ทุกคนมองดูอยู่นอกอารีน่าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ แต่กระนั้นในเวลาต่อมาเมื่อพวกเขาตั้งสติได้เสียงเฮก็ดังขึ้นมาจากทั่วทุกสารทิศ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภายในประเทศดราก้อนการ์เด้น คนที่ดูอยู่ต่างพากันโห่ร้องดีใจกันออกมาราวกับมันเป็เื่ใหญ่ นี่ถ้าหากมีการประกาศให้จัดงานเทศกาลได้พวกเขาคงจัดอย่างไม่รอช้า
ด้านในห้องรับรองเหล่าาาทั้งสิบพากันปรบมือให้กับชัยชนะของดราก้อนการ์เด้นในครั้งนี้ ไม่เว้นแม้แต่าามาคัสและราชีนีซาร่าผู้ซึ่งเป็าาของอีเดนการ์เด้นและเดอะ ฟินิกซ์ ก็ตาม เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้ควรค่าแก่การปรบมือให้
แม้พวกเขาจะรู้สึกแปลกใจที่เสี่ยวฉีรีบล็อคเอ้าท์ออกไปก็ตาม แต่นั่นมันก็สิทธิของเสี่ยวฉีจึงไม่ได้ตำหนิอะไร
"ฮิฮิ เ้าหนูคนนั้นพอหน้ากากแตกก็หนีไปอย่างไวเลยนะ ตัวตนของเขาในดราก้อนเอ็มไพร์เป็ความลับอย่างนั้นหรือ"เมื่อเสียงปรบมือของเหล่าาาสงบลง ซาร่าจึงหันไปหาอู่หลงแล้วกล่าวถาม
"ก็ไม่ได้เป็ความลับอะไร เขาเป็ศิษย์ของหยางเอ่อร์ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรีบไปนัก"อู่หลงกล่าวขึ้นมา เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน
"นับว่าหลานชายอู่จินหยางตาแหลมมากทีเดียว"มาคัสกล่าว ในเวลานั้นเองโรสที่ฟื้นฟูร่างอวาตาลจนเสร็จสิ้นก็วิ่งเข้ามาที่ห้องรับรองหน้าตาตื่นกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างเร็วไว
"เขาไม่อยู่ที่นี่!!"เธออุทาน เอสผู้เป็พี่ชายถึงกับต้องหันไปหาน้องสาวของตน
"โรส ทำอะไรอยู่น่ะ มานี่เร็วเห็นหรือเปล่าว่ามีผู้ใหญ่อยู่ตั้งมากมาย"
โรสไม่ได้สนใจคำพูดของพี่ชายตนเองเลยแม้แต่น้อย เธอวิ่งตรงไปทางราชวงศ์อู่ที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะกล่าวถามออกไปอย่างเร่งร้อน "คุณปู่อู่หลงคะ ผู้ชายคนที่ชนะหนูได้ไปไหนแล้วล่ะคะ"
"โรส จะไปสนเื่นั้นอีกทำไมแพ้แล้วก็แพ้ไปสิ มาๆพี่ชายแนะนำให้รู้จักกับ........"เอสกล่าวขัดแต่ยังพูดไม่ทันจบ แววตาอันคมกริบของโรสก็พุ่งเข้าไปหาพร้อมกับคมมีดน้ำแข็งที่จ่อบริเวณคอของพี่ชาย
"หุบปากซะ!"เธอเค้นเสียงเย็นทำให้เอสต้องกลืนคำพูดเ่าั้ลงไป การกระทำนี้ทำให้ทุกคนในห้องรับรองใไม่น้อย ทว่าในตอนนั้นเองอู่หลงก็เตะไหล่ของโรสเบาๆและกล่าวอย่างเป็กันเองว่า "ใจเย็นๆผู้ชายคนที่หนูตามหาเขาล็อกเอ้อท์ออกไปั้แ่การแข่งขันจบแล้ว คงจะมีธุระสำคัญอะไรสักอย่างล่ะมั้ง"
"แล้วคุณปู่อู่หลงรู้ไหมคะว่าเขาอยู่ที่ไหน"โรสยังคงกล่าวถามอย่างไม่ลดละ
อู่หลงยกยิ้มเขาคิดว่าแม่หนูน้อยคนนี้คงจะอยากแก้มืออะไรทำนองนั้นจึงได้บอกไปตามตรง "เขาอยู่ที่ดราก้อนเอ็มไพร์"
"ขอบคุณค่ะคุณปู่ แล้วหนูก็ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท"โรสกล่าวพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยให้ราชวงศ์ทั้งสิบก่อนที่จะล็อกเอ้าท์ออกไป ในตอนนี้ทุกคนต่างพากันฉงนสงสัยไปกันหมด แม้กระทั้งซาร่าเองก็ตามที
หลานสาวคนนี้เดิมทีก็เป็คนร่าเริง แต่่สองสามปีให้หลังมานี้กลับเอาแต่ทำสีหน้าเ็าไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย หรือจะบอกว่านี่เป็ครั้งแรกที่เธอแสดงอารมณ์ออกมาในรอบสามปีก็ว่าได้
ตัดไปยังไป๋ฉีตอนนี้เขาล็อคเอ้าท์ออกมาได้สักพักแล้ว และกำลังนั่งห้อยขามองดูดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยอาการเหม่อลอย ด้านหลังของเขาในเวลานี้ปรากฏร่างของอู่จินหยางที่กำลังเดินเข้าใกล้ ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมาไป๋ฉีก็เป็คนเอ่ยปากพูดออกมาก่อนจนทำให้ผู้เป็อาจารย์ต้องรับฟัง
"อาจารย์คงไปดูประวัติโดยละเอียดมาแล้วสินะครับ ใช่ครับ! ผมกับโรเซเลียคนนั้นเคยเป็แฟนกันมาก่อน แต่เราเลิกลากันไม่ดีเท่าไรนักผมเลยไม่อยากพบหน้าเธอ"
"เลิกลา??"อู่จินหยางอุทาน
"ใช่ครับ แต่เธอไม่ได้บอกเลิกผมหรอกนะ เธอเป็คนดีมาก เป็ผมเองที่บอกเลิกเธอ"
"ทำไมล่ะ เพราะเื่ฐานะกับพร์ที่มันต่างกันงั้นหรือ เธอก็ไม่น่าจะใช่คนท้อถอยอะไรง่ายๆนี่ ทำไมถึงเลือกจะปล่อยมือจากคนที่รักล่ะ?"อู่จินหยางนั่งลงข้างๆและกล่าวถาม จากที่เขารู้ท่านย่าซาร่าคนนั้นก็ไม่ได้เคร่งในกฏเกณฑ์ถึงขนาดกีดกันความสุขของลูกหลานได้ลงคอ
ไป๋ฉียิ้มบางและส่ายหัวเบาๆ "ไม่ใช่เื่พวกนั้นหรอกครับ หากจะให้เล่าก็คงต้องย้อนไปถึงเมื่อหกปีก่อนที่ค่ายฝึกฝน ในตอนนั้นตัวผมนับว่าเป็หนึ่งในผู้โดดเด่นของโรงเรียนเทียนซาน ส่วนโรสเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ พวกเราเคยเป็คู่แข่งกันแต่หลังจากนั้นไม่นานก็ตกหลุมรักกันในเวลาต่อมา"
"ผมขอเธอเป็แฟนเมื่อห้าปีที่แล้วส่วนเธอเองก็บอกความจริงกับผมเหมือนกันว่าแท้จริงแล้วเธอคือคนของราชวงศ์ เดอะฟินิกซ์ ซึ่งผมยอมรับว่าใมากแต่ก็ไม่ได้ตัดใจและพร้อมสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง"
"แต่ว่ามันช่างเป็เื่ตลกมากเลยทีเดียว นักจากวันนั้นเป็ต้นมาอัตราบ่มเพาะของผมก็ลดลงเรื่อยๆจนผ่านไปอีกสองปีมันก็เหลือแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แม้จะพยายามดูดซับเท่าไรก็เลื่อนขั้นต่อไปไม่ได้"
"นับั้แ่วันนั้นผมก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเองมาก โรสเป็คนให้กำลังใจผมด้วยซ้ำแต่ผมกลับรู้สึกว่าผมดึงเธอลงมาต่ำจากจุดเดิมที่เธอเคยอยู่มากเกินไปทุกทีแทนที่ผมจะปีนป่ายขึ้นไปเพื่อคู่ควรกับเธอ บวกกับในเวลานั้นพี่ชายของโรส เอส เดอะฟินิกซ์ ได้มาข่มขู่ให้ผมเลิกยุ่งกับน้องสาวของเขาไม่งั้นครอบครัวของผมจะเดือดร้อน"
"อาจารย์! ตัวผมน่ะถึงต่อสู้เพื่อเธอไปจนตายผมก็ยอม แต่ผมจะเอาครอบครัวมาเสี่ยงได้หรือ อีกฝ่ายเป็ถึงราชวงศ์ส่วนผมและครอบครัวเป็แค่คนธรรมดาแถมอัตราการดูดซับก็ลดจนเหลือห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะด้วยกำลังหรือภูมิหลังผมก็สู้ไม่ได้เลย ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจบอกเลิกเธอไปด้วยถ้อยคำที่รุนแรงพอสมควร เพื่อให้เธอเกียจผมและตัดใจจากผมไป จากนั้นผมก็ไม่ปรากฏตัวที่ไหนอีกเลยเอาแต่อยู่ที่บ้านเรียนผ่านชั้นเรียนโฮโลแกรม"ไป่ฉีอธิบายเสียยืดยาว น้ำตาของเขาที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆก็ไหลออกมา
อู่จินหยางที่ได้ยินก็ลูบผมของลูกศิษย์เบาๆก่อนจะกล่าวว่า "เห้อ เื่นี้อาจารย์เองก็ไม่อาจจะช่วยเธอได้ แต่ด้วยสถานะของเธอตอนนี้หากจะกลับไปคบกับโรสก็ไม่มีใครห้ามได้ ส่วนเ้าเอสนั่น อาจารย์สัญญาว่าจะตบมันให้กระเด็นไปเลยเป็อย่างไร ข้อหาที่กล้ามาข่มขู่ศิษย์ของอู่จินหยางผู้นี้"
ไป๋ฉีหัวเราะออกเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง "ผมไม่มีหน้าไปพบเจอพูดคุยกับเธอหรอกครับ ถึงอย่างไรเื่ที่ผมทำร้ายจิตใจเธอก็เป็เื่จริง"
"เห้อ เื่มันผ่านไปแล้ว เศร้าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไปเถอะพวกพี่ๆทั้งหลายของเธอน่าจะรวมตัวกันอยู่ข้างล่างแล้ว วันนี้อาจารย์อนุญาตให้เมาได้และยังจะดื่มกินเป็เพื่อนอีกด้วย"อู่จินหยางไม่รู้จะปลอบเ้าหนูคนนี้อย่างไรแล้ว ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้วิธีนี้ เผื่อว่าไป๋ฉีพอได้อยู่กับพวกอิงเสวียแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
ไป๋ฉีที่เห็นความพยายามของอาจารย์ก็พยักหน้าตอบรับไป จากนั้นก็เดินลงลิฟท์ไปชั้นล่างสุดกับอาจารย์ในทันที ตอนนี้จิงจิงกำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มรวมไปถึงอาหารจนเต็มโต๊ะไปหมด
"อ้าว ตัวหลักของงานมาแล้ว มาๆนั่งเร็วๆ"หลิวอี้ลุกขึ้นมาแล้วจูงมือไป๋ฉีเข้าไปในงาน จากนั้นพวกเขาก็ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน อู่จินหยางในวันนี้ก็นั่งร่วมโต๊ะด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีจิงจิงคอยตักเตือนว่าไม่ให้ดื่มมากจนเกินไป
ไป๋ฉีราวกับได้ปลดปล่อย เขาเมาั้แ่ครึ่งชั่วโมงเเรก เท่านั้นยังไม่พอเมื่อหัวหน้าทีมทั้งห้าบอกให้เล่นอะไรเขาก็เล่นหมดทุกอย่าง การกระทำของเขาสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในงาน โดยที่ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าตอนนี้คนที่เขากำลังหลบหน้ากำลังอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวและกำลังมาหาเขาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
"ไป๋ฉี! นับจากนี้นายจะหลบหน้าฉันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"