5
ไม่เห็นมีอันใดน่าใและนี่มันเวลางาน
และอีกครอบครัวหนึ่งที่ใไม่แพ้กันก็คงไม่พ้น...
“สะ…สมรสพระราชทาน!!!”เม่ยไป๋หลันกับกังชุนฮวาอุทานเสียงดังพลางหันมามองหน้ากันด้วยความใ เพราะอยู่ๆก็มีคนอัญเชิญพระราชโองการด่วนของต้าเทียนฮ่องเต้มาให้พวกเขาถึงจวนในฐานะที่จะต้องเตรียมจัดสถานที่ให้พร้อมสำหรับงานแต่งงานของบุตรชายคนโตของตระกูลซึ่งต้องเข้าพิธีแต่งงานกับบุตรีของเสนาบดีกรมคลังในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า
ส่วนหานหลี่หลุนผู้เป็ประมุขของตระกูลก็รับคำด้วยท่าทางสุขุมแม้จะรู้สึกไม่ต่างกับฮูหยินทั้งสองก็ตาม
“เป็อันว่าพวกท่านทั้งสามคนเข้าใจตรงกันนะขอรับ” หลู่กงกงเ้าเก่าเอ่ย
“พวกเราเข้าใจและน้อมรับบัญชาของฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ!” หานหลี่หลุนกล่าวกับพระราชโองการในมือของอีกฝ่าย
“เช่นนั้นข้าต้องขอตัวกลับไปรายงานฝ่าาก่อนนะขอรับแล้วอีกสองอาทิตย์พบกัน” หลู่กงกงกล่าวแล้วเดินไปขึ้นรถม้ากลับวัง…
วินาทีที่ก้นของเขาหย่อนลงเบาะหนังนุ่มๆขันทีวัยกลางคนก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อยไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุใดเขาถึงต้องเป็คนทำหน้าที่ส่งข่าวเื่นี้ทั้งหมด
ั้แ่ตอนประกาศพระราชโองการกลางท้องพระโรงเสร็จแล้วก็เดินทางไปหาหานิเทียนนี่ยังต้องนั่งรถม้าถ่อมาถึงจวนตระกูลหานนอกเมืองอีก!
อา…หรือว่าข้าเผลอไปทำสิ่งใดให้ฝ่าาไม่พอใจกัน!?
ขณะเดียวกัน
“ฮึ! หลู่กงกงน่ะหรือ!?” ต้าเทียนฮ่องเต้พูดพลางทำเสียงย่นจมูกเหมือนเด็กเอาแต่ใจใส่มี่เยี่ยน
“ไม่มีอะไรมากแค่ได้ยินมาว่า่นี้เขาไม่ยอมออกกำลังกายข้าก็เลยให้เขาได้ออกกำลังกายเสียหน่อย เพื่อที่เืลมจะได้ไหลเวียนดีอยู่รับใช้ข้าไปได้นานๆ”
“หา!?”
“เห็นไหมมี่เยี่ยน ว่าข้าน่ะเป็เ้านายที่ใส่ใจลูกน้องขนาดไหน!!” ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าวพลางเชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ
“เอาที่เ้าสบายใจเลยต้าเทียน คิดว่าอะไรดีก็ทำไปเลย!” มี่เยี่ยนพูดพลางไว้อาลัยให้หลู่กงกงในใจ
---------------------------
วันต่อมา
“นี่หานิเทียน เ้ารู้เื่หรือยัง!?” บรรดาเพื่อนขุนนางเอ่ยถามหานิเทียนที่เดินเข้ามานั่งยังโต๊ะประจำตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนอย่างทุกวันซึ่งเป็เื่ที่พวกเขาชินตาเสียแล้ว
“เื่อะไรหรือ!?”
“ก็...เื่ที่ฮ่องเต้พระราชทานงานสมรสให้เ้าอย่างไรเล่า”สหายคนหนึ่งตอบ
“อืม...” หานิเทียนรับคำ
“เ้าจะไม่ใหน่อยหรือ!?” สหายอีกคนถามบ้าง
“ไม่เห็นมีอันใดน่าใ ไยข้าต้องใ?”
“หา…อยู่ๆ ก็ถูกยัด…เอ้ย!พระราชทานสมรสให้ ไม่น่าใตรงไหนกัน!?”
“ข้ารู้สึกเฉยๆ” หานิเทียนกล่าวอย่างไม่ยี่หระก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัวแล้วนั่งทำงานที่ค้างคาต่อ
เมื่อเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนเห็นดังนั้นจึงคิดว่าป่วยการที่จะเค้น เลยเลิกคุยกับหานิเทียน ถึงจะหมั่นไส้ในท่าทางของเขาแต่ก็ไม่ได้เกลียดชังอันใด
เพราะทำงานร่วมกันมาหลายปีเลยเข้าใจว่าเป็บุคลิกธรรมชาติของอีกฝ่ายและแท้จริงหานิเทียนก็ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอะไรเพียงแค่ไม่ชอบแสดงออกทางสีหน้ากับเฉยชาต่อสิ่งรอบตัวเท่านั้นเอง…
แต่เนื่องจากเื่ความอยากรู้มันไม่เข้าใครออกใครทุกคนที่อยู่ในนั้นจำนวนแปดชีวิตจึงสามัคคีกันวางงานในมือลงแล้วมานั่งจับกลุ่มคุยกันเื่เ้าสาวของหานิเทียนแทน
“ว่าแต่เ้าสาวของคุณชายหานชื่ออะไรนะ!?”
“จีลู่ฟาง...”
“เอ๊ะ!? คุ้นๆ แฮะ” พลันหนึ่งในนั้นก็โพล่งออกมาว่า
“ใช่จีลู่ฟางที่เขาว่า์สร้างมาเสียเปล่าหรือไม่!? เป็สตรีที่มีรูปร่างสวยงามแต่ต้องนอนติดเตียงแทบจะตลอดเวลา”
“โอ้...”
“มิใช่เพราะคุณชายหานไปทำอะไรให้ฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยหรือ!? ถึงได้รับสมรสพระราชทานเช่นนี้”
“ชู่ว~เ้าก็อย่าเสียงดัง! เดี๋ยวฝ่าาได้ยินแล้วเราจะคอขาดกันหมด”
“หรือจะเป็คุณหนูจี? เพราะวันก่อนมีคนแอบเห็นว่าพระองค์ทรงแวะไปเยี่ยมเยียนจวนสกุลจี”
“หรืออาจจะเป็ทั้งคู่...”
หานิเทียนที่ได้ยินทุกคำพูดไม่โต้ตอบอะไรนอกจากนั่งทำงานของตนไปเงียบๆพลางคิดในใจ
อ้อ…เ้าสาวข้าชื่อจีลู่ฟางนี่เอง
จะจำไว้ละกัน
“แต่เห็นว่าโรคของนางมีสิทธิ์หายอยู่นี่นา…”
“อะไรหรือ!?”
“เห็นท่านหมอบอกว่าต้องพึ่งปาฏิหาริย์น่ะ…” แล้วคนผู้นั้นก็พูดต่อด้วยรอยยิ้ม
“ดีไม่ดีหลังแต่งงานกับหานิเทียนของพวกเราแล้ว…อาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ…อาจจะมีเ้าก้อนแป้งน้อยด้วย”
“โอ้! แค่คิดก็น่าเอ็นดูชะมัด”
“ว่าแต่เ้าเถอะ… เมื่อไรจะตบแต่งฮูหยินเข้าจวนเสียที!?”
“โธ่…เ้าก็รู้ว่า…”
“พวกเ้าจับกลุ่มทำอะไรกันอยู่น่ะ! ไม่มีการไม่มีงานทำกันหรืออย่างไร!?”น้ำเสียงดุดันของฉาเสี่ยวหวาพร้อมกับร่างอวบของชายวัยกลางคนในชุดขุนนางขั้น 2 ผู้มีตำแหน่งเป็ถึงเสนาบดีกรมอาญาคนใหม่ซึ่งเดินเข้ามาข้างในออฟฟิศอันเป็ศัพท์บัญญัติใหม่อีกคำจากต้าเทียนฮ่องเต้ หมายถึงสำนักงาน ทำให้วงสนทนาที่กำลังออกรสแตกกระจายไปคนละทิศคนละทางทันที…คืนความเงียบสงบให้กลับมาอีกครั้ง
กระทั่งผ่านไปไม่ถึงสองชั่วยามต้าเทียนฮ่องเต้ก็ให้เจากงกงนำพระราชโองการมามอบให้หานิเทียนซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาขีดๆ เขียนๆ อะไรบางอย่างลงไปบนกระดาษ
“ตอนนี้ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้เตรียมรถม้าและให้พวกเรามานำตัวหานิเทียนไปตัดชุดจากนั้นก็ให้กลับไปอยู่บ้านของตัวเองที่จวนสกุลหานจนกว่าจะถึงวันแต่งงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าขอรับ!” เจากงกงกล่าวกับใต้เท้าฉา
“…”ร่างสูงนิ่งไปสักพัก ก่อนจะกล่าวกับเจากงกงว่า
“รบกวนท่านกงกงไปบอกพระองค์ว่าข้ายังขีดเส้นตีตารางไม่เสร็จรอสักครู่แล้วข้าจะตามไป” คำตอบของหานิเทียนทำให้ทุกคนที่ได้ยินถึงกับอึ้งกิมกี่
แม้แต่ตัวของใต้เท้าฉาที่ขนาดาุโกว่าต้าเทียนฮ่องเต้หลายขุมและถูกเรียกเข้าเฝ้าตอนไปให้หมอรักษากระดูกข้อเท้าตามประสาคนแก่ หรือจิ่งเฉียลิ้มเพื่อนร่วมงานของหานิเทียน ซึ่งเคยถูกเรียกไปเข้าเฝ้าตอนอาหารเป็พิษ
ขนาดมีเหตุผลสุดวิสัยเช่นนี้พวกเขายังมิกล้าขัดเลย
แต่นี่มันอะไรกัน…บอกให้ฮ่องเต้รอเพราะยังตีตารางไม่เสร็จ!!!
มารดามันเถอะ!!
ทุกคนสบถในใจโดยเฉพาะเจากงกงซึ่งรู้ดีว่าหานิเทียนนั้นได้ทำตัวกวนพระบาทของต้าเทียนฮ่องเต้มาหลายครั้งหลายคราแล้ว
กระนั้นก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงยังรักษาหัวบนบ่าของตนเองไว้ได้จนถึงทุกวันนี้!!
“ว่าอย่างไรนะเจากงกง?” ต้าเทียนฮ่องเต้ถามย้ำ
“ทูลฝ่าา หานิเทียนบอกให้พระองค์ทรงรอสักครู่พ่ะย่ะค่ะเพราะเขายังตีตารางไม่เสร็จพ่ะย่ะค่ะ!”
“บ้าบอ… ไปบอกเขาว่าหากไม่ยอมวางมือจากงานแล้วไปขึ้นรถม้าข้าจะตัดเงินเดือนเขาครึ่งหนึ่ง!!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เจากงกงรับคำแล้วรีบนำพระราชดำรัสของฝ่าาไปบอกหานิเทียน
“รบกวนท่านกงกงไปบอกฝ่าาหน่อยนะขอรับ ว่าเพลานี้เป็เวลางานและตัวข้าหานิเทียนมิอาจวางมือจากงานของอาณาประชาราษฎร์ของแคว้นไท่ทั้งแคว้นเพื่อไปตัดชุดเ้าบ่าว ซึ่งเป็เื่ส่วนตนได้ ขอให้ฝ่าาทรงเข้าใจด้วยหากอยากตัดเงินเดือนก็ตามแต่ทรงเห็นสมควร”
หานิเทียนเอ่ยเสียงเรียบ
“ว่าอย่างไรนะ!? เช่นนั้นไปบอกใหม่ว่าข้าจะตัดเงินเดือนเขาทั้งเดือน!!”ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าวเสียงดังใส่เจากงกงราวกับว่าคนตรงหน้าเป็หานิเทียน
“เฮ้อ…” หานิเทียนถอนหายใจเบาๆพลางวางพู่กันในมือลงอย่างเสียมิได้หลังจากได้ยินคำขู่ของต้าเทียนฮ่องเต้ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของเจากงกง
“ในเมื่อฝ่าาทรงบีบบังคับ ไม่สิ… พระราชทานพระาานุญาตขนาดนี้แล้วเห็นทีข้าต้องไปจริงๆ สินะขอรับ”
“เป็เช่นนั้นขอรับ ท่านก็ทำตามที่พระองค์สั่งเถิด” เจากงกงผู้น่าสงสารเอ่ยในใจภาวนาขอให้หานิเทียนผู้นี้อย่าได้นึกเถียงอะไรอีกเลยเขาเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเดินกลับไปกลับมาระหว่างออฟฟิศกรมยุติธรรมกับตำหนักกลางของฮ่องเต้
โดยมีสายตาของผู้ร่วมงานคนอื่นมองมายังท่านขันทีด้วยความเห็นใจและร่วมลุ้นว่าหานิเทียนจะทำอย่างไร
ก่อนที่ทุกคนจะยิ้มออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเมื่อเห็นหานิเทียนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปขึ้นรถม้าแต่โดยดี…