเกิดผลกระทบอะไรขึ้นและทำให้การทะลวงระดับผิดพลาด มันจะส่งผลเสียกับร่างกายเป็อย่างมาก
“ ช่วยไม่ได้ ”
“ การทะลวงระดับไปขอบเขตถัดไปก็สำคัญ เอาเป็ว่าไปพักที่แถวน้ำตกก่อนก็แล้วกัน ” ลู่เฟิ่งะโลงจากกองหมีอสูรจำนวนมาก
ก่อนที่เขาจะขึ้นไปนั่งบนหลังของหมาป่าทมิฬ 3 วันที่ผ่านมามาหมาป่าทมิฬก็พัฒนาเช่นเดียวกันมันสามารถขึ้นไปอยู่ในระดับสัตว์อสูรสูตรระดับขุนพลขั้น 5 ดาวได้
“ ไปที่น้ำตกทางตะวันออก ”
“ ข้าจำเป็จะต้องทะลวงระดับไปถึงระดับขอบเขตรวมพลัง ”
หมาป่าทมิฬมุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปยังน้ำตกทางตะวันออกภายในตีนหุบเขาอสูรสายหมอก
ณ หุบเขาอสูรสายออกทางตะวันออก
น้ำตกไหลผ่านหุบเขาอสูรแห่งนี้ สายน้ำไหลเชี่ยวบริเวณรอบๆเต็มไปด้วยความสงบ มีถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆน้ำตกแห่งนี้
ลู่เฟิ่งเข้าไปนั่งภายในถ้ำแห่งนั้นแล้วก็เริ่มทำการทะลวงระดับ ระดับถัดไปของเขาจากการก่อตัวมันคือขึ้นไปอยู่ในระดับขอบเขตรวมพลัง
ลู่เฟิ่งสะกดเอาไว้ภายในใจว่าตนเองนั้นจำเป็จะต้องไม่พลาด
จบบท
[ สาระสัตว์อสูร ]
[ หมีอสูรสัตว์อสูรระดับทั่วไป 4 ดาว พวกมันอาศัยอยู่ภายในเขตหุบเขาอสูรสายหมอก และพบเจอได้ภายในหุบเขาอสูรอื่นๆที่มีระดับไม่ได้สูงนัก พวกมันเป็สัตว์นักสู้มีร่างกายแข็งแกร่งมีความสูงมากกว่ามนุษย์ถึงสามเท่า สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือมีอสูรสีดำ ส่วนสายพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดคือหมีอสูรสีน้ำตาล ]